บันเทิง

‘มิกค์-โบว์’ บอกเล่าเรื่องราวร.9ผ่าน ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’

‘มิกค์-โบว์’ บอกเล่าเรื่องราวร.9ผ่าน ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’

13 พ.ย. 2559

‘มิกค์-โบว์’ ซึมซับน้ำพระราชหฤทัย‘ในหลวงร.9’ บอกเล่าเรื่องราวผ่าน ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’ (เรื่อง : ภัทรวรรณ สุนทรธนานุกูล / ภาพ : วริศรา วุฒิกุล)

         ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อไป ถึงแม้หัวใจของคนไทยจะบอบช้ำกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ทว่าสิ่งที่สำคัญที่ต้องปฏิบัติเพื่อประเทศชาติคือการเป็นคนดี พร้อมยึดแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เรียกได้ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่ง มีโครงการพระราชดำริมาแล้วมากมายที่เกิดขึ้นบนพื้นแผ่นดินไทยแห่งนี้

‘มิกค์-โบว์’ บอกเล่าเรื่องราวร.9ผ่าน ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’

          “พักยก” อาทิตย์นี้จึงได้พระเอกนางเอกชื่อดังแห่งวิกหมอชิตอย่าง มิกค์ ทองระย้า และ “โบว์” เมลดา สุศรี ที่ขอเดินตามรอยพระยุคลบาท ศึกษาสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สร้างไว้เพื่อพสกนิกรของพระองค์ จุดหมายปลายทางที่แรกคือ เขื่อนขุนด่านปราการชล อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ชื่อเดิมเรียกว่า เขื่อนคลองท่าด่าน เป็นเขื่อนคอนกรีตอัดบดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริเพื่อเก็บกักน้ำในช่วงหน้าฝนไว้ในหน้าแล้ง และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและพื้นที่การเกษตรในหน้าฝน โดยสร้างครอบฝายท่าด่านเดิม

          เมื่อมาถึงทั้งโบว์และมิกค์ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งขึ้นรถรางชมวิวทิวทัศน์ด้านบนของเขื่อน อากาศหลังฝนตกถึงแม้จะร้อนอบอ้าวไปบ้างแต่ไม่ทันไรก็มีลมพัดผ่านปะทะร่างกายให้คลายร้อน มิกค์และโบว์ทอดสายตาไปยังพื้นแผ่นน้ำอันสุดลูกหูลูกตา “น้ำเยอะ ดีจังเลย” โบว์พูดลอยๆ ขึ้น “น้ำเยอะแบบนี้ชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรมโชคดี มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี

‘มิกค์-โบว์’ บอกเล่าเรื่องราวร.9ผ่าน ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’

          ในหลวงรัชกาลที่ 9  ทรงมีรับสั่งให้สร้างเขื่อนแห่งนี้​เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยที่มักจะเกิดขึ้นในเขต จ.นครนายก เป็นประจำทุกปี เพื่อแก้ไขพื้นที่ดินเปรี้ยว และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา" มิกค์กล่าวเสริม โบว์หันมองหนุ่มมิกค์ พร้อมทำหน้าอึ้งๆ กับความรู้รอบตัวของมิกค์ในครั้งนี้  หลังจากนั้นทั้งคู่ขึ้นรถรางเพื่อไปยังที่ประทับเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการก่อสร้างเขื่อนขุนด่าน มิกค์และโบว์ พร้อมใจยกมือไหว้พระบรมฉายาลักษณ์ด้วยความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

          หลังจากนั้นมิกค์และโบว์ขึ้นรถรางเพื่อชมวิวทิวทัศน์จนสุดปลายทาง ขณะที่รถรางกำลังยูเทิร์นนั้น โบว์และมิกค์รีบกระโดดลงจากรถรางเนื่องจากเห็นเหล่าผีเสื้อป่าสีสันแปลกตาบินว่อน  ทั้งคู่พยายามหมอบตัวเข้าไปใกล้ๆ หวังว่าจะให้ผีเสื้อป่าบินมาเกาะ “โบว์ต้องกลั้นหายใจไหมอ่ะ” โบว์หันไปถามมิกค์  ซึ่งมิกค์พูดว่า “แล้วจะหน้ามืดก่อนไหม กว่าผีเสื้อป่าจะมาเกาะเนี่ย...” มิกค์หันมาถามสาวโบว์ ขณะที่โบว์ทำหน้าคิดตาม แต่ท้ายที่สุดก็ไม่เป็นผล ผีเสื้อป่าไม่ยอมบินมาเกาะ งานนี้ทั้งคู่เลยถอดใจ กระโดดกลับขึ้นรถรางเพื่อมุ่งหน้าไปยังอีกหนึ่งสถานที่ีซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน

‘มิกค์-โบว์’ บอกเล่าเรื่องราวร.9ผ่าน ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’

         จุดหมายแห่งที่ 2 ของการเดินตามรอยเท้าพ่อก็คือ “อ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด” อีีกหนึ่งโครงการในพระราชดำริ ระยะทางห่างจากเขื่อนขุนด่านราวๆ 10 กว่ากิโลเมตร แต่เส้นทางที่มาถึงยังอ่างเก็บน้้ำ ถนนถือว่าสภาพดีมาก ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้มิกค์และโบว์ได้พบกับคุณลุงประเสริฐ สิินธุชัย รองนายกอบต.หนองแสง ผู้ซึ่งเคยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ที่พระองค์เสด็จฯ มายังที่แห่งนี้ มิกค์และโบว์ไม่รอช้า ถามไถ่เรื่องราวเมื่อ 22 ปีก่อน โดยลุงประเสริฐเล่าถึงอดีตที่ยังคงอยู่ในความทรงจำไม่มีวันลืมเลือนว่า“ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาที่บริเวณนี้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปี 2537  ผมจำได้ว่าวันนั้ั้นท่านทรงขับรถพระที่นั่งมาเองเลย มาพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ถนนสมัยนัั้นเป็นดินลูกรังตลอดทั้งเส้น  ตอนแรกพระองค์เสด็จฯ มาที่วัดป่าศรีถาวรนิมิตก่อน และพระองค์ทรงปลูกต้นกฤษณาไว้ ทุกวันนี้ต้นไม้ต้นนั้นก็ยังอยู่” ลุงประเสริฐกล่าวด้วยน้ำเสียงปลื้มปีติ ซึ่งทำให้ผู้รับฟังรู้สึกตื้นตันใจไปด้วย

          “แล้วจากวัดพระองค์ทรงขับรถพระที่นั่งมาถึงอ่างเก็บน้ำหรือคะ” โบว์ถามลุงประเสริฐอีกครั้ง ลุงอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ไม่เลย พระองค์เดิินเท้าเข้ามายังที่นี่ แล้วพระองค์ทอดพระเนตรแล้วมีรับสัั่งว่าจะสร้างอ่างเก็บน้ำไว้” ลุงประเสริฐบอก   มิกค์ถามขึ้นว่า “สำหรับอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียดมีประโยชน์ด้านใดบ้าง”   ลุงประเสริฐอธิบายว่า  “เพื่อส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรในเขตธุดงคสถานถาวรนิมิต และแปลงสาธิตตัวอย่างที่ 1  ตามแนวทฤษฎีใหม่อีกด้วย”  เมื่อลุงประเสริฐเล่าจบ

‘มิกค์-โบว์’ บอกเล่าเรื่องราวร.9ผ่าน ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’

           มิกค์และโบว์ค่อยๆ เดินตามเส้นทางพร้อมหันหน้าไปยังฝั่งน้ำอีกฟาก ธรรมาชาติบริเวณนี้ถือว่าอุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีต้นไม้เขียวขจี   มิกค์หันไปพูดกับโบว์ว่า “ทุกแห่งที่พระองค์เสด็จฯ ผ่าน หลังจากนั้นไม่นานความอุดมสมบูรณ์ตามมาถึงด้วยเสมอ” มิกค์กล่าวด้วยความปีติ ด้านโบว์เมื่อฟังสิ่งที่มิกค์พูด  หวนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอีกครั้ง “พระองค์ทำทุกอย่างเพื่อประชาชนจริงๆ มิกค์ดูสิ ตอนที่เรามากัน ขนาดว่าถนนดีแล้ว กว่าจะมาถึงยังเล่นเอาเหนื่อยเลย เพราะทางคดเคี้ยวมาก”   โบว์เสริม

           จากนั้นมิกค์และโบว์ขอให้ลุงประเสริฐพาไปชมต้นกฤษณาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงปลูกไว้ เมื่อมาถึงมิกค์และโบว์ยืนมองต้นไม้กฤษณาต้นนั้น  ถึงแม้จะไม่ใช่ต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสูงใหญ่ให้ร่มเงา แต่กลับให้ความรู้สึกร่มเย็นต่อชาวบ้านบริเวณนั้นอย่างมาก

           ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ มิกค์และโบว์ได้แวะยังสวนมะยงชิด-มะปรางหวาน “สวนคุณอุบ”  หนึ่งในสวนที่ถือว่าได้ยิึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงและปลูกพืชแบบผสมผสานตามทฤษฎี "เกษตรทฤษฎีใหม่"  เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนทุกฤดู โดยมาถึงมิกค์และโบว์ไม่รอช้าขออนุญาตเจ้าของสวนเดินชมสวนจนรอบ โบว์หันไปพูดกับมิกค์ว่า “เท่าที่โบว์สังเกตนะ เกษตรกรที่นี่นอกจากปลูกต้นมะยงชิดแล้ว ก็ยังปลูกต้นกล้วย นอกจากนี้่ยังมีบ่อปลาอีกด้วย เกษตรกรที่นี่ยึดหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามรอยพ่อกันหมดเลยนะ”  มิกค์พยักหน้ารับพร้อมพูดเสริมว่า “เรียกว่าการมานครนายกในครั้งนี้ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสร้างไว้เพื่อประชาชนของพระองค์อย่างมาก”