
พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลก
พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
พสกนิกรชาวไทยต่างทราบกันดีถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากพวกเราคุ้นเคยกับภาพที่พระองค์ทรงเครื่องดนตรีหลากชนิดกันมาตลอด ทั้งเครื่องลมอย่าง แซกโซโฟน คลาริเนต เครื่องทองเหลืองอย่าง ทรัมเปต รวมทั้งเปียโน และกีตาร์ แถมยังทรงประพันธ์บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่แสนจะไพเราะเอาไว้อีกนับสิบเพลง
เท่านั้นยังไม่พอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชยังทรงใช้พระอัจฉริยภาพทางดนตรีเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร สร้างสายสัมพันธ์ทางการทูต และสร้างมิตรภาพระหว่างเสด็จฯ เยือนนานาอารยประเทศ จนทำให้ชาวต่างชาติยอมรับและพากันเรียกขานพระองค์ว่า The Jazz King กันอย่างติดปาก
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ระหว่างที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการในปี 2502 นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปรับด้วยพระองค์เองที่สนามบินดอนเมือง และระหว่างที่รอเครื่องบินลงจอดราว 10 นาทีเท่านั้น พระองค์ทรงประพันธ์บทเพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra ขึ้นเพื่อต้อนรับเจ้าหญิง โดยทรงประพันธ์ทำนองเพลงเสร็จภายในเวลาไม่กี่นาที จากนั้นทรงส่งโน้ตให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์เนื้อร้องให้ทำนองเพลงนั้น
บทเพลงพระราชนิพนธ์นี้ ถูกอัญเชิญไปบรรเลงต่อหน้าพระพักตร์ของเจ้าหญิงอเล็กซานดรา และคณะผู้ติดตามในงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจัดขึ้น ซึ่งการแสดงอันไพเราะท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีมิตรภาพของฝ่ายไทยได้สร้างความประทับใจให้พระราชอาคันตุกะกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก
Alexandra
Welcome to thee
Here in this land of sunshine and of flowers
May ye be blessed by the blessing
That has made our country happy
ทรงร่วมแจมเพลงแจ๊สกับนักดนตรีระดับโลก
ระหว่างเสด็จฯ เยือนประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการถึง 1 เดือน ในปี 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็สบพระโอกาสที่จะนำอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์มาใช้เป็นเครื่องมือสานสัมพันธ์ทางการทูต โดยในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำที่นายวิลเลียม ควินน์ ผู้ว่าการรัฐฮาวายในขณะนั้นจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระองค์ท่านที่ “วอชิงตัน พาเลซ” ในเมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถูกเจ้าภาพรวมถึงนักดนตรีและแขกผู้มีเกียรติคะยั้นคะยอให้ทรงดนตรีในงาน ซึ่งพระองค์ท่านก็เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปทรงคลาริเนตร่วมกับวง Kenny Alford and His Dixie Cats จนได้รับเสียงปรบมือกลับมาอย่างกึกก้อง
พอเสด็จพระราชดำเนินเยือนนิวยอร์กในคราวเดียวกันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ไปยังอพาร์ต์เมนต์ของ “เบนนี กู๊ดแมน” นักดนตรีแจ๊สชื่อดังที่ได้รับสมญาว่า “ราชาเพลงแจ๊ส” และทรงดนตรีร่วมกับเบนนี กู๊ดแมน รวมไปถึงนักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงอีกมากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น จีน ครูปา, เท็ดดี วิลสัน, เออร์บี กรีน, โจนาห์ โจนส์ และเรด นอร์โว อย่างทรงพระเกษมสำราญเป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง
สถาบันการดนตรีเวียนนาเชิดชูพระเกียรติ
ปี 2507 ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐออสเตรียอย่างเป็นทางการ วงออเคสตรา Tonk?nstler-Orchester Nieder?sterreich ได้เชิดชูเกียรติของพระองค์ด้วยการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ไปบรรเลงที่คอนเสิร์ตฮอลล์ในกรุงเวียนนา
ไม่ใช่แค่นั้น วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2507 สถาบันการดนตรีและศิลปะการแสดงแห่งกรุงเวียนนา Die Akademic fur Musik und Darstellende Kunst in Wien (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า Hochschule fur Musik und Darstellende Kunst in Wien) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายประกาศนียบัตรเกียรติคุณชั้นสูงแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์หมายเลข 23 และจารึกพระปรมาภิไธยลงบนแผ่นหินสลักของสถาบัน นับได้ว่าทรงเป็นชาวเอเชียพระองค์แรกที่ได้รับเกียรติให้ทรงเป็นสมาชิกของสถาบันแห่งนี้
ในคราวนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบเป็นภาษาเยอรมัน (ต่อมา ม.ล.เดช สนิทวงศ์ ได้แปลและถ่ายทอดเป็นภาษาไทย) กล่าวถึงความสำคัญของดนตรีว่า
".......ดนตรีทุกชนิดเป็นศิลปะที่สำคัญอย่างหนึ่ง มนุษย์เกือบทั้งหมดชอบ และรู้จักดนตรี ตั้งแต่เยาว์วัยคนเริ่มรู้จักดนตรีบ้างแล้ว ความรอบรู้ทางดนตรีอย่างกว้างขวางย่อมขึ้นกับเชาวน์ และสามารถในการแสดงของแต่ละคน อาศัยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่า ในระหว่างศิลปะนานาชนิด ดนตรีเป็นศิลปะที่แพร่หลายกว่าศิลปะอื่นๆ และมีความสำคัญในด้านการศึกษาของประชาชนทุกประเทศด้วย.........."
พระอัจฉริยภาพด้านดนตรีขจรขจายไปทั่วโลก
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชื่อเสียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะขจรขจายไปในต่างแดน ในฐานะของนักดนตรีผู้ทรงอัจฉริยภาพ ซึ่งหากไปสืบค้นข้อมูลในกูเกิลก็จะพบคำว่า The Jazz King ขึ้นมาควบคู่กับพระนามของพระองค์เสมอ
ที่สำคัญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ไม่ได้แพร่หลายแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับการอัญเชิญจากวงออเคสตราระดับโลกไปบรรเลงในงานคอนเสิร์ตซึ่งจัดขึ้นในวาระสำคัญต่างๆ มากมาย โดยวงที่นำไปบรรเลงก็มี อาทิ วงแมดริด คลาสสิคัล ออเคสตราของสเปน วงเอ็นเอชเค แบนด์ ของญี่ปุ่น หรือแม้แต่โรงละครบรอดเวย์หลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกาก็อัญเชิญไปบรรเลงเช่นกัน
สาเหตุที่บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลกนี้ก็สืบเนื่องมาจากพระอัจฉริยภาพ และความหลงใหลในดนตรีของพระองค์ท่านนั่นเอง ดังที่มีกระแสพระราชดำรัสเอาไว้ระหว่างพระราชทานให้สัมภาษณ์แก่วิทยุเสียงอเมริกาเมื่อคราวที่เสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกา ในปี 2503 ว่า
...ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊สหรือไม่แจ๊สก็ตามดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเราสำหรับข้าพเจ้า..ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงามและทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภทเพราะว่าดนตรีแต่ละประเภทต่างก็มีความเหมาะสมตามแต่โอกาส และอารมณ์ที่แตกต่างกันไป...



