บันเทิง

จอแก้ว ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง จากฟ้าสู่ดิน

จอแก้ว ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง จากฟ้าสู่ดิน

30 ต.ค. 2559

'เกิดเป็นลูกชาวนา แต่กลับต้องมาซื้อข้าวกิน มันน่าเจ็บใจหลาย , เฮาบ่มีทางเลือกแล้ว บ่มีไผช่วยเฮาได้ดอก, ต้องมีซิแม่ เทวดาเพิ่นบ่ทิ้งคนจนอย่างเฮาดอก'

โดย … พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
รับชมได้ในช่วง หนังสั้น เนชั่น ทีวี ช่อง 22 เวลา 11.30 น. และ 23.30 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 23.00 น.

นำแสดง
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง รับบท สมหวัง 
กุณกนิช คุ้มครอง รับบท คำปอง
พิมพ์พรรณ บูรณะพิมพ์ รับบท คำแปง

    “ภาพที่พวกเราเห็นมาตลอดคือ พระองค์ทรงเป็น ในหลวงเพียงองค์เดียวในโลกที่พายเรืออยู่ในน้ำ เป็นกษัตริย์องค์เดียวที่อยู่ในนา เดินตากฝน เดินป่า ผมว่าไม่ต้องเป็นกษัตริย์หรอก แค่เป็นคนธรรมดาที่มี เงินสัก 100 ล้าน ก็ไม่คิดจะมาทำตัวอย่างนี้แน่นอน แล้วคนที่ด่าท่านล่ะ ทำอะไรให้กับแผ่นดินบ้าง จำได้ว่าพอ ผมลืมตามาก็เห็นบ้านหลังนี้สงบสุขแล้ว ก่อนที่บ้านเมืองนี้ จะสงบ กษัตริย์ทุกพระองค์ต้องออกรบมา เพราะฉะนั้นอย่าปฏิเสธว่าที่นี่คือบ้านท่าน และพวกเราคือผู้อาศัย” พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง 

จอแก้ว ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง จากฟ้าสู่ดิน

เรื่องย่อ 
    เป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับ ชีวิตของชาวนาครอบครัวหนึ่งที่อยู่ในช่วงเวลาที่ตกยาก มีตัวละครที่ชื่อสมหวัง (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) เป็นตัวเดินเรื่อง เป็นหัวหน้าครอบครัว และมีหน้าที่ตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างภายในบ้าน สมหวังนั้นรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง นาข้าวของเขาไม่สามารถที่จะเก็ยเกี่ยวได้ สาเหตุเกิดจากเพลี้ยน้ำตาลระบาดหลังจาก ที่น้ำท่วม ทำให้นาข้าวที่ปลูกอยู่นั้นไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ 
    เพื่อนบ้านที่เคยเป็นชาวนาแบบสมหวัง แต่ก็ต้องจำใจไปออกหางานทำที่ในเมือง สมหวังรู้สึกสมเพชตนเองที่เป็นชาวนาแท้ๆ แต่กลับมีข้าวไม่พอกินภายในครอบครัว ในที่สุดสมหวังจึงตัดสินใจติดป้ายประกาศขายที่นา เพราะความจำเป็น บรรยากาศแห่งความเศร้าภายในครอบครัว ที่สมหวังสัญญากับลูกชายว่า ในอนาคตจะยกที่นาให้ทำต่อแทนพ่อเมื่อโตขึ้น แต่ความฝันนั้นก็เริ่มจะไม่เป็นจริงขึ้นมา หลังจากนั้นสมหวังจึงออกไปหางานทำที่กรุงเทพฯ โดยมีเงินติดตัวที่ได้จากการขายเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน สมหวังเป็นคนขยันขันแข็ง ทำงานด้วยความตั้งใจ และยังรับทำงานโอทีเพิ่มนอกเวลา ในบรรดาเพื่อนคนงานอื่นๆ เขาเป็นคนที่ไม่สังสรรค์ และไม่เล่นการพนัน และเมื่อสิ้นเดือนเป็นเวลาที่เงินเดือนออก แต่เขากับถูกนายจ้างโกงเงิน ไม่ยอมจ่ายเงินให้เต็มจำนวน ทั้งค่าโอทีและค่าแรง ทำให้สมหวังรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก และในขณะเดียวกันก็มีนายหน้าคนหนึ่งจะมาขอซื้อที่นาของสมหวังด้วย

จอแก้ว ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง จากฟ้าสู่ดิน
    ต่อจากนั้นไม่นานสมหวังก็ต้องติดร่างแหไปด้วย ด้วยคดีเล่นการพนันทั้งที่จริงแล้วเขาไม่ได้เล่นเลย ระหว่างอยู่ในห้องขัง เขาได้ข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ มายังท้องนาหมู่บ้านของสมหวัง หลังจากนั้นเขาก็เข้าใจเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคิดขึ้นมา สมหวังจึงมีกำลังใจและตัดสินใจกลับบ้าน เลิกขายที่นาและตัดสินใจใช้วิธีเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นหลักในการใช้ชีวิตต่อไป

จอแก้ว ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง จากฟ้าสู่ดิน

ความรู้สึกจากผู้กำกับภาพยนตร์ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
    ในช่วงวิกฤตทางการเมืองในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2548 -2550 “อ๊อฟ” พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เป็นบุคคลหนึ่งที่เคยขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับ “ตั้ว” ศรัณยู วงศ์กระจ่าง และวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2553 เขาได้ฉายภาพ “พ่อหลวง” ผ่านวลี “ ที่นี่คือ แผ่นดินของพ่อ” บนเวทีการตัดสินรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 1 และนั่นไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า เขาคือบุคคลที่มีความสำคัญและอยู่ในความทรงจำของเดือนพฤษภาคม 2553 

จอแก้ว ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง จากฟ้าสู่ดิน
    เรื่องนี้เป็นเรื่องชาวนาครับ เพราะว่าชาวนาเราตัวเล็กๆ จนและไม่มีจะกิน ทั้งๆ ที่เรารู้สึกว่ามันน่าสังเวชมาก ถ้าเกิดอาชีพที่ถูกเรียกว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ต้องเป็นอาชีพที่จะต้องล่มสลายเป็นอันดับแรก คือไม่อยากด่าคนนะ แต่มันเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครสนใจดูแล มีอยู่แค่พระองค์เดียวคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญและคิดมา 60 กว่าปีแล้วนะ ที่พระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อที่จะดูแลชาวนาของเรา รัฐบาลทุกยุคไม่เคยใส่ใจ มีแต่ปากที่พูดว่าจะดูแล แต่สุดท้ายจริงๆ มันไม่ได้อะไรเลย … สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ด้วยพระบารมีของพระองค์ท่าน ด้วยความรู้สึกที่ทุกคนมีต่อพระองค์ท่านในลักษณะเดียวกัน ในจุดเดียวกัน คือความเคารพและความรัก และการมองเห็นสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำให้แก่ประเทศชาติ …" พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง กล่าวแสดงความเห็น

จอแก้ว ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ เรื่อง จากฟ้าสู่ดิน
    พงษ์พัฒน์เลือกนำเสนอชีวิตจริง ของชาวนา ซึ่งเราถือกันว่ามีความสำคัญขนาดยกให้เป็น กระดูกสันหลังของชาต แต่พวกเขากลับมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นลำเค็ญ  ท่ามกลางกระแสทุนที่เชี่ยวกรากช่องว่างระหว่างเกษตรกรรายได้ต่ำกับเจ้าของทุนรายใหญ่ ถูกถ่างให้กว้างขึ้น ความไม่เท่าเทียมที่สาหัสขึ้นเรื่อยๆ เกิดโดยตัวระบบเศรษฐกิจ หลายกรณีจึงไม่ผิดต่อข้อกฏหมาย แต่ก็ไร้ซึ่งมนุษยธรรม จริยธรรมและสามัญสำนึก ท่ามกลางความสิ้นหวังของสภาพสังคม ที่พงษ์พัฒน์ นำเสนออย่างบีบคั้นมากขึ้นเรื่อยๆ  การตรากตรำ ทรงงานอย่างหนักของพระองค์ส่งผลสัมฤทธิ์เป็นโครงการหลวงในพระราชดำรินับพันโครงการ ซึ่งล้วนมีจุดมุ่งหมายหลักเพียงอย่างเดียวคือช่วยเหลือประชาชนของพระองค์ และที่สำคัญ การช่วยเหลือของในหลวงเป็นการช่วยเหลืออย่างยั่งยืน 
    แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่จากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในพระราชดำริที่พงพัฒน์หยิบมาใช้ในภาพยนตร์ เพื่อแสดงเป็นตัวอย่างถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ “ผมยังเชื่อในความเป็นคนไทย และเชื่อว่าสุดท้ายคนไทยรักกัน”