
กะรัตรัก Diamond Lover Ep. 17
‘เหม่ยลี่’ ผิดหวังมากที่ถูก ‘จื่อเหลียง’ ลอกเลียนแบบผลงานการออกแบบครั้งแรกในชีวิตของเธอไปให้ ‘ซือหยวน’
ทุกวันจันทร์พุธ เวลา 08.00 น. / 23.00 น. ทางช่อง NOW26
เซียนหนานโทรหาซือหยวนบอกว่าได้ปลาที่เพิ่งตายมาทำอาหารให้กิน แต่ซือหยวนที่อารมณ์ไม่ดีบอกว่าเธอไม่อยากกินปลาตาย แล้วไม่อยากดื่มเบียร์หมดอายุแล้ว และให้เซียนหนานเลิกโทรหาเธอ จื่อเหลียงออกมาบอกว่าให้เธอทำตัวให้ว่างหลังเลิกงาน จะไปกินข้าวกัน
จื่อเหลียงพาซือหยวนมาที่ร้านอาหารหรูแล้วให้เธอสั่งอาหารที่อยากกิน เธอว่าอยากกินปลาเป็น พนักงานว่าทางร้านนำปลาเป็นมาปรุงอาหารทุกตัว แล้วยังอยากได้ไวน์แดงที่แพงที่สุด จื่อเหลียงให้พนักงานไปจัดมา
ซือหยวนถาม “ทำไมต้องพาฉันมาที่นี่”
“ในฐานะเจ้านาย เอาใจลูกน้องของตัวเอง มันแปลกมากเหรอ”
“ก็ไม่แปลกหรอกค่ะ ฉันแค่รู้สึกว่าผลงานของฉันถูกเขี่ยทิ้ง คุณยังเอาใจฉันอีกเหรอ พาฉันมาร้านอาหารแพงๆ อย่างนี้ รู้สึกน่าแปลกมาก”
“การออกแบบประจำปีมีปีละครั้ง ซือหยวน คุณเห็นมองมันเล็กเกินไปหรือเปล่า อีกอย่าง เราแค่กินข้าวมื้อเดียวเท่านั้น ต่อไปคุณอยากมาเมื่อไหร่ เราก็มาเมื่อนั้นได้หนิ และอีกอย่าง ถ้าแค่กินข้าวมื้อเดียวต้องเลือกวันล่ะก็ ชีวิตแบบนี้อยู่ไปจะมีความหมายอะไร จริงมั้ย”
“แต่สำหรับคนอย่างฉันแล้ว อยากจะกินมื้อใหญ่ทั้งที ก็ต้องเลือกเวลาที่เหมาะสม เหมือนอย่างตอนนี้ ฉันนั่งอยู่กับคุณที่นี่ แต่ฉันไม่มีความรู้สึกเลยว่า ตำแหน่งนี้เป็นของฉัน”
“งั้นคุณบอกกับผมได้มั้ยว่า ตำแหน่งของคุณอยู่ที่ไหน”
“อาจเป็นบ้านธรรมดาแถวชานเมือง หรือว่าบ้านเช่าราคาถูก ที่ฉันจะย้ายไปอยู่เดือนหน้านี้ เพราะฉันเกิดในชนชั้นล่าง เลยถูกกำหนดให้อยู่ที่นั่นไปตลอดชีวิต ใครก็ช่วยฉันไม่ได้”
“แต่ผมช่วยได้ ตราบใดที่คุณยินดี ผมสามารถพาคุณออกจากตำแหน่งนั้น ไปยังสถานที่ที่คุณอยากไปได้”
ซือหยวนยังไม่เข้าใจ “ทำไมคุณต้องช่วยฉันด้วย”
“บางที เพราะคุณเหมือนคนๆ หนึ่งมาก ในตัวของคุณ ผมสามารถมองเห็นเงาของเขา และอีกอย่าง ผมเป็นที่พึ่งพาของคุณแล้ว ผมไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน หืม?”
“ขอบคุณค่ะท่านรองหลิน”
“ถ้าจะขอบคุณ ต้องขอบคุณคุณมากกว่า เพราะคุณเลือกคนช่วยที่ถูกต้อง อีกอย่าง คุณควรจะยินดี ที่คุณไม่ถูกเลือกถึงจะถูก”
“ฉันไม่เข้าใจความหมายที่คุณพูด”
“เพราะว่าบางสิ่งบางอย่าง ตอนเริ่มแรกอาจจะพลาดไป แต่สิ่งที่เป็นของเราอย่างแท้จริง มันจะกลับมา คุณคอยดูต่อไปแล้วกัน”
อาหารมาพอดี ซือหยวนมองอาหารแล้วกลืนน้ำลาย
อี้หมิงนั่งคุยกับตุ๊กตาอยู่ในห้องนอน
“ยัยอ้วน ฉันคิดดีแล้ว เรื่องเมื่อคืนนี้ เป็นความผิดของฉัน เธออย่าใส่ใจเลยนะ เรายังเป็นเพื่อนกันใช่มั้ย ทำไมเรื่องนี้เป็นความผิดของฉันล่ะ ฉันไม่มีสิทธิ์ชอบเขาหรือไง เฮ้อ ไม่คิดฟุ้งซ่านแล้ว เกลี้ยกล่อมเขากลับมาก่อนค่อยว่ากัน”
เหม่ยลี่ยังอยู่ที่บริษัท เซี่ยวเลี่ยงโทรหาเธอดีใจมาก รับเสียงหวาน
“ฮัลโหล ในที่สุดคุณก็โทรหาฉันแล้ว”
“ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะ”
“ไม่มีอะไรนี่คะ ก็ฉันมีความสุขนี่นา”
“วางลิ้นให้ตรงก่อนค่อยพูดเถอะ”
เหม่ยลี่กระแอม “คุณโทรมาหาฉันได้ไง”
เซี่ยวเลี่ยงขำ “ฮิๆ แฟนกันโทรหากันไม่ได้รึไง”
“ฉันคิดว่าคุณหวานๆ ไม่เป็นซะอีก”
“คุณมีอะไรที่ชอบหรือเปล่า”
“ของชอบเหรอ ของชอบเยอะมากเลย ฉันชอบกินของอร่อย ชอบของน่ารักๆ แล้วก็ชอบคุณด้วย”
“โธ่เอ๊ยอย่าพูดเล่นสิ”
“งั้นเริ่มจากตรงไหนดีนะ”
“ก็ต้องเริ่มจากผมสิ”
“คุณเหรอ จะฟังความจริงเหรอ”
“แน่นอน”
“ฮิๆ ฉันชอบจมูกของคุณ ฉันชอบปากของคุณ จริงสิ ฉันชอบตาตี๋ๆ ของคุณด้วย ฮิๆๆ ฉันชอบรอยยิ้มของคุณ ตาดวงนี้ลืมตากับไม่ลืมไม่ต่างกันเลย ว้าว.. น่ารักสุดๆ ไปเลย ฮิๆๆ”
เซี่ยวเลี่ยงถามต่อ “แล้วคุณชอบกินอะไร”
“ของโปรดเหรอ อ้อ มีเยอะมาก ในเซี่ยงไฮ้มีของอร่อยอะไรบ้างน้า.. ขาหมูหมั่นโถ ติ่มซำ ก๋วยเตี๋ยวหัวหอม ซี่โครงวัว แล้วก็ข้าวเหนียวม้วน โดนัทเค้ก น้ำเต้าหู้ แล้วก็เต้าฮวย”
เวลาเดียวกันนี้อี้หมิงพยายามโทรหาเหม่ยลี่แต่ให้ฝากข้อความ เขาถึงกับถอนใจ
เหม่ยลี่ยังคงคุยโทรศัพท์กับเซี่ยวเลี่ยง
“นี่ คุณเซี่ยว คุยกับฉันนานขนาดนี้ คุณไม่นอนหรือไงคะ”
“ตอนนี้คุณยังอยู่บริษัทอยู่เหรอ”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้ฉันอยู่บริษัทคนเดียว”
“อยู่บริษัทคนเดียวไม่กลัวเหรอ
“ก็รู้สึกกลัวนิดหน่อย”
“งั้นผมไปหาคุณนะ”
“ห๋ะ! ดีสิแล้วคุณจะมาเมื่อไหร่ ฮิๆๆ”
เซี่ยวเลี่ยงเดินเข้ามาหาเหม่ยลี่
“มี่โตะ เฮ้ยๆๆ ! ของโปรดที่คุณบอกเมื่อกี้ ผมซื้อมาให้แล้ว”
เหม่ยลี่ตื่นเต้น “ว้าว.. ของอร่อยเยอะแยะเลย”
เซี่ยวเลี่ยงแซว “ผมว่าคุณเห็นของกินแล้ว ดีใจกว่าเห็นผมซะอีกนะ”
“ในเมื่อคุณพูดอย่างนี้งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ”
เซี่ยวเลี่ยงขำ “ฮิๆๆ ผมว่า คุณกินเก่งขนาดนี้ เมื่อก่อนคุณเป็นยัยอ้วนใช่มั้ย”
เหม่นลี่ถึงกับสำลัก เซี่ยวเลี่ยงพลอยตกใจ “เอ่อ ไม่เป็นไรใช่มั้ย”
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ” เหม่ยลี่นึกถึงอี้หมิงที่คอยดูแลเวลาเธอกิน แล้วอดขำไม่ได้
“คุณขำอะไร”
“อ้อ ไม่มีอะไร อ้ำ”
“ผมไม่กิน”
เหม่ยลี่นึกได้ “อ้อ ฉันลืมไปว่าคุณสองคนไม่เหมือนกัน”
“อะไรไม่เหมือนกัน”
เหม่ยลี่รีบปฏิเสธ “เปล่า”
“ช่างเถอะ เอาชิ้นใหม่สิ ชิ้นเมื่อกี้ไงป้อนให้ผมอีกครั้งสิ”
“อ้ำ.. โอ้โหกินขนมยังหล่อซะขนาดนี้.. ฮิๆๆ”
“ถือว่าคุณสายตาดี จริงสิ พรุ่งนี้ทำตัวให้ว่างนะผมจะเดทกับคุณ”
“แต่พรุ่งนี้ฉันต้องเตรียมตัวประชุมสินค้าใหม่นะ มีที่ไหนกันนัดเดทกับคนอื่นอย่างนี้ ไม่ถามความเห็นของเขาก่อนเลย ไหนคุยกันว่าจะไม่ก้าวก่ายเวลาส่วนตัวและบังคับกันไง”
“พรุ่งนี้แปดโมงผมจะไปรับสายสิบนาทีจะคำนวณหักเงินโบนัสมีอะไรมั้ย”
เหม่ยลี่ค้อน “คนบ้า”
จื่อเหลียงไปส่งซือหยวนที่เมามาก เธอบอกให้เขากลับบ้านไปก่อน จื่อเหลียงไปแล้ว
ซือหยวนเข้าบ้านมาก็เห็นอาหารที่เซียนหนานทำไว้รอเธอ เธอรู้สึกผิด เซียนหนานเดินเข้ามา เธอถามว่าไปไหนมา เซียนหนานถามว่าผู้ชายที่มาส่งเป็นใคร
“รองประธานแผนกของเรา วันนี้มีงานต้องคุยกันเลยกลับดึก”
“คุยงานเหรอ คุยงานกันจนกลิ่นเหล้าหึ่งเนี่ยนะ คุยงานต้องกอดกันด้วยเหรอ”
ซือหยวนไม่พอใจ “คุณพูดอะไร ใครกอดกับใครกันล่ะ”
“ผมเห็นกับตา คุณยังไม่ยอมรับอีกเหรอ”
“ฉันไม่ยอมรับเรื่องอะไร เขาแค่ประคองฉันแป๊บเดียวเท่านั้นเอง คุณอะไรอยู่ ท่านรองหลินดีกับฉัน คุณควรจะดีใจสิ หึงหวงอะไรกันล่ะ ได้สิ งั้นจากนี้ไปฉันไม่ทำงานแล้ว ให้คุณเลี้ยงฉันดีมั้ย”
“ใช่ ผมไม่มีปัญญาเลี้ยงคุณ คุณก็ไปหาเขาเซ่! เขามีบ้านมีรถหนิ ไร้ยางอายสิ้นดี”
ซือหยวนเริ่มโกรธ “คุณว่าไงนะ!”
“ผมพูดอะไรคุณรู้ดีแก่ใจ คุณจะไปไหน!” ซือหยวนเดินหนีไป
เหม่ยลี่กลับบ้าน อี้หมิงที่รออยู่ก็ทักทายแล้วต่างจะพูดพร้อมกัน อี้หมิงให้เธอพูดก่อน
“คือว่า วันนี้เพื่อนที่ทำงานมาหารูมเมท แล้วก็อยู่ใกล้ที่ทำงานด้วย ยังไงฉันก็อยู่ที่นี่มาตั้งนานมากแล้ว แล้วก็ยังอยู่ไกลบริษัทด้วย ฉันเลยต้องไปสายบ่อยๆ ฉันเลยคิดว่า อยากจะย้ายไปอยู่ใกล้ที่ทำงานน่ะ”
“คงไม่ใช่เป็นเพราะฉันพูดว่าชอบเธอใช่มั้ย”
“เปล่าหนิ เพื่อนร่วมงานฉันหารูมเมทพอดีเท่านั้น”
“โธ่ เธอเลิกเล่นละครได้แล้วน่า อื่ม.. ที่จริงตอนกลางวันฉันจะบอกเธอแล้ว เมื่อวานเพราะว่าฉันกำลังโกรธก็เลยพูดล้อเล่น เพราะอยากให้เธอหยุดพูดเท่านั้นเอง”
“ล้อเล่นเหรอ งั้นที่นายบอกว่าชอบฉันก็ไม่จริงน่ะสิ”
“ไม่ใช่แน่นอน เมื่อวานที่ฉันพูดแบบนั้นเพราะว่าโกรธมาก เพื่อให้เธอกับเซี่ยวเลี่ยงดีกัน ฉันต้องทำตัวแบบนั้นต่อหน้าเกาเหวินมันน่าเกลียดมาก ฉันก็เลยอยากจะลงโทษเธอ เป็นยังไง เธอดูวันนี้สิ อารมณ์ฉันยังไม่ค่อยดีใช่มั้ยล่ะ”
“เฮอะ นายกลายเป็นคนเจ้าแผนการตั้งแต่เมื่อไหร่ นายแน่ใจนะว่าที่พูดออกมาไม่ใช่ความจริง”
“แน่นอนสิ ฉันจะชอบเธอได้ยังไงล่ะ เรารู้จักกันมายี่สิบกว่าปีแล้ว ถ้าฉันจะชอบเธอฉันชอบไปตั้งนานแล้ว”
“นายทำให้ฉันตกใจหมดเมื่อกี้ฉันอยู่หน้าบ้านไม่กล้าเข้ามาเลย”
“จริงเหรอ ใช่สิ ถูกผู้ชายเฟอร์เฟคอย่างฉันชอบก็ต้องกดดันอยู่แล้ว แต่เธอวางใจได้ ตอนนี้ ฉันเลื่อนขั้นไปอยู่ในชนชั้นของเกาเหวินแล้ว ไม่มีทางกลับไปชอบ เด็กประถมอย่างเธอหรอกน่า”
เหม่ยลี่ดีใจ “เย่! ขอบคุณที่นายไม่ได้ชอบฉัน มา เหลยอี้หมิง”
ทั้งสองต่างดีใจที่กลับมาเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม
จื่อเหลี่ยงกลับถึงบ้าน หลินก็ยังรออยู่ เขาบอกว่าวันหลังไม่ต้องรอให้พักผ่อนเถอะ
“ก็แม่เป็นห่วงแกหนิ ข้างบนเปิดน้ำอาบให้แล้ว เร็วเข้า อาบเสร็จแล้วรีบพักผ่อนซะนะ เดี๋ยวแม่ไปทำอาหารมื้อดึกให้แกอีกหน่อยนะ”
“แม่ครับ เพื่อบ้านหลังนี้ หลายปีมานี้แม่เหนื่อยมามากแล้ว ถ้ามีอะไรที่อร่อย อะไรน่าใช้ ก็ต้องคิดถึงเซี่ยวเลี่ยงก่อน ไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย แม่ทำอย่างนี้ ไม่เหนื่อยเหรอครับ ไม่ลำบากเหรอครับ”
“ทำไมถึงพูดอย่างนี้ล่ะ”
“แม่ ผมเจอคนๆ หนึ่ง เธอเหมือนแม่มาก”
“ใครเหรอจ๊ะ”
“เฮ่อ ไม่มีอะไรหรอก แค่เพื่อนน่ะครับ แม่ ดึกมากแล้ว แม่รีบไปพักผ่อนเถอะครับ”
เช้าวันใหม่จื่อเหลียงบอกซือหยวนว่าเซี่ยวเลียงไปโรงงานพร้อมเหม่ยลี่ ซือหยวนงงเพราะคิดว่าทั้งสองทะเลาะกัน
“ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ทะเลาะกันหรือไม่ แต่อยู่ที่ก่อนประธานเซี่ยวจะออกไปได้ลงนามหนังสือสัญญา ให้จัดการแถลงข่าวก่อนล่วงหน้า”
“มี่โตะเป็นนักออกแบบหลักในครั้งนี้ เกี่ยวอะไรกับเราคะ”
“ถ้าเราดำเนินการก่อนล่วงหน้า โครงการนี้ก็จะไม่มีที่ว่างให้พลิกผัน”
“แต่คุณเซี่ยวเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ ที่ว่างที่คุณหมายถึงคือ”
“ผมพูดตั้งแต่แรกแล้ว ถ้ายังไม่ถึงตอนท้ายใครก็สามารถแพ้ชนะได้ เอางี้ ไปเตรียมความพร้อมก่อน ผมจะพาคุณไปเจอลูกค้าเพื่อแถลงข่าว”
“แต่นักออกแบบในครั้งนี้คือมี่โตะ คุณจะพาฉันไปเหรอ”
“ฮึ มี่โตะเที่ยวสนุกอยู่ข้างนอก จะมีเวลาที่ไหนเป็นนักออกแบบล่ะ ฮึ”
จื่อเหลียงพาซือหยวนไปแนะนำกับคุณหวังในฐานะผู้ออกแบบสินค้าใหม่ คุณหวังชื่นชมซือหยวนไม่น้อย
ที่โรงพยาบาล เสี่ยวก๋อบอกอี้หมิงว่าเหม่ยลี่โทรมาฝากข้อความไว้เพราะติดต่อเขาไม่ได้ เหม่ยลี่ว่า คืนนี้เธอจะมีการแถลงข่าว จองที่นั่งไว้ให้เขาแล้ว ต้องการให้เขาไปด้วย แต่อี้หมิงให้โทรกลับไปบอกว่าเขาติดผ่าตัด เกาเหวินเองก็ตามตัวอี้หมิงไม่เจอ
เซี่ยวเลี่ยงกับเหม่ยลี่มาถึงที่แถลงขข่าว เซี่ยวเลี่ยงถามเหม่ยลี่ว่าเตรียมตัวรึยังว่าจะขอบคุณลูกค้ายังไง
เหม่ยลี่กระแอม “ขอบคุณแขกผู้มีเกียติทุกท่านที่มาร่วมงานแถลงข่าว ขอบคุณการมาเยือนของพวกคุณ และการสนับสนุนแบรนด์ของเรา ขอบคุณมากค่ะ”
“งั้น.. คุณต้องการขอบคุณใครเป็นพิเศษมั้ย”
เหม่ยลี่ว่า “มีสิ ที่จริงการออกแบบในครั้งนี้ ฉันต้องขอบคุณคนๆ หนึ่งมาก แต่น่าเสียดาย วันนี้เขาไม่ได้มา ดังนั้นหลังจากกิจกรรมสิ้นสุดแล้ว ฉันจะไปหาเขา วันนี้คุณไม่ต้องไปส่งฉันกลับบ้านนะ”
“ใครเหรอ”
“เพื่อนรักของฉันไงล่ะ เอาล่ะอย่างอนเลยน้า ฮิๆๆ”
ด้านซือหยวนก็บอกจื่อเหลียงว่าเธอไม่กล้า แต่จื่อเหลียงว่าตอนนี้แล้วยังลังเลอีกเหรอ ซือหยวนว่ามันเสี่ยงเกินไป
“ตั้งแต่ผมให้คุณแก้ไขรูปการออกแบบของมี่โตะ ผมเตรียมความพร้อมไว้เพื่อวันนี้แล้ว แค่คุณทำตามแผนของเราก็จะไม่มีปัญหา”
“แต่คุณก็รู้ว่ามันเป็นของมี่”
“คุณต้องการรักษาตำแหน่งมาตลอดไม่ใช่เหรอ ดังนั้นคืนนี้จึงเป็นโอกาสเดียว ผมหวังว่าคุณจะคว้ามันไว้ ผมจะรออยู่ข้างนอก”
เหม่ยลี่เข้ามาหาซือหยวนแล้วกล่าวขอบคุณ ซือหยวนงงว่าขอบคุณอะไร
“พี่จำได้มั้ย ที่พี่ให้ฉันยืมหนังสือข้อมูล การออกแบบสินค้าใหม่ครั้งนี้ มีเนื้อหามากมาย ที่ฉันได้รับแรงบันดาลใจ จากในหนังสือเล่มนั้น ดังนั้น ขอบคุณพี่มากค่ะพี่ซือหยวน และการออกแบบในวันนี้ พี่ก็เคยแก้ไขให้ฉัน ฉะนั้นถ้าหากไม่มีพี่ ก็ไม่มีฉันในวันนี้ค่ะ”
“เธอไม่จำเป็นต้องขอบคุณฉันหรอก ทำงานก่อนเถอะ”
“ค่ะ”
ระหว่างนั่งชมการเดินแบบเครื่องเพชร จื่อเหลียงทักเซี่ยวเลี่ยงว่า
“ได้ยินว่านายกับมี่โตะดีกันแล้ว คืนนี้มาด้วยกันใช่มั้ย”
“ฉันขอเตือนนายอย่าคิดร้ายกับเธอเด็ดขาด ทางที่ดีอย่าละเมิดกฎ”
“ละเมิดกฎเหรอ ฉันจำไม่ได้เลยว่าระหว่างเรายังมีกฎด้วยเหรอ”
“นายไม่เชื่อก็ลองดูสิ ฉันจะเตือนความจำให้นายเอง”
งานแถลงข่าวเปิดตัวสินค้าใหม่ จื่อเหลียงกล่าวขอบคุณ ทุกคนปรบมือ
“ในฐานะที่ผมเป็นรองประธานฝ่ายการออกแบบ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมมือกับประธานเซี่ยว จัดแถลงข่าวสินค้าใหม่ในครั้งนี้ ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนในบริษัทของเรา ดังนั้นผมขอเป็นตัวแทนของบริษัท ขอบคุณการสนับสนุนของทุกคนครับ ตอนนี้ ขอเชิญหัวหน้านักออกแบบ สินค้าใหม่ในครั้งนี้ของเรา ดาวดวงใหม่ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ นักออกแบบหลิวซือหยวนครับ”
กลุ่มคนปรบมือ จื่อเหลียงประกาศ “ปรบมือต้อนรับนักออกแบบหลิวขึ้นเวทีด้วยครับ”
เซี่ยวเลี่ยงกับเหม่ยลี่พากันงุนงง จื่อเหลียงลงมาจ้องเซี่ยวเลี่ยงอย่างท้าทาย ซือหยวนขึ้นมากล่าว
“สวัสดีค่ะทุกคน ฉันคือนักออกแบบของเทซีโร่ หลิวซือหยวนค่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนสู่งานการแถลงข่าวของบริษัทเทซีโร่ของเรา ในที่นี้ ฉันขอแนะนำให้ทุกคน รู้จักสินค้าใหม่ของฉัน แหล่งที่มาคือหนังสือนวนิยายเล่มหนึ่ง ที่วีรสตรีในนวนิยาย นั่งอยู่บนหาดทราย มองดูดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างเงียบสงบ และมีดาวดวงหนึ่ง เปล่งประกายเป็นพิเศษ”
เซี่ยวเลี่ยงเรียกจื่อเหลียงออกมาคุยตามลำพัง
จื่อเหลียงยิ้ม “มีอะไรประธานเซี่ยว ฉันจะบอกให้ มีแขกอยู่มากมาย ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ นายนั่นแหละต้องสูญเสีย”
เซี่ยวเลี่ยงจับเสื้อจื่อเหลียง “นายกำลังก็อปปี้ ฉันพูดคำเดียวก็สามารถทำลายนายทันที”
“ก็ไปพูดสิ ยังไงบริษัทเราก็มีเรื่องอื้อฉาวอยู่แล้ว ที่จริงใครก็อปปี้ใครไม่สำคัญหรอก ทุกคนก็พูดได้ โธ่เอ๊ย “การบริหารจัดการภายในของเทซีโร่วุ่นวายจัง” ฉันจะบอกให้ ถ้าพ่อโกรธเมื่อรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายกับมี่โตะ ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้นะ”
“ฉันรู้แล้ว นายเห็นว่าฉันไม่แตะต้องนาย จึงใช้ผลประโยชน์ของบริษัทกับมี่โตะมาขู่ฉัน”
“เป็นอะไร เห็นแฟนของตัวเองทุกข์ใจแล้วเจ็บปวดมากใช่มั้ย เอาสิ นี่ งั้นก็โทรศัพท์หาพ่อสิ แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟัง แต่ไม่ว่านายจะโทรหรือไม่ก็เหมือนกัน เพราะฉันชนะนายแล้ว”
“นายบ้าไปแล้วเหรอ”
“ถ้านายถูกคนอื่นเหยียบอยู่มานานยี่สิบกว่าปี นายต้องบ้ามากกว่าฉันแน่”
“นายพูดถูก แต่น่าเสียดายคนที่ถูกเหยียบคือนายตลอดไป อยากทำลายเทซีโร่อยากทำลายฉัน ฝันไปเถอะ นายมีชีวิตอยู่อย่างสกปรกไม่ต้องให้ใครเหยียบก็ไม่มีวันยืดหลังตรงได้ จำเอาไว้”
“ฉันจำคำพูดของนายแล้ว แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่านายควรรีบไปปลอบโยนแฟนของนายมากกว่านะ ฮิ” จื่อเหลียงหัวเราะ
จื่อเหลียงเดินมาเจอเหม่ยลี่ที่กำลังออกมาก็ยิ้มเยาะ
“อย่าเสียใจเลย คราวหน้ายังมีโอกาสอีกมาก โอ๊ะ ร้องไห้อยู่เหรอ งั้นก็ไปหาประธานเซี่ยวสิ เขาเป็นคนยุติธรรมมาก ต้องให้ความเป็นธรรมกับคุณแน่ คุณมองผมอย่างนี้ทำไม ยังไงคุณก็เป็นคนที่ผมบ่มเพาะมา คุณเสียใจผมก็แค่ปลอบใจมันสมควรอยู่แล้ว นะ ไม่ต้องขอบคุณ อ้อจริงสิ ประธานเซี่ยวอยู่ตรงนั้น คุณรีบไปหาเขาสิ นะ” จื่อเหลียงหัวเราะ
เหม่ยลี่เดินไปหาเซี่ยวเลี่ยง เขาขอโทษที่ไม่ดูให้รอบคอบ
“เป็นหัวหน้านักออกแบบหรือไม่ฉันไม่สนใจหรอก แต่การออกแบบครั้งนี้เป็นผลงานชิ้นแรกในชีวิตฉัน เขาเอาไปตามอำเภอใจได้ยังไงกัน แม้แต่เครดิตก็ไม่ให้ฉัน ฉันไม่ต้องการตำแหน่งหัวหน้านักออกแบบ และไม่ต้องการเงินปันผลส่วนแบ่ง ฉันแค่ต้องการให้เขียนชื่อฉันไว้ในผลิตภัณฑ์ แค่เขียนว่านักออกแบบมี่โตะเท่านั้น เซี่ยวเลี่ยงเราเข้าไปประกาศใหม่อีกครั้งได้มั้ย ฉันขอร้องล่ะคุณช่วยฉันได้มั้ยได้โปรดช่วยฉันซักครั้งเถอะ”
“ไม่ได้ เรื่องนี้ห้ามเผยแพร่ออกไปเด็ดขาด”
เหม่ยลี่อึ้ง “ทำไมล่ะ แค่เขียนชื่อของฉันมันมากไปงั้นเหรอ คุณรู้มั้ยว่าฉันพยายามแค่ไหนกว่างานออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ คุณเป็นคนช่วยแก้ไขให้ฉันทีละเส้นทีละลวดลายออกมาเองเพราะนี่คือพยานรักชิ้นแรกของเรา คุณรู้มั้ยว่าแหล่งที่มาของงานชิ้นนี้คืออะไร คือ.. แรงบันดาลใจมาจากเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉะนั้นจะให้ฉันทิ้งมันไปฉันทำไม่ได้แน่นอน”
“มี่โตะผมขอโทษ ครั้งนี้ทำให้คุณทุกข์ใจแล้ว”
“ทำไมล่ะคะ”
“มี่โตะ ในฐานะที่ผมเป็นประธาน ต้องเห็นแก่ผลประโยชน์ของบริษัทเป็นอันดับแรก ผมรู้ว่า งานชิ้นนี้มีความสำคัญกับคุณมาก แต่ว่า มันก็ทำให้ผมกดดันมากเช่นกัน เพราะทุกอย่างไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ข่าวถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ถ้ามันเป็นการออกแบบที่ดี ลูกค้าจะไม่สนใจว่านักออกแบบคือหลิวซือหยวนหรือว่ามี่โตะ แต่ถ้าหากเปลี่ยนแปลงข่าว จะทำให้มีผลกระทบ ต่อความซื่อสัตย์ขององค์กร”
“ใช้ความไม่ซื่อสัตย์แลกกับความซื่อสัตย์เหรอ ยังไงฉันก็ไม่มีทางเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด”
“ผมขอโทษ แต่ว่า ธุรกิจก็เป็นอย่างนี้แหละ ไม่ว่าคุณจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม ฉะนั้น นี่คือหนึ่งในเหตุผล ที่ผมให้คุณลาออกจากบริษัทก่อนหน้านี้ไงล่ะ”
“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันโง่เกินไป ซื่อเกินไป และฉันไม่แข็งแกร่งพอ ฉันจึงไม่รู้จักการต่อสู้ทางธุรกิจ ฉันคงเป็นภาระของคุณตลอดไป ฉันทำให้คุณเสียเวลาแล้ว” เหม่ยลี่เดินจากไป
เซี่ยวเลี่ยงเรียกแต่เหม่ยลี่ไม่สนใจ เขาได้แต่ถอนใจ
เหม่ยลี่เข้ามาหยิบกระเป๋า ซือหยวนที่รู้สึกผิดพูดกับเหม่ยลี่
“มี่โตะ เมื่อกี้ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านรองหลินถึงเรียกชื่อของฉันโดยตรง นักข่าวก็เห็นแล้ว ฉันไม่ขึ้นไปคงไม่ได้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอจริงๆ นะ”
“ฉันรู้ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่”
“แต่เธอ”
“ฉันไม่โทษพี่หรอก”
“เธอไม่โทษพี่จริงๆ เหรอ”
“ฉันยินดีด้วย”
อี้หมิงไม่อยากกลับบ้านเขายังอยู่ที่โรงพยาบาล เสี่ยวก๋อจะชวนทานข้าวก็ไม่อยากกิน จนเกาเหวินโทรมาหา ให้เขารีบไปหาที่บ้าน และพอดีแบตหมด
ด้านเหม่ยลี่ก็เศร้าอยากหาเพื่อนคุยอย่างมาก แต่ติดต่ออี้หมิงไม่ได้เลย
จื่อเหลียงมาส่งซือหยวน เธอยังกังวลว่าเซี่ยวเลี่ยงไม่ปล่อยแน่ จื่อเหลียงไม่อยากได้ยินชื่อนี้ก็ดุ
“ผมบอกแล้วไงว่าอย่าพูดถึงเขา! ทำไมเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว คุณต้องพูดชื่อเขาให้ผมได้ยิน สำหรับคุณเซี่ยวเลี่ยงสำคัญมากหรือไง คนที่ผลักดันให้คุณขึ้นเวทีคือผม ผมต่างหากที่เป็นคนควบคุมทั้งหมด!”
“ท่านรองคะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“คุณไม่เชื่อผมใช่มั้ย”
“ไม่ค่ะ ฉันไม่เชื่อตัวเองต่างหาก ฉันอยากเป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบมาตลอด แต่ฉันต้องการใช้ความสามารถของตัวเองเอาชนะเขา ไมใช่การแย่งชิงแบบนี้”
“ในเมื่อคุณทำไปแล้ว ยังสนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ทำไม ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงชะตาของตัวเอง ก็ปล่อยวางศักดิ์ศรีที่น่าตลกนั่นไปซะ คุณต้องหัดเหยียบหัวของคนอื่น ถึงจะมีสิทธิ์ไปพูดว่าตัวเองเก่งกว่าได้นะ หรือคุณคิดว่า นี่คือการเป็นแม่ยก ที่ควรถูกเซี่ยวเลี่ยงปราบปรามใช่มั้ย”
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะท่านรอง”
“งั้นก็ดี ซือหยวน คุณต้องจำเอาไว้ เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว คุณควรทำตามความต้องการของผมขับรถออกไป ถ้าวันหนึ่งรถคว่ำโดยไม่ตั้งใจขึ้นมา คนที่เป็นอะไร ไม่ใช่มีแค่ผมเท่านั้น”
“ค่ะฉันรู้แล้ว”
“กลับไปหลับให้สบายเถอะ พรุ่งนี้ ผมต้องเห็นคนที่ ร่าเริงสดใส นักออกแบบหลิวซือหยวน ดีมั้ย”
ซือหยวนยิ้มให้ “ค่ะ”
อี้หมิงมาที่บ้านเกาเหวินแล้วร้องเรียกเธอ เพราะไฟดับมืดมาก เธอร้องบอกว่าอยู่ใต้โต๊ะ
“นี่คุณ ไปหลบอยู่ตรงนั้นทำไม”
“ไม่เห็นเหรอว่าบ้านฉันไฟดับ มันมืดๆ”
“คุณเรียกผมมาเพราะบ้านคุณไฟดับงั้นเหรอ”
“ฉันกลัวคุณรีบเข้ามาเร็ว”
“คุณออกมาสิ”
“ไม่ได้คุณเข้ามาสิ เข้ามาๆ คุณเป็นอะไร”
“คุณดึงผมทำไมหัวผมโขกถูกโต๊ะแล้ว เจ็บมากเลย”
“ฉันกลัวคุณอย่าไปไหนนะ จับมือไว้”
“กลัวอะไรของคุณเนี่ยก็แค่ไฟดับ ปกติไม่กลัวอะไรไม่ใช่เหรอ”
“ใครบอกว่าฉันไม่กลัวล่ะ ปกติฉันใช้ชีวิตอยู่ใต้แสงเฟลชนะ ตอนนี้มืดเกินไปฉันไม่ค่อยคุ้นเท่านั้น”
“โอเค คุณปากแข็งไปเถอะ ผมจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น คุณอยู่ที่นี่ก่อน อย่าหนีไปไหนล่ะ”
“ไม่ได้ๆ ฉันจะไปกับคุณด้วย ไม่งั้นฉันไม่วางใจ”
“ชาติที่แล้วผมเป็นหนี้คุณหรือไงนะ คุณถึงมาตามทวงหนี้กับผม”
“ไม่ใช่ ไม่มี”
“บอกมาสิ วงจรไฟฟ้าอยู่ที่ไหน”
“อะไรคือวงจรไฟฟ้าล่ะ”
“โอเค คุณชนะแล้ว ตอนนี้ผมคอมเฟิร์มได้เลย คืนนี้บ้านของคุณไฟไม่ติดแน่ พรุ่งนี้เรียกช่างไฟมาแล้วกัน ผมกลับบ้านก่อน”
“ไม่ได้ๆๆ คุณไปไม่ได้ๆๆ”
“โอ้ย! คุณเหยียบเท้าผมทำไม”
“คุณต้องอยู่ต่อ ไปไม่ได้”
“ผมรู้สึกว่าชีวิตของคุณเปิดเผยดีนะให้ผู้ชายมาอยู่บ้านตามอำเภอใจ คุณรู้มั้ยผมเป็นคนยังไง ผมไม่ใช่คนจิตใจดีงามเพราะงั้นผมต้องกลับบ้าน โอ๊ยๆๆ”
“จับคุณได้แล้วๆ คุณคิดมิดีมิร้ายกับฉันใช่มั้ย เลยไม่กล้าพูดใช่มั้ย ภายใต้บรรยากาศมืดๆ คุณจะทำอะไรฉันใช่มั้ยทำไมคุณไม่อธิบายล่ะ คุณพูดมาเซ่!”
“ปล่อยมือๆ ผมพูดไม่ออก” อี้หมิงสำลัก “นี่คุณจะบีบคอผมให้ตายใช่มั้ย ผมรู้สึกว่าคุณหลงตัวเองมากเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ผมเหลยอี้หมิงเป็นใคร”
“ใครล่ะ”
“ใครๆๆ”
“ใครเล่า!”
“ผม..ผมเหลยอี้หมิง เป็นศัตรูตัวฉกาจของหญิงสาวทุกคนอยู่แล้ว ผมจะมีความคิดไม่ดีกับเพื่อนได้ยังไงล่ะ”
“ถ้าคุณไม่คิดแบบนั้นทำไมไม่กล้าอยู่ต่อเรานอนกันคนละเตียงกันคุณกลัวอะไร!”
“ได้ นี่คุณจะสู้กับผมใช่มั้ย งั้นวันนี้ถึงคุณไล่ผมก็ไม่ไป ดูสิว่าเราสองคนใครจะชนะ”
เกาเหวินกับอี้หมิงต่างต่อเถียงกันว่า “ใคร”
เกาเหวินขี่หลังอี้หมิงเลย “หลังของผม คุณอย่าหนีบผมสิ โอ๊ยๆ”
“ฉันกลัว”
“คุณ โอ๊ยหลังของผม”
สุดท้ายอี้หมิงก็จำต้องนอนเป็นเพื่อนเกาเหวิน
“ขอโทษด้วยนะ ที่ต้องให้คุณนอนค้างกับฉัน เพราะว่าฉันกลัวความมืดมาก ฉันรู้สึกว่าพอไฟดับก็เหมือนมีภูเขาลูกใหญ่มาทับฉัน ทับจนฉันหายใจไม่ออกเลยล่ะ”
“นั่นเป็นเพราะว่าคุณเคยชินกับการอยู่ใต้แสงไฟมากเกินไปน่ะสิ”
“คุณรู้มั้ย ที่จริงมีผู้ชายมากมายมาตามจีบฉัน”
“อย่านับผมเข้าไปด้วยนะ พี่สาวทำไมคุณยังไม่ง่วงอีก รีบนอนได้แล้วคุณหลับแล้วผมจะได้กลับบ้าน”
“ฉันรู้ว่า คุณไม่เหมือนกับคนพวกนั้นหรอก พวกเขาชอบฉันเพราะว่าฉันสวยและหุ่นดี แล้วก็บทบาทดาราของฉัน เวลาอยู่กับพวกเขาฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนเครื่องประดับ แต่เวลาที่อยู่กับคุณ ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ ฉันลองมาคิดๆ ดูแล้ว ในบรรดาผู้ชายที่ฉันเคยเจอมา มีแต่หานปิงที่รักฉันที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็ทรยศฉัน แต่คุณไม่เหมือนกัน ในเวลาที่ฉันลำบากที่สุดคุณไม่เคยทิ้งฉันเลย ถึงแม้ว่า ฉันจะไม่ชอบคุณเท่าไหร่ แต่ก็ต้องขอบคุณที่คุณรักฉัน และขอบคุณที่คุณเคยช่วยเหลือฉัน”
อี้หมิงนอนหลับกรน เกาเหวินชะโงกมอง “ฉันพูดคำซึ้งขนาดนี้คุณหลับได้ยังไงเนี่ย”
จบตอนที่ 17



