
กะรัตรัก Diamond Lover 7
‘เหม่ยลี่’ ไปตามหา ‘เซี่ยวเลี่ยง’ จนเจอแม่ของเซี่ยวเลี่ยง
ทุกวันจันทร์พุธ เวลา 08.00 น.23.00 น. ทางช่อง NOW26
เซี่ยวเลี่ยงเอาเสื้อคลุมให้เหม่ยลี่แล้วรับโทรศัพท์ก่อนรีบร้อนเดินไป เหม่ยลี่จับเสื้อแล้วเห็นว่ามีกระเป๋าเงินอยู่จึงตามไปจะคืนให้เซี่ยวเลี่ยง
เซี่ยวเลี่ยงขับรถมาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาคิดถึงตอนที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันแล้วแม่ออกจากบ้านไปไม่สนใจเขา
เหม่ยลี่ตามมา พอดีอี้หมิงที่มาถึงเกาหลีแล้วโทรมาหาหันหลังคุยโทรศัพท์ว่ายังยุ่งอยู่เดี๋ยวคุยกัน พอหันมาอีกทีเซี่ยวเลี่ยงก็หายไปแล้วเหม่ยลี่เข้าไปถามหาในร้านเจอกับแม่ของเซี่ยวเลี่ยง
แม่ฟังเหม่ยลี่ที่มาตามหาก็ถามว่าชื่ออะไร พอรู้ว่าเป็นเซี่ยวเลี่ยงก็ดีใจ
อี้หมิงเข้าไปให้เจ้าหน้าที่โรงแรมช่วยดูห้องมี่โตะให้ แต่ไม่มีคนรับสายที่ห้อง เขาจึงจะหันไปนั่งรอก็พอดีเจอเกาเหวินต่างคนต่างดีใจ เกาเหวินชวนไปเลี้ยงข้าวเลย อี้หมิงว่าจะรอเพื่อนแต่เกาเหวินไม่สนลากเขาไปเลย
เกาเหวินกับอี้หมิงนั่งทานอาหารร้านข้างทางคุยกันสนุกสนานดื่มเหล้า จนเกาเหวินเมา อี้หมิงพาเธอไปส่งที่ห้อง
ด้านเหม่ยลี่ก็เจอเซี่ยวเลี่ยงที่ดื่มเหล้าเมาหนักเธอต้องประคองไปส่งห้อง ทั้งเหม่ยลี่และอี้หมิงออกจากห้องมาเจอกัน ต่างชะงักว่าทำไมออกจากห้องของเซี่ยวเลี่ยงกับเกาเหวิน เหม่ยลี่พาอี้หมิงไปคุยที่ห้อง
“พูดมาดึกดื่นไปอยู่ห้องเขาทำไม”
“ฉันสิต้องถามนายดึกดื่นแบบนี้ไปทำอะไรในห้องเกาเหวิน”
“ฉันเป็นผู้ชายไม่เหมือนเธอวันแรกก็ไปนอนในห้องของเซี่ยวเลี่ยงจะพัฒนาเร็วเกินไปแล้วมันอันตรายรู้มั้ย”
“เขาเมาฉันพาไปส่งที่ห้องแล้วฉันก็ออกมาอันตรายตรงไหน” เหม่ยลี่ตอบ
“ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วผู้หญิงห้ามดื่มเหล้ากับเพศตรงข้ามตอนผู้ชายยังไม่ดื่มเป็นหมาป่าพอดื่มแล้วยิ่งกว่าหมาป่าอีก”
เหม่ยลี่สวน “ถ้าอย่างงั้นนายดื่มแล้วก็แสดงว่านายเป็นยิ่งกว่าหมาป่าอ่ะสิห๊าฉันรู้แล้วนายทำสิ่งที่เลวร้ายกว่าหมาป่ากับเกาเหวินใช่มั้ย”
“ฉันไม่ใช่หมาป่านะฉันเป็นผู้บริสุทธิ์”
“บอกมามาเกาหลีทำไมไม่มาหาฉันแต่ไปหาเกาเหวินเนี่ยนะ”
“ฉันมาหาเธอนั่นแหละฉันเดินทางเหนื่อยมากเลยรู้มั้ยห๊าฉันกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอฉันจะบอกพ่อแม่เธอยังไงฉันมาถึงแล้วแต่หาเธอไม่เจอพอดีเจอกับเกาเหวินเขาให้ฉันไปดื่มเหล้าเป็นเพื่อนไม่ใช่แค่ดื่มเหล้ายังให้นอนด้วยเธอว่า..”
เหม่ยลี่สวน “นอนด้วยกันอย่างงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่หมายถึงนอนเป็นเพื่อนก็แค่นอนเป็นเพื่อนไม่มีอะไรหรอกเฮ่อผู้หญิงดื่มเหล้าแล้วน่ากลัวกว่าผู้ชายอีกเธอคงไม่ทำอย่างนั้นกับเซี่ยวเลียงใช่มั้ยฉันขอเตือนเธอนะ”
“ฉันสิต้องเตือนนายถ้านายกล้าทำมิดีมิร้ายกับเกาเหวินล่ะก็ฉันจะจับนายหักคอเลย”
อี้หมิงตัดบท “พอๆ พอได้แล้วตอนนี้ฉันมีคนที่ชอบแล้วฉันไม่มีทางแตะต้องผู้หญิงที่ฉันไม่ชอบหรอก”
“จริงเหรอทำไมนายไม่เคยบอกฉันเลยล่ะ”
“อะไรเล่าเธอไม่รู้จักหรอกไม่ต้องห่วงฉันกับเกาเหวินไม่มีอะไรกันเขาขืนใจฉันรู้มั้ยหมายถึง..เราคุยกัน เขาๆๆ ต้องการระบายไม่มีอะไร”
“ไม่ได้ฉันต้องไปหาเขาฉันต้องบอกความสัมพันธ์ของเราไม่ให้เขานับเป็นเพื่อนสุ่มสี่สุ่มห้า”
“นั่งลงก่อนนั่งลงเธอห้ามไปเด็ดขาด”
“ทำไม ทำไมฉันจะบอกเขาไม่ได้ฉันไม่อยากปิดบังพวกเขาสองคนอีกต่อไปแล้ว”
“ฉันๆๆจะบอกเธออย่างนี้นะ จึ๊ถ้าเกาเหวินรู้ว่าเราสมรู้ร่วมคิดเขาจะคิดยังไงหือเขาจะคิดว่าเราสองคนเป็นผู้บริสุทธิ์จะคิดว่า..เราลำบากหรือเปล่าด้วยนิสัยของเขาจะต้อง..โวยวายจนคนอื่นรู้แน่จริงมั้ยแล้ว..เมื่อโวยวายปาปารัสซี่ก็ต้องรู้ปาปารัสซี่รู้ต้องมีข่าวใหญ่แน่ดาราเกาเหวินกับประธานเซี่ยวเลี่ยงมาฮันนีมูนที่เกาหลีแยกห้องไม่พักห้องเดียวกันแต่ว่ากลับไปอยู่ห้องเดียวกับชายหญิง..อีกคู่หนึ่งชายหญิงอีกคู่ก็พักอยู่ในห้องเดียวกันผู้หญิงคนนี้..เธอก็เป็นลูกน้องของเซี่ยวเลี่ยงด้วยผู้ชายคนนี้ก็มีข่าวเป็นแฟนกับเกาเหวินดูสิมันวุ่นวายมากฉันก็ปวดหัวเหมือนกันจริงมั้ยที่สำคัญคืออะไรบริษัทของพวกเธอจะมีแต่ข่าวอื้อฉาวจากนั้นบริษัทจะขาดความเชื่อมั่นราคาหุ้นจะตกเซี่ยวเลี่ยงจะต้องแบกรับเอาไว้คนเดียวแต่ว่าสาเหตุทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอเธอ”
“อะไรกันมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะทำไมซับซ้อนขนาดนี้ก็แค่ทำศัลยกรรมเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นก็ไปอยู่ที่บ้านเธอ”
“ใช่เดิมทีในโลกนี้มันง่ายดายมากๆแต่เมื่อเข้าไปสู่การมองด้วยสายตาที่ไม่ดี กับความคิดเห็นของประชาชนมันจะซับซ้อนมากฉันเลยคิดว่าเรื่องนี้เราต้องปกปิดเอาไว้เขยิบไปหน่อยสิ”
“ฉันเป็นยัยอ้วนทำไมต้องนั่งเบียดด้วยเนี่ย”
“เธอไม่อ้วนแล้ว”
“ซื๊ดจริงสินายมาทำอะไรที่เกาหลีแถมยังไม่โทรบอกฉันก่อนด้วย”
“คือฉันหาเธอหาไม่เจอแต่อย่างน้อยก็ยังเจอดาราใหญ่เกาเหวินพูดถึงโทรศัพท์ฉันยังไม่ได้บ่นเธอเลยเธอเป็นอะไรโทรหาหลายสิบสายทำไมเธอไม่รับตัดสายทิ้งตลอดฉันรอเกือบทั้งวันเลยนะ”
“ตอนเย็นฉันอยู่ร้านปิ้งย่าง เอ่อพูดถึงร้านปิ้งย่าง ฉันนึกถึงเรื่องหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้นะ เหลยอี้หมิงในเมื่อนายมาแล้วพรุ่งนี้ก็อยู่เกาหลีเที่ยวกินช็อปให้เต็มที่ไปเลยนะฉันอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้เที่ยวคนเดียวให้สนุกนะโอเค๊”
“หึ เธอจะทิ้งฉันไม่ได้นะพรุ่งนี้ฉันจะรอเธอเสร็จธุระแล้วเธอก็มาหาฉันฉันจะพาไปเที่ยวไม่ว่ายังไงคราวนี้..ฉันจะ..ไม่ปล่อยเธอแน่”
“นี่นายทำไมถึงได้หน้าด้านแบบนี้นะไปเลยไปให้พ้นเลยนะ”
วันรุ่งขึ้น เหม่ยลี่ไปกับเซี่ยวเลี่ยง เธออ้างว่าหิวให้เขาพาไปร้านอาหารหนึ่ง เซี่ยวเลี่ยงบอกแล้วถามว่ารู้จักร้านนี้ได้ยังไง เธอว่าค้นจาเว็บอาหารเกาหลีชื่อดัง
“คุณไม่มีทางไม่รู้ภาษาเกาหลีด้วยหาร้านนี้เจอได้ยังไง” เหม่ยลี่อึกอัก “อย่าอวดฉลาดต่อหน้าผม”
“คือ..ฉันเห็นกระเป๋าตังค์คุณที่ลืมไว้ในเสื้อสูทฉันคิดจะเอาไปคืนคุณแต่เห็นคุณยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้าน ฉันรู้สึกแปลกใจก็เลย.. ฉันขอโทษ”
“คุณรู้อะไรบ้าง”
“ฉันเจอแม่คุณแล้ว”
“จึ๊ฟู่วลงไป”
“แต่เขาคิดถึงคุณมากเลยนะพอเขารู้ว่าคุณมาเขาก็ร้องไห้เขาขอร้องให้ฉันพาคุณมาให้ได้”
“นี่มันเรื่องของผมคุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
เหม่ยลี่สวน“แต่เขาน่าสงสารจริงๆ นะ เขาอยากเจอคุณตลอดเลย อีกอย่างคุณเซี่ยว คุณก็คงจะคิดถึงเขาในเมื่อคุณแอบมาเยี่ยมเขาก็แสดงว่าในใจของคุณก็ยังมีเขาอยู่เสมอ ฉันไม่สนว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณ แต่คุณต้องกล้าเผชิญหน้าสิ มีเรื่องอะไรพูดออกมาก่อนค่อยว่ากัน”
“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องในครอบครัวผมทำหน้าที่ตัวเองให้ดีก็พอ ผมให้คุณมาทำงานในบริษัทเพราะคุณมีประโยชน์ เป็นแค่เครื่องมือที่ผมใช้ทำงานเข้าใจมั้ย ลงมา”
อี้หมิงกำลังหาที่เที่ยวจากเน็ตอยู่ เหม่ยลี่ก็โทรมาหาให้มารับพากลับบ้านที อี้หมิงรีบไปรับเธอที่ยืนรออยู่หน้าร้านอาหารของแม่เซี่ยวเลี่ยง
เซี่ยวเลี่ยงขับรถไปสักก็ตัดสินใจวกรถกลับมาหาแม่ที่ร้าน แม่เห็นเซี่ยวเลี่ยงก็ดีใจมาก
“เมื่อวานผู้หญิงคนนั้นบอกว่าลูกกลับมาเยี่ยมแม่ที่นี่ห๊า”
“ไม่ใช่แค่เมื่อวานปีก่อน ปีก่อนๆหลังจากตามหาคุณเจอผมมาทุกครั้ง”
“แม่ขอโทษแม่ไม่เคยรู้เลยจริงๆ ว่าลูกจะมาเยี่ยมแม่”
“รู้แล้วทำอะไรได้ตั้งแต่คุณทิ้งผมไปเราก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
“ไม่ ไม่นะ ในทุกๆ วันหลังจากที่แม่ไปจากประเทศจีน รู้มั้ย แม่คิดถึงลูกตลอดเลยแม่ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าต้องทำยังไงลูกถึงจะยอมยกโทษให้แม่คนนี้”
“ไม่ต้องพูดแล้ว เฮ่อรู้มั้ยยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาผมเติบโตยังไง ธุรกิจพ่อไปได้สวย แต่เขาไม่เคยเข้าใจผมเลย เขารู้แค่สั่งผมรู้แค่สอนผม ทั้งที่เป็นบ้านของเราสามคน กลับมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาอยู่ ต้องนับลูกชายของเขาเป็นน้องชาย”
“แม่ขอโทษ”
“ผม..ต้องทนกับรอยยิ้มที่เสแสร้งของเขา ต้องทนกับความหวังดีประสงค์ร้ายของเขา”
แม่ร้องไห้“แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ”
“ผมก็รู้สึกผิดแต่ว่า บางสิ่งบางอย่าง ทิ้งแล้วทิ้งเลย ตั้งแต่คุณทิ้งผมไป คุณก็ได้สูญเสียลูกชายไปแล้ว”
“เซี่ยวเลี่ยง แม้ว่าลูกจะไม่ยอมรับแม่ก็ไม่เป็นไรแต่ลูกเรียกแม่ว่าแม่..ซักคำได้มั้ย”
เซี่ยวเลี่ยงร้องไห้“แม่”
แม่ดีใจมาก โผกอด “เซี่ยวเลี่ยง ลูกแม่” สองแม่ลูกกอดกัน
อี้หมิงกับเหม่ยลี่เตรียมตัวจะกลับ เซี่ยวเลี่ยงโทรหาเหม่ยลี่ว่าจะเจอเธอ เหม่ยลี่ดีใจรีบบอกอี้หมิงแล้ววิ่งไปเลย อี้หมิงเซ็ง
เซี่ยวเลี่ยงพาเหม่ยลี่ขับรถเที่ยวรอบโซล มาหยุดพักที่สะพาน
“โซลสวยมากเลยขอบคุณที่พาฉันมาเที่ยวนะคะขอบคุณค่า”
“ขอบคุณมากนะเมื่อก่อน ตอนแม่ผมไปจากผม ผมคิดว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป แต่ว่า ที่จริงบางสิ่งบางอย่าง.. ค่อนข้างไร้สาระ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณบางทีผมคงไม่อยากเจอเขา แม้ว่าผมกับแม่จะยังไม่คืนดีกันแต่อย่างน้อยเราก็ไม่ใช่คนแปลกหน้ากันอีกแล้วต้องขอบคุณคุณมากนะ”
“ฉันก็ไม่ได้ดีอย่างที่คุณพูดหรอกค่ะ ฉันเองก็มีอดีตที่ไม่กล้าเผชิญหน้าคุณเซี่ยวคะ”
เซี่ยวเลี่ยงชวนไปเดินเล่น
อี้หมิงนั่งเซ็งๆ รอ เกาเหวินที่คุยโทรศัพท์หัวเสียที่เซี่ยวเลี่ยงผิดนัดเธอสั่งให้เขาส่งตั๋วเครื่องบินมาให้เดี๋ยวนี้เลย เธอเห็นอี้หมิงก็วางสายแล้วเดินเข้ามาหาอี้หมิง
“บังเอิญจริงๆ ฉันเจอคุณทุกครั้งที่อยากกินข้าว”เกาเหวินหัวเราะ
“ไม่มั้งอีกแล้วเหรอ”
ที่ร้านอาหาร เกาเหวินหยิบเครื่องดื่มขึ้นมา
“อันนี้สีนำโชคฉันคือสีแดงฮึบคนเราจะมีพรมลิขิตด้วยกันสามครั้งดื่มให้กับพรมลิขิตของเรา”
“เฮ่อเจอคุณทุกครั้ง ในเวลาที่ไม่ควรปรากฏตัว ต้องดื่มให้ตัวเองหน่อยมา”
“ดื่ม”
“อื้อ เมื่อกี้แฟนของคุณ
“อย่าพูดถึงเขาเขาไม่เคารพข้อตกลง คุณล่ะ เจอแฟนที่ทอดทิ้งคุณหรือยัง
“เฮ่อ ช่างมันเถอะ ผมว่า คุยเรื่องอื่นดีกว่า”
“ก็ได้คุณไม่ค่อยพูดเรื่องตัวเองเลย คุณทำงานอะไร”
“ผมเหรอ เป็นหมอ”
“สมัยนี้หมอเป็นแบบนี้เหรอ”
“ผมทำไม อย่ามาดูถูกผมนะผมเป็นหมอมือฉมังเลยนะ”
“หึๆ อย่าบอกนะว่าคุณเป็นหมอศัลยกรรมน่ะ”
“นารีเวชทำไมเหรอคุณดูถูกแผนกเราเหรอภาระของลูกหลานอยู่ที่แผนกเราหมดนะผมเป็นเพื่อนแท้ของผู้หญิงเลยนะเนี่ย”
“ใช่ๆๆ คุณเป็นเพื่อนแท้ฉันเป็นศัตรูมา ดื่มให้เราและความสัมพันธ์ของผู้หญิง”
“หื๊อนี่ๆผมไม่อยาก..ถูกคุณทับอีกครั้ง”
“ทำไมคุณเท่แบบนี้เนี่ยคนอื่นหาวิธีเข้าใกล้ฉันฉันเมาเหล้าคุณลากฉันกลับโรงแรมยังรักษาระยะห่างอีกร่างกายมีปัญหาหรือมีปัญหาทางจิตกันแน่”
“คุณหมายความว่าไงผมไม่แตะต้องคุณไม่ดีตรงไหน”
เกาเหวินสวน“นี่คุณคุณพูดตรงมากเลยนะเนี่ย”
“ยังไงก็เถอะ เราสองคน ถือว่าเป็นเพื่อนที่เคยมีเรื่องเปิดเผยต่อกันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”
“ได้ ไม่แตะต้องฉันก็ได้ เราสองคนมาชนแก้วกัน เพื่อคุณสุภาพบุรุษ”
“อื้อ ชนแก้วกัน”ทั้งสองชนดื่มคุยสนุกสนาน
เหม่ยลี่เดินดูเห็นตุ๊กตาตัวหนึ่งเหมือนเซี่ยวเลี่ยงก็บอกเขา แต่เขาให้เธอวางลง แล้วพากันเดินเที่ยว นั่งรถชมรอบๆ ก่อนลงเซี่ยวเลี่ยงส่งตุ๊กตาตัวนั้นให้ เหม่ยลี่แปลกใจว่าซื้อมาได้ยังไง
“คุณบอกว่าเหมือนผมไม่ใช่เหรอ” เหม่ยลี่ฟังแล้วหัวเราะเซี่ยวเลี่ยงเองก็รู้สึกดี
เหม่ยลี่กลับเข้าห้องมา อี้หมิงก็ต่อว่า
“ยังไม่ยอมจบกับคนแซ่เซี่ยวอีกเหรอเขาทำให้เธอเสียใจนะทำไมยังกลับไปอีก”
“ฮื่อ มันเป็นความเข้าใจผิดกันทั้งนั้น วันนี้เขาพาฉันไปเที่ยวทั้งวันดูสิเขาซื้อของสิ่งนี้ให้ฉันด้วยเหมือนล่ะสิ จึ๊ทำอะไรเนี่ย”
“เหมือนมากเลยเห็นแล้วเหม็นขี้หน้า”
“นี่เตือนไว้ก่อนนะ วันนี้ฉันยังทำอีกเรื่องหนึ่ง ฉันช่วยเซี่ยวเลี่ยงด้วยแหละแต่ไม่บอกหรอก ฉันไม่มีทางบอกนายแน่”
“ไม่บอกก็ช่าไม่เห็นอยากรู้เลย”
“เซี่ยวเลี่ยงพาฉันไปเจอเพื่อนของเขาด้วยจึ๊เหลยอี้หมิงนี่อาจารย์จู่ๆ เซี่ยวเลี่ยงก็ทำดีกับฉันมากถึงขนาดนี้ นอกจากเพื่อเป็นการขอบคุณฉันแล้ว เขาจะมีความหมายอย่างอื่นรึเปล่า แบบพิศวาสฉันน่ะ”เหม่ยลี่หัวเราะ“นายว่าเขาจะแบบว่า..”
“นี่ สมองกระทบกระเทือนหรือไง อ้ะฟังก็ได้เธอพูดต่อสิฉันฟังอยู่”
“เหลยอี้หมิงฉันรู้สึกว่าตัวเองเลวมากเลยทั้งๆ ที่รู้ว่าเซี่ยวเลี่ยงเป็นแฟนกับเกาเหวินแต่ฉันก็ยังแอบชอบเขามาโดยตลอดฉันตัดใจไม่ได้ฉันทำผิดต่อเกาเหวินมากไปหรือเปล่า”
“ตอนที่เธอชอบเซี่ยวเลี่ยงยังไม่มีเกาเหวินอีกอย่างเรื่องแบบนี้มันเกินจะควบคุมได้ เรื่องมันพัฒนามาถึงขั้นนี้แล้วก็คงต้องก้าวต่อไปมันต้องมีทางออกแน่”
“แต่ว่าเกาเหวินดีกับฉันมากเลยนะและฉันก็ชอบเธอมากด้วย ฉันมักรู้สึกว่าทำแบบนี้มันผิดต่อเธอจึ๊เฮ่ออยู่ๆ ก็อยากกลับไปเป็นยัยอ้วนคนเดิมอย่างเมื่อก่อน”
“นี่น่ะเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเธอพูดว่าอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม”
“แต่ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่งฉันต้องเผชิญหน้ากับอดีตอย่างกล้าหาญ หึๆๆ กลัวแต่ว่าเมื่อถึงตอนนั้น ฉันจะเอาเรื่องที่นายเป็นตัวพ่อเรื่องเจ้าชู้ออกมาเปิดเผยให้ชาวโลกได้รู้กันให้ทั่วเลย”
อี้หมิงดุและตีให้ ทั้งสองเริ่มเถียงตีกันอีกรอบ
วันรุ่งขึ้นขณะนั่งรถไปสนามบินเกาเหวินก็ต่อว่าที่เขาผิดนัด แต่เซี่ยวเลี่ยงย้อนว่าเธอก็ออกไปกับผู้ชายถือว่าเจ๊ากันไป
เซี่ยวเลี่ยง เกาเหวินและเหม่ยลี่เดินออกจากสนามบินก็มีแฟนคลับและผู้สื่อข่าวมารอเกาเหวิน ถามเธอถึงทริปนี้ว่ามีแพลนหมั้นกันมั้ย เกาเหวินตอบยิ้มๆ เหม่ยลี่มองอย่างเศร้าใจ อี้หมิงเข้ามาหาเหม่ยลี่
“นี่ถ้ารู้สึกเจ็บปวด ก็ไม่ต้องดู ถ้าเสียใจก็ไม่ต้องฟัง คิดซะว่าไม่เคยเกิดขึ้นแล้วมันจะผ่านไปดีมั้ย”
“นี่เป็นกลยุทธ์ใหม่ที่นายวิจัยขึ้นเหรอให้ฉันเรียนรู้เป็นนกกระจอก”
“นี่คือบทเรียน ที่ฉันควรสอนเธอ”
“ฮื่อ ฉันไม่เป็นไร ฉันไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิดนะ”
“งั้นก็ดี ไปกันเถอะ กลับบ้าน ไป”
อี้หมิงโอบกอดพาเหม่ยลี่กลับไป เซี่ยวเลี่ยงหันมาเห็นก็มองตามไป
เซี่ยวเลี่ยงไปถึงบริษัทก็ประชุม เหม่ยลี่นำของฝากไปให้ซือหยวนกับเพื่อน ซือหยวนว่า
“ขอบใจนะ คุณเซี่ยวเห็นคุณค่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกันหรือเปล่า”
“ไม่มี เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น”
“ความสัมพันธ์เจ้านายกับลูกน้องมันซับซ้อน พนักงานอย่างเรา อย่าเข้าไปยุ่งด้วยเลย”
“อื้อ ฉันรู้ค่ะ”
“ท่านรองหลินให้ความสนใจกับเธอ ระวังตัวด้วย”
จื่อเหลียงเรียกเหม่ยลี่เข้าไปคุยในห้อง ถามเรื่องที่ให้ไปทำ เหม่ยลี่ขอโทษว่าเธอลืมรายงาน แล้วถามว่าทำไมถึงอยากรู้เรื่อง จื่อเหลียงว่าเรื่องของเขา เหม่ยลี่ตอบว่า
“ฉันไม่สามารถบอกคุณได้ค่ะ”
“คุณกล้าขัดคำสั่งเจ้านายงั้นเหรอ”
“คุณเซี่ยวก็เป็นเจ้านายฉันค่ะ”
“ผมสงสัยมาตลอดว่าเมื่อก่อนคุณทำงานอะไรระหว่างคุณกับคุณเซี่ยวมีความลับอะไรกันแน่มีความสัมพันธ์อะไรกันถึงทำให้คุณไม่ยอมพูดเรื่องของเขาให้ผมฟังแน่นอนอดีตที่เหมือนกระดาษขาวของคุณมันเตือนใจผมเฮ่อความซื่อสัตย์เป็นนิสัยที่ดีแต่คนเราต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่งั้นล่ะก็ ความซื่อสัตย์จะกลายเป็นความอันตราย หือ”
“ฉันขอตัวไปทำงานนะคะ” เหม่ยลี่ออกไป
เหม่ยลี่ถือรายงานกับเครื่องดื่มเข้ามาให้เซี่ยวเลี่ยง
“คุณเซี่ยวคะ นี่คือข้อมูลภาพการออกแบบค่ะ”
“รองประธานหลินเป็นผู้รับผิดชอบโปรเจ็คนี้ไม่ต้องเอามาให้ผม”
“ฉันรู้แล้วค่ะแต่คุณเป็นประธานของบริษัทโปรเจ็คนี้ควรจะเป็นของคุณ”
“เฮอะให้กำลังใจผมอยู่เหรอ”
“ฉันสนับสนุนคุณ”
“แค่คำพูดปลอบโยนมันจะมีความหมายอะไร คำพูดที่ไม่มีความหมายต่อไปอย่าพูดอีก”
“ไม่ใช่นะคะ”
“ออกไป อย่าเอาเรื่องไร้สาระมารบกวนผม.
เหม่ยลี่ออกไป “ตราบใดที่คุณไม่รำคาญฉันไม่รังเกียจฉันที่ฉันโง่ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไปถึงตัวจะไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณ แต่จะให้กำลังใจคุณเสมอ”
จบตอนที่ 7



