
“เก่ง”เผยได้รับบทเรียนจากความวู่วาม
“เก่ง”ธชย ประทุมวรรณ วอนจบเรื่องดราม่า รับผิดหลังจากใช้อารมณ์ในการสื่อสาร เผยโปรเจกท์ข้าว ขายดีมาก รายได้ส่วนหนึ่งเพื่อไถ่ชีวิตโคกระบือ
เรียกว่าตั้งแต่เอ็มวี “เที่ยวไทยมีเฮ” ได้เผยแพร่ออกไป ทำให้ “เก่ง”ธชย กลายเป็นที่สนใจอย่างมากจากเรื่องราวดราม่าต่างๆ ซึ่งเก่งได้ออกมาชี้แจงเรื่องราวนั้นๆไปพอสมควรแล้ว รวมไปถึงได้แต่งเพลง “ฉ่อย” เหน็บเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดเขาได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษแล้วเช่นกัน ล่าสุดเมื่อได้พบกับ “เก่ง” ในงานแสดงดอกไม้นานาชาติ ครั้งที่ 30 ณ ปาร์ค นายเลิศ จึงต้องถามไถ่ได้ความ
เพลงฉ่อยเป็นเหตุ
“เหตุการณ์ที่มีเรื่องราว ก็ผ่านไปแล้วนะ ตามนั้น(หัวเราะ) มีการชี้แจงรายละเอียดตามที่ได้เห็นในเฟซบุ๊กเลย มันก็สอนหลายๆ อย่างจากเหตุการณ์นี้ อันไหนที่เป็นตัวอย่างที่ดีกับเด็กๆ ก็ให้ดูเอาไว้ อันไหนเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เรื่องอารมณ์ร้อน หรือการใช้วาจาต่างๆ ในการตอบโต้ อันนั้นก็ไม่ดี ตรงนั้นก็ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ก็ขอโทษ เราไม่มีเจตนาว่าถึงครูบาอาจารย์ (ขอจบทุกเรื่องแล้ว) ใช่ ตามนั้นเลย” เก่งตอบอย่างนอบน้อม
ถามถึงซิงเกิลใหม่ “ยาแก้อาย” กระแสออกเป็นอย่างไรบ้าง
"มาดีเลยนะ ก็เป็นครั้งแรก ที่ร่วมงานกับพี่โจ้ โจอี้ บอย ก็สนุกดี ถามว่าคาดหวังยังไง จริงๆ ตอนแรกวางไว้เป็นเพลงตลาด ตัวเพลงสำหรับยอดวิว มันผ่านไปเร็วมากๆ ผ่านไปเร็วกว่าหลายๆ เพลงของเก่ง รู้สึกดีใจ ตอนนี้ปล่อยให้ตัวเพลงทำงานบ้าง เพราะเราก็เริ่มพีอาร์ตามรายการต่างๆ แล้ว (กลัวจะมีดราม่าตามมาอีกไหม)จะมีเพลงหลังจากนี้น่ะสิ (ยิ้ม) ก่อนสิ้นปีมีอีกเพลงหนึ่ง มีใส่ความเป็นไทยอยู่เหมือนกัน หวังว่าจะไม่มีดราม่ามั้ง แต่เดี๋ยวต้องรอดู แต่คงไม่มี เราวางแผนไว้อย่างดี เพลงนั้นเก่งแต่งเองนะ เก่งเขียนเอง เราจงใจใส่ความเป็นไทยเข้าไป เพราะตัวเราบริสุทธิ์ใจ เรารู้ว่าคนแฟนคลับ เรามีเด็กๆ เยอะ การที่เราเล่นความเป็นไทย เด็กๆ ก็อยากฟัง แต่ตัวเราเอง ถ้าเขียนเอง เราก็ศึกษาอย่างดีอยู่แล้วแหละ ดังนั้นมันเป็นบทเรียน ว่างานชิ้นต่อไปผมเชื่อว่าจะไม่มีดราม่า (ถามต้องระวังในการแต่งเพลงมากน้อยขนาดไหน) ระวัง (หัวเราะ) เพลงที่จะปล่อยหลังจากนี้ เราก็เกร็งกันหมดเลย แต่เราดูแล้วบริสุทธิ์ใจ ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไร" เก่งตอบ
ถามว่าต่อไป ต้องพักการใส่ชุดยักษ์หรือชุดโขนไปเลยมั้ย ด้านนักร้องหนุ่มแจกแจง
“ชุดโขนคงต้องกลับไปศึกษาดีๆ เพราะเขาน่าจะมีขั้นตอนของเขา มันเป็นเรื่องอ่อนไหว แล้วแต่มุมมอง แต่สำหรับเรา ถ้าลดการปะทะได้ เราก็หยุดดีกว่า ถ้าลดความขัดแย้งจะดีกว่า แต่สำหรับความเป็นยักษ์ เรายังใช้อยู่ เพราะเราไม่ได้มองว่าเป็นโขนเรามองว่ามันเป็นคาแรกเตอร์ อยู่ในใครก็ได้ หมายถึงจิตใจที่แข็งแรง ความเข้มแข็ง ยักษ์ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย อยู่ในหลายๆ ที่ ญี่ปุ่นก็มี จีนก็มี (ณ วันนี้หลายคนให้เก่งเป็นไอดอลเรื่องดนตรีไทย) ก็รู้สึกดีใจ คือมีประสบการณ์หลายอย่าง ที่ถูกแชร์เข้ามาในเฟซบุ๊ก ในอินสตาแกรมที่บอกว่าหนูเล่นดนตรีไทยเพราะพี่ หรือลูกไม่เอาไหนเลย แต่อยู่ดีๆ ก็เล่นจะเข้ขึ้นมา แล้วรู้สึกว่าชีวิตการเป็นศิลปินก็เป็นแรงบันดาลใจต่อไปให้อีกหลายๆ ชีวิตเหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่างที่บอก บางอย่างที่เราทำไม่ดี เราต้องรีบขอโทษเลย แบบอย่างที่ไม่ดี ก็ไม่ควรที่จะให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ” เก่งบอก
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องข้าวการกุศล ตอนนี้กระแสตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
“ข้าวการกุศล ขายดีมาก ปล่อยไป 2 วันก็หมดแล้ว เป็นเจ้าเดียวในไทยด้วย ก่อนหน้านี้เราได้ทำหลายๆ ธุรกิจ อยู่ดีๆ ก็จับธุรกิจข้าวสาร มันเป็นข้าวลาวา เป็นข้าวจากปล่องภูเขาไฟ เขาเรียกว่าคุณค่าทางอาหารมันสูง ปกติไม่มีขายในไทยแน่นอน เพราะมันส่งออกหมดเลย อยู่ในเมืองไทย จ. สุรินทร์ เราไปดีลมาได้เจ้าเดียวเลย ปกติเขาไม่ปล่อยให้ใครเลย เรารีบขอดีลมาก่อน ชื่อข้าวตราควาย เราไม่ได่้จะขายแค่ความแปลก เราขายเรื่องบุญด้วย อยากให้คนซื้อได้บุญ ข้าวตราควายของเราคอนเซ็ปต์เหมือนตัวโลโก้ เกิดเป็นควายทำนาหาเลี้ยงคน ขอสักหนคนซื้อข้าว เพื่อเลี้ยงควาย คือเอารายได้ส่วนหนึ่งไปแบ่งปันช่วยชีวิตโคกระบือ (ถามว่าธุรกิจตรงนี้มาทำได้ยังไง) คุยกับเพื่อนตลอด ว่าเราอยากหาธุรกิจอื่นมาซัปพอร์ตในแง่ของศิลปินด้วย เป็นท่อหล่อเลี้ยงกันไป แล้วเราก็อยากสนับสนุน อาชีพอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ เรา เป็นการต่อยอด อาชีพเกษตรกร หรือเวลาที่เราใส่เสื้อผ้า ก็อยากจะใช้ฝีมือน้องๆ นักศึกษา จะได้เป็นแรงบันดาลใจ หรือโปรไฟล์ให้กับเขา เราคิดเรื่องต่อยอดแบบนี้เสมอๆ (ถามว่าเห็นกำไรหายเหนื่อย)กำไรดีมาก(หัวเราะ) เดี๋ยวจะมีล็อตต่อไปออกมา สำหรับข้าวตราควาย ฝากไว้ด้วย ”เก่งตอบอย่างอารมณ์ดี



