บันเทิง

คอลัมน์ Eat Play Life อาทิตย์ 9 ต.ค

คอลัมน์ Eat Play Life อาทิตย์ 9 ต.ค

09 ต.ค. 2559

‘หนึ่งร้อนในความทรงจำ’ หนึ่งคำ ‘รส’ สุวิทย์ วังพัฒนมงคล

โดย นันทขว้าง สิรสุนทร

            หากใครสักคนจะแนะนำ “สุวิทย์ วังพัฒนมงคล” ว่าเป็นผู้บริหารแบรนด์อาหารดาวรุ่งมาแรง... ถ้อยคำนี้อาจจะดูเรียบง่ายเกินไป
           เพราะถ้า “ผู้ชายคนนี้” เป็น “อาหารกระป๋อง” เขามี “รสชาติ” มากกว่านั้น
          คุณสุวิทย์ เป็นผู้บริหารของโรซ่า ซึ่งเป็นของไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหารฯ เป็นคนทำธุรกิจอาหาร ที่เข้าใจ “วัฒนธรรมการดื่มกิน”ของสังคมไทย เคยเป็นเด็กสวนกุหลาบที่บ้าบอลสลับกับการต้องทำงานหนักแบกของไปส่งลูกค้า ตามคำสอนของพ่อ ที่เน้น “ลำบากก่อนแล้วค่อยโต” พ้นจากนี้, นอกจากการเดินทางของอาหารแล้ว อีกรสของชีวิตเขาสุวิทย์มีความบ้า หลงรัก คลั่งไคล้ ในกีฬามายาวนาน...
            ในค่ำคืนอันอบอุ่นระหว่างการสังสรรค์ของคนในแวดวงกีฬา ผมจึงถือโอกาส “คุ้ย” และ “รื้อ” วันเก่าก่อน ที่ยังคง“ร้อน”(ผ่าว)ในความทรงจำ
           “ผมเกิดมา เด็กก็ชอบฟุตบอล จำได้ว่าชอบดูรายการฟุตบอลดาราทางช่อง 4 บางขุนพรหม เป็นไฮไลท์ฟุตบอลอังกฤษ เหมือนจะเป็นขาวดำ ตอนนั้นบีอบบี้ ชาร์ลตัน ดังมาก คนพากย์ก็ยังไม่ได้รู้เรืองฟุตบอลมาก เวลาเรียกก๊เรียกไอ้หัวเหม่งเก่งมาก เราก็งงว่าหัวเหม่งเป็นใครแล้วตอนนั้นก็ตามอ่านสตาร์ ซอคเกอร์ เล่มละ 3.50 บาท เลยทำให้รู้ว่าหัวเหม่งคือ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน เล่นให้ทีมแมนยู”
            นี่คือเหตุผลที่เขา “ตามเชียร์” ผีแดง และสมัครใจเป็นคนรักของแมนยู
            “ผมจำได้ว่า เคยเอารูปนักบอล สอดไว้ในปกพลาสติคหนังสือถือเข้ามือไปโรงเรียน ไม่ได้หิ้วกระเป๋านะ รู้สึกมันเท่ และตอนนั้นการจะตามผลบอลมันไม่ง่ายแบบดูมือถือตอนนี้ กว่านสพ.จะลงผลก็วันจันทร์ตอนเช้า”
            เขายกแก้ว จิบน้ำแต่สีหน้าและสุ้มเสียงแสดงอารมณ์ความรู้สึกชัดเจนว่าผูกพันกับตำนานของแมนยูอย่าง ชาร์ลตัน มากพอสมควรขนาดที่ยอมว่าพอถึฟุตบอลปี 1966 พอชาร์ลตันเป็นพระเอกของทีมชาติอังกฤษก็เลยทำให้ไปรัก ตามเชียร์ทีมอังกฤษอีกหลังจากชอบแมนยูเพราะชาร์ลตันมาแล้ว
        เมื่อชีวิตออกเดินทางมากกว่าครึ่ง ทุกคนคงมีฉากหลัง ภาคจำ เกี่ยวกับเรื่องราวที่ตัวเองหลงใหล แต่ถ้าเป็นฟุตบอลโมเมนท์อะไรที่บอสส์ของ “โรซ่า” จะจดจำไปตลอด“ผมเลือกคือ ตอนที่ โซลชา สะบัดปลายเท้ายิงประตูบาเยิร์นในนัดชิงแชมเปียนลีกปี 1999 แต่ถ้าเอานัดที่มันส์สุดนะคือนัดบราซิลเจอฝรั่งเศส ในบอลโลกปี 1986 ผมจำได้ว่าก่อนหน้านั้นไม่มีถ่าย บอลโลกปีนั้น ผมชวนเพื่อนขับรถไปจันทบุรี ซึ่งมีสัญญาณถ่ายสด ดูเสร็จตี 2 ตี 3 ก็ขับรถกลับ เราทำงานใหม่ๆ ก็ไม่กล้าโดดงาน”
              สุวิทย์เล่าว่า เขา “ชอบอังกฤษ รักแมนยู หลงใหลชาร์ลตัน” และไม่ได้มีทีมอะไรอีกที่อยู่ในดีกรีขนาดนี้ แต่ก็ตามดูทีมดังๆแข่งหมด
             “นักเตะในดวงใจผมคือ ไบรอัน ร็อบสันผมว่าเขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของแมนยู ทุ่มเทเต็มร้อยจำตอนที่เขายิงฟุตบอลโลก 1982 ที่ร็อบสันยิงเร็วสุด 27 วินาทีชนะฝรั่งเศส 3-1 เรื่องร็อบสันเนี่ย ที่ผมเสียดายแทนเขามากก็คือตอนบอลโลกปี 1990 เขาเจ็บและถูกส่งกลับ ที่ปีนั้น พอล แกสคอย์น แจ้งเกิดยังคิดเลยนะว่า ถ้าปี 1990 หากร็อบสันไม่เจ็บ อังกฤษจะไม่แพ้เยอรมันในรอบรองปีนั้น”
           นี่คือเป็นมุมสวยๆ ที่เวลานึก เขาก็ยิ้มเวลาพูด แต่ถ้าเป็นด้านที่น่าตกใจบ้าง เขาเลือกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่เคยลืม
          “เหตุการณ์ฮิลส์โบโร่นั้น น่าตกใจมากเพราะนักบอลเวลาเสียชีวิตนอกสนามอะไร เราเข้าใจแต่นี่คือครั้งแรกที่แฟนบอลมาตายเกือบร้อยในสนามมันเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้า ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลทีมใดก็ตาม”
           ดนตรีสอนชีวิตให้เรา อาหารการกินก็ขับกล่อมเรา หนังก็บอกแง่มุมดีๆ แล้วการดูฟุตบอลให้อะไรกับเราบ้าง ผมถามเขา
         “มีคนหนึ่งที่สอนผมมากเลยก็คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเรามองเขาจากการที่เขาทำงานกับวงการฟุตบอล อย่างหนึ่งเลยก็คือ winning คือการไม่ยอมแพ้ และจะกลับมาชนะ คือแพ้ได้นะ แต่จะกลับมาชนะ เวลาผมดูเขามันเหมือนเขา drive ได้ คือความรู้สึกที่เขาใส่ลงไปในทีม เขาจะไม่ยอมแพ้ผมชอบการจะไม่แพ้ของเขา
          การทำธุรกิจก็แบบนี้นะ การไม่ยอมแพ้มันสำคัญมากเฟอร์กี้เขาไม่ยอมแพ้ อีกอย่างหนึ่งที่เขาสอนก็คือไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าทีม ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าสโมสรนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาขายเดวิด เบ็คแฮม ขายโรนัลโด้ ตรงกันข้ามคุณลองดูสเวน โกรัน อีริคสัน ซึ่งตอนคุมอังกฤษ เป็นลูกไล่ของ เบ็คแฮมผมยังจำได้ว่า ตอนเบ็คแฮมไปทำทรงผมโมฮอว์คเฟอร์กี้สั่งให้ไปจัดการเอาทิ้งซะ”
            ก่อนจบการสนทนา สุวิทย์ เลือก 3 ประตูในความทรงจำจากวันคืนและโมงยามหลายสิบปีที่เขาใกล้ชิดกับฟุตบอล
    “ลูกแรก ตอนที่ พอล สโคลส์ ยิงไกล วอลเล่ย์กลางอากาศใส่แอสตัน วิลล่า, ลูกที่สองคือตอนที่ โซลชา ยิงบาเยิร์นในปี 1999และลูกสุดท้ายก็ต้อง อีริค คันโตน่า ถอยหลังยิงลิเวอร์พูลนัดชิง FA cup1996 มันเป็นหงส์แดงด้วย และทำให้ทีมได้ดับเบิ้ล ดับเบิ้ลแชมป์ทีมแรก(เพราะเคยได้ดับเบิ้ลแชมป์ 1994 ไปแล้ว) เวลานึกถึงประตูที่ชอบมากๆผมจะคิดถึง 3 ลูกนี้”
            “ฉากหลัง ภาพจำ” จากกีฬาที่เขาผูกพัน เดินทางไกลจนวันนี้เป็นผู้สนับสนุนนักกีฬาไทยและกิจกรรมดีๆทางสังคมและอาจเหมือนรสของอาหารดีๆ ที่แม้ผ่านปากลิ้นและร่างกายไปนานแล้ว
           แต่เรายังจำ “โมงยามแห่งความอิ่มเอม” นั้นอยู่...

คอลัมน์ Eat Play Life อาทิตย์ 9 ต.ค