
มองผ่านเลนส์คม-คิดแบบ "เต่าล้านปี"
ผมนั่งดูช่องทีวีกีฬา หรือ "ทีสปอร์ต แชนแนล" ผ่านทางทรูวิชั่นส์ ช่อง 68 ด้วยความสุดแสนระทมขมขื่นหัวใจ ที่เห็นนักการเมืองนำเอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายกันแบบ "เด็กเล่นขายของ"
งบประมาณ 40 ล้านบาท มันไม่มากเกินไปสำหรับการทำช่องทีวีกีฬา เพราะมันเป็นช่องทางส่งเสริมให้สมาคมกีฬาต่างๆ ได้เผยแพร่ผลงานอย่างเต็มที่
แต่ที่ผมต้องวิจารณ์อย่างแรง ด้วยเห็นวิสัยทัศน์ของนักการเมือง และผู้บริหารสมาคมกีฬาฯ ในการบริหารจัดการทีวีช่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องการเผยแพร่ผ่านทีวีดาวเทียมของกรมประชาสัมพันธ์ ช่องเอ็นบีที 13
ผู้บริหารทีวีกีฬาก็อ้างว่า มีปัญหาจานดาวเทียมราคาแพง คนดูทีวีกีฬาก็เลยมีจำกัด และเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จึงดึงช่องทีสปอร์ต ไปออกอากาศทางทรูวิชั่นส์ ด้วยหวังว่าจะมีคนชมมากขึ้น
ถ้าผมเป็นผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะไม่ทำแบบนี้หรอก?
เรื่องการขยายฐานผู้ชมทีวีกีฬา ไม่ใช่เรื่องยาก หากผู้ว่าการ กกท. จะเปิดโต๊ะเจรจากับ "สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย" หรือไม่ก็เปิดอกคุยกับ "ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม"
ผมเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเคเบิลทีวี หรือทีวีดาวเทียมอย่างแน่นอน
ทำนองเดียวกัน "ทีวีท่องเที่ยว" ที่จมปลักอยู่กับทรูวิชั่นส์ จะมีใครสักกี่คนที่ได้ชม ทำไมผู้ว่าการท่องเที่ยวฯ ไม่คุยกับสมาคมเคเบิลทีวี เพราะฐานผู้ชมมันจะได้กว้างกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้
มันไม่ใช่เรื่องยาก แต่เหตุใดไม่ทำ...หรือว่ามี "อะไรบางอย่าง" ที่บังตาผู้ว่าฯ ทั้งสององค์กรไม่ให้เห็นทางสว่าง
ข้ามจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ไปที่กระทรวงศึกษาธิการ อ่านข่าวโครงการ "อีฟรีทีวี" มูลค่า 6 พันล้าน ของรัฐมนตรี "อู๊ดด้า" แล้ว ก็ตาสว่างโร่
คิดใหญ่คิดโตมากท่านเสนาบดี แต่กว่า "สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา" (อีทีวี) ที่ออกอากาศผ่านระบบดาวเทียม จะก้าวสู่ "อีฟรีทีวี" ตามที่ท่านวาดหวัง
ช่องการศึกษาของ "ทีวีทักษิณ" คงวิ่งนำหน้า "อีทีวี" ไปหลายช่วงตัว!
กรณีอีทีวี ก็ไม่ต่างจากทีสปอร์ต แชนแนล และทีวีท่องเที่ยว ซึ่งสามารถขอความร่วมมือจากสมาคมเคเบิลฯ หรือผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมในการออกอากาศได้ แต่ผู้บริหารทั้งนักการเมืองและข้าราชการ ไม่คิดไม่ลงมือทำ
ยังอ้างแต่เรื่องจานดาวเทียมราคาแพง ยังอ้างว่าต้องพึ่งพาเคเบิลของกลุ่มทุนใหญ่!
เดี๋ยวนี้ จานดาวเทียม หรือเคเบิลทีวีท้องถิ่น เป็นทางเลือกราคาถูกของชาวบ้านร้านตลาด และไม่ใช่เรื่องไกลตัวของพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
มีแต่นักการเมือง และข้าราชการระดับสูงเท่านั้น ที่ยังงมโข่งอยู่ ไม่เคยมองอะไรที่ไกลไปกว่าเรื่องผลประโยชน์?



