
ละครไทยพล็อตซ้ำรีเมกใหม่โซเชียลถามซีรีส์เกาหลีดีกว่าตรงไหน
‘ละครไทย’พล็อตซ้ำช้ำรีเมกใหม่ โซเชียลถาม‘ซีรีส์เกาหลี’ดีกว่าตรงไหน? : สกู๊ปบันเทิง
ศิลปะการทำ “ละคร” เป็นรสนิยมของแต่ละประเทศ มีลายเซ็นในการคิดพล็อต เดินเรื่อง และกลิ่นอายเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ช่วงหลายปีหลังในโซเชียลมีเดียตามกระทู้หรือเว็บบอร์ดชื่อดัง มักจะมีการจับเอา “ละครไทย” มาเปรียบเทียบกับ “ซีรีส์เกาหลี” ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร หรือหัวข้อประเภทซีรีส์เกาหลีดีกว่าละครไทยตรงไหน?
มีการลิสต์ความแตกต่างเปรียบเทียบเป็นหัวข้ออย่างละเอียด ทั้งเรื่องของพล็อตละครไทย ที่เส้นเรื่องไม่แข็งแรงเท่าของเกาหลี ความรุนแรงในการกระทำของตัวละคร พระเอกชอบฉุดกระชากลากถู มีไม่เคยเปลี่ยน ส่วนของเกาหลีจะเน้นรักซึมลึก แต่ในระยะหลังซีรีส์เกาหลีบางเรื่อง ได้มีการผสมกลิ่นอายคล้ายละครตบจูบของไทยอยู่เล็กน้อย
ปรากฏว่าประเด็นการใช้ความรุนแรงในละครของเกาหลี กลับถูกวิจารณ์จากสื่อในประเทศ ล่าสุดมีนักเขียน จากสื่อ “Oh My News” ที่เกาหลีได้วิพากษ์การนำเสนอความรุนแรง ให้กลายเป็นความโรแมนติกในละครบ้านตัวเอง เรียกว่าบ้านเขาอ่อนไหวมากกับเรื่องลักษณะนี้
ไม่เว้นแม้กระทั่งองค์ประกอบภายนอก การจัดแสง ภาพ และซาวน์ดนตรีที่ใช้ กลับถูกชาวโซเชียลนำมาชำแหละให้เห็นภาพชัดเจน ที่คอละครไทย หรือคอซีรีส์ในโซเชียลส่วนใหญ่ ไม่อาจปฏิเสธว่าเป็นความจริง พร้อมความคิดว่า อยากเห็นละครไทย พัฒนาพล็อตเรื่องให้แข็งแรง ไปไกลกว่าการตบตี แย่งชิงผู้ชาย! เรียกว่าวิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน
ลองมาฟังความคิดเห็นของเหล่านักแสดงไทย ที่แรกเริ่มแค่ทดลองดูซีรีส์เกาหลี เพราะอยากลิ้มรสความแตกต่าง แต่พอดูแล้วติด จนยากจะถอนตัว แสดงความเห็นถึงเสน่ห์บางอย่างในซีรีส์แดนกิมจิไว้อย่างน่าสนใจ
เริ่มที่นักแสดงสาวอินเนอร์แรง “จุ๋ย” วรัทยา นิลคูหา กล่าวว่า เสน่ห์ของซีรีส์เกาหลี คือความแปลกใหม่ “ตอนนี้จุ๋ยดูเรื่อง “W two worlds” ไปได้ครึ่งเรื่อง ถ้าพูดถึงเสน่ห์ของซีรีส์เกาหลี จุ๋ยว่าเนื้อเรื่องเขาแปลกใหม่ น่าติดตาม อย่าง W ใครจะไปคิดว่าเป็นเรื่องของตัวการ์ตูนในฉากออกมาสู่โลกมนุษย์ หรือบางเรื่องทำเป็นหนังย้อนยุคอย่าง “Moonlight drawn by clouds” ที่ตอนนี้คนกำลังติดกัน เขาสร้างเนื้อเรื่องให้คนดูฟินมาก ส่วนในเรื่องการแสดง แววตาของเขาดีมาก ถามว่าอยากเห็นละครไทยในอนาคตเป็นไปในทิศทางไหน จุ๋ยอยากได้แสงสวยๆ (หัวเราะ) แสงนวลๆ ดูแล้วสบายตา เหมือนภาพและการจัดแสงของเกาหลี แต่อยู่ที่เทคนิคในการถ่ายทำด้วย
เดี๋ยวนี้คนของเราก็มีบินไปดูงานที่ต่างประเทศเยอะขึ้น อย่างการจัดไฟ ตอนที่จุ๋ยไปเกาหลี ไฟของเขาจะเป็น “หลอดแอลอีดี” แล้ว เดี๋ยวนี้บ้านเราก็ใช้ไฟที่ไม่ร้อนแล้ว เป็นไฟเย็นๆ ทำให้แสงนวลขึ้น ส่วนเรื่อง “พล็อต” หรือ “บทละคร” ต้องบอกว่าคนเขียนบทบ้านเราหายากมาก ถ้าเลือกเรียนสาขานิเทศ จุ๋ยอยากให้เรียนเขียนบทเลย แล้วก็ดูหนังฝรั่ง หนังเกาหลี หนังต่างประเทศเยอะๆ เพื่อให้เรามีจินตนาการ มาช่วยพัฒนางานกันต่อไป” จุ๋ยกล่าว
ส่วนหนุ่มมาดเข้มอย่าง “เต้ย” พงศกร เมตตาริกานนท์ เป็นคนหนึ่งที่เริ่มดูซีรีส์เกาหลีมาประมาณ 2 ปี ดูเพื่อศึกษารายละเอียดต่างๆ ของซีรีส์ รวมถึงการแสดงของนักแสดงเกาหลี
“ผมชอบดูเพราะโปรดักชั่นของเขาค่อนข้างดี อย่างเรื่องล่าสุดที่ผมดูคือ “W two worlds” ผมชอบนางเอก (ฮัน ฮโย จู) มาก (ยิ้ม) ยิ่งเนื้อเรื่อง เขาคิดกันได้ยังไง ที่เล่า
เรื่องของโลกจริงกับโลกการ์ตูน เขาทำดีเลยนะ เราได้เห็นประเทศเพื่อนบ้านด้วยว่า เขาพัฒนาไปถึงจุดไหนแล้ว พล็อตและเนื้อเรื่องของเขาดีด้วย ไม่ได้เหมือนละครที่กำลังพัฒนา เพราะของเขาพัฒนาแล้ว ผมเริ่มดูมาประมาณ 2 ปี ดูเพื่อเอามาปรับใช้บ้าง พวกอินเนอร์สายตา ที่นักแสดงของเขาทำออกมาได้ดีและมีเสน่ห์มาก พระเอกบางคนตอนดูแรกๆ ไม่หล่อเลย พอเล่นๆ ไป เอ้า! ดูหล่อขึ้นมาได้ไง นางเอกก็ด้วย บางเรื่องไม่ได้สวยมาก แต่ดูไปเรื่อยๆ รู้สึกว่า สวย น่ารัก เพราะเขาเล่นได้มีเสน่ห์ ผมดูเพราะอยากพัฒนาการแสดงของตัวเองด้วย ศึกษาไว้บาง เราไม่ได้ดูเพื่อเลียนแบบเขา แต่เราดูเพื่อศึกษาเขา
ส่วนอยากเห็นอะไรจากละครไทยในอนาคต ผมอยากให้ผู้ใหญ่สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือสถานที่ รัฐบาลเกาหลีวางแผนเพื่อใช้ซีรีส์มาดึงดูดนักท่องเที่ยว มีการสอดแทรกวัฒนธรรมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การกินอยู่ ของบ้านเขาตลอด อยากให้พัฒนาในเรื่องของบทละครด้วย แต่ตอนนี้บ้านเรากำลังเร่งพัฒนากันอยู่ ถามว่าละครไทยพล็อตซ้ำหรือเปล่า ผมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะคนไทยยังชอบแบบนี้อยู่ สำหรับคนส่วนมากนะ แต่ในบางส่วนเขาอาจจะเริ่มต้องการสิ่งที่มากกว่านี้ เช่น พล็อตเรื่องสมเหตุสมผล ผมคิดว่าจริงๆ คนไทยเก่งนะ แต่ผมมองว่าสิ่งที่เราขาดจริงๆ เป็นเรื่องงบประมาณและการลงทุน” เต้ยกล่าว
นานาทัศนะกับเรื่องในวงการละคร ดูเขาเอาสิ่งดีมาปรับใช้ ของเราอะไรยังไม่โดน ก็เร่งพัฒนากันต่อไป!!



