บันเทิง

'ย้ง' เชื่อ 'ปันปัน' ออกจาก 'นาดาว' มีผลดี 

'ย้ง' เชื่อ 'ปันปัน' ออกจาก 'นาดาว' มีผลดี 

10 ก.ย. 2559

“ย้ง” ทรงยศ  สุขมากอนันต์  มีคำตอบหลังจากถูกคนมองว่าซัพพอร์ต “ปันปัน” สุทัตตา อุดมศิลปฺ์ หลังจากอดีตนักแสดงในสังกัดสร้างวีรกรรมเอาไว้หลายเรื่อง 

          นับตั้งแต่ “ปันปัน” สุทัตตา มีผลงานภายใต้การดูแลของ “GDH” นางเอกสาวสร้างวีรกรรมมากมายจนเป็นที่โจทก์ขาน แต่ถึงอย่างไรก็ตามต้นสังกัด โดยเฉพาะ “ย้ง” ทรงยศ กลับยังให้การสนับสนุนและป้อนงานให้ตลอด  จนมาถึงวีรกรรมเสียงสูงนักแสดงวัยรุ่นจึงตัดสินใจลาออก จากการเป็นเด็กภายใต้การดูแลของ “GDH” เมื่อมีโอกาสพบกับ “ย้ง” ทรงยศ จึงต้องพูดคุยได้ความ  

 

'ย้ง' เชื่อ 'ปันปัน' ออกจาก 'นาดาว' มีผลดี 

 

          "การที่หลายคนมองว่าผมให้การซับพอร์ตปันปันอย่างมากนั้น ผมต้องบอกเลยว่า ไม่เลยนะ พวกคุณอาจจะยังไม่รู้  เอาจริงๆ ถ้าถามทีมงานของบริษัททุกคนจะรู้ว่าผมดุที่สุดนะ ในพาร์ทที่ว่าเขาทำอะไรไม่ดี มันผ่านการพูดที่จริงจังมาหมดแล้ว เหมือนพ่อแม่ตีลูก หรือพี่สอนน้องนะ เราคงไม่ดุเขาต่อหน้าสาธารณะชน ด้วยความรัก เราจะสปอยอย่างเดียวก็คงไม่ได้นะ การที่ปันปันออกไปดูแลตัวเอง พาร์ทหนึ่งมันก็ดีเหมือนกัน ในฐานะของผม ที่ดูแลศิลปินก็ต้องเรียนรู้ และตัวน้องเองก็ต้องเรียนรู้เหมือนกัน ผมว่ามันจะเป็นย่างก้าวที่จะเติบโตไปด้วยกัน ส่ิ่งที่ผมมองเห็นในตัวของปันปันนะ เพราะว่าปันปันเป็นนักแสดงที่เก่งมาก และอยู่ในกองเขามีวินัยมาก เห็นแสบๆ แบบนี้่เวลาที่เขาทำงานเขาตั้งใจมากนะ บทไม่เคยว่า จะท่องไม่ได้นะ เป๊ะทุกอย่าง เข้าฉาก 2-3 เทคก็ผ่าน (ในวันที่ปันปันบอกว่าจะไม่อยู่ภายในการดูแลของสังกัดนาดาวแล้ว ช่วงแรกมีการเหนี่ยวรั้งไว้บ้างไหม) โดยสถานการณ์มันเข้าใจได้ และมันไม่มีประโยชน์"ย้งแจกแจง 

'ย้ง' เชื่อ 'ปันปัน' ออกจาก 'นาดาว' มีผลดี 

 

          นอกจากนี้ ทาง "ย้ง" ทรงยศ กล่าวเสริมว่า "การที่เราแยกจากกัน มันก็ดีเหมืิอนกันนะ เขาก็จะออกไปเติบโตและเรียนรู้ ผมว่าการที่ปันปัน ไม่มีพวกผมคอยดูแล น้องก็จะต้องเรียนรู้และระวังตัวนะ เพราะไม่มีใครที่ดูแล และทุกวัน ที่เขาต้องดูแลตัวเอง ผมมองว่าทุกความผิดพลาด ก็จะทำให้ทุกคนโตขึ้นนะ ปันปันมันก็โตขึ้น แต่จะให้มีวุฒิภาวะแบบผู้ใหญ่เลย มันเป็นไม่ได้ อย่างผมเอง ก็ใช้เวลามา 43 ปี กว่าจะมาเป็นผมทุกวันนี้นะ น้องเพิ่ง 18-19 เอง ผมบอกเขาว่า จะทำอะไรต้องฉลาดและเอาตัวรอดนะ ผมอยากให้ใช้ชีวิตที่มีสติ แต่การที่ผมพูดแบบนี้ได้ ผมก็ต้องผ่านช่วงเวลาวัยรุ่นมาเหมือนกันนะ พอเราแก่แล้ว เราก็ต้องเข้าใจ โดยส่วนตัวแล้ว เราคุยกับน้องๆ ตลอดเวลานะ เราไม่ได้อยู่กับแบบเจ้านายและลูกน้องนะ ไม่ใช่การไล่ออก ยื่นซองขาว มันเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แปลกที่คนอาจจไม่เข้าใจนะ ผมไม่อยากอยู่ในจุดที่ต้องบังคับให้คนทำอะไรหรือไม่ทำอะไร (เรื่องที่ออกปากชมน้องในการทำงาน แต่ดูสวนทางกับภาพลักษณ์) ผมไม่ต้องบอกอะไรกับสังคมนะ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของปันปัน คนทุกคนในสังคมมีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง ถ้าคิดว่าสิ่งที่ปันปันทำถูกหรือผิด เขาคิดได้ของเขาเอง” ย้งกล่าวปิดท้ายอย่างอารมณ์ดี