
กะรัตรัก Diamond Lover Ep. 9
‘เกาเหวิน’ เสียใจมากเมื่อรู้ความจริงว่าในอดีต ‘เจสัน’ บังคับให้ ‘หานปิง’ ออกไปจากชีวิตของเธอ
ทุกวันจันทร์พุธ เวลา 08.00 น. 23.00 น. ทางช่อง NOW26
เกาเหวินนึกถึงตอนที่ถ่ายโฆษณาแล้วเธอทำสร้อยคอหายแล้วให้เหม่ยลี่ไปเอาที่รถของอี้หมิง เธอถามว่าจากนั้นทั้งสองคนไม่เจอกันเลยเหรอ ทั้งสองแกล้งจำไม่ได้ เกาเหวินตัดบทให้อวยพรวันเกิดเธอดีกว่า
หลังอวยพรวันเกิดตัดเค้กกันแล้ว เกาเหวินก็ว่า
“วันนี้สนุกจังเลย งั้นฉันฝากมี่โตะด้วยคุณต้องไปส่งเธออย่างปลอดภัย แล้วก็เธอไม่มีแฟนนะ”
อี้หมิงว่า “เขาน่ะ ไม่ใช่สเป๊กของผมหรอก”
เหม่ยลี่ก็รีบบอก “เขาก็ไม่ใช่รสชาติของฉันเหมือนกัน”
เกาเหวินขำ “ฮิๆๆ เลิกพูดได้แล้วน่ารีบไปเถอะ บ๊ายบาย”
เหม่ยลี่กับอี้หมิงลากลับ พอเกาเหวินปิดบ้าน เหม่ยลี่ก็เห็นหานปิง เธอร้องบอกให้อี้หมิงจับตัวไว้ เกาเหวินได้ยินก็เปิดออกมา พอเห็นหานปิงก็บอกให้อี้หมิงปล่อยตัว
เหม่ยลี่ว่า “แต่เมื่อกี้เขาแอบมองเธอนะ”
“พวกเธอเข้าใจผิดแล้วเขาเป็นนักข่าวที่ฉันรู้จัก ปล่อยเขาเร็วสิ”
“นักข่าวเหรอ ขอโทษนะ แต่เมื่อกี้คุณทำตัวลับๆ ล่อๆ”
หานปิงไม่พอใจ “เธอว่าใครลับๆ ล่อๆ”
อี้หมิงสวนกลับ “ทำไมต้องตะคอกด้วย”
“เธอบ้าไปแล้วเหรอ”
เกาเหวินห้าม “ไม่ใช่ๆ คุณปล่อยเขาก่อนพวกคุณเข้าใจผิดแล้วจริงๆ ปล่อยมือ ปล่อยเขาสิ”
เหม่ยลี่ถาม “เธอแน่ใจเหรอว่ารู้จักเขา”
“ฉันรู้จักเขาจริงๆ พวกเธอเข้าใจผิดแล้วรีบปล่อยมือเร็ว พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ ฉัน ฉันไม่เป็นไร”
เหม่ยลี่ย้ำ “ไม่เป็นไรจริงๆ นะ”
เกาเหวินยืนยัน “ไม่เป็นไรจริงๆ ไปเถอะเดินทางปลอดภัยนะ”
เหม่ยลี่กับอี้หมิงกลับไป
เกาเหวินพาหานปิงเข้ามาในบ้าน
หานปิงว่า “ดูท่าทาง.. คุณสบายดีนี่”
“มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ ฉันยังมีธุระต้องทำ”
“จริงสิ ผมลืมไปเลย ตอนนี้คุณเป็นดาราดังแล้ว คุณพาผมเข้าบ้านในเวลานี้ แฟนคุณคงไม่ตำหนิหรอกนะ”
“คุณต้องการอะไรกันแน่” หานปิงจูบ เกาเหวินฮึดฮัดออกมาได้แล้วตบหน้าหานปิง “บ้าไปแล้วเรอะ! เราเลิกกันแล้วคุณรู้มั้ย
“ผมรู้ แต่ผมคิดถึงคุณนะเกาเหวิน”
“ปล่อยนะ”
“วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ วันเกิดของคุณปีก่อนๆ ผมจัดให้ทุกครั้ง ผมแค่กลับมาเยี่ยมคุณไม่ได้หรือไง”
“คุณเห็นฉันแล้วก็กลับไปได้”
“เพราะเจ้าของบริษัทเพชรคนนั้นใช่มั้ย คุณชอบเขาจริงๆ เหรอ”
“นี่มันเรื่องระหว่างฉันกับเขาคุณเกี่ยวอะไรด้วยเล่า”
“เกาเหวิน ผมผิดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนผิดเอง ผมไม่ควรพูดว่าจะไปจากคุณ เพราะว่าในตอนนั้นคุณดังแล้วผมเป็นเพียงช่างภาพเล็กๆ ผมกลัวว่าจะไม่เหมาะสมกับคุณนะ”
“แล้วตอนนี้ล่ะ ตอนนี้มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงเหรอ ฉันเคยบอกคุณแล้วว่าความรักของฉันมีเพียงครั้งเดียว แต่คุณใช้โอกาสนั้นไปแล้ว ฉันจะไม่ยอมรับคุณอีกแล้ว ไปซะเถอะ”
“เกาเหวิน วันนี้เป็นวันเกิดของคุณ ให้ผมจัดวันเกิดกับคุณอีกครั้งได้มั้ย”
เกาเหวินไล่ “ออกไป!”
“เกาเหวิน คุณรู้มั้ยว่าตอนนั้นบริษัทต้นสังกัดของคุณกดดันให้ผมจากไปยังไง”
หานปิงออกไป เกาเหวินร้องไห้เสียใจมาก
เกาเหวินออกไปดื่มที่ผับต่อ เจสันโทรหาแล้วรีบมาตามเธอ
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง ห๋ะ? เกิดอะไรขึ้น”
“วางใจได้ ฉันใส่แว่นสวมหมวกไว้ ไม่มีใครจำฉันได้หรอก ฮิๆๆ”
“หมวกกับแว่นดำของเธอใช้ได้ที่ไหน ถ้าถูกนักข่าวถ่ายรูปจะทำยังไง ฉันจะอธิบายยังไงล่ะ ไปกลับกับฉัน”
“ปล่อยฉัน ปล่อยนะ! อ่ะ วันนี้เป็นวันเกิดฉัน ใครก็อย่ามายุ่งกับฉัน ทุกคนดื่มให้เต็มที่วันนี้ฉันเหมาจ่ายหมดเลย”
เจสันปราม “เบาเสียงหน่อยเธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย ระวังภาพพจน์ของตัวเองด้วยสิ”
เกาเหวินพูดปนหัวเราะ “ภาพพจน์เหรอ ฉันมีภาพพจน์อะไร ดาราเหรอ”
“ใช่แล้ว”
เกาเหวินหัวเราะ “แม้แต่เหล้าฉันยังดื่มไม่ได้เหรอ กับคนที่ฉันรักก็ยังอยู่ด้วยกันไม่ได้ ฉันเป็นดาราประสาอะไร”
“นี่ เกิดอะไรขึ้น ทะเลาะกับเซี่ยวเลี่ยงใช่มั้ย โธ่เอ๊ยอย่าเพิ่งดื่มได้มั้ย! มันเกิดอะไรขึ้น”
เกาเหวินเยาะ “เฮ่อ เธอคิดว่าฉันดื่มมากขนาดนี้ให้คนที่เพิ่งรู้จักไม่กี่เดือนเหรอ”
“ไม่กี่เดือนก็ดีไม่กี่ปีก็ดี ก็เป็นแฟนของเธอเหมือนกันไม่ใช่เหรอ คงไม่ใช่เพราะหานปิงหรอกนะ หานปิงใช่มั้ย ห๋ะ?”
“อย่าพูดถึงเขาอีก”
“ฉันแน่ใจว่าต้องเป็นหานปิง ไอ้หมอนี่หนิ ฉันนึกไว้แล้ว ว่าหานปิงคนนี้ไม่ได้เรื่องอย่างแน่นอน”
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าพูดถึงเขาอีก!”
“ได้ ฉันจะไม่พูด งั้นเราไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีๆ ได้มั้ย”
“คุยว่าเมื่อก่อนเธอบังคับให้เขาไปยังไงเหรอ ตอนฉันเปิดตัวเธอก็หวังว่าให้ฉันเลิกกับเขา ต่อมาพอฉันดัง เขาก็ไปจากฉันในชั่วข้ามคืน มันไม่ใช่ฝีมือของเธอหรอกเหรอ”
เจสันเหวอ “เขาบอกเธอเหรอ”
“ใครบอกฉันไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญคือเธอ เธอบังคับให้ผู้ชายที่ฉันรักต้องจากไป หลายปีมานี้เธอเห็นฉันเจ็บปวดเพราะเขา รู้สึกผิดเพราะเขา แต่กลับไม่เคยบอกอะไรกับฉันเลย”
“เขาไม่เหมาะสมกับเธอเลยนะ”
“เขาเหมาะหรือไม่เหมาะกับฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาตัดสิน เขาเคยผ่านความลำบากมากับฉันเพราะเขา ฉันถึงมีวันนี้ได้เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่เขาไป!”
“แล้วเธอล่ะ ห๋ะ ถ้าตอนนั้นเธอรักเขามาก ทำไมไม่ไปตามเขาล่ะ ตอนนี้เธอเสียใจแล้วเหรอ เธอรักเขาขนาดนี้ก็ไม่ต้องมาแสดงหนังสิ เธอเลือกสายอาชีพนี้แล้ว มันไม่มีทางย้อนกลับแล้ว ทุกทางเลือกของเธอ และทุกๆ ความสำเร็จ มันเกิดขึ้นได้เพราะความทุ่มเทของเธอ เธอมีวันนี้ได้ ควรจะขอบคุณฉัน ที่ตอนนั้นได้ช่วยเธอไว้มากกว่านะ”
เกาเหวินไล่ “ไป”
“ฉันถามหน่อยเขากลับมาหาเธออีกใช่มั้ย”
“เขากลับมาแล้วจะทำไม อยากจะทำร้ายเขาอีกครั้งเหรอ”
“ฉันไม่อยากทำร้ายใครทั้งนั้น และฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดอะไรด้วย ฉันเป็นผู้จัดการของเธอ ฉันจะขอเตือนเธอไว้นะ คนที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในตอนนั้นสามารถทำลายเธอในตอนนี้ เอาล่ะ แม้ว่าเธอ ไม่สนใจตัวตนในตอนนี้ แล้ววัยรุ่นที่เธอเสียเวลาไปล่ะ เธอคิดว่ามันคือความรักเหรอ ห๋ะ?”
“ไป ฉันบอกให้ออกไป”
“เธอต้องกลับไปกับฉัน ไม่ต้องดื่มแล้ว”
เกาเหวินไม่ยอมไปด้วย “ฉันบอกให้ออกไป!”
“สุขสันต์วันเกิดนะ” เจสันออกไป
เกาเหวินร้องไห้อย่างหนักแล้วหลับไป จนคนหมดร้าน หานปิงเข้ามาหาแต่เธอก็ยังหลับ เขาคิดถึงตอนที่บอกเลิกเธอ เขาเสียใจไม่น้อย
วันต่อมาเซี่ยวเลี่ยงโทรหาเกาเหวินจะให้ออกงานต้อนรับลูกค้าเกาหลีกับเขา แต่เกาเหวินว่าเหนื่อยอยากพัก เซี่ยวเลี่ยงขอร้องเธอจำยอม พอวางสายจากเซี่ยวเลี่ยง หานปิงก็โทรมาบอกว่าอยากเจอและจะรอที่เดิมไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่เขาก็จะรอ
เหม่ยลี่ออกจากบริษัทก็โทรนัดอี้หมิงไปฉลองว่าซือหยวนเอาข้อมูลคืนแล้ว ยังคุยไม่ทันจบ เหม่ยลี่ก็เจอพวกหลง นักเลงที่เธอเอาเหล้าสาดหน้า กรูกันเข้ามาจับตัวเธอ เซี่ยวเลี่ยงที่ขับรถผ่านมาเห็นพอดีก็พุ่งเข้าชน จนพวกหลงหลบไป เซี่ยวเลี่ยงรีบพาเหม่ยลี่ขึ้นรถออกไป
อี้หมิงที่ได้ยินในเสียงโทรศัพท์ก็รีบขับรถมาทันเห็นตอนเซี่ยวเลี่ยงพาเหม่ยลี่หนีไปแล้ว เขาจึงลงไปจัดการพวกหลง จนตัวเองได้แผลกลับไป
เหม่ยลี่หลับไปในรถของเซี่ยวเลี่ยง ตื่นอีกทีก็พบตัวเองอยู่ในห้องของเซี่ยวเลี่ยงแล้ว
“ผมยังไม่ได้ถามคุณเลย คนพวกนั้นเป็นใคร ทำไมคุณหาเรื่องวุ่นวายได้ทุกวันเลย”
“จริงสิ คุณบาดเจ็บหรือเปล่า พี่หลงไม่ได้ทำอะไรคุณใช่มั้ย”
“คุณยังมีอารมณ์เป็นห่วงผมอีกเหรอ คุณรู้มั้ยว่าเมื่อกี้คุณมีอันตรายแค่ไหน ถ้าผมมาช้าไม่กี่นาที คุณถูกคนพวกนั้นเอาตัวไปแน่”
“ฉันขอโทษค่ะที่หาเรื่องให้คุณอีกแล้ว”
“ผมชินแล้วล่ะ แต่คุณต้องบอกผมว่าเรื่องอะไร คุณไปมีเรื่องกับคนแบบนั้นได้ยังไง”
“เอ่อ.. เพราะว่าซื่อ..”
“ซื่อ ซื่ออะไร?”
“เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวโยงกับคนอื่นฉันเลยพูดไม่ได้”
“คุณไม่พูดแล้วจะให้ผมช่วยคุณยังไงล่ะ ถ้าคนพวกนั้นมาหาคุณอีกถึงตอนนั้นจะทำยังไง”
“คุณเป็นห่วงฉันอยู่เหรอ”
ฉีหยูโทรเข้ามาหาเซี่ยวเลี่ยง “อื้ม เรื่องนั้นจัดการเป็นยังไงบ้าง คนพวกนั้นเป็นใคร”
ฉีหยูรายงาน “อ้อ คนพวกนั้นถูกจับกุมหมดแล้วครับ เป็นแค่นักเลงในสังคมมืดเท่านั้นไม่มีเบื้องหลังอะไร”
“นายไปเตือนพวกเขานะ ถ้ากล้ามาหาเรื่องพนักงานฉันอีก ฉันไม่ปล่อยไปอีกแน่”
“ครับ คุณเซี่ยวผมจะให้คนไปจัดการ จริงสิคุณเซี่ยว คุณต้องไปทานข้าวกับลูกค้าชาวเกาหลีนะครับ”
“เฮ่อ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” เซี่ยวเลี่ยงวางสายแล้วหันมาบอกเหม่ยลี่ “ผมต้องไปพบลูกค้า คุณพักผ่อนที่นี่ไปก่อนห้ามไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณออกไปข้างนอกคนเดียวแล้วมีเรื่องอีกผมกลับมาเล่นงานแน่ รอผมกลับมาอยู่ที่นี่”
เหม่ยลี่แอบดูห้องและรูปของเซี่ยวเลี่ยงอย่างสบายใจ นึกถึงอี้หมิงก็โทรหา
อี้หมิงนั่งอยู่หน้าสถานีตำรวจ โทรคุยเหม่ยลี่
“เอ่อ โหลยัยอ้วน เธอไม่เป็นไรนะ”
“เอ่อ ฉัน..ไม่เป็นไรๆ เมื่อกี้ฉันเจอแมลงสาบตัวใหญ่ ก็เลยร้องตะโกนให้ช่วยเพราะความตกใจน่ะ ฉันเป็นไรนายไม่ต้องห่วงนะ”
“เอ่อ.. แล้วตอนนี้เธออยู่ไหน?”
“ตอนนี้ฉัน อยู่ที่บ้านเพื่อนร่วมงาน พอดีต้องจัดการเรื่องบางอย่างกะทันหัน และเรื่องนี้ก็ค่อนข้างด่วน เพราะฉันรีบก็เลยลืมโทรศัพท์หานาย อย่าบอกนะว่านายยังรอฉันอยู่บริษัท”
“เอ่อ.. ปละ..เปล่าๆ ที่โรงพยาบาลโทรมาหาฉันกะทันหัน ฉันกลับมาทำงานแล้ว เธออยู่บ้านเพื่อนร่วมงานให้สนุกเถอะ นะ ฉันวางแล้วนะ”
“บ๊ายบาย เฮ่อ ยังดี ที่เขายังไม่รู้เรื่องพี่หลง”
อี้หมิงถอนใจ ที่เหม่ยลี่ไม่ยอมเล่าความจริง
ดึกแล้วเหม่ยลี่เห็นเซี่ยวเลี่ยงยังไม่กลับก็โทรหา แต่เกาเหวินรับสายแล้วบอกว่าเซี่ยวเลี่ยงติดลูกค้าอยาให้โทรมาใหม่ เหม่ยลี่จำเสียงเกาเหวินได้ คิดว่าทั้งสองอยู่กันตามลำพัง เธอจึงตัดสินใจกลับ
หานปิงไปรอเกาเหวินที่เดิม แต่ไร้วี่แววเธอ เขายืนตากฝน
เซี่ยวเลี่ยงกับเกาเหวินเดินออกจากที่มาเลี้ยงลูกค้า
เซียวเลี่ยงกล่าว “ขอบคุณนะที่วันนี้มาออกงานกับผม และทำให้ได้ลูกค้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากหาเรื่องหันเหความสนใจอยู่พอดีถึงได้มาที่นี่”
“เดิมทีผมควรไปส่งคุณแต่ว่าที่บ้านยังมีแขก ดังนั้น”
“ไม่เป็นไรค่ะ เบื้องหลังทุกคนก็มีเรื่องต้องทำ แล้วคุณ.. รถคุณเป็นอะไร”
“เอ่อ มีรอยขีดข่วนนิดหน่อย”
“คุณเป็นอะไร วันนี้ฉันดูคุณไม่ค่อยปกติเลย อีกทั้งการมาสายดูเหมือนจะไม่ใช่สไตล์ของคุณนะ”
“ไม่มีอะไร อุบัติเหตุนิดหน่อย”
เซี่ยวเลี่ยงเปิดประตูให้เกาเหวิน เสร็จก็รีบขึ้นรถตัวเองขับออกไปก่อนเลย เกาเหวินมองตามแต่ก็ไม่สนใจ
เซี่ยวเลี่ยงกลับถึงบ้านก็ร้องเรียกเหม่ยลี่แต่เงียบ มีเสียงกริ่งที่ประตูเขารีบไปเปิด เป็นเจิ้นตง
“พ่อ มาได้ไงครับ”
“ดึกขนาดนี้แล้ว ไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นล่ะ”
“เพื่อนผมน่ะครับ”
“อย่าบอกนะ ว่าคือเกาเหวิน แกไม่ยอมเจอลูกสาวของคุณหลี่ หลานสาวของคุณลุงจาง แกก็บ่ายเบี่ยงครั้งแล้วครั้งเล่า เซี่ยวเลี่ยง ฉันขอเตือนแกไว้ก่อน อย่าไปสุงสิง กับผู้หญิงที่อยู่คนละระดับกับแกพวกนี้อีกเลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้หญิงพวกนี้จะเป็นได้แค่เพียงอุปสรรคของแกเท่านั้น”
“พ่อมาในเวลานี้ คงไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเรื่องส่วนตัวของผมหรอกมั้ง”
“แกคิดว่าไงล่ะ แกกลับมาจากเกาหลี ก็ไม่ยอมทักทายฉันซักคำ ถ้าฉันยังไม่มา แกยังคิดว่าฉันเป็นพ่อแกอยู่มั้ยล่ะ”
“พ่อใช้โอกาสตอนที่ผมต่างประเทศเอาโปรเจคไปให้คนอื่น พ่อเคยคิดบ้างมั้ยว่าผมเป็นลูกพ่อ”
เจิ้นตงสวน “เรื่องโปรเจค ฉันเคยบอกแกแต่แรกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะแกยืนยันจะไปเยี่ยมแม่แกที่เกาหลี ฉันจะผิดหวังกับแกอย่างนี้เหรอ แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าหากตอนนี้ แกสำนึกผิดล่ะก็ พ่อสามารถพิจารณา เอาโปรเจคคืนมาให้แกใหม่ได้หนิ”
“ในสายตาพ่อผมไปหาแม่มันผิดเหรอ หรือพ่อคิดว่าผมจะทอดทิ้งแม่ได้เพื่อโปรเจคบ้าๆ นั่น!”
“แกอย่าลืมสิ แม่แกเป็นคนทิ้งแกไปนะ!”
“ท่านไม่เคยทอดทิ้งผมเลย พ่อต่างหากบังคับให้ท่านทิ้งผมไป! ถูกต้อง ตอนนั้นท่านทิ้งเราไปเกาหลีจริงๆ แต่หลายปีที่ผ่านมาทำไมพ่อไม่เคยกลับไปหาแม่เลย ทำไมพ่อต้องทำให้ผมเกลียดแม่ผมด้วย! ช่างเถอะ แม้พ่อจะไม่เคยเชื่อผม ผมจะเอาสิ่งที่ผมต้องการคืนมาเอง แม่ผมก็ดี โปรเจคก็ดี ผมจะเอากลับมาให้ได้”
เจิ้นตงถอนใจ “เซี่ยวเลี่ยง ฉันรู้ว่าแกโตแล้ว มีความคิดของตัวเอง แต่ในฐานะพ่อ ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายแกเลย หลายปีมานี้ ฉันไม่เคยให้ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบกับแก ฉันทำผิดกับแกจริงๆ”
อี้หมิงทำแผลเองอย่างลำบาก พอได้ยินเสียงเหม่ยลี่กลับมาก็รีบเก็บอุปกรณ์ทำแผลและเอาเสื้อมาคลุมหน้าเพื่อไม่ให้เหม่ยลี่เห็น
เหม่ยลี่ทัก “เอ๊ะ นายทำโอทีอยู่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอทำไมกลับมาล่ะ”
“เอ่อ.. คือว่าจู่ๆ สามีคนไข้ของฉันบอกว่าฉันหล่อเกินไปเขาเลยไม่ไว้ใจให้ฉันผ่าตัดภรรยาของเขา ขอเปลี่ยนตัวฉันก็เลยกลับมา ฮิๆ เธอบอกว่าไปบ้านเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เหรอทำไมกลับมาล่ะ” อี้หมิงพูดไปหลบหน้าเหม่ยลี่ไป
“อื่ม.. บ้านเพื่อนแต่ค้างคืนไม่ได้หนิ”
อี้หมิงตัดบท “อ๋อ.. เธอคงเหนื่อยสินะรีบขึ้นไปนอนเถอะ ไปๆ รีบไปนอนซะ รีบไปสิ”
อี้หมิงเผลอยกมือขึ้น ทำให้เหม่ยลี่เห็นแผล
“มือนายเป็นอะไร ฉันดูซิ นายบาดเจ็บได้ไง”
“เอ่อ ไม่เป็นไรๆ”
“ทำไม.. หันหน้ามา หันหน้ามาเซ่! นายไปตีกับใครมา”
“ไม่มีอะไรฉันแค่หกล้มน่ะ”
“วันนี้นายไปที่บริษัทใช่มั้ย เห็นฉันถูกรังแกเลยเข้าไปจัดการพวกเขา ทำไมนายต้องปิดบังฉันด้วย”
“แล้วทำไมเธอต้องปิดบังฉันด้วย เธอไม่ได้ไปบ้านเพื่อนร่วมงาน แต่ไปบ้านเซี่ยวเลี่ยงมาใช่มั้ย”
“ฉันกลัวนายเป็นห่วงนี่นา”
“ฉันก็กลัวเธอเป็นห่วงเหมือนกัน ฉันไม่อยากทำให้ เวลาดีๆ ของเธอกับเขาเสียไปเพราะฉัน”
“แล้วตอนนี้บาดแผลของนายทำไงดี ไปโรงพยาบาลดีมั้ย”
“แผลเล็กน้อยไปโรงพยาบาลทำไม ฉันเป็นหมอรักษาตัวเองได้น่า”
“พอแล้วนายอย่าทำเป็นเก่งอยู่เลย ถึงนายจะเป็นหมอแต่บาดเจ็บที่มือทำแผลเองไม่ได้หรอก เอาล่ะฉันมาช่วยทำแผล นั่งลง”
“โธ่เอ๊ยลูกผู้ชายอกสามศอกบาดแผลแค่นี้จิ๊บๆ น่า โอ๊ยๆๆ ! เบาๆ หน่อยฉันเจ็บ”
“รู้ว่านายกลัวเจ็บ นายไม่กล้าตีกับคนอื่นตั้งแต่เด็กหนิ ฉันต้องเป็นคนออกมาช่วยทุกครั้ง จนกระทั่งมีครั้งหนึ่งฉันบาดเจ็บ นายก็เลยยอมไปเรียนเทควันโด แต่ว่า นายก็ยังแพ้ฉันอยู่ดี”
“เฮ่อ จะว่าไปแล้วนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันปกป้องผู้หญิง แม้ว่าจะเป็นแค่ยัยอ้วนก็ตาม”
“พูดอะไรของนาย นายมองฉันผิดไปแล้ว เรากลับมาเรื่องนี้กัน ต่อไปถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีกนายอย่าบ้าบิ่นนะรู้มั้ย”
“รู้แล้วน่า”
“แล้วต่อมาคนพวกนั้นเป็นยังไง”
“อ้อ ไอ้พวกนั้นเหรอ ถูกตำรวจเอาตัวไปดำเนินคดีแล้วฉันเก็บกวาดอย่างราบคาบเลย”
“เฮ้อ งั้นก็ดี”
อี้หมิงถอนใจ “ยัยอ้วน ถ้าเธอเป็นยัยอ้วนตลอดไปก็ดีสินะ”
เหม่ยลี่ไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ”
“ถ้าเธออ้วนเซี่ยวเลี่ยงจะได้ไม่ชอบเธอไง”
เหม่ยลี่มองหน้า “หืม?”
“เอ่อ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นไ
“เฮ้อ แม้ตอนนี้ฉันจะไม่ใช่ยัยอ้วนแล้ว เซี่ยวเลี่ยงก็ไม่ชอบฉันอยู่ดี เพราะว่าคนที่เขาชอบคือเกาเหวิน”
อี้หมิงถอนใจ “เอ่อ..ยัยอ้วนๆ นี่ ยัยอ้วน”
“หืม? อ้อ นายไม่ต้องมาปลอบฉันหรอก”
“ฉันไม่ได้จะปลอบโยนเธอ ฉันแค่รู้สึกว่าเธอไม่ควรเอาความเจ็บปวดมาลงที่มือของฉัน”
“ทำไมเหรอ”
“นี่ มือของฉันบาดเจ็บแค่ตรงนี้เท่านั้น เธอพันไปถึงข้างบนแล้วนะ เพื่ออะไรล่ะ”
“อ้อ คือว่า ยังไงนายก็เป็นหมออยู่แล้ว บาดแผลเล็กๆ แค่นี้ ไม่ใช่เรื่องยากหรอก งั้นนายพันที่เหลือเองนะ ฉันช่วยได้เท่านี้”
“ยัยอ้วน เธอทำแล้วก็ต้องทำให้มันเสร็จสิ นี่เธอ” อี้หมิงมองมือตัวเองแล้วก็ขำๆ
เกาเหวินกลับเข้าบ้านมาเปิดไฟก็ตกใจที่เห็นหานปิงนั่งรอเธออยู่
“เกาเหวิน ผมเอง”
“คุณเข้ามาได้ไง”
“ผมลองกดรหัสบ้านของคุณ ยังเป็นเก้าหกตัวอยู่”
“ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันแจ้งความนะ ได้ยินมั้ยฉันบอกให้ออกไปไม่งั้นฉันจะแจ้งความ หานปิง” หานปิงล้มลงหมดสติ “หานปิงคุณเป็นอะไรหานปิง หานปิงคุณรีบตื่นสิ เป็นอะไร หานปิงคุณเป็นอะไร”
เช้าวันต่อมา เกาเหวินโทรตามอี้หมิงให้มาตรวจอาการหานปิงที
“เขาเป็นยังไงบ้าง สาหัสมั้ยป่วยเป็นอะไรหรือเปล่า” เกาเหวินดูเป็นห่วง
อี้หมิงมองมือตัวเอง “ผมว่าผมสาหัสกว่าเขาอีกนะ เขาแค่เป็นไข้เท่านั้นไม่มีอะไรหรอก”
“แล้วทำไมเขาถึงสลบอย่างนี้ล่ะ เขานอนหลับมาสิบชั่วโมงแล้วนะ”
“ไร้สาระคนเป็นไข้เขาก็นอนกันทั้งนั้น ดูสิผมบาดเจ็บทั้งห้านิ้วเลยคุณไม่เห็นเหรอ คุณควรเชิญผมมาหรือเปล่า ผมเป็นหมอสูตินรีเวชนะ อาชีพของคุณกว้างขวางดีนี่”
“ถ้าฉันไม่เรียกคุณก็ต้องพาเขาไปโรงพยาบาลน่ะสิ อย่าว่าแต่พาเขาไปเลย แค่ฉันจูงหมาก็ยังล้มเลย”
“คุณมีผู้จัดการไม่ใช่เหรอทำไมไม่ให้เขามาช่วยล่ะ”
“ฉันไม่อยากให้พวกเขารู้”
“ทำไมผมรู้สึกว่าสายตาคุณดูผิดปกติ คุณสองคนมีความสัมพันธ์พิเศษใช่มั้ย หรือว่าคุณแอบซ่อนแฟนเก็บไว้ลับหลังเซี่ยวเลี่ยง”
เกาเหวินว่า “เหลวไหลเขาเป็นแฟนเก่าของฉัน คุณก็รู้ฐานะของฉัน ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องนี้เด็ดขาด คุณเข้าใจมั้ย”
“เขาล่ะ จะทำยังไง”
“รอให้เขาตื่นก่อนค่อยว่ากัน”
“เฮ้อ เรื่องนี้ซับซ้อนเกินไปแล้ว ปัญหาของตัวเองก็จัดการเองเถอะ ผมเป็นหมอ ไม่อยากยุ่งเรื่องของใคร” อี้หมิงเดินออกไป
เกาเหวินเฝ้ารอจนหานปิงฟื้นก็รีบถามว่าดีขึ้นมั้ย เอาน้ำมั้ย
“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“คุณไม่สบาย เมื่อคืนคุณเป็นลมอยู่ที่นี่ ฉันเลยให้คุณมานอนบ้านฉัน มา ดื่มน้ำ”
“ไม่เป็นไร”
“อย่าลงมาไข้ของคุณเพิ่งลด นอนที่บ้านฉันก่อนเถอะ มา”
“คุณไม่ต้องสนใจผม คุณจะไล่ผมไปไม่ใช่เหรอ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
“หานปิง ถ้าตอนนั้นบริษัทไม่ก้าวก่ายเรื่องความรักของเรา คุณจะไปจากฉันมั้ย”
“คุณรู้มั้ยว่าตอนนั้นเจสันข่มขู่ผมยังไง เขาบอกว่าผมเป็นกาฝากของชีวิตคุณ ตราบใดที่มีผมอยู่ ผมจะทำให้คุณเดือดร้อนตลอดชีวิต เกาเหวิน ความจริงแล้วสิ่งที่ทำทำลายเราสองคนไม่ใช่ความรักหรือใครทั้งนั้น แต่เป็นระยะห่างระหว่างเรา คุณเกิดมาเพื่อเป็นดาราดัง แต่ผม เป็นเพียงช่างภาพเล็กๆ เท่านั้น ผมจึงทำได้แค่มองดูคุณเท่านั้น”
“แล้วทำไมคุณยังกลับมาอีก”
“ผมแค่อยากมาเยี่ยมคุณ ไม่ได้เหรอ ได้ ผมรู้แล้วล่ะ ดูเหมือนผมคงทำไม่ได้แม้แต่มาเยี่ยมคุณ ผมไปล่ะ”
“อย่าไปได้มั้ย อยู่ต่ออีกหน่อยได้มั้ย” หานปิงชะงักกันไป
เกาเหวินมาหาเจสันที่ร้านอาหาร เธอให้รีบพูดธุระมา
“อ้อ ฉันได้ยินว่าเธอกับเซี่ยวเลี่ยงไปเจอลูกค้าของเขาเหรอเป็นไงบ้าง”
“เรื่องส่วนตัวฉันก็ต้องรายงานเธอเหรอ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัว”
“ฉันขอโทษ ที่ฉันปิดบังเรื่องของเธอมาโดยตลอด แต่ฉันไม่เสียใจกับการทำแบบนั้นหรอก ฉันทำไปเพื่อปกป้องเธอนะ เธอบอกว่าตอนที่เธอเพิ่งเปิดตัวยังเดินร่อแร่อยู่เลย ถ้าคนอื่นรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว และยังอยู่ด้วยกัน พวกเขาจะคิดยังไงไม่ใช่เหรอ?”
“ไหนๆ ก็ทำไปแล้ว มาอธิบายตอนนี้มีประโยชน์เหรอ เวลาที่ฉันอ่อนแอที่สุด เธอกลับไม่บอกเรื่องนี้กับฉัน ตอนนี้สายไปแล้วล่ะ”
“เอ่อ หานปิงสำคัญขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“เข้าใจบ้างสิเหตุผลที่ฉันโกรธไม่ใช่เพราะหานปิง แต่เพราะเธอ! ถ้าตอนนั้นเธอบอกความจริง ฉันไม่มีทางรู้สึกผิดกับเขาอย่างนี้หรอก”
“งั้นก็ได้ ฉันขอโทษ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ข้อตกลงระหว่างเรา เธอไม่ลืมใช่มั้ย แม้ระหว่างเราจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ยังอยู่ด้วยกันใช่มั้ย ข้อตกลงนี้เธอยังไม่ลืมใช่มั้ย”
“แล้วตอนนี้ฉันละเมิดมันหรือเปล่า ยังไงเราก็ต้องร่วมมือกันต่อไป คิดซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วกัน”
“เฮ่อ งั้นฉันยังถือเป็นเพื่อนเธอหรือเปล่า”
“เธอมีธุระอื่นอีกมั้ยเข้าประเด็นเลยดีกว่า”
“ฉันมีๆ ฉันจะถามเธอเรื่องสุดท้าย หานปิงมาหาเธอหรือเปล่า”
“ไม่ได้มาแน่นอน”
“ขอบคุณฟ้าดินๆ ที่รัก เธอรู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน”
“พอแล้ว! ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว ฉันมีธุระ ขอตัวก่อน” เกาเหวินเดินหนีไปเลย
ฉีหยูเดินรายงานให้เซี่ยวเลี่ยงฟัง เขาเหลือบเห็นเหม่ยลี่นั่งซึมที่โต๊ะทำงานก็ตรงไปหา
“ทำไมเมื่อคืนกลับไปก่อน” เหม่ยลี่อึกอัก “ผมบอกว่า เรื่องที่ผมบอกให้คุณทำ ทำไมทำไม่ได้”
เหม่ยลี่งง “เรื่องอะไรคะ?”
เซี่ยวเลี่ยงเห็นคนมองเยอะก็บอกให้ไปคุยที่ห้องทำงาน ซือหยวนเห็นก็มองตาม จื่อเหลียงผ่านมาเห็นเช่นกัน
เหม่ยลี่ตามเข้ามาในห้องทำงานเซี่ยวเลี่ยง
“ผมบอกให้รอผมกลับมา ทำไมถึงได้กลับไปก่อน”
“ฉันคิดว่าคุณกับเกาเหวินมีเดทต่อเลยไม่อยากรบกวนค่ะ”
“ผมพยายามกลับมาเร็วที่สุดแล้ว ผมไม่ชอบให้ใครผิดสัญญา คุณรับปากผมไว้ ก็ต้องทำให้ได้สิ”
“คุณอยากให้ฉันรอคุณเหรอคะ?” เซี่ยวเลี่ยงกระแอม “เอ่อ คุณเซี่ยว เพื่อขอบคุณที่คุณช่วยฉัน ฉันชวนคุณไปทานข้าวได้มั้ยคะ”
“ช่วงนี้ผมยุ่งมาก อ้อ แต่ว่างแค่คืนนี้เท่านั้น ไปตอนไหนผมจะบอกทีหลังตอนนี้ออกไปทำงานได้ ผมบอกให้ออกไปทำงาน!”
จบตอนที่ 9



