
คุยกับ “โคอันซู”กับความมุ่งมั่นที่จะกำกับ "LEAGUE OF GODS”
คอลัมน์... เอเชียเอนเตอร์เทนเมนท์
ภาพยนตร์เรื่อง "LEAGUE OF GODS” ถือเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในปี 2016 ที่ใช้ทั้งระยะเวลาในการสร้างและเงินทุนค่อนข้างสูงเรื่องหนึ่งของฮ่องกง ด้วยตัวเลขกว่า 300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หนังเรื่องนี้ยังรวมทีมเทคนิคพิเศษจากต่างประเทศเพื่อเนรมิตภาพในจินตนาการของเหล่าทวยเทพให้ออกมาเป็นภาพในแผ่นฟิล์ม ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดคุยกับ โคอันซู ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้กันว่า ยากลำบากแค่ไหน
@ อยากให้คุณเล่าเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ฟังหน่อย
หนังว่าด้วยเรื่องตำนานที่ยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการต่อสู้นิรันดร์กาล ระหว่างธรรมะและอธรรม ถูกจินตนาการขึ้นมาใหม่ว่าเป็นโลกคู่ขนานคล้ายคลึงกับยุคราชวงศ์ซาง หนังบอกเล่าเรื่องราวของอาณาจักรที่กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง เหตุการณ์ ที่นำมาซึ่งนักรบคนกล้า เขาคือผู้ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการเพื่อชัยชนะของเหล่าธรรมะ
@ คุณตั้งใจให้หนังเรื่องนี้ ออกมาเป็นไปในรูปแบบไหน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมตั้งใจให้หนังผสมผสาน ความดราม่าศิลปะการต่อสู้ ความรักและเวทมนตร์ ให้ออกมากลมกลืนและลงตัว ซึ่งเราเล่าเรื่องของจีเล่ย ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากเผ่าพันธุ์ปีก ขณะที่เขาเผชิญหน้ากับปีศาจและพลังเหนือธรรมชาติเพื่อรื้อฟื้นพลังเวทมนตร์ที่เขาได้รับจากพ่อแม่ผู้ถูกสังหารของเขา และก้าวสู่สถานะนักรบแห่งแสง
@ ในภาพยนตร์เรื่องนี้คุณได้ร่วมงาน กับทีมงานและนักแสดงที่มีคุณภาพ
ครั้งนี้เราได้ร่วมงานกับนักแสดงและทีมงานชาวจีนระดับแนวหน้า ที่มากไปด้วยความสามารถ และฝีมือในการแสดง ซึ่งรวมถึงตำนานวงการหนังศิลปะการต่อสู้อย่าง หลี่เหลียนเจี๋ย ที่มารับบท เจียง ผู้เป็นพ่อมด แจ็คกี้ หวง นักแสดงบู๊ดาวรุ่ง มารับบท จีเล่ย แล้วก็ยังมีฟ่านปิงปิง เหลียงเจียฮุย กู๋เทียนเล่อ หวงเสี่ยวหมิง แอนเจลาเบบี้ เหวินจาง และเพื่อเป็นการทำให้แน่ใจว่าเราจะสร้างหนังที่มีคุณภาพสูงสุด เราก็ได้รวบรวมทีมงานระดับแนวหน้าของวงการไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับศิลป์ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ วิลเลียม จาง หรือผู้กำกับภาพมากประสบการณ์ อาร์เธอร์ หว่อง มาร่วมงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
@ ความท้าทายในการสร้างหนังเรื่องนี้คืออะไร
ความท้าทายหลัก คือการแปลงเรื่องราวมหัศจรรย์จากตำนานปรัมปราของจีน ให้ดูน่าเชื่อและเป็นไปตามหลักความเป็นจริง ทั้งในแง่ของวิทยาศาสตร์ ชีววิทยาและฟิสิกส์ ผมต้องก้าวข้ามขอบเขตทางประวัติศาสตร์เพื่อสร้างโลกของเวทมนตร์ที่ไม่เหมือนใคร ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ชัดเจนและตรงไปตรงมากว่าที่หนังแนวนี้มักจะเป็นกัน เป็นโลกคู่ขนานที่คล้ายกับโลก แต่ก็ไม่ใช่โลกซะทีเดียว เป็นโลกที่มีพระอาทิตย์สามดวงและมีสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์มากมายมันไม่เชิงว่าเป็น “ความจริงเสมือนจริง” แต่เป็น “ความจริงที่ถูกจินตนาการใหม่” มากกว่า
@ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำที่ไหนบ้าง
สำหรับโลเกชั่น เราได้สำรวจสถานที่ที่เป็นไปได้หลายที่ มีทั้งฮ่องกง กวางโจว และปักกิ่ง เราตัดสินใจเลือกปักกิ่งเพราะเราต้องใช้ฉากและซาวด์สเตจขนาดใหญ่ เราต้องสร้างฉากกว่า 50 ฉาก มีทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ ที่คุมขังไปจนถึงสวนเวทมนตร์ ถ้ำและหุบเขา ความซับซ้อนของตารางการทำงานของนักแสดงทำให้หลายฉาก จะต้องพร้อมในเวลาเดียวกัน และในบางฉากที่เราไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้จริงๆ ก็จะถูกสร้างขึ้นหรือถูกเสริมแต่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
@ หนังเรื่องนี้ทราบมาว่าฉากบู๊ค่อนข้างเป็นปัญหาเช่นกัน
บ่อยครั้งในหนังแนวแฟนตาซี ที่ฉากแอ็กชั่นจะขาดความสมจริงไป ผมก็เลยให้ทีมสตั๊นท์ซ้อมซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจถึงความสมจริงด้านแรงโน้มถ่วง ในการเคลื่อนไหวของพวกเขาและเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ตราตรึงใจ หนังเรื่องนี้เป็นหนังใหญ่เรื่องแรกของ แจ็คกี้ หวง พระเอก ผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาหลายปี ผมก็เลยอยากจะโชว์ทักษะการต่อสู้ของแจ็คกี้ด้วยการออกแบบซีเควนซ์แอ็กชั่นที่จะนำเสนอพรสวรรค์ของเขา ซึ่งแจ็คกี้ก็ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นกับแผนกสตั๊นท์เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการแสดง และเขาก็ซ้อมอย่างมุ่งมั่นแม้ว่าจะบาดเจ็บก็ตามที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของเขา
@ สุดท้ายนี้อยากบอกอะไรกับผู้ชม
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือเป็นการเดินทางรอบโลก ที่เป็นส่วนตัวและน่าอัศจรรย์ใจสำหรับผม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยบทเรียนและความโชคดี ผมซาบซึ้งใจอย่างมากกับชาร์ลส์ หวง ที่ให้โอกาสนี้กับผมและทำให้ผมได้ร่วมงานกับทีมงานระดับโลก มันเป็นช่วงเวลาสามปีที่ยากเย็นและท้าทายที่สุดในชีวิตของผม ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้นและมีแรงบันดาลใจที่ได้ร่วมงานกับมืออาชีพของวงการนี้ที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นทั้งในจีนและทั่วโลก ผมหวังว่าคนดูจะให้การสนับสนุนและมองเห็นความอุตสาหะของพวกเราในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ฉายแล้วในโรงภาพยนตร์



