
คมเคียวคมปากกา - หมอลำก็รวยได้!
ยังพูดกันสนั่นทุ่ง เมื่อ เสี่ยวิทวัส แห่งรายการตีสิบบุกเปิดบ้านมูลค่ามหาศาลของ นกน้อย อุไรพร กับ พ่อใหญ่ทิดหลอด ประมุขวงดนตรี เสียงอิสาน
มิตรหมอแคนแฟนหมอลำบางรายถึงกับทึ่งในความเป็น “หมอลำไฮโซ” ของแม่ใหญ่นกน้อย จะว่าไปแล้ว วงเสียงอิสานประสบความสำเร็จขนาดมีคิวเปิดการแสดงทุกคืนตลอดช่วงเทศกาลงานแสดง 5-6 เดือน เป็นเวลาติดต่อกันมานานนับสิบปีแล้ว ครอบครัวแม่ใหญ่นกน้อยไม่มั่งมีศรีสุขก็บ้าแล้ว! ยิ่งไปกว่านั้น วงเสียงอิสานมิใช่แค่วงหมอลำธรรมดาๆ หากแต่เป็น “โมเดลธุรกิจบันเทิง” ที่คนลูกทุ่งจำนวนไม่น้อยแอบชื่นชม เพราะนับตั้งแต่วงดนตรีลูกทุ่งขนาด 100-200 ชีวิตล้มหายตายจากไป ก็มี “วงลูกทุ่งหมอลำ” นี่แหละที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ แม้สองสามปีมานี้ สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การเมืองที่ยุ่งเหยิงจะส่งผลกระทบต่อวงลูกทุ่งหมอลำขนาดใหญ่ แต่แม่ใหญ่นกน้อยก็พาวงเสียงอิสานฝ่าข้ามวิกฤติมาได้ ฉะนั้นสองตายายแห่งบ้านเลขที่ 555 ก็สมควรจะได้รับ ”ดอกผล” ของการสู้ชีวิตบนถนนสายบันเทิง ที่ผ่านมา มีนักร้องหรือหมอลำระดับหัวแถวหลายคนที่ประคองชีวิตไม่ดี ยามรุ่งโรจน์ใช้จ่ายสรุ่ยสุร่าย ไม่เก็บไม่ออม พอยามร่วงโรยก็กลายเป็นคน “จมไม่ลง” บางรายทำตัวเป็นคนกะล่อนปลิ้นปล้อนเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง และมีนักร้องที่เสียผู้เสียคน เพราะยอมรับความเป็น “ดาวร่วง” ของตัวเองไม่ได้ก็มาก อย่างนักร้องลูกทุ่งดังรายหนึ่งเคยมีเงินมากถึง 40-50 ล้าน แต่ไม่รู้จักวางแผนการใช้เงิน พอมีคนชวนไปลงทุนทำธุรกิจก็ทำไปอย่างคนไร้ความรู้ แถมมีภรรยา 4-5 คนที่เลี้ยงดูมั่ง ไม่เลี้ยงดูมั่ง สุดท้ายเงินทองที่มีอยู่ก็ร่อยหรอ และตอนนี้ก็พยายามดิ้นรนทำโน่นทำนี่ เพื่อทำให้ตัวเองมีที่ยืนอยู่บนเส้นทางดาว พอเห็นชีวิตนักร้องแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึง “ลูกทุ่งหมอลำตัวจริง” พรศักดิ์ ส่องแสง ที่ยึดหลักชีวิตพอเพียง หมอลำตัวจริงเป็นตระหนักรู้ถึงศักยภาพของตัวเอง จึงไม่เดินหน้าทำวงลูกทุ่งต่อ หลังจากผู้มีพระคุณเสียชีวิต จึงเลือกเดินทางสายศิลปินอิสระ “พรศักดิ์” จึงประคองชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุขสบาย มีกินมีใช้ มีไร่มีนาเป็นร้อยไร่ ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สิน แบบอย่างความมั่งมีของแม่ใหญ่นกน้อย กับพรศักดิ์ ก็มีความต่างกันในหลายด้าน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือการจัดระเบียบชีวิต ถ้าเป็นศิลปินดัง ไร้วินัยการใช้ชีวิต ก็จะไม่เหลืออะไรติดตัว ทั้งทรัพย์สินเงินทองและชื่อเสียง "บรรณวัชร"



