บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - วิสัยทัศน์ "ผู้นำ"

มองผ่านเลนส์คม - วิสัยทัศน์ "ผู้นำ"

18 ส.ค. 2552

มีโอกาสร่วมงานฟัง "ดินเนอร์ทอล์ก" หรือปาฐกถาสัมมาชีพครั้งที่ 1 โดย บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เมื่อวันก่อน

 ถือว่าได้รับประสบการณ์ตรงที่หาฟังได้ยาก จึงอยากเล่าสู่กันฟัง
 คนวัย 72 ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจมาตั้งแต่เกิด วันนี้สมองยังจำทุกเรื่องราวได้อย่างดี
 โดยเฉพาะการบริหารเครือสหพัฒน์ ต่อจากรุ่นนายห้างเทียม โชควัฒนา  
 เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ "ผู้นำรุ่นสอง" แต่เขาตั้งปณิธานไว้ว่า "ชีวิตนี้เป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นหนึ่ง" ตามชื่อของหนังสือ ที่เปิดตัวในโอกาสเดียวกันนี้  
 แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ บางครั้งเฟื่องฟู บางครั้งก็เจอมรสุม
 น่าแปลกที่เขามักจะบอกเล่าความล้มเหลวให้ทุกคนฟังอย่างไม่อาย เพราะคิดว่านี่คือบทเรียนที่จะเป็นต้นทุนให้คนอื่นได้เรียนรู้    

 อย่างวันนี้ เขามาพูดในหัวข้อ "จากเอสเอ็มอี สู่อาณาจักรแสนล้าน" ให้แก่คนหลายระดับ ทั้งนักการเมือง นักบริหาร นักธุรกิจ ผู้ประกอบการรายย่อย แม้จะออกตัวว่าไม่ได้ร่ำเรียนสูงอะไร แต่คิดว่าประสบการณ์บอกเล่ากันได้

 คุณบุณยสิทธิ์ พูดถึงหลักการทำงานอย่างน่าสนใจว่า...
 เอสเอ็มอีเมืองไทยที่ประสบปัญหา เพราะชอบทำธุรกิจใหญ่ แต่จริงๆ แล้ว ควรต้องเริ่มจากเล็กๆ ทดลองทำก่อน ถ้าสำเร็จแล้วค่อยขยายต่อ รวมทั้งส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดคน และขาดเงิน  

 ที่ฟังแล้วประทับใจคือ การแก้ปัญหาช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งหลายบริษัทใช้วิธีโละต้นทุน ซึ่งง่ายที่สุด คือการ "ลดคน" !

 แต่ไม่เคยได้ยินว่าเครือสหพัฒน์จะปลดพนักงาน หรือเออร์ลี่รีไทร์
 เพราะคุณบุณยสิทธิ์ คิดว่า "บุคลากร" คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด นี่คือสิ่งที่น่านับถือ  
 เขายังพูดถึงการทำธุรกิจว่าเหมือนกับการเล่นโกะ หรือหมากล้อม ต้องมีการวางแผน และเดินเกมอย่างรัดกุม

 แม้แต่ความชื่นชอบในกิจกรรมหวาดเสียวอย่างการขับเครื่องบินเล็ก เขาก็หาเหตุผลให้ได้อย่างเหลือเชื่อว่า นี่แหละที่สอนให้เขาเรียนรู้ระบบและกลไกของธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ฉะนั้นจึงต้องพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอ  

 อย่างนี้จึงเชื่อได้ไม่ยากว่า ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงนำเทคโนโลยีอย่างคอมพิวเตอร์มาใช้ในอุตสาหกรรมเมื่อกว่า 30 ปีก่อน

 ทุกช่วงชีวิตของเขาจึงเต็มไปด้วยกรณีศึกษา ทั้งปรัชญาการค้าและปรัชญาชีวิตที่เรียบง่าย         
 สมแล้วที่ครั้งหนึ่งคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เคยบอกไว้ว่า "สหพัฒน์" มีกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใคร คือ "โตแล้วแตก แตกแล้วโต" การสืบรุ่นจึงมีแต่เจริญก้าวหน้า

 คุณบุณยสิทธิ์ บอกทิ้งท้าย (แบบเรียกเสียงฮาครืนใหญ่) ว่าความสำเร็จในวันนี้ ต้องยกให้คุณปู่ ถ้าเมื่อกว่า 100 ปีก่อน คุณปู่ไม่หลงเอาเรือไปลงเวียดนาม แทนที่จะเลือกมาที่เมืองไทยป่านนี้คงไม่มีสหพัฒน์แล้ว...

 เป็นดินเนอร์ทอล์กที่สนุกมาก ไม่มีสคริปต์ ไม่มีบทต้องดู นับเป็นการเดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรกของคนวัยกว่า 70 ที่ได้รับเสียงปรบมือด้วยความเต็มใจ อย่างนี้จึงไม่น่ามีใครต่อว่า--ว่าทำไมถึงต้องเขียนถึงเขา!

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"