
‘เนปาล’ สนับสนุนคนมีฝันส่ง 'ว่ายทวนน้ำ' ให้กำลังใจ
‘เนปาล’ สนับสนุนคนมีฝันส่ง 'ว่ายทวนน้ำ' ให้กำลังใจ : ดนตรี
หลังจากผ่านพ้นการประกวดในรายการ “The Voice Thailand season 4” นักร้องหนุ่ม “เนปาล" พิษณุ ไชยโรจน์ ก็ไม่หยุดตามฝนของตัวเอง ยังคงมุ่งมั่นกับการเดินตามฝันต่อ ด้วยการปล่อยเพลงแรกในชีวิต “ว่ายทวนน้ำ” โชว์กึ๋นกับการทำงานเองทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังครั้งแรก โดยในเพลงนี้เป็นการนำกลิ่นอายของดนตรีอเมริกันยุค 70 กลับมาอีกครั้ง ในรูปแบบของตัวเขาเอง
โดยเนปาลเล่าถึงเพลงว่าเขาแต่งขึ้นตอนที่ไปเฝ้าน้องชายที่ประสบอุบัติแล้วอยู่ในห้องไอซียู เขากับน้องชาย มีความฝันเหมือนกันในเรื่องดนตรี เคยตั้งวงดนตรีมาด้วยกัน จนวันที่เขาสูญเสียน้องชายไป ทำให้เขาคิดว่า ต้องสานฝันในเส้นทางสายดนตรีต่อไปให้สุด ลุยมันไปให้เต็มที่ จนทำให้เขาก้าวเข้าประกวดในรายการThe Voice Thailand season 4
“ผมรักเพลงนี้ที่สุด จริงๆ ก็รักทุกเพลงที่เราแต่ง แต่เพลงนี้มันบ่งบอกตัวตนของเราที่สุด เป็นการเปรียบเทียบความฝันของผมกับน้องชายที่แตกต่างกัน ผมมีโอกาสที่จะสานฝันต่อ แต่น้องของผมเขาไม่มีโอกาสนี้ ทำให้ผมคิดถึงคำว่าว่ายทวนน้ำขึ้นมา เพื่อให้กำลังใจเขา พอได้โอกาสมาทำเพลงแรกในชีวิตของตัวเอง ผมเลยอยากเอาเพลงนี้มาทำ โดยมีการปรับให้เป็นเพลง “ว่ายทวนน้ำ” ของทุกคน คือการนำเสนอเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องของความฝัน ทุกคนมีความฝันกันอยู่แล้ว แต่แบ่งออกเป็นคน 2 กลุ่ม คือคนที่สู้บนเส้นทางของความฝัน สู้มาระยะหนึ่งแล้วถอดใจ แต่คนที่อยู่ในเพลง คือคนที่สู้กับความฝันมาตลอด ถึงจะยากลำบากแค่ไหน ก็ยังจะสู้ต่อ เหมือนการว่ายทวนน้ำที่ถึงจะลำบากแต่ก็ยังสู้ต่อ ยังซื่อสัตย์ต่อความฝัน ยังเดินทางในสิ่งที่ตัวเองรักอยู่” นักร้องหนุ่มเผย
เนปาลเผยว่า เขาก็คือหนึ่งในที่ “ว่ายทวนน้ำ” เพราะฝ่าฟันมาจนมีวันนี้ ตั้งแต่เล่นดนตรีกลางคืน จนมาประกวดเดอะวอยซ์ สู้จนผ่านเข้ารอบลึกๆ ถึงจะยังไม่ได้ถึงการคว้าแชมป์ แต่การที่เขาได้เข้ามาประกวด แข่งขันกับคนเก่งๆ และสู้กับบททดสอบมากมายที่เกิดขึ้น เพื่อความฝันของเขา
“ผมผ่านการล้มมาตั้งหลายรอบ แต่ก็ยังสู้อยู่ แม้ว่าในบางครั้งจะการสู้ในเฮือกสุดท้าย แต่ก็ยังสู้อยู่ เพลงนี้ผมอยากสะท้อนถึงกำลังใจ และแฝงไปด้วยความฝันที่อยู่ในนั้นด้วย อยากส่งผ่านไปถึงทุกคนที่กำลังต่อสู้กับการดำเนินชีวิต การงาน หรือเรื่องอะไรต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีอยู่คือความฝัน มีเนื้อร้องท่อนหนึ่งที่บอกว่า “เป็นวิถีของคนที่จากจร เขียนเพลงตัดรอนต่อโชคชะตา แค่หนึ่งคนฟัง ดั่งหนึ่งไฟฟืน ที่จุดไฟฝันให้ลุกโชน...” เนปาลเผย
ในช่วงสุดท้ายของการพูดคุย เนปาลเผยว่า สำหรับเขาแล้วการได้มีเพลงของตัวเองออกมา ได้มีงานจ้างให้ได้ร้องเพลงให้คนฟัง ในยุคแบบนี้ ถือว่าเขาก็ได้มาถึงฝันในจุดหนึ่งแล้ว ถามว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งอย่างที่ตั้งใจไว้
“ด้วยสไตล์เพลงของเรา ถ้าเปลี่ยนเป็นอาหาร ก็ไม่ใช่อาหารที่เป็นแฟชั่นฟู้ด ถือว่าเป็นเมนูใหม่ๆ ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นการทำงานของเรา ก็ต้องหาความพอดี ถึงจะเป็นอาหารรูปแบบใหม่ แต่ก็ต้องกลมกล่อมและอร่อยด้วย เพราะการทำงานเพลง เราก็ต้องคิดถึงฟังด้วย ไม่ใช่มองแค่เราฟังคนเดียว มันต้องดูให้เหมาะทั้งกับเราและกับคนฟัง” เนปาลกล่าว



