บันเทิง

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง!

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง!

12 ต.ค. 2559

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง! : ลูกทุ่ง

 

          “อาร์สยาม” เปิดสูตรธุรกิจเพลงใหม่แบบรัดเข็มขัด แก้ปัญหานักร้องรอคิวนานล้นค่าย ใครอยากออกซิงเกิ้ลเร็วต้องลงทุนเอง ยันอาร์เอสไม่ได้ถูกเทกโอเวอร์ ปีนี้คาดธุรกิจเพลงกำไร 100 ล้าน

 

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง!

 

          ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัทอาร์สยาม เปิดใจครั้งแรกกับทีมข่าวบันเทิง "คม ชัด ลึก” ระหว่างนำนักร้องร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคีที่วัดคุ้งตำหนัก จ.เพชรบุรี ถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายของบริษัทว่า

 

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง!

 

          “คือนักร้องเราเยอะมาก ทั้งสตริง-ลูกทุ่งประมาณ 200 กว่าคน ถ้าจะใช้งบประมาณบริษัทอย่างเดียวในการออกซิงเกิ้ลให้นักร้องแต่ละคนก็ต้องรอกันนานเป็นปี รายได้ในการผลิตงานเพลงมันหดตัวลง กำลังการผลิตมันก็อาจจะต้องน้อยลงไป ทำให้นักร้องที่เขารอคิวออกเพลง 3-4 ปีได้ 1 ซิงเกิ้ลมันทำให้เขาอึดอัด ฉะนั้นใครที่เชื่อมั่นตัวเองว่าจะเดินสายอาชีพนักร้องที่มันจะคุ้มทุนก็สามารถที่จะออกค่าชิ้นงานเองได้ บางครั้งคุณต้องลงทุนตัวคุณเองด้วย อย่าลืมว่ามันไม่ใช่รายได้บริษัท บริษัทมีสื่อ มีกระบวนการสร้างทุกอย่างตรงนี้ คือสิ่งที่บริษัทต้องลงทุน มันยังไม่มีรายได้อะไร"

 

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง!

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้วิธีนี้เหมือนเป็นการผลักภาระให้นักร้องต้องดิ้นรนเอง ซึ่งตรงกับกระแสข่าวลือภายนอกว่าเร็วๆ นี้อาร์เอสไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องธุรกิจเพลงแล้ว ศุภชัยบอกว่า

          “นักร้องที่ว่าต้องออกเงินเองคือค่าผลิตชิ้นงานบางชิ้น เช่น ค่ามิวสิกวิดีโอ ตัวนักร้องต้องไปประเมินว่า ถ้าจะออกงานจะต้องลงทุนกับตัวเองเท่าไหร่ ซึ่งพอนโยบายนี้ออกมานักร้องส่วนใหญ่ในค่ายก็โอเคประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ คนที่ไม่ตอบรับเขาอาจจะมองว่าเขาลงทุนเองอาจจะไม่คุ้ม เพราะว่าหลายคนที่เข้ามาอยู่กับเรา เป้าหมายอาจไม่ใช่นักร้องอาชีพโดยตรง แต่คนที่ต้องการเดินสายนี้จริงๆ เขาจะต้องรู้แล้วว่า จะลงทุนกับตัวเขายังไง หลายคนชอบนโยบายนี้มากเพราะเขาสามารถกำหนดชีวิตตัวเองได้ เช่น เมื่อก่อนลูกค้าถามตัวนักร้องตลอดว่าคุณจะมีซิงเกิ้ลใหม่เมื่อไหร่ จะรับงานล่วงหน้าสักหน่อย นักร้องตอบไม่ได้เพราะคิวเพียบต้องรอแพลนจากบริษัท แต่นโยบายนี้เขาสามารถตอบได้เพราะเขาเป็นคนกำหนดงานตัวเอง มีนักร้องที่จะออกจากบริษัทประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่านักร้องทุกคนน่าจะโอเค เพราะถ้าคุณออกไปคุณก็ต้องไปจ่ายเงินทำเองอยู่ดี ไม่ได้บีบเพราะเงื่อนไขเป็นไปตามธุรกิจอยู่แล้ว แค่ต้องปรับตัวตามสภาพอุตสาหกรรมเพลงที่เปลี่ยนไป ไม่งั้นเราก็ทำงานลำบาก มันเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อก่อนเราเน้นขายซีดีแต่ทุกวันนี้อาร์เอสไม่ผลิตซีดีขายมา 1 ปีแล้ว"

 

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง!

 

          เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่บอกว่าอาร์เอสถูกบริษัททุนใหญ่เข้ามาเทกกิจการไปบางส่วนเป็นจริงหรือไม่ ผู้บริหารหนุ่มอธิบายกับข่าวนี้ว่า

          “ข่าวมั่วมาก ไม่ได้เป็นความจริงใครล่ะระบุมาเลย มีแค่มาซื้อหุ้น10 เปอร์เซ็นต์ พอราคาดีๆ เขาก็ขายออกไปหมดแล้ว การทำงานเราไม่ได้มีปัญหาอะไร เรามีปัญหาแค่กำลังการผลิตเพลงเราน้อยลง กับจำนวนนักร้องที่ต้องการออกมันมาก ถ้าเราแกะตรงนี้ออกได้ก็สารมถผลิตได้เต็มที่ บางเดือนอาจมีถึง 20 ซิงเกิ้ล นักร้องใหม่ๆ ติดต่อเข้ามาเต็มไปหมดเลย ทุกคนอยากมีผลงานกับอาร์สยามหมด ถ้าใช้ระบบเก่า 5-6 ซิงเกิ้ลต่อเดือน ก็หารกันดูว่าจะถึงรอบตัวเองเมื่อไหร่ แต่ถ้าคุณลงทุนเองคุณอยากออกเมื่อไหร่คุณบอก ต่อไปนี้บริษัทจะวางคร่าวๆ นักร้องจะเป็นผู้กำหนดตัวเองว่าอยากออกซิงเกิ้ลเดือนอะไรมานั่งคุยกัน วันนี้ที่มีนโยบายแบบนี้ออกมาไม่เกี่ยวกับการบริหาร ไม่เกี่ยวกับผู้บริหารมันเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งสิ้นกับยุคสมัยที่เม็ดเงินมันน้อยลง บริษัทก็ต้องไปต่อยอดเรื่องอื่น ซึ่งเราทำโมเดลแบบนี้มานานแล้วจึงไม่ค่อยเดือดร้อน ปีนี้ถ้าพูดถึงธุรกิจเพลงของอาร์สยามน่าจะมีกำไร 100 ล้านบาท”

 

“อาร์สยาม”แก้นักร้องล้นค่ายอยากออกไวควักเงินทำเอง!

 

          ผู้บริหารหนุ่ม กล่าวทิ้งท้ายถึงการโละทีมทำเพลงออกว่า แบกภาระเงินเดือนไม่ได้ หันมาใช้ระบบรับงานฟรีแลนซ์แทน

          “ทีมเพลงก็ไม่ได้เอาออก แต่เปลี่ยนเป็นระบบฟรีแลนซ์ (รับงานอิสระ) คือมันแบกไมได้ในเมื่อบางคนมีผลงานปีหนึ่ง 2-3 เพลงเท่านั้น ยุคซีดีขายได้เยอะเราสามารถเลี้ยงทุกคนได้หมด แต่พอเราเลิกผลิตซีดี รายได้ดาวน์โหลดกำลังจะหมดไปเราก็ต้องไปต่อยอดจากเรื่องอื่นๆ ซึ่งเราไม่สามารถแบบภาระรายจ่ายประจำเดือนได้ รายได้วันนี้ของอาร์สยามไม่ได้มาจากการทำเพลงโดยตรง แต่มาจากการต่อยอดโดยใช้เพลงเข้าไปหาสินค้า เราจึงมีกำไรทุกปี ผมคิดว่าต่อไประยะหนึ่งจำนวนงานเพลงในระบบของเราจะมากขึ้น"