บันเทิง

พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลก

พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลก

17 ต.ค. 2559

พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

 

          พสกนิกรชาวไทยต่างทราบกันดีถึงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากพวกเราคุ้นเคยกับภาพที่พระองค์ทรงเครื่องดนตรีหลากชนิดกันมาตลอด ทั้งเครื่องลมอย่าง แซกโซโฟน คลาริเนต เครื่องทองเหลืองอย่าง ทรัมเปต รวมทั้งเปียโน และกีตาร์ แถมยังทรงประพันธ์บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่แสนจะไพเราะเอาไว้อีกนับสิบเพลง

          เท่านั้นยังไม่พอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชยังทรงใช้พระอัจฉริยภาพทางดนตรีเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร สร้างสายสัมพันธ์ทางการทูต และสร้างมิตรภาพระหว่างเสด็จฯ เยือนนานาอารยประเทศ จนทำให้ชาวต่างชาติยอมรับและพากันเรียกขานพระองค์ว่า The Jazz King กันอย่างติดปาก

          ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ระหว่างที่เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเคนท์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการในปี 2502 นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปรับด้วยพระองค์เองที่สนามบินดอนเมือง และระหว่างที่รอเครื่องบินลงจอดราว 10 นาทีเท่านั้น พระองค์ทรงประพันธ์บทเพลงพระราชนิพนธ์ Alexandra ขึ้นเพื่อต้อนรับเจ้าหญิง โดยทรงประพันธ์ทำนองเพลงเสร็จภายในเวลาไม่กี่นาที จากนั้นทรงส่งโน้ตให้หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ประพันธ์เนื้อร้องให้ทำนองเพลงนั้น

 

พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลก

 

          บทเพลงพระราชนิพนธ์นี้ ถูกอัญเชิญไปบรรเลงต่อหน้าพระพักตร์ของเจ้าหญิงอเล็กซานดรา และคณะผู้ติดตามในงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจัดขึ้น ซึ่งการแสดงอันไพเราะท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น และมีมิตรภาพของฝ่ายไทยได้สร้างความประทับใจให้พระราชอาคันตุกะกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก
 

Alexandra
Welcome to thee
Here in this land of sunshine and of flowers
May ye be blessed by the blessing
That has made our country happy
 
          ทรงร่วมแจมเพลงแจ๊สกับนักดนตรีระดับโลก

          ระหว่างเสด็จฯ เยือนประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการถึง 1 เดือน ในปี 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็สบพระโอกาสที่จะนำอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์มาใช้เป็นเครื่องมือสานสัมพันธ์ทางการทูต โดยในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำที่นายวิลเลียม ควินน์ ผู้ว่าการรัฐฮาวายในขณะนั้นจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระองค์ท่านที่ “วอชิงตัน พาเลซ” ในเมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถูกเจ้าภาพรวมถึงนักดนตรีและแขกผู้มีเกียรติคะยั้นคะยอให้ทรงดนตรีในงาน ซึ่งพระองค์ท่านก็เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปทรงคลาริเนตร่วมกับวง Kenny Alford and His Dixie Cats จนได้รับเสียงปรบมือกลับมาอย่างกึกก้อง

 

พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลก

 

          พอเสด็จพระราชดำเนินเยือนนิวยอร์กในคราวเดียวกันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ไปยังอพาร์ต์เมนต์ของ “เบนนี กู๊ดแมน” นักดนตรีแจ๊สชื่อดังที่ได้รับสมญาว่า “ราชาเพลงแจ๊ส” และทรงดนตรีร่วมกับเบนนี กู๊ดแมน รวมไปถึงนักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงอีกมากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น จีน ครูปา, เท็ดดี วิลสัน, เออร์บี กรีน, โจนาห์ โจนส์ และเรด นอร์โว อย่างทรงพระเกษมสำราญเป็นเวลานานถึง 2 ชั่วโมง
 
          สถาบันการดนตรีเวียนนาเชิดชูพระเกียรติ
          ปี 2507 ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐออสเตรียอย่างเป็นทางการ วงออเคสตรา Tonk?nstler-Orchester Nieder?sterreich ได้เชิดชูเกียรติของพระองค์ด้วยการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ไปบรรเลงที่คอนเสิร์ตฮอลล์ในกรุงเวียนนา

          ไม่ใช่แค่นั้น วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2507 สถาบันการดนตรีและศิลปะการแสดงแห่งกรุงเวียนนา Die Akademic fur Musik und Darstellende Kunst in Wien (ปัจจุบันใช้ชื่อว่า Hochschule fur Musik und Darstellende Kunst in Wien) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายประกาศนียบัตรเกียรติคุณชั้นสูงแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์หมายเลข 23 และจารึกพระปรมาภิไธยลงบนแผ่นหินสลักของสถาบัน นับได้ว่าทรงเป็นชาวเอเชียพระองค์แรกที่ได้รับเกียรติให้ทรงเป็นสมาชิกของสถาบันแห่งนี้

 

พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลก

 

          ในคราวนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบเป็นภาษาเยอรมัน (ต่อมา ม.ล.เดช สนิทวงศ์ ได้แปลและถ่ายทอดเป็นภาษาไทย) กล่าวถึงความสำคัญของดนตรีว่า

          ".......ดนตรีทุกชนิดเป็นศิลปะที่สำคัญอย่างหนึ่ง มนุษย์เกือบทั้งหมดชอบ และรู้จักดนตรี ตั้งแต่เยาว์วัยคนเริ่มรู้จักดนตรีบ้างแล้ว ความรอบรู้ทางดนตรีอย่างกว้างขวางย่อมขึ้นกับเชาวน์ และสามารถในการแสดงของแต่ละคน อาศัยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่า ในระหว่างศิลปะนานาชนิด ดนตรีเป็นศิลปะที่แพร่หลายกว่าศิลปะอื่นๆ และมีความสำคัญในด้านการศึกษาของประชาชนทุกประเทศด้วย.........."
 
          พระอัจฉริยภาพด้านดนตรีขจรขจายไปทั่วโลก
          จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชื่อเสียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะขจรขจายไปในต่างแดน ในฐานะของนักดนตรีผู้ทรงอัจฉริยภาพ ซึ่งหากไปสืบค้นข้อมูลในกูเกิลก็จะพบคำว่า The Jazz King ขึ้นมาควบคู่กับพระนามของพระองค์เสมอ

          ที่สำคัญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ไม่ได้แพร่หลายแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับการอัญเชิญจากวงออเคสตราระดับโลกไปบรรเลงในงานคอนเสิร์ตซึ่งจัดขึ้นในวาระสำคัญต่างๆ มากมาย โดยวงที่นำไปบรรเลงก็มี อาทิ วงแมดริด คลาสสิคัล ออเคสตราของสเปน วงเอ็นเอชเค แบนด์ ของญี่ปุ่น หรือแม้แต่โรงละครบรอดเวย์หลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกาก็อัญเชิญไปบรรเลงเช่นกัน

 

พระอัจฉริยภาพทางดนตรี:เครื่องมือสานสัมพันธ์กับทั่วโลก

 

          สาเหตุที่บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลกนี้ก็สืบเนื่องมาจากพระอัจฉริยภาพ และความหลงใหลในดนตรีของพระองค์ท่านนั่นเอง ดังที่มีกระแสพระราชดำรัสเอาไว้ระหว่างพระราชทานให้สัมภาษณ์แก่วิทยุเสียงอเมริกาเมื่อคราวที่เสด็จฯ เยือนสหรัฐอเมริกา ในปี 2503 ว่า

          ...ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊สหรือไม่แจ๊สก็ตามดนตรีล้วนอยู่ในตัวคนทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเราสำหรับข้าพเจ้า..ดนตรีคือสิ่งประณีตงดงามและทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภทเพราะว่าดนตรีแต่ละประเภทต่างก็มีความเหมาะสมตามแต่โอกาส และอารมณ์ที่แตกต่างกันไป...