บันเทิง

Eat Play Life  อาทิตย์ที่ 13 พ.ย.

Eat Play Life อาทิตย์ที่ 13 พ.ย.

13 พ.ย. 2559

จิตวิทยาแบบ 'อสูรเฒ่า'

โดย นันทขว้าง สิรสุนทร 

    ต่อให้ มูรินโญ่ จะพาทีมแมนยูคว้าแชมป์ในปีนี้ หรือปีหน้า ชื่อของเขา ก็จะไม่มีวันยิ่งใหญ่ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มากไปกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
    ไม่ใช่แค่ความสำเร็จที่กองเต็มสนามผีแดงแห่งนี้ในยุคของเฟอร์กี้ แต่เป็นเพราะหลายอย่างที่ อดีตผู้จัดการทีมอเบอร์ดีนทำไว้ตลอดเวลา 27 ปี (1986-2013) นี่เป็นเหตุผลเล็กๆว่า ทำไมเวลาเดือนนี่มาถึง จะมี แฟนๆแมนยูทั่วโลกระลึกถึงเขา ในวันที่ 6 november 1986
     อย่างที่ทราบว่า วันที่ว่านี้ เฟอร์กี้เข้ามาคุมทีมวันแรกกับแมนยู และวันนี้ที่ผ่านมา มีแฟนบอลหลายคนทวิต เขียน ดีไซน์ อะไรเกี่ยวกับเขา เพราะมันครบรบ 30 ปีพอดีเป๊ะ
    เรื่องหนึ่งในหนังสือของเฟอร์กี้ ที่ผมเข้าไปมีส่วนในการแปล ตรวจงาน ก็คือ “จิตวิทยา” ของเขา มีข้อความตอนหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเขาพูดมันหลังจากคุมทีมมาเกือบ 40 ปีในหลายสโมสร และวางมือลงในอ่างทองคำที่แมนยูฯ
    "ผมชอบบอกผู้จัดการทีมหนุ่มๆ ไว้ตรงนี้เลยว่า อย่าก่อเรื่อง อย่าหาเรื่องวิวาท เพราะรับรองได้เลยว่าเรื่องแบบนี้ต้องมีเข้ามาในชีวิตคุณอย่างแน่นอน ถ้าเลือกเดินหน้าชน นักเตะจะโต้กลับซึ่งทำให้เขาอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ ตอนที่ มาร์ติน บัคแคน อดีตนักเตะทีมอเบอร์ดีน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ ไปเป็นผู้จัดการคุมทีมเบิร์นลีย์1เขาเคยชกกัปตันทีมตั้งแต่วันเสาร์แรก ‘เริ่มต้นได้ดี มาร์ติน’ ผมบอกเขา
     มาร์ติน บัคแคนเป็นคนมีหลักการมาก สมัยเป็นนักเตะ เขาย้ายไปทีมโอลด์แฮม ได้ค่าเซ็นสัญญาย้ายทีม40,000ปอนด์ ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากทีเดียวในยุคนั้น แต่ฟอร์มการเล่นยังไม่ลงตัวเสียที เขาตัดสินใจนำเงิน40,000ปอนด์นั้นไปคืนกรรมการบริหารสโมสร บอกว่าเขาจะไม่เอาเงินที่ไม่สมควรได้รับ ลองนึกดูว่าทุกวันนี้จะมีใครทำแบบนี้บ้างไหม
     ตลอดเวลาที่เป็นผู้จัดการทีม คนทั่วไปชอบทึกทักว่าผมเป็นคนบ้าอำนาจ มีเล่ห์เหลี่ยมแกมโกง แต่อันที่จริงผมไม่ใช่คนเก่งเรื่องศาสตร์มืดแบบนั้น เคยลองบ้างเหมือนกัน เช่น พูดว่าเราจะจบฤดูกาลในอันดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม และมุ่งมั่นกว่าเดิม พูดอย่างนี้อาจเรียกว่าเป็นการเล่นเกมทางจิตวิทยาแล้วก็ได้ ผมทึ่งมากที่ในฤดูหนาว ปี 2009 คาร์โล อันเชล็อตตี ผู้จัดการทีมเชลซี เข้าใจที่ผมพูด เขาพูดเสียใหม่ว่า‘อเล็กซ์กำลังบอกว่า ยูไนเต็ดจะแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล แต่ทีมเราก็แกร่งขึ้นเหมือนกัน’
     ผมทำแบบนี้ทุกปี‘คอยดูครึ่งหลังของฤดูกาลก็แล้วกัน’และได้ผลเสมอ คำพูดนี้คืบคลานเข้าไปในจิตใจของนักเตะทีมเรา ทำให้คู่แข่งขยาด ยูไนเต็ดจะร้อนแรงในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล เหมือนไฟบรรลัยกัลป์ในสายตาของคู่แข่ง คำพูดแบบนี้กลายเป็นคำทำนายผลการแข่งขันที่สร้างความฮึกเหิมให้แก่ทีมเรา
     การเคาะนาฬิกาข้อมือก็เป็นแผนทางจิตวิทยาอีกอย่างหนึ่งที่ผมใช้ ผมไม่ได้จับเวลาการแข่งขัน แค่มองผ่านๆ เท่านั้น เพราะใครจะไปคิดทันว่าต้องทดเวลาอีกกี่นาที เกมจึงจะจบ ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่การเคาะนาฬิกาไม่ได้มีผลต่อทีมเรา แต่มีผลต่อทีมคู่แข่งต่างหาก ถ้าเห็นผมเคาะนาฬิกาและโบกไม้โบกมือ คู่แข่งจะสยองขึ้นมาทันทีและคิดว่าคงทดเวลาอีก 10 นาที ทุกคนรู้ว่ายูไนเต็ดเก่งเรื่องยิงประตูช่วงท้ายเกม พอเห็นผมชี้ที่นาฬิกา พวกนั้นจะรู้เลยว่าต้องเตรียมรับมือกับเราในช่วงเวลาที่ยาวนานเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด
     คู่แข่งจะรู้สึกเหมือนถูกล้อม พวกเขารู้ว่าเราไม่มีวันยอมแพ้ รู้ว่าเราเก่งเรื่องการบุกอย่างระห่ำช่วงท้ายเกม ไคลฟ์ ทิลด์สลีย์ ผู้บรรยายกีฬาทางสถานีโทรทัศน์ITVเคยพูดไว้ในช่วงต้นของการทดเวลาการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ปี 1999 ว่า‘ยูไนเต็ดยิงประตูได้ทุกครั้ง’คล้ายกับที่เคนเน็ธ วูลส์เทนโฮล์ม2เคยพูดในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ ปี 1966 ว่า‘พวกนั้นคิดว่าเกมจบแล้ว แต่มันเพิ่งเริ่มตอนนี้ต่างหาก’ทั้งหมดเป็นเกมจิตวิทยา

Eat Play Life  อาทิตย์ที่ 13 พ.ย.
     การดูแลนักเตะแต่ละคนก็ต้องใช้มิติทางจิตวิทยาด้วยเหมือนกัน ถ้าใครมีพฤติกรรมออกนอกลู่นอกทาง การจ้องตาคนเหล่านั้นสักครู่ก็ช่วยได้เหมือนกัน เราทุกคนเคยเป็นเด็กมาก่อน ลองนึกว่าตัวเราอยู่ในสภาพของคนเหล่านั้นดู คุณรู้ตัวว่าทำผิดและกำลังรอรับโทษ‘ลองดูซิว่าจะมีอะไรแก้ตัว’คุณอาจคิดในใจอย่างนี้ หรือคิดว่า‘พ่อจะว่าอะไรไหมเนี่ย’เป้าหมายสำคัญคือต้องการให้เขารู้ตัวมากที่สุด อะไรจะเป็นสิ่งที่กระทบใจเรามากที่สุดในช่วงเวลานั้นของชีวิต
     ผู้จัดการทีมได้เปรียบตรงที่รู้ว่านักเตะอยากลงเล่น โดยพื้นฐานแล้วนักเตะทุกคนอยากลงสนามกันทั้งนั้น ดังนั้นถ้าคุณตัดสิทธิ์ไม่ให้เขาลงเล่น ก็เท่ากับตัดความสุขในชีวิตของเขาออกไป นั่นเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาด เป็นเครื่องมือแสดงอำนาจสูงสุดที่มีไว้ให้คุณใช้"