บันเทิง

กะรัตรัก Diamond Lover Ep. 18

กะรัตรัก Diamond Lover Ep. 18

09 ต.ค. 2559

‘เหม่ยลี่’ แม้จะเขียนใบลาออก แต่ความจริงเธอไม่ได้อยากลาออกจริงๆ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าบริษัทไม่อนุมัติ เธอจึงดีใจมาก ที่จะได้กลับไปทำงานกับ ‘เซี่ยวเลี่ยง’ อีกครั้ง

ทุกวันจันทร์พุธ เวลา 08.00 น. / 23.00 น. ทางช่อง NOW26

    เช้าวันใหม่ อี้หมิงตื่นขึ้นมาก็ตกใจ เพราะแบตมือถือหมดตั้งแต่เมื่อคืน เขารีบบอกเกาเหวินว่ามีธุระ แต่เกาเหวินไม่ยอมให้ไป บอกว่ายังไม่ได้ทำอาหารเช้าให้เลย
    “ไม่ต้องแล้ว หมาที่บ้านไม่ได้เจอผมทั้งคืนมันต้องกังวลแน่ผมต้องไปก่อน”
    “เดี๋ยวก่อน หมาที่บ้านคุณชอบออกไปวิ่งข้างนอกไม่ใช่เหรอ บางทีมันอาจจะยังไม่กลับมาก็ได้”
    “ผมเข้าใจหมาบ้านผมดีที่สุด”
    “นี่ๆ เหลยอี้หมิงคุณอย่าไปนะ” เกาเหวินฮึดฮัดที่อี้หมิงไม่ยอมฟังเธอเลย
    เซี่ยวเลี่ยงโทรหาเหม่ยลี่แต่ให้ฝากข้อความ เขามาหาเธอที่บ้าน ตอนแรกเหม่ยลี่คิดว่าอี้หมิง
    “มี่โตะ มี่โตะ ผมรู้ว่าคุณอยู่ เปิดประตู! มี่โตะ มี่โตะ ถ้าคุณไม่เปิดผมจะแจ้งความนะ มี่โตะ มี่โตะ” 
    เหม่ยลี่ยอมเปิดประตู แล้วถามเซี่ยวเลี่ยง
    “คุณมาทำไม”
    “ผมอยากคุยกับคุณ”
    “ฉันคิดอยู่ทั้งคืน ฉันตัดสินใจแล้ว” เหม่ยลี่จะปิดประตู
    เซี่ยวเลี่ยงดันไว้ “เรื่องเมื่อวานผมยังไม่ได้อธิบายคุณเลย”
    “คุณไม่ต้องอธิบายหรอก ที่จริงคุณก็พูดถูก เพราะฉันเป็นตัวปัญหาให้คุณเสมอ เพียงแต่เพราะฉันอยากคบกับคุณเกินไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันบอกฉันว่า การหลบหนีไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าอยากแก้ไขปัญหาก็ต้องเผชิญกับปัญหา ฉะนั้นตอนนี้ ขอบคุณมากที่ทำให้ฉันเห็นเรื่องนี้ ต่อไปคุณไม่ต้องมาหาฉันอีกแล้ว”
    “มี่โตะ ฟังผมพูดสองสามคำก่อนได้มั้ย ถึงคุณจะตัดสินประหารผมก็ต้องให้ผมอธิบายหน่อยสิ”
    “คุณต้องการอะไรกันแน่คุณเซี่ยว”
    “อย่าเรียกผมว่าคุณเซี่ยว ผมรู้สึกว่าห่างเหินมาก เหตุผลที่ผมต้องการให้คุณลาออก เพราะว่ามีเพียงวิธีนี้เราถึงจะคบกันได้อย่างไร้กังวล เพราะสิ่งที่เราพบเจอตอนนี้มีแต่ความลำบากและความกดดัน เชื่อผมนะ ผมทำเพราะ-หวังดีกับคุณ”
    “อย่าพูดประโยคนี้กับฉันอีกนะ ฉันจำได้คุณเคยพูดว่าเกลียดคนที่พูดว่าหวังดีกับคุณที่สุด ฉันจะไปดำเนินเรื่องลาออก หลังจากจัดการเรื่องนี้แล้ว เราก็จบเหมือนกัน”
    เซี่ยวเลี่ยงกำลังวิ่งออกกำลังบนลู่ ฉีหยูเข้ามารายงานว่าเก้าโมงเช้ามีประชุม เขาให้แจ้งยกเลิก
    “คุณเซี่ยวครับ ท่านประธานบอกว่างานแถลงข่าวประสบความสำเร็จมากเลยเตรียมการให้ลูกค้าพบปะพูดคุย ท่านสั่งให้คุณรีบไปทันที”
    “ไปบอกว่าฉันไม่มีเวลา!”
    “คุณเซี่ยวครับ ทุกคนรอคุณรายงานผลการทำงานอยู่ ยังมีเอกสารเร่งด่วนอีกมากที่รอการอนุมัติจากคุณ นอกจากนี้ ที่คุณเคยตกลงไว้ว่าจะให้สัมภาษณ์หัวข้อการออกแบบเครื่องประดับ ยังจัดการให้มี่โตะร่วมด้วย เรื่องนี้.. ก็ยกเลิกด้วยเหรอครับ”
    เซี่ยวเลี่ยงหยุดวิ่ง “ไปบอกว่าฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
    ซือหยวนเข้ามาที่ทำงาน ยิวยิวแสร้งยินดีกับเธอ ซือหยวนนิ่งๆ นักข่าวหยางเข้ามาถามหาซือหยวน เธอจึงแสดงตัว 
    “ฉันเป็นนักข่าวจากนิตยสารการออกแบบเครื่องประดับ จะมาสัมภาษณ์เครื่องประดับรุ่นใหม่ในครั้งนี้โดยเฉพาะ คุณคือผู้ออกแบบในครั้งนี้ใช่มั้ยคะ”
    เซี่ยวเลี่ยงเข้ามาฉีหยูรีบรายงานว่านักข่าวมาแล้ว เขาเดินไปทางซือหยวนทันที นักข่าวหยางเห็นก็แนะนำตัวเอง
    เซี่ยวเลี่ยงสวนว่า “ต้องขอโทษด้วยครับ ยกเลิกการสัมภาษณ์”
    หยางพยายามพูด “แต่ว่า..”
    เซี่ยวเลี่ยงสั่ง “ฉีหยู ไปส่งคุณนักข่าวหยางกลับ”
    ฉีหยูเชิญนักข่าวออกไป ซือหยวนรายงานว่า “คุณเซี่ยวคะ เมื่อกี้นักข่าวพูดว่า”
    เซี่ยวเลี่ยงชี้ “ผมถามคุณรึยัง เมื่อกี้คนที่นักข่าวจะสัมภาษณ์คือคุณหรือไม่ คุณรู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ”
    จื่อเหลียงเห็นก็เดินเข้ามาหาเซี่ยวเลี่ยง “ประธานเซี่ยว เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ เรื่องของฝ่ายการออกแบบของเรา คุณบอกผมได้นะ”
    เซี่ยวเลี่ยงหันมาจ้อง “ฝ่ายออกแบบของนายมันยังไงกันแน่ ทำไมลูกน้องชอบต่อปากต่อคำกับเจ้านายล่ะ”
    “ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
    “งั้นนายก็หุบปากเอาซะ ผมเดินผ่านทางนี้ทุกวันไม่อยากเห็นอะไรรกหูรกตา นายต้องไล่พนักงานคนนี้ออก หรือไม่ก็ย้ายไปอยู่สถานที่อื่น อย่าให้เขามายืนในตำแหน่งของมี่โตะ นายระวังตัวไว้หน่อยแล้วกัน เพราะช่วงนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย เข้าใจมั้ย”
    เซี่ยวเลี่ยงเดินไป จื่อเหลียงเจ็บใจมาก ซือหยวนหน้าชา

กะรัตรัก Diamond Lover Ep. 18
    ที่บ้าน เหม่ยลี่กำลังกินข้าวกับอี้หมิงแต่เธอรู้สึกอิ่ม
    “เธอกินไปนิดเดียวเองทำไมอิ่มแล้วล่ะ เอาอย่างนี้ดีมั้ยกินซี่โครงเนื้ออีกชิ้น จากนั้นก็บำรุงด้วยโปรตีน”
    “ตอนนี้แม้แต่เซี่ยวเลี่ยงฉันก็ไม่มีแล้ว ต้องบำรุงอีกทำไม เฮ้อ ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์คุยกับนายแล้ว”
    “ยัยอ้วน เอาอย่างนี้ดีมั้ย เธอคิดดูสิ เอ่อ.. เธออยากจะกินอะไร หรือว่าเธออยากไปเที่ยวที่ไหน หรือว่าอยากซื้ออะไรฉันจะไปกับเธอ ขอแค่เธอมีความสุขก็พอ ดีมั้ย”
    “ฉันนึกได้อย่างหนึ่ง”
    “พูดสิ”
    “ช่วยเอามือถือไปทิ้งที”
    “ไม่มีปัญหา”
    “เดี๋ยวก่อน ฉันยังนึกได้อีกอย่างหนึ่ง”
    “เชิญสั่งมาได้”
    “เอาตุ๊กตาที่เซี่ยวเลี่ยงซื้อให้ฉันไปทิ้งด้วย”
    “สบายมาก เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วฉันจะขับรถพาเธอไปสถานีโทรทัศน์เดินขึ้นไปชั้นสูงสุดแล้วโยนมันลงมา ปั่ก แล้วมันก็จะแหลกละเอียด ให้เซียวเลี่ยงแหลกละเอียดหายไปกับมันเลย เป็นยังไง งั้นฉันไปก่อนนะ”
    “เฮ้อ ฉันนึกได้อีกวิธีแล้ว”
    “ยังมีอีกเหรอ”
    “เฮ้อ ที่จริงไม่ว่าจะทำยังไงก็แล้วแต่ ก็รักษาความรู้สึกในใจของฉันไม่ได้หรอก ถ้าต้องการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง มันต้องเริ่มต้นจากตัวฉัน”
    “ดูเหมือนต้องใช้ท่าไม้ตายแล้ว เธอจะให้ฉันไปเก็บเซี่ยวเลี่ยงใช่มั้ยฉันจะไปเอามีดที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
    “ฉันซีเรียสนะ นายเอาเขาออกจากใจฉันได้มั้ย”
    “เอาออกจากใจเหรอ เอางี้มั้ยฉันคืนโทรศัพท์ให้เธอก่อน ตุ๊กตาเราก็ไม่ต้องทิ้งแล้ว แต่เธออย่าคิดสั้นได้มั้ย”
    “โธ่ฉันไม่คิดสั้นเพราะอกหักหรอกน่า ฉันขอร้องนายช่วยฉันหน่อยได้มั้ย”
    “เธอแน่ใจเหรอว่าไม่ได้คิดสั้น”
    “ไม่ใช่แน่นอน”
    “โอเคเรื่องนี้ฉันช่วยได้ จริงสิ เดี๋ยวเรากินข้าวเสร็จแล้ว อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปเดินเล่นกัน ก็แค่เซี่ยวเลี่ยงเราร้องเพลงไปด้วยกินหมูกระทะไปด้วยดีกว่า รอฉันนะ ฉันจะเอาอันนี้ไปวางไว้ไหนดี นี่ ฉันซ่อนมันไว้-ตรงนี้ดีมั้ย อ้อใช่ ซ่อนๆ จะให้เธอรู้ไม่ได้ ซ่อนๆๆ ฉันซ่อนไว้ห้องฉันนะ”
    อี้หมิงขับรถพาเหม่ยลี่ไป จู่ๆ เธอก็ร้องไห้เพราะเซี่ยวเลี่ยงเคยขับรถพามาทางนี้ เธอให้อี้หมิงเปลี่ยนเส้นทาง
    “ได้ๆๆๆ เปลี่ยนๆๆๆ เธอไม่ต้องร้องไห้แล้ว นี่ยัยอ้วน ไม่ต้องร้องแล้ว”
    “นายเรียกฉันยัยอ้วน ฉันเป็นยัยผอมชัดๆ ทำไมเรียกอย่างนี้ล่ะ”
    “ผอมๆๆ เธอคือยัยผอม โอเคมั้ยเธอคือยัยผอม ฉันเป็นยัยอ้วนแทน เธอหยุดร้องได้แล้ว”
    “ยืมไหล่ให้ฉันซบหน่อยสิ”
    “เอ๋ หน้าเธอมีแต่น้ำตา นี่!” เหม่ยลี่ร้องไห้ “เธอซบฉันไว้ก็ไม่ได้ทำให้ฉันกลายเป็นเขาหรอก”
    “ฉันปวดใจมากเลย”
    “โอเคเธอซบๆๆ ให้เธอซบ อยากซบนานแค่ไหนก็ซบไป”
    “ถ้านายเป็นเขาก็คงดีมากเลยล่ะ” เหม่ยลี่ร้องไห้
    เกาเหวินถูกเจ้าของบ้านตามมาทวงค่าเช่า เธอโทรให้อี้หมิงมาหาและเล่าให้ฟัง ตอนแรกเขาจะให้ยืม แต่พอรู้ว่าเดือนละห้าหมื่น และต้องจ่ายครึ่งปี หรือสามแสน อี้หมิงถึงกับจะวิ่งหนีออกจากบ้าน เกาเหวินรีบคว้าตัวไว้
    “นี่ เดี๋ยวก่อน แค่สามแสนฉันเล่นหนังเรื่องหนึ่งก็หาได้แล้ว”
    “ก็แค่สามแสนอะไรกันปีหนึ่งผมหาได้แค่สามแสน คุณดูสิผมมีเงินที่ไหนล่ะ แม้จะเป็นวีรบุรุษก็เถอะ แต่คนเราเกิดมาต้องมีความลำบาก มิตรภาพของเราสองคนจบสิ้นลงแล้ว”
    “ไม่เอาคุณอย่าไปนะคุณไปแล้วฉันจะทำยังไง ฮือๆๆ”
    “คุณเอาอีกแล้วใช่มั้ย ก็ได้ งั้นคุณต้องทำตามที่ผมบอก” เกาเหวินพยักหน้าจำยอม
    “ไปเก็บของ ย้ายบ้าน ผมจะไปชานเมืองเซี่ยงไฮ้หาบ้านให้คุณหนึ่งหลังไ
    “ไม่ได้ บ้านหลังนี้ฉันเช่าตอนที่เข้าวงการ ข้างในนี้มีความทรงจำที่รุ่งโรจน์ของฉันแล้วก็ยังมีถ้วยรางวัลของฉันอีกมากคุณดูสิยังวางอยู่ตรงนั้นเหมือนเดิม ฉันจะออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ยังไง ฮือ”
    “งั้นโอเคคุณคิดดูนะ มีอะไรที่มีมูลค่า ที่คุณคิดว่าแพงที่สุด นอกจากตัวของคุณ”
    “อ้อ มีสิ”
    “อะไร”
    “คุณไง” 
    อี้หมิงถอนใจเซ็ง “เฮ่อ”
    “คุณบอกว่ามิตรภาพแพงที่สุดไม่ใช่เหรอ”

กะรัตรัก Diamond Lover Ep. 18
    เกาเหวินพาอี้หมิงมาดูห้องเสื้อผ้า 
    “วันนี้คุณมีบุญตามากนะ ไม่เคยมีใครเข้ามาในห้องเสื้อผ้าของฉันเลย ดูสิ ของขวัญทุกชิ้นฉันเป็นคนเลือกเองกับมือเลย ทุกครั้งที่เข้ามาก็เหมือนเข้ามาสวรรค์ ไม่เลวใช่มั้ย ตรงนี้ ตรงนี้สำคัญที่สุด ที่นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด”
    “อื้ม ไม่เลว รีบเก็บของซะ เอามันไปขายให้หมดไ
    เกาเหวินอึ้ง “ขายอะไรของคุณล่ะ”
    “เสื้อผ้าในตู้นั้นไง ผมว่าคุณรีบเก็บมันดีกว่าผมจะเอาไปส่งร้านแบรนด์เนมมือสอง”
    “ไม่ได้ไม่ขายพี่ชายเราไม่ขาย ฮือๆๆ”
    “ไม่ใช่ คุณคิดดูสิ ถ้าไม่ขายเสื้อผ้าแล้วคุณจะทำยังไง บ้านก็ไม่มีแล้วจะเก็บตู้เสื้อผ้าไว้ทำไม”
    “ไม่ได้ พวกมันสำคัญมากฉันเสียดาย ไม่ขายๆ”
    “มา เด็กดี ผมรู้ว่าคุณไม่อยากจากพวกมันคุณไป แต่ในโลกนี้ไม่มีงานเลี้ยงที่ไม่เลิกรา คุณต้องรีบให้พวกมันทำความคุ้นเคยกับเจ้าของใหม่สิ”
    เกาเหวินยังไม่ยอม “ไม่ได้ฉันจะปกป้องพวกมัน”
    อี้หมิงไม่สนเช่นกัน “ผมให้เวลาคุณห้านาที บ้านหรือเสื้อผ้าคุณเลือกเอาเองเลือกเสร็จแล้วเอาโทรศัพท์มาผมจะถ่ายรูปให้คุณเอาไปลงในอินเตอร์เน็ต คุณบอกว่าไม่ชอบใครแตะต้องไม่ใช่เหรอ คุณขายพวกมันเองละกัน นะ คุณมีเวลา.. สองนาทีสามสิบสองวินาที”
    สุดท้ายเกาเหวินก็จำยอม เธอเปลี่ยนชุดลงมาให้อี้หมิงถ่าย เสร็จแล้วอี้หมิงก็เอาตัวการ์ตูนสัตว์มาปิดหน้าเกาเหวินไว้ เกาเหวินเห็นก็ได้แต่โวยวาย
    “ไม่ นี่มันอะไร คุณถ่ายเป็นรูปสัตว์ไปหมดเลย”
    “พูดถึงตัวเองแบบนี้ได้ไง พูดจาใช้สมองหน่อยสิสัตว์อะไรล่ะคือดาราต่างหาก”
    “ฉันรู้ว่าคือดาราแฟนคลับของฉันต้องจำได้แน่เอามาลบทิ้งเดี๋ยวนี้”
    อี้หมิงสวน “คุณดูสิ”
    “ไม่ได้นะ”
    “คุณฟังผมก่อน ร้านค้าดารา สามารถซื้อเสื้อผ้า ของดาราได้ในคืนเดียวเป็นยังไง”
    “คุณจะให้คนอื่นมาเที่ยวบ้านฉันเหรอ”
    “คุณบอกแล้วไม่ใช่เหรอ บ้านหลังใหญ่อย่างนี้ยังไงก็ต้องว่างอยู่ดี อีกอย่างคุณอยู่ที่นี่มานานหลายปี ที่นี่มีแต่ความทรงจำของคุณ เดี๋ยวหลังจากที่ลูกค้ามา คุณก็ให้พวกเขาพูดคุย เกี่ยวกับประวัติการเป็นดาราและบทเรียนราคาแพงไงล่ะ”
    “ฉันจะสอนบทเรียนกับคุณก่อน คุณรับบทเรียนก่อนเลย คุณได้บทเรียนแล้วค่อยไปสอนให้คนอื่น”
    “เดี๋ยวก่อนๆ โพสหมดแล้วเหรอ”
    “โพสหมดแล้ว นี่คุณถ่ายท่านี้ด้วยเหรอ”
    “เป็นยังไง”
    “ภาพเดียวเผยแพร่ไม่สิ้นสุด คงไม่สิ้นสุดจริงๆ”
    ด้านเหม่ยลี่ก็เข้ามาหาโทรศัพท์ที่ห้องของอี้หมิง พอเปิดเครื่องก็รู้สึกผิดหวังนิดๆ ที่ไม่มีใครโทรหาเลย
    ที่ห้องทำงานจื่อเหลียง มีซือหยวนอยู่ด้วย จื่อเหลียงกำลังคุยโทรศัพท์
    “โอเคผมรู้แล้ว คุณไปแจ้งฝ่ายบุคคล ว่าอย่าเพิ่งรับจดหมายลาออกของมี่โตะ”
    ซือหยวนว่า “มี่โตะจะลาออกจากบริษัทเป็นเรื่องที่ดีหนิคะ อย่างน้อยคู่แข่งของฉันก็ลดไปหนึ่งคน”
    “คุณกลัวเขาจะกลับมาเปิดเผยเรื่องก๊อปปี้ผลงานครั้งก่อนเหรอ คุณวางใจได้ แม้เธอจะทำเพื่อเซี่ยวเลี่ยง ก็ไม่มีทางเปิดโปงคุณหรอก”
    “งั้นถ้าเขายืนยันที่จะออกล่ะ”
    “ไม่มีทาง ผมจะบอกให้ แพลทฟอร์มบริษัทดีอย่างนี้เขาไม่มีทางไปแน่”
    “คุณหมายถึงว่า ต้องให้เขาอยู่ต่องั้นเหรอ”
    “แน่นอน มี่โตะคือไพ่ที่อยู่ในมือผม ถ้ายังไม่คิดว่าจะกำจัดเขาออกไปยังไง ใครก็อย่าคิดจะแตะต้องเขา”
    “ท่านรองหลิน คุณพูดแบบนี้ทุกครั้งเลย ฉันไม่เข้าใจเลยทำไมคุณต้องเก็บเขาเอาไว้ด้วย”
    “หลิวซือหยวน คุณจำที่ผมให้ตรวจสอบครั้งก่อนได้มั้ย”
    “ฉันจำได้ ตามคำสั่งของคุณ ฉันตรวจสอบกรณีการวางแผนที่บริษัทโฆษณา L กรณีการวางแผนที่มี่โตะให้คุณ มีหลายอย่างคล้ายคลึงกัน ที่แตกต่างคือ ส่วนของมี่โตะมีรายละเอียดมากกว่า” 
    “แล้วไงต่อ”
    “จากนั้นที่คุณให้ฉันตรวจสอบบริษัทโฆษณาแอล ฉันก็ตรวจสอบแล้ว ไม่มีข้อมูลที่น่าสงสัย เขาเป็นเพียงพนักงานธรรมดาเท่านั้น ไม่มีเบื้องหลังอะไรเลย คุณจะตรวจสอบเบื้องหลังเขาทำไม”
    เหม่ยลี่ได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายบุคคล เรื่องที่ไม่ให้เธอออกจากงาน เธอดีใจมากรีบร้องบอกอี้หมิง
    “อะไรนะไม่อนุมัติการลาออก”
    เหม่ยลี่ยังดีใจ “ใช่ นายนี่โง่จริง เพราะจดหมายลาออกนั่นเขียนยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ไม่ให้ผ่านหรอก เพราะฉะนั้น หลายวันก่อนก็ถือว่าเราพักผ่อนอยู่บ้านอย่างเต็มที่ พรุ่งนี้ ฉันก็ต้องแต่งตัว ใส่ชุดที่สะอาดเรียบร้อยไปทำงานใหม่ไงล่ะ”
    “ไม่ได้! เธอไปไม่ได้”
    “ทำไม”
    “เธอบอกเซี่ยวเลี่ยงไปว่าจะลาออกถ้ากลับไปมันเสียหน้ามากเลยนะ”
    “แล้วฉันจะกินอะไรฉันต้องทำงานนะ”
    เซียนหนานกลับไปซื้อแหวนวงที่ซือหยวนอยากได้ แม้ว่าจะแพงถึงแปดพันห้าร้อยหกสิบสองหยวน
    จื่อเหลียงพาซือหยวนมาพบลูกค้าด้วย และแนะนำว่าเธอคือคนออกแบบ ซือหยวนดื่มจนเมา เซียนหนานโทรมาเธอก็ว่าติดงานแล้วรีบวางสายไป
    ซือหยวนเดินเซออกจากงานมา จื่อเหลียงตามมา
    “คืนนี้คุณเป็นอะไร ทำไมทำตัวแย่แบบนี้ล่ะ”
    “ขอโทษค่ะ”
    “ช่างเถอะ ผมไปส่งคุณกลับบ้านก่อน”
    “ฉันไม่กลับบ้านหรอก ฉันต้องสร่างเมาก่อน คุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะหาร้านกาแฟนั่งดื่มก่อน พักผ่อนซักพัก”
    “เอางี้ ผมจะหาสถานที่ให้ คุณนอนพักผ่อนก่อนเถอะ ไป”
    จื่อเหลียงพาซือหยวนมาพักที่ห้อง แล้วดูแลหาน้ำอุ่นมาให้เธอดื่มจะได้สร่างเมา
    “ทำไมต้องดีกับฉันขนาดนี้”
    “ผู้หญิงตัวคนเดียวเมาเหล้า จะให้ผมทิ้งคุณอยู่ข้างถนนเหรอ”
    “ฉันหมายถึงเรื่องการออกแบบ ทำไมต้องช่วยฉันด้วย”
    “เพราะคุณยืนอยู่ในแถวของผม คุณเป็นคนของผม”
    “คุณรู้มั้ยว่าตอนนี้ ทุกคนมองฉันยังไง ทุกคนดูถูกฉัน รวมทั้งเพื่อนที่ดีที่สุดไม่กี่คนของฉัน ก็เริ่มตีตัวห่างจากฉัน พวกเขานินทาฉันลับหลังอยู่เสมอ ทุกๆ วัน ฉันตื่นนอนหกโมงเช้า ออกเช้ากลับค่ำ ใส่เสื้อผ้าที่สวยงามมาทำงาน สวมรองเท้าส้นสูง แต่กลับต้องเดินบนถนนเล็กๆ รุกรัง เดินไปเรื่อยๆ กว่าจะเดินมาถึงป้ายรถเมลล์ ยืนรอรถอีกสองชั่วโมง ถึงจะมาถึงที่ทำงาน ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมพระเจ้าถึงไม่เห็นใจฉันเลย ฉันแค่อยากมีชีวิตที่ดี ฉันผิดงั้นเหรอ มันผิดด้วยเหรอ กลางคืนกลับถึงบ้าน กลับเห็นผู้ชายที่น่าผิดหวังคนนั้น ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย ฉันเหนื่อยมาก” จื่อเหลียงถอนใจ
    “ขอโทษค่ะท่านรอง ฉันพูดผิดไป”
    “ไม่ ตอนนี้คุณสวยมากต่างหากล่ะ” จื่อเหลียงจูบซือหยวน

กะรัตรัก Diamond Lover Ep. 18
    รุ่งเช้าซือหยวนตื่นมาก็งงๆ มองรอบๆ ห้อง จนจื่อเหลียงเดินมาหาทักทาย
    ซือหยวนอาย “เรา..เมื่อคืนเรา”
    “คุณวางใจได้ ผมจะชดเชยให้คุณเอง อ้อ จริงสิ เมื่อวานผมเห็นกระเป๋าคุณค่อนข้างเก่า ดังนั้นเช้าวันนี้ เลยให้คนขับรถไปซื้อใบใหม่มาให้ หวังว่าคุณจะชอบนะ เปลี่ยนมันซะเถอะ คุณจะได้ใช้กระเป๋าใหม่เลยไงล่ะ” จื่อเหลียงหัวเราะ “ผมเกือบลืมไปเลย คุณยังมีแฟนอยู่ใช่มั้ย ถ้าคุณไม่ต้องการให้ผมเจอเขาล่ะก็ ผมให้คนขับรถไปส่งคุณกลับบ้านได้นะ เขาจะพาคุณไปกินอาหารเช้าก่อน ผมยังมีงานที่บริษัท ต้องไปก่อน” 
    ซือหยวนนิ่งมองจื่อเหลียงเดินออกไป
    ซือหยวนกลับถึงบ้าน เธอรู้สึกผิด เซียนหนานเดินเข้ามาหา
    “เมื่อคืนคุณไปไหนมา ไม่เป็นไรนะ”
    “ไม่เป็นไร ฉันทำโอทีที่บริษัท เลยเผลอหลับไปน่ะ”
    “ทำไมคุณไม่โทรมาบอกผมล่ะ ผมรอคุณอยู่ทั้งคืน”
    “ฉันบอกแล้วไง ถ้าฉันทำโอทีคุณไม่ต้องรอหรอก” ซือหยวนหันหน้าหนี
    เซียนหนานคุกเข่า “คุณหลิวซือหยวนครับ”
    “หืม?”
    “แต่งงานกับผมนะ ครั้งก่อนคุณเคยบอกว่า ให้มอบอนาคตให้คุณ ผมคิดดีแล้ว เราแต่งงานกันนะ แต่งงานกันแล้ว เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ผมจะพยายามให้คุณ มีชีวิตที่ดี เป็นอะไร คุณไม่อยากตอบรับเหรอ”
    “ไม่ใช่ วันนี้มันกะทันหันเกินไป ฉันยังไม่ได้เตรียมตัว”
    “ทำไมต้องเตรียมตัวด้วย เพราะแหวนวงนี้ ไม่ใช่แค่หมายถึงเงินออมทั้งหมดของผม แต่ยังเป็นตัวแทนของเงินเดือนทั้งหมดในอนาคต มันจะเป็นของคุณทั้งหมด ตอบรับผมได้มั้ย ผมนึกแล้วว่าคุณต้องตกลง ผมรักคุณนะที่รัก” 
    เซียนหนานสวมแหวนให้แล้วสวมกอด ซือหยวนนิ่งจะกอดตอบแต่เปลี่ยนใจ 
    ที่บ้านเจิ้นตง เซี่ยวเลี่ยงมาทานอาหารด้วย พร้อมหน้า หลินกับจื่อเหลียง
    “มา หลังจากงานแถลงข่าว แกก็หายหัวไปเลย ยุ่งอะไรอยู่ล่ะ” เจิ้นตงถาม
    เซี่ยวเลี่ยงตอบ “ทำงานน่ะ”
    “ทำงานเหรอ ทำงานก็ต้องมีขีดจำกัด ฉันได้ยินว่าช่วงนี้แก เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วก็ไม่กลับบ้าน มันจำเป็นเหรอ”
    “ผมจัดการกับเวลาของตัวเองได้ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ให้คอยรายงานข่าวไม่ดีหรอก”
    “ในฐานะประธานกรรมการ ไม่ว่าแกจะทำอะไร ลูกน้องต่างก็มองดูอยู่ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ อ้อ ฉันได้ยินว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ประสบความสำเร็จมาก นักออกแบบคนนั้นชื่อหยวนอะไรนะ”
    จื่อเหลียงตอบแทน “หลิวซือหยวนครับพ่อ”
    “หลิวซือหยวน ฉันดูผลงานของเขาแล้ว ถือว่าไม่เลว แกเป็นคนปั้นเขาเหรอ”
    จื่อเหลียงยิ้ม “ใช่ครับพ่อ เธอมีพรสวรรค์มาก ตอนนั้นเกือบจะพลาดไปแล้ว ที่ไม่ได้ดึงเขาเข้ามา ฮิๆๆ”
    “เรื่องราวมากมาย ก็ต้องลองผิดลองถูก แม้จะมีพรสวรรค์ แต่ก็ต้องมีความมุ่งมั่น”
    “ใช่ครับ”
    เซี่ยวเลี่ยงแทรกว่า “ลองผิดลองถูกน่ะก็ใช่ แต่มีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นหรือไม่นั้น ก็พูดยากอยู่นะ”
    “เฮ่อ พ่อครับ ที่จริงความดีในครั้งนี้เป็นของเซี่ยวเลี่ยง ผลงานในครั้งนี้ก็เลือกสุ่มมาจากกฎระเบียบใหม่ของเขา ไม่งั้นคงไม่ได้เรื่องหรอก”
    เซี่ยวเลี่ยงลุกขึ้น “พ่อผมอิ่มแล้ว”
    “แกเป็นอะไรอีกล่ะ แกกินข้าวที่บ้านให้ดีๆ ซักมื้อไม่ได้หรือไง”
    “ได้ยินเขาเล่านิทานแล้วผมรู้สึกกินข้าวไม่ลง”
    “ครอบครัวเดียวกันกินข้าวพูดคุยกัน ทำให้แกไม่พอใจงั้นเหรอ” เจิ้นตงปราม 
    “โธ่เอ๊ย ช่างเถอะค่ะ อาจเพราะจื่อเหลียงพูดจาไม่ระวัง เซี่ยวเลี่ยง เธอเป็นพี่ชายของเขา อย่าไปถือสาน้องเลยนะ” 
    เซี่ยวเลี่ยงว่า “เอ๊ะ น้าหลิน พี่ชาย ขอโทษนะครับ ผมไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองใช้สถานะนี้เลย”
    เจิ้นตงตวาด “หุบปาก! พูดแบบนี้กับน้าหลินได้ยังไง เขามองดูแกเติบโต และยังเคยดูแลแก ยังไงเขาก็เป็นแม่แกครึ่งหนึ่ง แล้วแกล่ะ ไม่อยากตอบแทนบุญคุณก็ไม่เป็นไร ทำไมแกต้องพูดไม่ดีกับเขาต่อหน้าฉันด้วย!”
    “โธ่เจิ้นตง อย่าโกรธเพราะเรื่องนี้เลยค่ะ นะ ยี่สิบกว่าปีแล้ว ฉันชินแล้วล่ะ”
    เซี่ยวเลี่ยงว่า “เฮ่อ พ่อ พ่อแต่งงานกับน้าหลินมันก็เป็นสิทธิ์ของพ่อผมไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย แต่ไม่ยอมรับการแต่งงานของพ่อมันก็สิทธิ์ของผมพ่อไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเหมือนกัน”
    จื่อเหลียงสวน “นายลองพูดอีกทีซิ!”
    จื่อเหลียงโมโหลุกขึ้นจับเซี่ยวเลี่ยง เซี่ยวเลี่ยงนิ่ง
    “ท่านรองหลิน ในที่สุดนายก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมาต่อหน้าพ่อของฉัน”
    เจิ้นตงว่า “ที่จื่อเหลียงต่อยแก เพราะแกหาเรื่องใส่ตัวเองหนิ”
    “พ่อ ผมเป็นคนผิดเอง ผมใจร้อนเกินไป ผมจะออกไปเดี๋ยวนี้ เพื่อไปขอโทษพี่ชาย ขอตัวนะครับ”
    จื่อเหลียงตามเซี่ยวเลี่ยงออกมาถึงหน้าบ้านก็เรียกไว้ เซี่ยวเลี่ยงหันมา
    “ทำไม จะหาเรื่องอีกเหรอ”
    “ฉันเตือนนายไว้ก่อนนะ ห้ามทำร้ายแม่ฉันอีก!”
    “ถ้าพวกนายไม่ทำเรื่องสกปรกก็ไม่มีใครทำอะไรหรอก พ่อฉันรู้สึกละอายใจต่อพวกนายสองแม่ลูก ท่านจึงไว้ใจพวกนายถึงพ่อฉันไม่รู้ความคิดของพวกนาย แต่นายปิดฉันไม่ได้หรอก ฉันเตือนไว้ก่อนอย่าให้มากไปแล้วกัน”

จบตอนที่ 18