
กะรัตรัก Diamond Lover 8
‘เกาเหวิน’ เชิญ ‘อี้หมิงกับเหม่ยลี่’ มาเลี้ยงวันเกิดเธอ พร้อมแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน
ทุกวันจันทร์พุธ เวลา 08.00 น.23.00 น. ทางช่อง NOW26
เซี่ยวเลี่ยงนั่งลงเครียดๆ ก็เห็นโน้ตที่แก้วซึ่งเหม่ยลี่นำมาวางไว้ให้ เขาหยิบมาอ่าน
“คิดถึงโซลทาวเวอร์สิคะ แม้จะเป็นตอนกลางคืน ดวงดาวที่แท้จริง ก็ไม่ถูกความมืดบดบัง สู้ๆ”
ซือหยวนนำหนังสือออกแบบมาให้เหม่ยลี่
“มี่โตะอยากเรียนการออกแบบไม่ใช่เหรอ นี่เป็นตำราที่ฉันเคยใช้เอาไปดูสิ”
“ขอบคุณค่ะพี่ไม่นึกว่า พี่จะจำเรื่องนี้ได้”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่เธอก็เคยช่วยฉัน”
“เฮ้ย อย่าไปพูดถึงมันเลยค่ะ อ้อ จริงสิพี่ซือหยวน การออกแบบโปรเจ็คใหม่นี้ ฉันขอมีส่วนร่วมได้มั้ยคะ”
“ฉันเกรงว่า.. เธอเป็นแค่ผู้ช่วย ถ้าอยากเข้าร่วมการออกแบบ ต้องผ่านความเห็นของท่านรองหลิน ฉันรู้ว่าเธอมุ่งมั่นฉันเข้าใจเธอนะ แต่ว่าบางครั้ง ต้องมีอย่างอื่นด้วย การทำงานมันซับซ้อนต้องระวังให้มาก”
“อื้อ ฉันจะระวังค่ะ”
“จริงสิ ในห้องเก็บข้อมูลมีหนังสือความเชี่ยวชาญไปยืมมาอ่านสิ ถ้าเธอเขียนภาพออกแบบได้โปรเจ็คใหม่นี้ ฉันจะผลักดันเธอเอง”
เหม่ยลี่ดีใจ “ขอบคุณมากค่ะ”
ซือหยวนกลับมาที่โต๊ะ ยิวยิวนำข้อมูลมาให้
อี้หมิงรอเวลาจนหกโมงตรงก็ส่งเสียงสั่งข้อความให้เหม่ยลี่ซื้อกับข้าว แต่ปรากฎว่าเธอหอบกล่องหนังสือเข้าบ้านมาพอดี
เหม่ยลี่ว่า “วันนี้ฉันต้องทำงาน ไม่มีเวลาทำกับข้าว เฮ่อ”
“เพราะเซี่ยวเลี่ยงอีกแล้วใช่มั้ย เธอจะช่วยเขาเหรอ”
“ใช่ ฉันจะเข้าร่วมการออกแบบโปรเจ็คใหม่ในครั้งนี้เพื่อนร่วมงานบอกว่าจะช่วยฉัน ฉันต้องคว้าโอกาสเอาไว้ออกแบบผลงานเป็นของตัวเอง”
“จะบอกให้ แค่อึดใจเดียวกินไม่หมดหรอกมุ่งมั่นก็ดี แต่ไม่ควรทำให้ตัวเองลำบากเพราะเซี่ยวเลี่ยง”
“เฮ่อ ลำบากตรงไหนมันเป็นแรงบันดาลใจต่างหาก แรงบันดาลใจที่ดีฉันคิดดีแล้ว นับจากนี้ไปฉันจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อือ เหมือนกับเพชรเม็ดเบ้อเริ่ม ที่ทำให้ตัวเองส่องแสง ถึงจะปกป้องเซี่ยวเลี่ยงได้ จริงมั้ย”
“แบบนี้เรียกว่าฝืน ทำอะไรต้องค่อยเป็นค่อยไปเธอไม่รู้หรือไง”
“เป็นคนต้องรู้จักทะเยอทะยานสิ ในเมื่อฉันโม้ไปแล้วฉันก็ต้องทำให้มันเป็นจริงให้ได้”
“เอาจริงเหรอ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“เฮ่อ ก็ได้ แล้วแต่เธอ”
“จริงเหรอเหลยอี้หมิง สุดยอดไปเลย เอ๊ะ การอบรมจิวเวอรี่ นายช่วยฉันดูหน่อยแล้วกัน ถ้าอันไหนดีล่ะก็ ฉันจะไปสมัคร”
อี้หมิงเหล่ “ฉันสนับสนุน..ในด้านจิตวิญญาณไม่ได้หมายถึงแบบนี้”
เหม่ยลี่ไม่สนใจ “เสี่ยวหมิง... ฉันมีแค่นายคนเดียวเท่านั้นนะที่เป็นเพื่อนรักอ่ะ...ต้มบะหมี่ให้หน่อย”
อี้หมิงมองเหม่ยลี่แล้วอยากจะตาย “เฮ่อ”
อี้หมิงไปพบนักออกแบบฟรังค์ นำแบบที่เหม่ยลี่เขียนไปให้ดูอ้อนวอนให้รับเหม่ยลี่อีกคน ฟรังค์เห็นแบบที่เหม่ยลี่สเก็ตไว้ก็เห็นเข้าท่าดี จึงยอมรับ
วันต่อมาเหม่ยลี่ไปเรียนกับฟรังค์ อี้หมิงไปเฝ้าอยู่หน้าห้องเรียน พอเลิกเรียนอี้หมิงดีใจมากชวนไปกินอาหารกัน แต่เหม่ยลี่ว่าลืมของที่บริษัทขอแวะขึ้นไปเอาหน่อย
เหม่ยลี่ขึ้นมาหยิบข้อมูล แล้วให้กำลังใจตัวเอง
“เฮ่อ สู้ต่อไปมี่โตะ”
เซี่ยวเลี่ยงเดินมากับฉีหยู “ทำไมยังไม่กลับล่ะ”
“คุณเซี่ยว เอ่อ ฉันเพิ่งกลับมา”
เซี่ยวเลี่ยงแปลกใจ “คุณกลับมาบริษัททำไม”
“ฉันมาเอาข้อมูลบางอย่าง”
เซี่ยวเลี่ยงมอง “นี่คุณ..เอาข้อมูลการออกแบบไปทำไม”
“เพราะว่าฉันอยากเข้าร่วมการออกแบบสินค้าใหม่ ก็เลย อยากศึกษาดู”
“ออกแบบสินค้าใหม่ แต่ว่า เท่าที่ผมรู้ ผู้ช่วย..ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมนี่นา”
“ใช่ค่ะ ฉันเลยอยากจะลองดู ถ้าเกิดถูกเลือก ฉันอาจจะช่วยคุณได้”
“ช่วยผมเหรอ ใครให้คุณวุ่นวาย นับจากนี้ไป หยุดการออกแบบทั้งหมดในมือคุณซะอย่าให้ใครรู้ว่าคุณอยากช่วยผม เพราะเราไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน”
เหม่ยลี่ยังมุ่งมั่น “แต่ฉันมุ่งมั่นมาโดยตลอด ฉันเชื่อว่าจะ..”
เซี่ยวเลี่ยงตัดบท “ผมไม่ได้หารือกับคุณ ผมออกคำสั่งในฐานะประธาน ผมไม่ต้องการอะไรจากคุณ คุณไม่มีสิทธิ์คิดว่าจะช่วยผมได้”
เซี่ยวเลี่ยงเดินไปเลย ฉีหยูอดไม่ได้
“เฮ่อ คุณเซี่ยวไม่เห็นต้องดุขนาดนั้นเลย ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงและหวังดีต่อคุณ”
เซี่ยวเลี่ยงว่า “มี่โตะน่ะ ยังไร้เดียงสา ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามายุ่ง หลินจื่อเหลียงคิดไม่ดีกับเธอนายช่วยดูหน่อย”
“งั้นความหมายของคุณคือ คุณต้องการปกป้องเธอ”
เซี่ยวเลี่ยงพยักหน้า “ฮื่อ”
วันรุ่งขึ้น ซือหยวนเข้ามาหาจื่อเหลียง
“ท่านรองหลินคะ”
“ตั้งแต่คุณทำผิดพลาดเพื่อนร่วมงานก็ไม่ให้ความร่วมมือ ถูกรังแกแบบนี้คงรู้สึกไม่ดี”
“ฉันทำงานไม่รอบคอบ ทำให้คุณผิดหวัง”
“ทำผิดพลาด เป็นกันทุกคนนั่นแหละ คราวหน้าก็ทำให้ดี จะได้ไม่โดนตำหนิ”
“ขอบคุณมากค่ะ ฉันจะพยายามให้มาก
“อื้อ อ่ะ ดูการวางแผนอันนี้เป็นฝีมือมี่โตะ เป็นไง” จื่อเหลียงถาม
ซือหยวนแปลกใจ “มี่โตะเหรอ เธอทำเป็นได้ยังไง”
“สิ่งที่เธอทำเป็น ไม่ใช่แค่การวางแผน จำครั้งก่อนที่คุณเกือบโดนไล่ออกได้มั้ย แค่เธอไปขอร้องประธานเซี่ยวคุณก็ได้อยู่ต่อ ที่ไปเกาหลี ทำไมเขาต้องพามี่โตะไป มันต้องมีอะไรแน่ๆ ตอนแรกผมอยากให้มี่โตะมาเป็นผู้ช่วยผม ไม่นึกว่าเธอจะเป็นผู้ช่วยของคนอื่นไปแล้ว”
“แต่มี่โตะไร้เดียงสามาก”
“ไร้เดียงสาเหรอ โลกนี้ยังมีคนไร้เดียงสาอีกเหรอ ใครๆ ก็เดินขึ้นที่สูงทั้งนั้น ทำไม คุณไม่อยากทำเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างงั้นค่ะท่านรองหลิน ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยตรวจสอบเอง”
จื่อเหลียงพอใจ
วันนั้นซือหยวนกลับถึงบ้านก็ถูกชายนักเลงมาทวงเงินเซียนหนาน เพราะเขาไปเล่นการพนันและติดเงินสองแสน ซือหยวนไม่เชื่อ ชายคนนั้นล้มโต๊ะรื้อค้นข้าวของแล้วไป ซือหยวนตกใจร้องไห้
เซียนหนานกลับมา เขายอมรับผิดและขอโทษ ซือหยวนจะเลิกกับเขา แต่เขาก็อ้อนวอนขอร้อง
“ที่รัก ให้โอกาสผมแค่ครั้งเดียวครั้งเดียวเท่านั้น”
ซือหยวนสวน “ฉันจะไม่ให้โอกาสคุณอีกแล้ว คุณต้องการอะไรกันแน่ ฉันทนคุณมานานแค่ไหน บอกว่าจะแก้ไขแต่ไม่เคยแก้ไขได้เลย ฉันเกลียดคุณ” ซือหยวนร้องไห้
“ผมขอโทษ ผมไม่เล่นอีกแล้ว ให้โอกาสผมอีกครั้งได้มั้ย”
“คุณรู้บ้างมั้ยว่าฉันรอมานานแค่ไหนแล้ว”
“ผมรู้ ผมทิ้งทุกอย่างได้ แต่ผมขาดคุณไม่ได้”
“เมื่อไหร่คุณจะได้เรื่องเหมือนคนอื่นเขาซักทีนะ” ซือหยวนร้องไห้หนักมาก เซียนหนานได้แต่พร่ำขอโทษ
วันต่อมาซือหยวนพยายามหาเงินกู้ แต่มีเงื่อนไขมากมายทำให้เธอไม่กล้ากู้ พอดีเหม่ยลี่นำข้อมูลมาให้และทักว่าสีหน้าซือหยวนไม่ค่อยดีเลย เธอว่าเมื่อคืนนอนไม่พอ
ซือหยวนตัดสินใจเอ่ยกับเหม่ยลี่ “จริงสิเธอมีเงินสดมั้ย”
“ทำไมคะ”
“ฉันหาบัตรเครดิตไม่เจอ ฉันอยากซื้อกระเป๋า ให้จ่ายเดี๋ยวนี้”
“ซื้อกระเป๋าเหรอ ฉันมี เท่าไหร่เหรอ”
“เอ่อ ไม่มาก แค่แสนกว่า”
“แสนกว่าเลยเหรอ เอ่อ ทำไมกระเป๋าแพงแบบนี้ล่ะ ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก”
“แล้วเธอมีเท่าไหร่”
“รอแป๊บนึงนะ ช่วงนี้ฉันก็ต้องใช้เงิน มีแค่นี้แหละค่ะไม่รู้ว่าพอหรือเปล่า”
“พอแล้วเอางี้ฉันคืนให้สองร้อย ที่เหลือฉันขอยืมก่อนนะ อีกอย่าง เธออย่าบอกใครนะฉันยืมเงินเป็นครั้งแรก ฉันอายน่ะ”
“วางใจได้ฉันไม่บอกใครหรอก”
“ขอบใจนะ”
ซือหยวนรีบออกไปทันที เหม่ยลี่หันออกมาแล้วถอนใจ “เฮ่อ คิดซะว่าลดหุ่น”
วันรุ่งขึ้นซือหยวนได้ยินเพื่อนพนักงานจับกุมนินทาเรื่องของเธอกันสนุกปาก ว่าซือหยวนอวดรวย แต่อยู่บ้านชานเมือง พอเหม่ยลี่นำข้อมูลกลับมาให้ซือหยวนเธอก็ต่อว่าคิดว่าเหม่ยลี่ไปเล่าให้คนอื่นฟัง เธอยืนยันว่าไม่ได้พูดหรือเล่าให้ใครฟังเลย ซือหยวนไม่ฟัง
“เธอต้องชดใช้กับการกระทำนี้”
“พี่ซือหยวน ฉันไม่ได้พูดจริงๆ พี่เข้าใจผิดฟังฉันอธิบายก่อน”
“ไม่ต้องอธิบายแล้ว” ซือหยวนปัดเอกสารหล่น แล้วเดินหนีไป
เหม่ยลี่เก็บเอกสารให้แล้วเห็นข้อมูลของเธอ เธออึ้งไปแล้วรีบโทรหาอี้หมิง
“พี่ซือหยวนตรวจสอบฉันทำไม ทำไงดี เหลยอี้หมิง ใช่ เหลยอี้หมิง ฮัลโหล เหลยอี้หมิงนายมาแป๊บนึงได้มั้ย”
“ยัยอ้วนอย่ากังวล เดี๋ยวฉันไปหา”
เหม่ยลี่ขึ้นมานั่งบนรถของอี้หมิงแล้ว
“พี่ซือหยวนกำลังตรวจสอบฉัน ทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วย ฉันไม่ได้ทำละเมิดกฎซักหน่อย”
“จึ๊ เฮ่อ บอกฉันมา มันเกิดอะไรขึ้น”
“เขาคิดว่าฉันเปิดเผยความลับของเขา บอกว่าจะให้ฉันชดใช้ เขามีแผนงานวางแผนของฉัน ตรวจสอบถึงโฆษณา L แล้ว”
“อะไรกันเนี่ยไปอยู่ในมือเขาได้ยังไง”
เหม่ยลี่คิดถึงตอนที่ไปฝากเอกสารจื่อเหลียงเพื่อให้เซี่ยวเลี่ยง
“แย่แล้วเหลยอี้หมิง กรณีวางแผนตอนแรกฉันจะเอาไปให้เซี่ยวเลี่ยงฉันฝากท่านรองหลินเอาไปให้ แสดงว่าเขาไม่ได้เอาไปให้เซี่ยวเลี่ยงเลย”
“ก็หมายความว่า คนที่บงการอยู่เบื้องหลังคือรองประธานหลิน ทำไมต้องให้ความสนใจกับพนักงานเล็กๆ อย่างเธอ ถึงแม้ว่า รูปลักษณ์เปลี่ยนไป ตัวตนเปลี่ยนไป แต่เธอทำงานอย่างแข็งขัน ทำไมเขาต้องตรวจสอบเธอด้วย”
“จึ๊ ฉันนึกออกแล้ว ความสัมพันธ์ของเขากับคุณเซี่ยวไม่ดีมาโดยตลอด อีกอย่าง ท่านรองหลินถามฉันทุกครั้ง ว่าฉันกับคุณเซี่ยวมีความสัมพันธ์อะไรถามแบบนี้ทุกครั้งเลย”
“เฮ่อ เธอฟังฉันนะ ถึงคนอื่นรู้เรื่องนี้ก็ไม่เป็นไรไม่มีใครคุกคามเธอได้ แต่ว่าถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับการแข่งขันภายในบริษัท ต้องไม่ดีแน่ ฟังฉันให้ดี ไปหาหลิวซือหยวนก่อน ดูว่าเขาจะทำอะไรค่อยมาหารือกันว่าจะจัดการยังไง ดีมั้ยยัยอ้วนอย่ายอมแพ้เด็ดขาด”
“ใช่ ฉันยอมแพ้ไม่ได้ กว่าจะได้รับโอกาสไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันต้องเป็นนักออกแบบจิวเวอรี่ให้ได้ ดังนั้นห้ามยอมแพ้เด็ดขาด”
“เฮ่อ ยัยอ้วน จำไว้ ไม่ว่าเวลาไหน ก็มีฉันอยู่” เหม่ยลี่มองอี้หมิงที่ทำให้เธอมั่นใจ
ซือหยวนนำเงินไปให้เซียนหนานที่อยู่กับพวกนักเลง เหม่ยลี่โทรมาเธอจึงไม่รับสาย พอซือหยวนนำเงินเข้าไปก็ถูกต้อนให้นั่งกับหัวหน้า แล้วบังคับให้ดื่มเหล้า ถ้าไม่ดื่มเซียนหนานจะโดนซ้อม เธอจำต้องดื่มแล้วจำยอมให้หัวหน้าโอบกอด เธอดื่มจนเมาต้องไปอาเจียนในห้องน้ำ
เหม่ยลี่โทรเข้ามาหาอีกครั้ง ซือหยวนชวนเธอมาหาที่นี่ แล้วพาไปนั่งกับหัวหน้านักเลง พร้อมบังคับให้เหม่ยลี่ดื่มเหล้าเธอไม่ดื่ม แถมเอาเหล้าสาดใส่หน้า เซียนหนานเองก็ทนไม่ไหวคว้าขวดมาตีหัวหน้านักเลงจนเซียนหนานโดนซ้อม เหม่ยลี่รีบฉุดซือหยวนวิ่งหนีออกมา
เหม่ยลี่พาซือหยวนมาหลบที่มุมหนึ่ง จนเห็นพวกนักเลงวิ่งออกไปแล้ว ซือหยวนหันมาต่อว่าเหม่ยลี่
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเขาคงไม่ถูกตี”
“ฉันแค่อยากช่วยพี่”
“ฉันไม่ต้องการให้ช่วย ฉันรู้ เธอดูถูกฉันตั้งแต่แรกแล้ว ถึงฉันเป็นขอทานก็ไม่ต้องมาให้ทานฉัน”
“พี่ซือหยวน พี่เข้าใจฉันผิดนะ”
ซือหยวนสวนกลับ “เธอไม่ต้องพูดแล้ว ฉันเกลียดหน้าที่เสแสร้งของเธอ ตั้งแต่เธอหักหลังฉัน ฉันก็ตัดขาดกับเธอแล้ว”
ซือหยวนรีบกลับเข้าไปดูเซียนหนาน สงสารเขามาก
พวกพนักงานที่เอาเรื่องซือหยวนมานินทา เพราะซือหยวนไปกู้เงินเพื่อนของหนานหนาน ทำให้เธอรู้เรื่องแล้วมาเล่าให้พวกยิวยิวฟัง เหม่ยลี่เดินผ่านมาได้ยินก็เข้ามาต่อว่า แต่หนานหนานไม่สน ว่าพูดเรื่องจริง ซือหยวนเดินมาได้ยินก็ชะงักฟัง
“นั่นมันเรื่องของคนอื่นทุกคนต่างก็มีความลับ เธอไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องของคนอื่นมาพูด”
“เฮ่อ นี่มี่โตะพวกเธอมีความสัมพันธ์อะไรกัน เธอจะกังวลไปทำไม”
เหม่ยลี่ว่า “เขาเป็นเพื่อนฉัน”
หนานหนานเยาะ “เพื่อนเหรอ เธอประจบเขาทุกวันเพราะความเป็นเพื่อนงั้นเหรอ มิตรภาพของเธอราคาถูกไปหรือเปล่า”
“เธออย่าพูดเกินไปได้มั้ย พี่ซือหยวนช่วยเธอมาตลอดนะ”
เซี่ยวเลี่ยงเข้ามา “เวลาทำงานห้ามจับกลุ่ม ห้ามเสียงดังด้วย”
หนานหนานฟ้อง “คุณเซี่ยวมี่โตะมาหาเรื่องก่อนนะคะ”
เซี่ยวเลี่ยงถามเหม่ยลี่ “คุณเหรอ”
เหม่ยลี่ยอมรับ “ใช่ค่ะ แต่นั่นเป็นเพราะว่า..”
เซี่ยวเลี่ยงสวน “ผิดก็คือผิด ผมไม่อยากฟังคำอธิบายมี่โตะเป็นเด็กใหม่ ไม่รู้กฎของบริษัท แต่พวกคุณทำไมยังละเมิดกฎ มีปัญหาต้องถามคนเก่าก่อน ถ้าแม้แต่กฎก็ยังไม่รู้แล้วจะทำงานยังไง พิจารณาด้วย”
พอเซี่ยวเลี่ยงออกไป พวกหนานหนานก็บ่นว่าเซี่ยวเลี่ยงลำเอียงเข้าข้างเหม่ยลี่
ซือหยวนนำข้อมูลของเหม่ยลี่ไปให้จื่อเหลียง เขาถามว่าตรวจสอบเป็นไงบ้าง
“ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว บริษัทโฆษณาไม่เกี่ยวข้องกับมี่โตะ”
“แล้วคนที่ติดต่อกับเขา น่าสงสัยหรือเปล่า”
“ฉันตรวจสอบการสื่อสาร คนที่ติดต่อมีเพียงเพื่อนทุกอย่างปกติดีค่ะ”
“จริงเหรอ แต่ว่าช่วงนี้บริษัทมีข่าวลือเรื่องคุณไม่น้อย เป็นความจริงหรือเปล่า จึ๊ เฮ่อ ความจริงผมก็ไม่อยากยุ่งหรอกนะ แต่คิดไม่ถึงว่า คุณจะถูกคนอื่นเล่นงาน”
“ท่านรองหลิน ขอโทษค่ะ ฉันจะระวังตัว”
“งั้นก็ดี ไปเตรียมการประชุมการออกแบบสินค้าใหม่”
“คุณหมายความว่า การออกแบบสินค้าใหม่จะให้ฉันรับผิดชอบเหรอคะ”
“อย่าเพิ่งดีใจไป การออกแบบสินค้าใหม่ไม่ใช่โปรเจ็คเล็กๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรับผิดชอบผลลัพธ์จะต้องดีกว่าโปรเจ็คของประธานเซี่ยว คุณทำได้มั้ย”
“ได้ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวค่ะ”
“ไปเถอะ” ซือหยวนเดินออกไป
เหม่ยลี่มานั่งดื่มเครื่องดื่มแล้วคิดถึงเซี่ยวเลี่ยงที่ปกป้องเธอก็ยิ้มดีใจคนเดียว ซือหยวนเข้ามาหา เหม่ยลี่ถามว่าเซียนหนานเป็นยังไงบ้าง
“ไม่ดีเลย อาจต้องรักษาตัวอีกหนึ่งสัปดาห์”
“พี่จะยกโทษให้เขาเหรอ”
“ไม่ยกโทษก็ไม่ได้ ฉันไม่เหมือนเธอหน้าตาสวย ถึงจะทำผิด ก็มีคนช่วยเธอ ฉันต้องใช้ชีวิต..แบบพึ่งพาตัวเองจริงสิ ฉันเอาเงินมาคืนให้เธอ”
“อ้อ ไม่ต้องหรอก แฟนพี่อยู่โรงพยาบาลคงต้องการใช้เงินแน่”
“รับไปเถอะ ยังจำอันนี้ได้มั้ย ฉันไม่รู้ว่าเธอปิดบังอะไร และไม่อยากรู้ความลับของเธอ ไม่อยากเป็นหนี้เธอด้วย เราไม่ติดค้างอะไรกันแล้ว”
“ฉันไม่เคยรู้สึกว่าพี่เป็นหนี้ฉัน เพราะเราเป็นเพื่อนกัน”
“เธอคิดผิดแล้ว เราไม่ใช่เพื่อนกันตั้งแต่แรก ตอนนี้ไม่ใช่อนาคตยิ่งไม่ใช่ นับจากนี้ไป เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดคิดซะว่าไม่เคยเกิดขึ้น” ซือหยวนเดินออกไป
เกาเหวินโทรชวนเหม่ยลี่มาที่บ้านเธอ เหม่ยลี่เข้ามาแล้วตื่นเต้นมาก
“สุขสันต์วันเกิดนะ”
เกาเหวินดีใจ “เข้ามาเร็วรออยู่ตั้งนานแน่ะฮึบ”
“ว้าว นี่บ้านคุณเหรอเนี่ย....สวยแล้วก็น่าอยู่มากเลย”
“เธอชอบเหรอ เอ๊ะ ถ้าเธอชอบย้ายเข้ามาอยู่กับฉันสิ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยอยู่กับใครเลย”
“เอ่อ ไม่ต้องหรอก ฉัน.. ที่บ้านฉันเลี้ยงสุนัขไว้ตัวนึงฉันต้องดูแลมันทุกวันน่ะ จริงสิ ฉันเห็นในเน็ตวันเกิดคุณผ่านไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องฉลองอีกล่ะ”
“อ๋อ ตอนนั้น..บริษัทให้เปิดตัวฉันเป็นครั้งแรก ดังนั้นจึงแก้ไขวันเกิดของฉัน”
“อ๋อ มีอยู่เรื่องนึงฉันอยากจะบอกคุณก่อน ช่วงนี้ฉัน..หมุนเงินไม่ค่อยทัน ฉันเลยไม่ได้เตรียมของขวัญวันเกิดให้คุณ แต่ฉันสัญญาคราวหน้าจะชดเชยให้”
“ใครว่าไม่ได้เตรียมมา นี่คือของขวัญที่เตรียมให้ฉันไม่ใช่เหรอ อ่ะ เค้ก”
“ตอนแรกฉันอยากจะซื้อก้อนใหญ่กว่านี้ แต่ว่า คุณไม่ต้องห่วงนะ ร้านนี้เป็นร้านที่ฉันชอบที่สุดเลยชิมดูสิ อร่อยมากเลยนะ”
“ว้าว สวยจังเลย ฮ้า ต้องอร่อยมากแน่ นี่ ไปเปิดทีสิ” พอดีมีเสียงกริ่งประตู
เหม่ยลี่มาเปิดประตูให้แล้วก็ต้องตกใจ เพราะเป็นอี้หมิง
“นายไปเดทไม่ใช่เหรอมาที่นี่ทำไม”
อี้หมิงตอบว่า “เขาเรียกฉันมา เธออยู่นี่ได้ไง”
“ซื๊ด นายตามฉันมาใช่มั้ย ฉันอธิบายกับนายชัดเจนแล้วนี่ ไปเลยกลับไปเลยไป”
เกาเหวินออกมาพอดี “ทำอะไรกันอยู่ เข้ามาสิ เร็วๆๆ เข้ามาเร็ว”
อี้หมิงเดินเข้ามา เหม่ยลี่ตาม เกาเหวินเชิญนั่ง
“นั่งก่อนนะ ฉันจะแนะนำให้รู้จัก คนนี้ชื่อมี่โตะ เป็นเพื่อนที่ดีของฉัน ส่วนคนนี้ชื่อ”
อี้หมิงบอกสวน “เหลยอี้หมิงหวัดดี”
เหม่ยลี่กับอี้หมิงทำเป็นทักทายกัน เกาเหวินมองทั้งสองแล้วหัวเราะ
“ทำไมทำอย่างงั้นล่ะ ขาดไวน์ใช่มั้ยรอแป๊บนะ”
“ซื๊ด บอกแล้วว่าอย่ามาถ้าเธอจับได้จะทำยังไง”
“ฉันอยากไปไหนก็ได้มันเรื่องของฉัน โอ้ย” เหม่ยลี่เตะขาอี้หมิง
อี้หมิงเจ็บจริงจับขาไว้ เกาเหวินถามว่าเป็นอะไร เขาว่าตะคริว เกาเหวินหัวเราะ
“เธอรู้มั้ยเขาตลกมากเลย ฉันอยากแนะนำให้เธอรู้จักตั้งนานแล้ว”
เหม่ยลี่หัวเราะ “ใช่ตลก”
เกาเหวินแนะนำต่อ “เขาเป็นหมอ เดาซิว่าอยู่แผนกอะไร”
“ดูท่าทางแล้ว น่าจะเป็นจิตแพทย์” เกาเหวินหัวเราะ
อี้หมิงเหล่เหม่ยลี่ “คุณนี่สายตาดีจังนะ แต่อาการของคุณเนี่ย ผมจะค่อยๆ บอกวันนี้วันเกิดคุณ ช่วงนี้ ผมหมุนเงินไม่ค่อยทันน่ะไม่ได้ซื้อของขวัญมาให้”
“วันเกิดของฉันลางไม่ดีเลยเหรอ พวกเธอต่างก็หมุนเงินไม่ทันทั้งคู่เลย” เกาเหวินบ่น
เหม่ยลี่หัวเราะ “บังเอิญจังเลย”
อี้หมิงหัวเราะ “บังเอิญมาก”
เกาเหวินสงสัย “พวกเธอรู้จักกันแล้วหรือเปล่า”
ทั้งสองรีบปฏิเสธว่า “เปล่า”
จบตอนที่ 8



