
‘เก้า’ เล่าผ่านน้ำตา หนูอยู่ที่นั่นในวันที่ในหลวงร.9 สวรรคต
“เก้า” สุภัสสรา เล่าเหตุการณ์ ที่โรงพยาบาลศิริราช ในวันที่ 13 ตุลาคม วันที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 สวรรคต ขอเป็นกระบอกเสียงบอกต่อเรื่องราวของพระองค์ท่านถึงคนรุ่นใหม่
เป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหม่ที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ “เก้า” สุภัสสรา พร้อมจะบอกต่อถึงพระราชกรณียกิจให้เด็กรุ่นใหม่ได้ซึมซับ เรียนรู้
"จริงๆ หนูไปตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม วันนั้นหนูตั้งใจจะไปทำบุญไหว้พระสวดมนต์ให้พระองค์ท่าน ที่โรงพยาบาลศิริราช คือในวันนั้นพูดตามตรงเลยนะ ว่าคนที่อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชไม่มีใครรู้ก่อนเลยว่า พระองค์สวรรคต คือวันนั้นด้วยความที่หนูว่าง เลยอยากมาทำอะไรสักอย่างเพื่อพระองค์ท่าน เพราะรู้ว่าท่านป่วยอยู่ เลยมากับเพื่อน ไปเพราะอยากไป เป็นความรู้สึกในวันนั้น ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่แปลกมากๆ เพราะก่อนหน้านี้ฝนตกทุกวันเลย แล้วหนูก็เตรียมร่มมาด้วย เพราะคิดไว้ว่ายังไงฝนก็ต้องตกแน่ๆ แต่คือนั่งไปสักพัก ก็มีเมฆครึ้มมา และมีลมเป็นลมที่เย็นมากๆ ซึ่งขณะที่มีเมฆครึ้มมา แต่กลับไม่มืดคือสุดท้ายก็ไม่ตก หนูก็นั่งสมาธิต่อไปอย่างนั้น แล้วพอประมาณบ่ายสามโมง หนูก็ออกมาจากโรงพยาบาลศิริราช แล้วก็มีเพื่อนคนหนึ่งโทรมาหาหนู เพราะคงเห็นว่าหนูอยู่ที่ศิริราชตอนนั้น เพื่อนบอกว่า ตอนนี้มีข่าวลือมาหนัก ว่าพระองค์ท่านสวรรคต เราก็บอกว่า ข่าวลืออะไรกัน ไม่จริง ฉันอยู่ที่นี่ ที่โรงพยาบาลศิริราช ยังมีคนมาสวดมนต์ให้พระองค์ท่านอยู่เลย เราก็ไม่เชื่อ (เสียงสั่น) แล้วหนูก็ออกมาด้วยความที่คิดถึงเรื่องพระองค์ท่าน แล้วร้องไห้ออกมา หนูอยู่ที่นั่นในวันที่ในหลวงสวรรคต ทั้งความรู้สึกมันทิ่มแทงหัวใจมากเกินกว่าเราจะรับได้ และคือจริงๆ เชื่อว่าก่อนที่จะมีประกาศออกมา ทุกคนก็น่าจะทราบกัน ว่าพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว แต่ก็รอให้มีประกาศ ออกมา ไม่รู้จะพูดยังไง เพราะพระองค์ก็เหนื่อยมาเพื่อพวกเราชาวไทยมามากแล้ว เพื่อนที่ไปด้วยกันบอกว่า ตอนที่นั่งสมาธิกันอยู่ที่โรงพยาบาลความรู้สึก ดูเศร้าๆ ดูทุกอย่างมันเงียบๆ ไปหมด
คือด้วยความที่หนูเป็นคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับพระองค์ท่านเลย คือเราทราบดีว่า พระองค์คือพระราชา แต่เราไม่รู้หรอกว่า พระราชาทำอะไรบ้าง เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้หรอกว่า พระองค์ทำอะไรมาบ้าง แต่คนรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดเรานั่นแหละจะทราบและเห็น สัมผัสพระองค์ท่านได้ แต่เชื่อไหม คือหนูเป็นเด็กรุ่นใหม่พอได้เห็นได้ยินเรื่องราวของพระองค์ท่านแล้วน้ำตามันไหลออกมาเลย พอช่วงนี้เราก็จะได้รู้เรื่องราวของพระองค์ท่านมากมายทุกช่องทาง พระองค์ทำมาเยอะมากๆ สะพานที่ข้าม น้ำที่ไม่ท่วม ป่าที่อุดมสมบูรณ์ คือพระองค์ท่านทำมาเยอะมากๆ หนูมานั่งบอกตัวเองว่า ทำไมนะตอนที่พระองค์มีพระชนม์ชีพอยู่ ทำไมเราไม่ศึกษาเรื่องราวพระองค์ท่านอย่างนี้ นึกแล้วหัวใจมันยิ่งเศร้านะ พอวันนี้พระองค์จากพวกเราไปแล้ว หนูก็จะทำหน้าที่ ในฐานะเป็นนักแสดงเป็นกระบอกเสียง ที่เป็นคนรุ่นใหม่บอกต่อๆกันไปถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ทำอะไรมาบ้าง หนูอยากให้คนรุ่นใหม่ได้ซึมซับเรื่องราวของเพราะองค์ท่านจริงๆ" เก้ากล่าวทิ้งท้ายพร้อมน้ำตา



