บันเทิง

 'ดี้' นิติพงษ์ เปิดใจ ถึงที่มาบทเพลงเพื่อ 'พ่อ'

'ดี้' นิติพงษ์ เปิดใจ ถึงที่มาบทเพลงเพื่อ 'พ่อ'

10 พ.ย. 2559

"ดี้" นิติพงษ์ ห่อนาค เผยที่มาการแต่งบทเพลงเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 มากถึง 5 เพลง กลั่นจากความรู้สึกลึกๆ ในใจ เหมือนคนไทยทุกคน

         เพลง ต้นไม้ของพ่อ, ของขวัญจากก้อนดิน, รูปที่มีทุกบ้าน, ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป, และเพลง ตามรอยพระราชา บทเพลงเหล่านี้เป็นเพลงที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสต่างๆ โดยเพลงเหล่านี้กำเนิดขึ้นจากปลายปากกาของ นักแต่งเพลง ศิลปินมากความสามารถที่คร่ำหวอดในวงการเพลงมานานของเมืองไทยนามว่า “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค วันนี้ หน้าบันเทิง หนังสือพิมพ์ “คมชัดลึก” มีโอกาสพูดคุยกับ ผู้สรรค์สร้างบทเพลงเพื่อ “พ่อ” ออกมาอย่างไพเราะจับใจประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

         พูดถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์บทเพลงแด่ “ในหลวงรัชกาลที่9”

         เพลงที่แต่งเพื่อพระองค์ท่านมีทั้งหมด 5 เพลง และมีอีกหนึ่งเพลงที่คนไม่ค่อยได้คุ้นเคยคือเพลง ต้นกล้าของพ่อ เรื่องแรงบันดาลใจคงไม่ต้องมีหรอกมั้ง เพราะว่าเรื่องราวของพระองค์ท่านใหญ่มากเหลือเกิน จนเราไม่ต้องมีแรงบบันดาลใจอะไรที่จะเขียนเพลงถึงพระองค์ท่าน มันเป็นความรู้สึกลึกๆ ของเราทุกคนที่เป็นคนไทยอยู่แล้ว และเราทำหน้าที่ของเราถ่ายทอดบทเพลงนั้นๆ ออกมาจากใจของเราทั้งสิ้น

         ในแต่ละครั้งที่ได้ถ่ายทอดบทเพลงเพื่อพระองค์ท่าน

ในแต่ละเพลงถามว่ายากไหม ทุกเพลงมันยากทั้งหมด ยิ่งเมื่อครั้งต้องแต่งเพลงแรกออกมารู้สึกอย่างมากเลย ว่ายาก และหนักจริงๆ ซึ่งเพลงแรกที่ได้เขียนถึง ในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ เพลง ต้นไม้ของพ่อ ต่อด้วย ของขวัญจากก้อนดิน, รูปที่มีทุกบ้าน, ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป และ เพลง ตามรอยพระราชา

 

         

         เพลง ต้นไม้ของพ่อ

         สำหรับเพลงนี้ ถูกแต่งขึ้นมาในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ทางรัฐบาลมีการจัดงานต่างๆ เทิดพระเกียรติพระองค์มากมาย ในส่วนของแกรมมี่ ผมก็ได้รับมอบหมายงานให้แต่งเพลงเป็นตัวแทนของคนไทย ซึ่งตอนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ สำหรับนักแต่งเพลง ทีนี้เราก็ไม่เคยแต่งเพลงอะไรเกี่ยวกับเบื้องสูง คำราชาศัพท์ต่างๆ ก็ไม่เคยใช้ ซึ่งเพลงเทิดพระเกียรติเท่าที่รู้จักตอนนั้นก็มีเพลง สรรญเสริญพระบารมี สดุดีมหาราชา เป็นเพลงระดับสูง ภาษาสูงๆ เนอะ ที่นี้เราก็จะต้องมาเขียนบทเพลงที่เป็นภาษาชาวบ้านธรรมดา ให้คนทั่วไปได้รู้ เข้าใจ และเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านด้วยความรู้สึก นั่นก็จะเป็นงานยากนะ เพราะว่าเราไม่สามารถจะรู้ได้เลยว่า คนจะรับได้มากน้อยแค่ไหน ผมก็นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ที่มีมากมายที่เราทราบๆ กันดี เหมือนได้เดินเข้าห้องสมุดใหญ่ๆ แล้วออกมาสรุปว่า ในหลวงท่านทรงทำอะไรมาบ้างบนหนึ่งกระดาษ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย ผมเลยต้องคิดว่า จะใช้สัญลักษณ์แทนพระองค์ท่าน คือต้นไม้ เพราะพระองค์เป็นนักเกษตรอยู่แล้ว จึงได้นึกถึงภาพ ว่าเป็นพ่อได้ปลูกต้นไม้ไว้ให้ลูกๆ ได้เล่น ยิ่งนานวันยิ่งมีดอก มีผลมีร่มเงาให้ได้พักพิง แล้วจึงได้เขียนเพลงนี้ออกมา จนได้ทำการปรึกษากับทางสำนักพระราชวังถึงความเหมาะสมโดยที่ไม่ได้มีปรับแก้อะไร จนได้ “พี่เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์ มาขับร้อง ซึ่งทีมงานพวกเราเองฟังแล้วก็ชอบ แต่ ณ ตอนนั้นไม่รู้ ว่าประชาชนจะคิดอย่างไรกับเพลงนี้ จนได้เป็นเอ็มวีเพลงออกมาให้ได้ฟังกัน ซึ่งถือว่าเป็นเพลงแรกที่ เรียกว่ามิบังควร ที่เปรียบเปรย พระองค์ท่าน และให้ประชาชนเรียกในหลวงว่า “พ่อ"

 

 

         เพลง ของขวัญจากก้อนดิน

         เพลงที่ สองคือเพลง ของขวัญจากก้อนดิน ในวาระที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา เรื่องความกดดันต่างๆ ก็หายไป เพราะได้ผ่านการแต่งเพลงแรกออกมาแล้ว ซึ่งวาระนี้เป็นเพลงที่ครบรอบวันเกิดของพ่อ แนวคิดนี้ลอยเด่นมาในหัวเลย ก็กล่าวถึงของวัญที่อยากจะให้พ่อ พร้อมกับเอาพระนามของพระองค์เข้ามาใช้ด้วย และทำให้ต่อเนื่องกัน จนลองร้องกันดู ซึ่งแรกๆ คนบอกว่า เป็นเพลงที่ร้องยาก แต่เชื่อว่าทุกวันนี้คนน่าจะร้องได้กันหมด

 

 

         เพลง รูปที่มีทุกบ้าน

         เพลงต่อมา รูปที่มีทุกบ้าน เป็นเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาในวาระทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา คราวนี้เป็นการหาแง่มุม และสังเกตจนเกิดมาเป็นเรื่องราว เรามองไปที่ประเทศต่างๆ เขาจะมีรูปบุคคล บุคคลหนึ่งเอาไว้ในบ้านแบบนี้ทุกบ้านเหมือนที่ประเทศไทยบ้างไหม เลยเอาข้อสังเกตนี้มาเพื่อสะกิดใจให้คนในสังคมเราได้รู้สึกว่า รูปของพระองค์ท่านที่มีข้างฝาบ้านนั้นได้เห็นกันบ้างไหม รู้สึกอะไรถึงพระองค์ท่านหรือเปล่า มองรูปพระองค์ท่าน แล้วเกิดความรักภักดี มองรูปพระองค์ท่านแล้วสุขสงบใจ ซึ่งก็เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

 

 

         เพลง ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

         เพลงที่ 4 คือ ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป ในวาระที่พระองค์เจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ก็เหมือนเป็นเพลงที่สรุป ความรู้สึกความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่าน ที่ผ่านมาประชาชนคนไทย ก็ได้รู้แล้วว่าพระองค์ได้ทำอะไรเพื่อพวกเรามาบ้าง แล้วมาเพลงนี้ ก็จะใช้คำคำหนึ่งที่แทนความรู้สึกทั้งหมดคือ ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป เป็นคำที่สุดของหัวใจที่มีต่อพระองค์ท่านแล้ว

 

 

         เพลง ตามรอยพระราชา

         สำหรับเพลงที่ 5 นั้น เป็นเพลงของ มูลนิธิพระดาบส ที่ได้เชิญผมไปแต่งเพลงนี้ขึ้นมา ก็เอาสิ่งที่พระองค์ ท่านสอน คือเขียนบอกให้ไปฟังคำสอนของพ่อ เพราะพ่อได้ทำมาให้ดูได้เห็นกันทั้งหมดแล้ว พ่อได้เอาทฤษฎีต่างๆ ได้ทำ ได้สร้างมาหมด แล้วนำมาบอกต่อสอนให้ประชาชนของพระองค์ได้ทำตาม ธีมหลักของแต่ละเพลงก็จะถูกสร้างมาจากสิ่งที่พระองค์ได้ทำ

         ความรู้สึกเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

         ผมรู้สึกเกี่ยวกับพระองค์ท่าน เหมือนๆ กับประชาชนคนไทยเหมือนกันทุกๆ คน มันคือความรู้สึกที่สูญเสีย อาลัย สิ้นหวัง ผมรู้สึกเหมือนกับคนไทยทุกคนในมาตรฐานเดียวกันกับคนไทยทุกคน จะมากจะน้อยก็ต่างกันตามประสบการณ์ของแต่ละคน และเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ และทราบดีเหมือนกัน และได้เห็นผลงานทางด้านอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระองค์เอง เพราะช่วงนี้สื่อต่างๆ ก็ได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ต่างๆ มานำเสนอเรื่องราว ที่มาที่ไป ทุกคนคงได้ซึมซับหลายๆ เรื่องราวเหล่านี้มาเป็นอย่างดีแล้ว และผมก็จะบอกเหมือนๆ กับที่ทุกคนได้ยินได้ฟังกันมาเสมอว่า ชีวิตหนึ่งของพวกเราคนไทยทุกคน มันเป็นความมหัศจรรย์ที่เรามีพระมหากษัติรย์ที่เป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก เป็นประเทศที่มหัศจรรย์ กว่า 70 ปี เราได้มีพระองค์ท่านที่เป็นผู้ที่เก่งที่สุดในโลก ทั้งพระปรีชาสามารถ ในด้านต่างๆ ความดีงาม ความเป็นพระโพธิสัตว์ ความดีของพระองค์ท่าน คือครบที่สุดในโลกแล้ว และไม่เคยคิดว่าจะมีใครบนโลกนี้ที่ทำได้แบบพระองค์ท่าน ไม่มีอีกแล้ว

 

 'ดี้' นิติพงษ์ เปิดใจ ถึงที่มาบทเพลงเพื่อ 'พ่อ'

 

         ความทรงจำเกี่ยวกับพระองค์ท่าน

         ผมไม่เคยได้ถวายงานกับพระองค์ท่านเลยสักครั้ง มีเพียงแต่ได้ไปเข้าเฝ้าฯ ที่พระองค์เสด็จฯ ผมเป็นเพียงแค่พสกนิกรคนหนึ่งที่ไม่เคยได้ถวายงาน ไม่เคยใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ผมเคยเป็นบัณฑิตรับพระราชทานปริญญาจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน แต่รูปรับพระราชทานปริญญา ก็ยังถูกไฟไหม้ไปพร้อมกับร้านถ่ายรูปเมื่อวันนั้น แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะรูปความทรงจำต่างๆ ยังปรากฏชัดเจนอยู่ในหัวใจของเราอยู่แล้ว ถามว่าเสียดายไหมรูปรับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนั้น คือเสียดายมากๆ นะ แต่ไม่เป็นไร และเรื่องราวก็เกิดขึ้นมานานแล้ว ที่ผ่านมาก็มีีได้เข้าเฝ้าฯ บ้าง คือตอนนั้นพระองค์เสด็จฯ มาเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต ที่วัดพระแก้ว แล้วผมได้อยู่ตรงนั้นเลยได้รับเสด็จพระองค์ท่าน และที่เหมือนจะได้อยู่ใกล้กับพระองค์ที่สุดน่าจะเป็นครั้งที่ได้มีโอกาสตอนที่ได้แต่งเพลง ต้นไม้ของพ่อ ครั้งที่พระองค์ครองราชย์ครบ 50 ปี ได้เข้าไปยังงานเลี้ยงของสโมสรสันนิบาต ได้เข้าไปข้างใน และได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก สำหรับผมนะ ซึ่งครั้งนั้นเป็นครั้งเดียวที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาด้วยพระองค์เอง ความรู้สึกในตอนนั้น เป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมแล้ว

         คำสอนของ “พ่อ” ที่มีผลต่อชีวิต

         คำสอนของพระองค์ท่านมีเยอะมากๆ รวมไปถึงพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท ต่างๆ รวมไปถึงสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำให้พวกเราได้ดูได้เห็นกันมันมากมายมหาศาลเหลือเกิน ขึ้นอยู่กับตัวเราเองนี่แหละ ว่าจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้น ถ้าเลือกทำได้สักเพียงหนึ่งอย่างตามพระองค์ท่านสอนไว้ได้ ก็เป็นบุญของชีวิตนี้แล้ว สำหรับผมคิดว่า ขึ้นอยู่ตามกาลเทศะที่เหมาะสมจะนำไปใช้ เพราะนั่นจะเตือนสติเราให้ทำงานแต่ละอย่างออกมาได้ดี

         อยากจะบอกหรือพูดอะไรกับพระองค์ท่านในวันนี้หรือไม่

         ไม่เลย ผมไม่กล้าที่จะบอก หรือพูดอะไรออกไปถึงพระองค์เลย ผมคิดว่าพระองค์ท่านคงได้รับรู้ทั้งหมดแล้ว ในวันนี้พระองค์ท่านได้ทรงพักแล้ว

         ความรู้สึกที่ได้เป็นผู้เขียนเพลงเพื่อพ่อออกมา และประชาชนคนไทยร้องได้เกือบทุกคน

         คือ ณ ตอนนี้ 5 เพลง ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพลงของผมอีกต่อไปแล้ว เพราะเมื่อไหร่ที่พวกเขาได้ขับร้องออกไปนั้น ก็จะเป็นเพลงของพวกเขาแล้ว เด็กสักคนหนึ่งร้องออกมาก็เป็นของเขาโดยพฤตินัยแล้ว ผมได้มอบเพลง 5 เพลงเพื่อพ่อนี้ให้กับคนไทยทุกคน ได้เอาไปใช้เอาไปร้องได้เลย ตามที่ผมได้เขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้ว ในวันนี้ถามว่า ภาคภูมิใจมากแค่ไหน ผมกล้าพูดเลยว่า มันเกินความภาคภูมิใจมามากแล้ว ตอนนี้ฟังเพลงเหล่านี้จากคนที่อื่นๆ ได้ร้องกัน แรกๆ ผมภูมิใจซะจนต้องบอกตัวเองว่าอย่าให้มันมากไปนัก เพราะไม่งั้นเราจะเหลิง ถามว่าให้แต่งแบบนั้นอีกได้ไหมก็ทำไม่ได้แล้ว

         อยากบอกอะไรไปยังคนรุ่นหลัง เกี่ยวกับ “ในหลวงรัชกาลที่9”  

         อยากจะบอกว่า ถ้าหนูอยากจะเป็นเด็กไทย อยากรู้จักความเป็นไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ให้ไปค้นคว้าดูเรื่องราวของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล ว่าพระองค์ท่านได้ทำอะไร สร้างสรรค์อะไรไว้บ้าง มีทั้งเรื่องสนุก เรื่องราวน่ารัก เรื่องราวทรงคุณค่า ให้ลองไปศึกษาค้นคว้าดู ผมเชื่อว่าแล้วหนูๆ ทั้งหลาย ก็จะรักพระองค์ท่านอย่างที่คนที่ได้เกิดทัน ในหลวงรัชกาลที่ 9 รักสุดหัวใจ