
เปิดใจ 'เอกกี้' เตรียมย้ายอยู่บ้านใหม่ ปลูกผัก 'ตามรอยพ่อ'
“เอกกี้” เอกชัย ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต เพื่อเดินตามรอยพ่อ ด้วยการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง หลังเตรียมย้ายเข้าบ้านใหม่ ปลูกผัก เลี้ยงปลา พร้อมดูแลพ่อแม่มากขึ้น
ก่อนหน้านี้โพสต์ภาพบ้านที่กำลังก่อสร้างที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์ กระทั่งล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ “เอกกี้” เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ ก็ได้โพสต์ภาพตัวเองกำลังเก็บของใส่ลังขณะอยู่คอนโดลงในไอจีส่วนตัว พร้อมเขียนข้อความบรรยายด้วยว่า “เตรียมตัวเก็บของเพื่อย้ายกลับไปอยู่บ้านเดือนหน้า ผมคิดไว้ว่าจะเลี้ยงปลา ปลูกพืชผักมุมเล็กๆ ไว้ทานเอง ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่บ่น ไม่วีน เปลี่ยนมุมมองบางอย่างในชีวิตใหม่ #พอเพียง”
นอกจากนี้ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอ ขณะขับรถโดยมีแม่นั่งอยู่ด้วย พร้อมเขียนบรรยาใต้คลิปนี้ว่า “ความกตัญญูต่อพ่อแม่ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ในช่วงชีวิตหนึ่ง ผมเคยละเลยพวกเขา แต่ผมก็มาคิดได้ตั้งแต่ที่ท่านทั้งสองไม่ค่อยสบาย เรามีพ่อแม่ได้คนเดียวในชีวิต ลองถามตัวเองกันดูนะครับทุกวันนี้ เรามีเวลาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับท่านอาทิตย์ละกี่มื้อ ? เดือนๆ หนึ่งเราให้เงินพ่อแม่บ้างไหม ? หรือนึกถึงแต่ความจำเป็นของตัวเอง #ตามรอยเท้าพ่อ #ปรับเปลี่ยนชีวิต #ความจริงที่บางคนอาจลืมแบบไม่ตั้งใจ #หาแสนให้สี่พันหรือหาแสนให้ห้าหมื่น #ตัวคุณๆ รู้ดีนะครับ”
ล่าสุดผู้สื่อข่าว คมชัดลึก เลยสายตรงพูดคุยกับเอกกี้ถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิต เพื่อตามรอยพ่อ โดยเอกกี้เผยให้ฟังดังนี้
“ตอนนี้ทำบ้านใกล้เสร็จแล้ว จะย้ายไปอยู่บ้านใหม่ในเดือนหน้า บ้านในกรุงเทพฯ นี่ล่ะ แต่พอมีข่าวออกไปทุกคนเข้าใจว่าต่างจังหวัด แล้วคิดว่าเราจะลาวงการ เปล่าเลยนะ เรายังทำงานนะ ต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ คือบ้านใหม่ที่จะไปอยู่ คือเดิมที พื้นที่หลังบ้านจะทำเป็นที่นั่ง ก็ไม่เอาแล้ว เราจะปรับพื้นที่หลังบ้าน อาจจะไม่ได้เยอะ คือปลูกพริก มะนาว พีชผักที่เราใช้ทำกับข้าวบ่อย เราถามแม่แล้วว่าแม่อยากปลูกอะไร แม่ก็บอกว่า มะนาว พริก หรืออาจจะผักที่เราใช้บ่อยๆ ในพื้นที่เล็กๆ ของเรา เราลองทำดูในสิ่งที่เราอยากทำ อยากสัมผัสว่าจะปลูก แล้วก็มีเลี้ยงปลาด้วย คือในบ้านก็ไม่ได้มีบ่อใหญ่มากอะไรหรอก แล้วก็จะกลับไปอยู่บ้านหลักๆ แต่พ่อแม่ต้องอยู่คอนโดด้วย เพราะพ่อต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลวันเว้นวันอยู่แล้ว ก็ต้องสลับกันอยู่บ้าน 4 วันอะไรแบบนี้ คืออยู่กับท่านให้มากขึ้น นี่คือความตั้งใจของเราอยู่แล้ว ผมตั้งใจให้พ่อกับแม่อยู่ที่บ้านหลังนี้อยู่แล้ว แต่ต้องลองดูว่าเขาสะดวกอยู่คอนโดด้วย บ้านด้วยมั้ย เดี๋ยวให้เขาลองดู เราคุยกันมาตลอด” เอกกี้กล่าว
ถามต่อว่ารู้สึกอย่างไรที่คนชื่นชมว่า ใช้ชีวิตพอเพียงตามรอยพ่อ พิธีกรชื่อดังเผยว่า “เรารู้สึกดีใจ ที่เข้าใจในเจตนา ทุกคนได้ฉุกคิดในสิ่งที่เราตั้งใจในเจตนา หันกลับมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ หันมาดูแลให้กับเวลากับท่านบ้าง รวมไปถึงการใช้ชีวิตพอเพียง มีเท่าไหร่ไม่ต้องใช้เกินตัว เอาเท่าที่เราไหว ไม่ต้องเป็นหนี้ พยายามปลดหนี้ให้เร็วที่สุด เป็นความตั้งใจของเราอยู่แล้ว สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ คือมันต้องเริ่มมาจากตัวเรา ถ้าเราทำได้ปุ๊บ เราก็เผื่อแผ่ เราสามารถให้อะไรบวกๆ กับคนรอบข้างได้ โดยที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้ว คือเราชอบอะไรที่เป็นบวกๆ อยู่แล้ว ในสิ่งที่เราเริ่มต้นทำแล้ว เราอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า เออ... เฮ้ย เรายังทำได้เลยนะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เลยคิดว่าคนที่เข้ามาอ่านน่าจะได้อะไรบวกๆ จากตรงนี้”
เอกกี้ยังเผยให้ฟังต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้เริ่มต้นเรื่องอารมณ์ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นในหลวงโกรธเลย จึงเริ่มต้นด้วยการไปไหนมาไหนยิ้มตลอด เพราะที่ผ่านมาอาจจะทำหน้านิ่งๆ บ้าง เลยได้ลองทำด้วยการยิ้มให้ทุกคน
“ลองทำแล้ว มันมีความสุขจริงๆ อย่างเรื่องการขับรถ ใครจะแซงให้เขาไปเลย เราอาจจะไม่รู้เหตุผลว่าเขาขับไปเพราะอะไร แต่เราทำทุกอย่างให้บวกขึ้น แล้วมันมีความสุขจริงๆ คือก็ตามรอยพระราชดำริของพระองค์ท่าน ตอนนี้เราต้องรักกัน เพื่อให้พ่อหลวงหมดห่วง ผมคิดแค่นี้”
ถามต่อว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาเคยได้ถวายงาน หรือเห็นพระพักตร์ในหลวงรัชกาลที่ 9 บ้างหรือไม่ พิธีกรชื่อ ดังเผย ว่าไม่เคยถวายงานพระองค์ท่าน
“ถามว่าเคยเห็นพระพักตร์ท่านมั้ย คือเหมือนจะเคย แต่เด็กมากๆ สมัยเรียนประถม เป็นช่วงที่จำความไม่ได้แม่นยำ เหมือนคลับคล้ายคลับคลา ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเหมือนเคยได้เจอพระองค์ท่าน และพระราชินี แต่มันลางๆ มาก เพราะตอนนั้นยังเด็กมาก เคยถามพ่อกับแม่เหมือนกัน ซึ่งพ่อกับแม่บอกว่าเหมือนว่าเป็นงานที่วงเวียนใหญ่ ตอนนั้นเราเด็กมากจริงๆ น่าจะ 35 ปีขึ้น” เอกกี้กล่าวทิ้งท้าย



