
‘รุจ’ถ่ายทอด‘หนังสือที่ไม่เคยอ่าน’หลังไม่มีเพลงใหม่นาน3ปี
‘รุจ’ ถ่ายทอด ‘หนังสือที่ไม่เคยอ่าน’ หลังไม่มีเพลงใหม่นาน 3 ปี ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่ภาพที่บินไปเก็บภาพสวยตามแหล่งความประทับใจของญี่ปุ่นมาใส่ในมิวสิกวิดีโอ
กลับมาทำงานเพลงอีกครั้งในรอบ 3 ปี สำหรับหนุ่ม “รุจ” ศุภรุจ เตชะตานนท์ โดยกลับมาคราวนี้กับการเปลี่ยนค่ายใหม่มาอยู่ค่าย "เนเวอร์มายด์ เร็คคอร์ดส" ภายใต้การดูแลของนักแต่งเพลงมือทองอย่าง “โจ” เหมือนเพชร อำมะระ ที่ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ผู้บริหารค่ายให้เท่านั้น เพราะว่าเพลง “หนังสือที่ไม่เคยอ่าน” เพลงใหม่ของรุจ โจยังทำหน้าที่เขียนเนื้อเพลงนี้ให้อีกด้วย ความพิเศษของเพลงนี้อยู่ที่ภาพที่บินไปเก็บภาพสวยตามแหล่งความประทับใจของญี่ปุ่นมาใส่ในมิวสิกวิดีโอให้ดูกันอีกด้วย
“เรียกว่าหายไปก็ไม่ถูก เพราะจริงๆ ก็ยังมีงานอยู่ ยังร้องเพลงตามอีเวนท์ต่างๆ อยู่ แต่ที่หายไปจริงๆ คือการมีเพลงใหม่ ถามว่าทำไมหายไปนาน ถ้าเล่าก็จะยาวนิดหนึ่ง (หัวเราะ) ก็อย่างที่รู้กันว่าก่อนหน้านี้ผมอยู่ค่ายวี เรคคอร์ด และพอพี่ฟองเบียร์ออกไป ค่ายก็ยุบ ก่อนหน้าที่พี่เบียร์จะออกก็ได้มีการทำเพลงไว้ แต่ยังไม่ทันได้ปล่อย หลังจากยุบวีเรคคอร์ด ทางแกรมมี่ก็เปิดค่ายใหม่ขึ้นมาคือ ค่ายเนเวอร์มายด์ และศิลปินส่วนใหญ่จากค่ายวีก็ย้ายมาอยู่ที่ค่ายนี้ รวมถึงเราด้วย ก็ได้เข้ามาคุยกับพี่โจ ถึงเรื่องแนวทางในการทำเพลง ซึ่งพี่โจก็บอกว่าอยากที่จะให้ทำเพลงที่เป็นตัวเอง ก่อนหน้านี้ผมมีหนังสือ และเดี๋ยวเร็วๆ นี้ก็จะมีหนังสือออกมาอีก พี่โจเลยบอกว่างั้นแต่งเพลงที่เกี่ยวกับหนังสือแล้วกัน ในตอนแรกคนที่จะแต่งเพลงให้เราคือ โอม ค็อกเทล แต่ด้วยความที่โอมเข้างานเยอะมาก และพี่โจก็ไม่อยากให้รอเวลาต่อไปอีก พี่โจเลยตัดสินใจเป็นคนเขียนเพลงนี้ให้เราแทน" นักร้องหนุ่มเผย
ก่อนจะเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวของเอ็มวีเพลงนี้ที่ไม่มีนางเอกเอ็มวี มีเพียงรุจกับวิวทิวทัศน์ที่งดงามของประเทศญี่ปุ่น โดยในเอ็มวีถ่ายทอดความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ผิดหวังในความรักแล้วไปเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว โดยเหตุเพราะเมื่อปีก่อนผู้ชายคนนี้มาเที่ยวญี่ปุ่นกับแฟน แล้วนัดกันว่าอยากจะมาด้วยกันอีก ปรากฏว่าเลิกกันก่อนเลยมาคนเดียว
“พี่โจอยากให้เนื้อหาเพลงมันลิงก์กับตัวเรา คือเราทำหนังสือเกี่ยวกับการเดินทาง โดยเป็นการเปรียบเทียบที่เอาหนังสือมาเกี่ยวกับเรื่องราวของความรัก คือพี่โจแต่งมาให้เสร็จ ตอนแรกที่ฟังเรายังไม่อินเท่าไหร่ เพราะเราไม่มีแฟนมานานแล้ว แต่พอได้ร้อง ได้ฟัง เรารู้สึกว่าเพลงนี้เหมาะกับที่เราจะไปร้องให้ใครได้ฟัง เพราะเพลงเป็นการเปรียบเทียบว่า เรามีหนังสือเล่มหนึ่งที่เราซื้อมา แล้ววางไว้ แต่ไม่ได้อ่าน วันหนึ่งเรานึกอยากที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ แต่กลับหายไป แล้วเราอยากได้คืน เลยเอาเรื่องนี้มาเปรียบกับความรัก ที่เคยมีความรักดีๆ อยู่ข้างๆ ตัว แต่ไม่ดูแล จนวันหนึ่งที่ความรักนี้หายไป หาไม่เจอ และความรักนั้นจะไม่กลับมาแล้ว ซึ่งผมว่ามันโดนใจใครหลายๆ คน ในมุมมองของผมไม่ได้มองแค่ว่าเป็นความรักของชายหญิง แต่มองว่าเดี๋ยวนี้สังคมมันเร็ว คนจะชอบมองข้ามอะไรที่อยู่ใกล้ๆ ตัว ซึ่งเราปล่อยเพลงนี้ออกมา คิดว่าน่าจะไปกระทบความรู้สึกของใคร ที่มีความรักดีๆ อยู่ข้างตัว ว่าควรรักษาเอาไว้อย่าปล่อยทิ้งขว้าง เพลงนี้ผมอยากให้เป็นการเตือนสติ” รุจเผย
มาพูดถึงความพิเศษของเพลงนี้ คือมิวสิกวิดีโอที่ไปถ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น โดยรุจเผยว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ไปทำงานต่างประเทศ 5 วันเต็มเลย ได้ไปสถานที่อันซีนที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก อารมณ์เพลงของจะเหงาๆ หน่อย ก็จะเป็นรุจเดินไปคนเดียว สะพายกล้องเก็บภาพทุกที่ที่ไปแบบคนเดียวเหงาๆ
“เราไปถ่ายกันที่จังหวัดเฮียวโกะ ในเขตคันไซ เน้นธรรมชาติเลย แต่ช่วงที่เราไปเป็นหน้าร้อนของญี่ปุ่นมันก็เลยจะเห็นแต่สีเขียวๆ ที่แรกก็ประเดิมที่ภูเขาแถว Norwegian Wood เป็นป่าสนที่เขาใช้ถ่ายหนังดังมากที่ญี่ปุ่น ผมก็ไปเดินๆ ยืนๆ เหงาๆ ทำอารมณ์เสียดายที่เสียคนรักไปแต่ไม่เศร้ามาก ที่ที่สองคือทุ่งดอกหญ้าโทโนมิเนะ เป็นภูเขาที่มีแต่ดอกหญ้าทั้งเขาเลย สวยงามมาก อีกที่คือเกาะ Osaka IE Shima ไปติดเกาะกันวันหนึ่ง ก็ได้อารมณ์หมู่บ้านชาวประมง บนเกาะมีศาลเจ้า สีท้องฟ้าตัดกับน้ำทะเลก็สวยดีครับ มีอุปสรรคนิดหน่อยเรื่องภูมิอากาศ หน้าร้อนที่นั่นเมฆเยอะ บางทีก็พายุเข้า บางวันฝนตก คาดเดาอะไรไม่ได้เลย ทำให้ใช้เวลาถ่ายหลายวัน” นักร้องหนุ่มบอก
โดยรุจเผยถึงกระแสตอบรับว่า ที่ผ่านมาหลายคนยังติดภาพว่าเขาเป็นคุณชายหวานแหวว ต้องเพลงรักซึ้งๆ มาดนิ่งๆ หน่อย แต่ภาพใน 3 ปีท่ี่ผ่านมามันเปลี่ยนไป พอออกหนังสือปุ๊บ เหมือนตัวตนของตัวเขาเปลี่ยนไปเยอะ ยิ่งเพลงนี้กับเอ็มวีถูกปล่อยออกไป ทำให้คนเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของเขาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าเขาเป็นนักเดินทาง ไม่ได้เป็นคุณชายที่จับต้องยากแล้ว
“ในเรื่องของเพลงต่อๆ มาก็มีแพลนไว้อยู่บ้าง แต่เราไม่รู้ว่าอนาคตของวงการเพลงต่อจากนี้เป็นยังไงต่อ แล้วอีกอย่างสัญญาของผมกับทางค่ายก็เหลือน้อยลง น่าจะไม่เกิน 2 ปี เลยยังตอบไม่ได้ว่ายังไง เพราะว่ายังไม่ได้มีการคุยในรายละเอียดเรื่องของแผนงานในอนาคต” รุจกล่าวปิดท้าย



