บันเทิง

รู้ทันกฏหมาย - อยู่บ้านคนละหลัง

รู้ทันกฏหมาย - อยู่บ้านคนละหลัง

20 ส.ค. 2552

พ่อแม่ยอมหวังจะให้ลูกๆ อยู่ใกล้ ออกเรือนแต่งงานไปก็อยากให้อยู่แถวๆ นั้น การสร้างบ้านในบริเวณเดียวกัน กับพ่อแม่ก็เป็นธรรมเนียมที่ทำกันอยู่ และดูเหมือนยังนิยมกัน

 บ้านหลายๆ หลังบนพื้นที่เดียวกันก็เหมือนจะจัดสรรส่วนของแต่ละบ้านเอาไว้ เป็นอันรู้อาณาเขตของกันไปโดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่ส่วนไหนจะก้ำเกินกัน บางบ้านยังตั้งอยู่บนโฉนดที่ดินเดียว 

 เจ้าของที่ดินก็ตายใจว่าตัวตายเมื่อไหร่ ลูกหลานก็จะจัดสรรแบ่งส่วนกันไปตามที่อยู่อาศัยกันตามจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าจะใช่ แต่ในทางกฎหมายก็ยังเถียงกันได้ถึงเนื้อที่ที่จะแบ่งกัน

 การแบ่งส่วนที่ดินภายใต้โฉนดแปลงเดียวกันก็ต้องดูรายการในโฉนดว่าได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่แต่ละบ้านกันเป็นที่เรียบร้อยเด็ดขาดแล้วหรือไม่  แม้จะไม่ได้กำหนดทิศทางที่ตั้งว่าอยู่ตรงไหน แต่ให้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกัน  ที่ดินก็มีอันเปลี่ยนมือไปเป็นของคนที่มีชื่อในโฉนดนั้นเด็ดขาดแล้ว

 แต่ถ้าไม่ได้บรรยายส่วนเอาไว้ว่าใครได้จำนวนเท่าไหร่ ก็ต้องถือว่าได้สิทธิคนละเท่าๆกัน ดังนั้น เมื่อนำเนื้อที่ดินมาหารแบ่งส่วนแล้ว ปรากฏว่าบ้านโน้นมีเนื้อที่มากกว่าบ้านนี้ก็มีทะเลาะกันได้  ต้องมาจัดสรรปันส่วนกันใหม่ให้เท่าๆ กัน

 สำคัญว่าต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีชื่อของเราในโฉนดที่ดินหรือไม่ บ้านโน้นเขาใส่ชื่อไว้แต่บ้านเรากลับไม่มีชื่อเลย  ก็จะอ้างสิทธิในความเป็นเจ้าของไม่ได้ จะบอกว่าพ่อยกให้แม่ บอกอยู่ไปก็เป็นของเราในที่สุดก็เป็นเพียงว่าจะให้ แต่ก็ไม่ได้ให้ กฎหมายท่านไม่รับไม่นับสิทธิในความเป็นเจ้าของ การยกให้ต้องจดทะเบียนการได้มาให้ชัดเจนในโฉนดที่ดิน ครั้นจะรอให้พ่อแม่เสียชีวิตไปก่อนค่อยรับมรดก ก็ต้องหารจำนวนผู้มีชื่อในโฉนดคนละเท่าๆ กัน เป็นส่วนของคนตายเท่าไหร่ ก็ต้องนำมาหารในระหว่างลูกๆ ของคนตายคนละเท่าๆ กัน  หลังจากการหารก็อาจเหลือที่ไม่เท่าไหร่ ถ้าบ้านสร้างมากกว่าส่วนที่จะได้รับไว้ก็เดือดร้อนถูกทวงที่ดินจากบ้านอื่นได้  เรื่องก็ไปกันใหญ่เลย

 แต่ถ้าพ่อแม่ทำพินัยกรรมให้ไว้ การแบ่งกรรมสิทธิ์ก็เป็นไปตามนั้น แต่การบรรยายส่วนของการยกให้ก็ต้องได้ความชัดเจนว่ามีอาณาเขตอย่างไร เพราะทะเลาะกันไปหลายรายแล้วเหมือนกัน

 อีกประการก็คือ ทางเข้าออกสู่ถนน คนไหนได้บ้านด้านในโดยมีอีกหลังสร้างบังหน้าไว้ จะเข้าออกทีไรก็ต้องอาศัยทางของหลังหน้า ก็อาจมีปัญหาว่าทางตรงนี้เป็นสิทธิของใครในเมื่อยังใช้ที่ดินแปลงเดียวกัน

 กรณีที่ยังไม่ได้แบ่งโฉนดออกไป การใช้สอยก็ต้องใช้ร่วมกัน และเมื่อได้จัดสรรส่วนสัดออกไป โดยทางเข้าออกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินแปลงด้านหน้า ก็ไม่มีปัญหาสำหรับบ้านด้านหลัง เพราะยังสามารถเรียกร้องให้เปิดทางเข้าออกให้ได้

 เพราะการปิดกั้นทางอย่างนี้มีพฤติการณ์ที่ส่อเจตนาได้ว่า จะทำให้บ้านด้านหลังไม่สามารถผ่านเข้าออกไปไหนได้ 

 ยิ่งถ้าได้มีการแบ่งโฉนดกันไปหรือมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมในโฉนดด้วยกันแล้ว  เจ้าของบ้านด้านหน้าจะทำเป็นยักท่ากั๊กทางเอาไว้ไม่ให้บ้านด้านหลังใช้ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย

 เรื่องที่ดินยิ่งระหว่างพี่น้องยิ่งต้องระวัง คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องแน่ใจว่าให้แล้วชัดเจนเด็ดขาด จดทะเบียนให้ไปหรือบรรยายเจตนาในการให้ไว้ในพินัยกรรมก็ต้องทำให้แน่นอนเอาไว้ ยามเมื่อตายไปลูกๆ จะได้ไม่ทะเลาะกัน

"ศรัณยา ไชยสุต"