
Diamond Lover กะรัตรัก Ep. 4
‘เหม่ยลี่’ ตัดสินใจบอกความในใจให้ ‘เซี่ยวเลี่ยง’ รู้ว่าเธอชอบเขา
ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 08.00 น. / 23.00 น. ทางช่อง NOW26
เหม่ยลี่เล่นไม่ได้ผ่านไปหลายเทค ทุกคนช่วยกันพูดว่าให้เหมือนทำงานให้ออฟฟิศ ในที่สุดเธอก็ทำได้
เกาเหวินขับรถมาถึงกองถ่ายก็ตะโกนบอกอี้หมิงที่นั่งหลับตาเพราะกลัว เธอขอบคุณที่เขาทำให้วันนี้ของเธอมีความสุขสนุกสุดๆ เขาบ่นที่เธอไม่ลงไปสักที ทำให้เกาเหวินรู้สึกว่าอี้หมิงเป็นผู้ชายคนแรกที่ไม่อยากอยู่กับเธอ
เกาเหวินยังแกล้งทำกระเป๋าหล่นไปทางอี้หมิง เธอเอามือลูบขาเขา อี้หมิงสะดุ้ง เกาเหวินหัวเราะบอกว่าเธอแค่จะเก็บกระเป๋า
“ผมว่าดาราสาวอย่างพวกคุณ จูงหมาออกไปเดินเล่นก็ต้องแต่งหน้าด้วยใช่มั้ย เป็นตัวของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ”
“ฉันถึงบอกว่าวันนี้มีความสุขมากไง”
“คนแก่มีความสุขก็ดีแล้วล่ะ”
“ฉันจะจำคุณไว้ ฮิๆๆ น่าสนใจดีหนิ นี่แน่ะ” เกาเหวินหัวเราะแล้วลงจากรถไป
เกาเหวินกลับเข้าไป ผู้กำกับกำลังถามหาสร้อย ซือหยวนว่าได้มอบให้เกาเหวินแล้ว เกาเหวินงงเพราะเธอยังไม่ได้รับเลย ซือหยวนยืนยันว่าให้แล้ว เหม่ยลี่ก็เป็นพยานให้ว่าเห็นซือหยวนเอาสร้อยคอไปให้เกาเหวินแล้ว เกาเหวินย้อนว่างั้นก็หาว่าเธอเป็นขโมยสิ
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น เราแค่สงสัยว่าเครื่องประดับจะหายไปรึเปล่า ดังนั้นจึงอยากให้คุณตรวจสอบให้ละเอียดค่ะ” เหม่ยลี่ว่า
เกาเหวินไม่สน “ฉันไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยแล้วเจสัน ขึ้นรถพักผ่อน”
ผู้กำกับต่อว่าซือหยวน เกาเหวินก็ยังยืนฟังอยู่ แล้วกล่าวหาว่าซือหยวนอาจเป็นคนขโมยเองก็ได้ เหม่ยลี่ช่วยออกรับว่า
“คุณเกาเหวิน พี่ซือหยวน ปกติเขาเป็นคนรับผิดชอบเครื่องประดับ เครื่องประดับจะต้องผ่านมือของเขาทุกวัน เขาจะเป็นคนขโมยได้ยังไงล่ะ”
เกาเหวินถามเหม่ยลี่ “แล้วเธอล่ะ เธอก็เป็นคนรับผิดชอบไม่ใช่เหรอ”
เหม่ยลี่ปฏิเสธว่า “ฉันไม่ได้ขโมยแน่นอน”
เกาเหวินจ้อง “มีพยานมั้ยล่ะ”
เซี่ยวเลี่ยงเข้ามาถามว่าทะเลาะอะไรกัน
ซือหยวนว่า “คุณเซี่ยว สร้อยคอของบริษัทหายไปเส้นหนึ่ง แต่ฉันให้คุณเกาเหวินกับมือแล้วค่ะ”
“ผมไม่ได้มาฟังคำอธิบายของคุณ ถ่ายทำต่อไป สร้อยอีกเส้นจะส่งมาทันที”
ผู้กำกับ รีบรับคำ เซี่ยวเลี่ยงถามเกาเหวิน เหม่ยลี่รีบช่วยพูดว่าซือหยวนไม่ได้ขโมยจริงๆ แต่เซี่ยวเลี่ยงไม่สนบอกให้ทำตามกฎของบริษัท ทำเรื่องลาออกได้เลย แล้วถ้าหาสร้อยไม่เจอต้องรับผิดชอบด้วย
เหม่ยลี่ปลอบ “พี่ซือหยวนอย่าเสียใจเลย ฉันต้องช่วยพี่ตามหาสร้อยกลับมาให้ได้”
“ฉันไม่ต้องการความสงสารจากเธอ!”
เหม่ยลี่ไม่สนใจ ช่วยหาสร้อยตามที่ต่างๆ ก็ไม่พบ ซือหยวนเห็นความตั้งใจที่จะช่วยของเหม่ยลี่ก็ซึ้งใจ ทั้งสองไปดูกล้องวงจรปิด จนเมื่อยล้า ซือหยวนเองก็ถอดใจจะกลับ แล้วบอกเหม่ยลี่ว่าคงไม่เจอแล้วกลับเถอะ แต่เหม่ยลี่ขอดูต่อเอง ซือหยวนมองเหม่ยลี่
เหม่ยลี่ดูกล้องวงจรปิดจนเห็นว่าเกาเหวินปัดมือด้วยความโมโหแล้วสร้อยก็หล่นไปในกระเป๋า เหม่ยลี่จึงมาหาเกาเหวินอีกครั้ง อธิบายให้ฟัง เกาเหวินหงุดหงิดแต่ก็ยอมให้ค้นกระเป๋า
“คุณไม่ต้องห่วง ฉันไม่เคยคิดจะสงสัยคุณเกา ฉันเชื่อว่าคงเป็นแค่อุบัติเหตุ ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไปค่ะ”
เกาเหวินมองเหม่ยลี่ “ดูเธอเชื่อใจฉันมาก ถือว่าไม่เลว”
“แล้วทำไมสร้อยคอไม่อยู่ในนี้ล่ะ หรือว่าตกหายไป”
“เป็นไปไม่ได้ฉันยังไม่เคยแตะของในนี้เลย และฉันไม่ได้ไปในที่มีคนเยอะๆ ด้วย”
เกาเหวินคิดถึงตอนที่อยู่ในรถอี้หมิงแล้วเธอแกล้งทำกระเป๋าตกข้างๆ เขา
“อาจจะตกอยู่ในรถคันนั้น” เกาเหวินว่า
เหม่ยลี่กับเจสันตะลึง “ในรถเหรอ?”
“ใช่รถคันนั้น ไม่ใช่ รถคันนั้นฉันขึ้นไปนั่งโดยไม่รู้จักเจ้าของรถแต่ฉันคิดว่าสร้อยคอต้องตกอยู่ในรถของเขา”
“เธอขึ้นรถคนอื่นโดยพลการเหรอ รถคนแปลกหน้าเธอก็กล้าขึ้นเหรอ ถ้าเป็นข่าวอื้อฉาวขึ้นมาเธอจะทำไง” เจสันโวย
เหม่ยลี่กังวล “งั้นสร้อยคอจะทำยังไงฉันจะไปหาที่ไหนล่ะ”
“ไม่เป็นไรเธอไม่ต้องห่วง ถ้าสร้อยคอตกอยู่ในรถของเขาจริงเขาไม่มีทางปฏิเสธแน่ และเขาไม่มีทางบอกนักข่าวแน่เธอไม่ต้องห่วง”
“คุณมีวิธีตามหาเขาได้มั้ย”
“เฮ่อ แต่ว่าเพื่อนเก่าของเราอาจจะรู้”
เจสันงง “เพื่อนเก่าเหรอ?”
“ปาปารัสซี่ไง เรื่องอย่างนี้มีเหรอพวกเขาจะพลาดต้องถ่ายตอนที่ฉันขึ้นรถได้แน่ ถ้าถ่ายเจอตอนฉันขึ้นรถก็ต้องเจอเลขทะเบียนรถ ถ้าเจอเลขทะเบียน รถก็ต้องเจอสร้อยคอสิ จริงมั้ย ฮิๆๆ” เกาเหวินคิดง่ายๆ
เหม่ยลี่กล่าวขอบคุณแล้วรีบขอตัวออกไป เจสันงงอดถามเกาเหวินว่าทำไมถึงช่วยเหม่ยลี่ทั้งที่ไม่ใช่นิสัยเธอ เกาเหวินว่ารู้สึกว่าเหม่ยลี่เป็นคนดี ไร้เดียงสา แล้วก็รีบบอกเจสันให้ช่วยหาทะเบียนรถ
ไม่นานนักข่าวก็เอาทะเบียนรถมาให้เหม่ยลี่ พอเหม่ยลี่เห็นทะเบียนรถก็รีบโทรตามอี้หมิงมา แล้วให้เขาหลบเธอรีบก้มหาจนพบสร้อย
เจิ้นตงพ่อของเซี่ยวเลี่ยงชวนเขามากินข้าว มีหลินกับจื่อเหลียงอยู่ด้วย จื่อเหลียงพยายามคุยกับเซี่ยวเลี่ยงแต่เขานิ่งมากจนหลินอึกอักแล้วขอตัวไป เจิ้นตงให้จื่อเหลียงไปดูแม่ แล้วจึงต่อว่าเซี่ยวเลี่ยง
“นานทีจะได้กินข้าวพร้อมกันทั้งครอบครัว ทำไมแกต้องทำให้เป็นเรื่องด้วยล่ะ”
“ครอบครัวเหรอ พ่อ ผมบอกแล้วว่าเวลากินข้าวกับพ่อผมไม่ชอบให้มีคนนอกอยู่ด้วย”
“จื่อเหลียงเป็นน้องชายของแก น้าหลินก็เป็นแม่ของเขา ไม่มีคนนอกอย่างที่แกเข้าใจหรอก”
“เฮ่อ น้องชายเหรอ พ่ออย่าลืมว่ารองประธานหลินเขาแซ่หลินไม่ใช่เซี่ยว”
เจิ้นตงตวาด “หุบปากนะ!”
เซี่ยวเลี่ยงไม่หยุด “ถ้าพ่อไม่อยากให้ผมกลับคราวหน้าช่วยบอกล่วงหน้าด้วย”
“น้าหลินเขาทำอะไรไม่ดีกับแก ตอนที่เขาคลอดจื่อเหลียง กลัวว่าแกจะเสียใจ เขาเป็นคนเสนอเองว่าจะให้จื่อเหลียงแซ่เดียวกับเขา หลายปีมานี้เขาดูแลบ้านเรา ทำหน้าที่แทนแม่ของแกทุกอย่าง”
“นั่นเป็นความต้องการของพ่อ อย่าเอาผู้หญิงอื่นมาเทียบแม่ผม เพราะไม่มีใครเทียบแม่ผมได้”
“จะมากไปแล้วนะ!” เจิ้นตงถอนใจ “ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้ว ที่ฉันหย่ากับแม่แก ไม่เกี่ยวข้องกับน้าหลินเลย! หลังจากแม่แกจากไปฉันถึงอยู่กับเขา ฉันต้องพูดยังไงแกถึงจะเข้าใจ! ช่างเถอะ เรื่องนี้ เราทะเลาะกันมาหลายปีแล้ว ทะเลาะกันต่อไป ก็ไม่มีความหมายอะไรหรอก เฮ่อ ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่า ทำไมตัวแก ถึงไม่ยอมเชื่อใจใครเลย แล้วยังไปคบกับดาราหญิงคนนั้นอีก ฉันคิดว่า เป็นเพราะเรื่องที่เยี่ยฉี เลิกกับแกตอนนั้นใช่มั้ย แกจะไปไหน” เซี่ยวเลี่ยงเดินออกจากบ้านไปเลย
เหม่ยลี่ไปถึงที่ทำงานก็รู้จากยิวยิวว่าซือหยวนยังไม่มาเลย เธอโทรหาก็ให้ฝากข้อความ เหม่ยลี่ตัดสินใจนำสร้อยไปคืนเซี่ยวเลี่ยง อธิบายให้ฟังว่าดูจากกล้องวงจรปิดแล้วทำตกหายแต่ตอนนี้เธอหาเจอ พร้อมตรวจสอบแล้วไม่มีความเสียหาย
“อืม งั้นก็ดี เอ่อ คุณเป็นอะไร สีหน้าดูไม่ดีเลยท่าทางเหมือนเหนื่อยมาก คุณไม่ได้นอนทั้งคืนเลยใช่มั้ย วันนี้คุณไม่ต้องทำงานกลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ขอบคุณคุณเซี่ยว อื่ม แต่ว่าคุณเซี่ยว ในเมื่อตอนนี้ปัญหาคลี่คลายแล้ว คุณจะไม่ คาดโทษพี่ซือหยวนแล้วใช่มั้ยคะ”
“เฮ่อ ไล่ออกก็ส่วนไล่ออก ไม่เกี่ยวกับตามหาสร้อยเจอแล้ว บริษัทจะไล่เขาออกตามกฎ”
“แต่ตอนนี้ก็เจอสร้อยแล้ว เราก็ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วด้วย ในเมื่อพี่ซือหยวนไม่ได้เป็นคนทำหาย งั้น คุณจะยกโทษให้เขาสักครั้งไม่ได้เหรอ”
“ถ้าทุกคนทำผิดต้องให้ผมยกโทษให้แล้วจะมีหัวหน้าแผนกไว้ทำไม”
“แต่ถ้าคุณไล่เขาออกล่ะก็ คนอื่นจะคิดว่าเขาขโมยจริง เขาแค่กลัวว่าจะถูกไล่ออกจึงตามหาสร้อยคอมาจนได้ ถ้าเป็นอย่างนี้เขาจะเผชิญหน้ากับทุกคนยังไง ฉันเกรงว่าทั้งบริษัทจะไม่ยอมรับเธอค่ะ”
“เขาไม่ได้รับการยอมรับจากทุกคนมันเกี่ยวอะไรกับผม สิ่งที่ผมพูดแล้ว จะไม่มีทางคืนคำแน่ คุณกลับไปได้”
เหม่ยลี่ถอนใจ “คุณเซี่ยว คุณอาจไม่เคยยอมใครมาก่อน ดังนั้น คุณจึงไม่สนใจความรู้สึกของพนักงานอย่างเรา แต่ถึงแม้ตำแหน่งเล็กๆ ที่คุณไม่เคยสนใจ ก็อาจเป็นความหวังเล็กๆ ของใครคนหนึ่ง คุณต้องการไล่คนออก เพียงแค่พูดคำเดียว แต่คนที่อยากทำงานอย่างพวกเรา ต้องทุ่มเทหลายสิบเท่าหรือแม้แต่ความพยายามทั้งหมด เพียงเพื่อให้ได้ทำงาน เพียงแค่คุณบอกว่า “ผมเชื่อคุณ” บางทีเขาอาจรู้สึกว่าทั้งชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความหวัง การละเมิดกฎเพื่อให้อภัยอีกคน มันดีกว่า ทำลายความหวังทั้งชีวิตของเขาไม่ใช่เหรอคะ”
เซี่ยวเลี่ยงถามว่าพูดจบรึยัง เหม่ยลี่ว่าจบแล้ว เซี่ยวเลี่ยงก็เชิญเธอออกไป
เหม่ยลี่ออกมาเจอซือหยวนเธอบอกเรื่องเจอสร้อย ซือหยวนไม่ได้สนใจเรื่องสร้อยถามว่าทำไมเหมยลี่ช่วย ทั้งที่เธอก็ทำไม่ดีกับเหม่ยลี่
“ฉันไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นเพราะว่า ฉันคงเศร้าเสียใจบ่อยๆมั้ง ฉันจึงรู้ว่าในช่วงเวลานั้น ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นที่สุด”
“ใครจะเชื่อเธอล่ะ ผู้หญิงที่สวยอย่างเธอ ตั้งแต่เล็กจนโต คงจะมีแต่คนชอบเธอมากกว่า จะมีช่วงเวลาแบบนั้นได้ยังไงล่ะ”
ในที่ประชุม สรุปสถิติยอดขายจบ เซี่ยงเลี่ยงก็จะพูดปัญหาเกี่ยวกับการขโมยเครื่องประดับ จื่อเหลียงก็เอ่ยว่าจะไล่ซือหยวนออก เหม่ยลี่รีบช่วยพูดว่าซือหยวนไม่ได้ขโมยสร้อยจริงๆ จื่อเหลียงจะดุเหม่ยลี่ เซี่ยวเลี่ยงก็แทรกว่า
“ในเมื่อตามหาสร้อยเจอแล้ว ก็ทำงานที่เหลือไปตามปกติเถอะ”
จื่อเหลียงแปลกใจ “คุณเซี่ยว ไม่เอาผิดหลิวซือหยวนแล้วเหรอ แต่มันเป็นกฎระเบียบของบริษัทนะ”
“หรือว่าคุณไม่เคยทำผิดพลาดมาก่อน ถ้าละเมิดกฎ เพื่อให้อภัยอีกคน มันดีกว่าทำลายความหวังของเขาไม่ใช่เหรอ ผมตัดสินใจ ไม่เอาเรื่องคนรับผิดชอบเรื่องนี้ แต่ว่า ครั้งนี้แค่ครั้งเดียว เลิกประชุม”
ทุกคนพากันออกจากห้องประชุมไป ซือหยวนเดินเข้ามาคำนับจื่อเหลียง
“ท่านรองหลิน ขอบคุณค่ะ”
จื่อเหลียงเหล่มอง “ตอนนี้เธอยกย่องคุณเซี่ยวแล้วไม่ใช่เหรอ มาขอบคุณฉันทำไม”
เซี่ยวเลี่ยงกำลังจะเดินออกจากบริษัท พนักงานทุกคนพากันทักทายเขาจนน่าแปลกใจ ฉีหยูจึงบอกว่า
“อ้อ อาจเป็นเพราะเมื่อกี้คุณช่วยพนักงาน ทุกคนเลยรู้สึกว่าคุณเป็นกันเองมาก”
เซี่ยวเลี่ยงงง “เป็นกันเองเหรอ?”
“เมื่อก่อนเวลาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น คุณจะไล่พนักงานออกตามกฎระเบียบนี่ครับ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่คุณไม่เอาผิดพนักงาน คุณเซี่ยว คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ”
“ฉันเปลี่ยนไปเหรอ”
“บางครั้งการเปลี่ยนแปลง.. ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหนิ” ฉีหยูขอตัวไปเอารถก่อน
เหม่ยลี่เข้ามาขอบคุณเซี่ยวเลี่ยงที่ยืนรอรถอยู่ เขาว่าเรื่องเล็กไม่เห็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่
“แม้ว่าสำหรับคุณแล้วอาจเป็นเพียงเรื่องธรรมดา แต่สำหรับฉันแล้วมีความสำคัญมาก เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่ฉันทำถูกต้อง ชีวิตคนเราไม่ได้มีแต่คำว่าผลประโยชน์ไม่ใช่เหรอคะ”
“เพราะความมุ่งมั่นของคุณ คุณรู้มั้ยว่ามันนำอะไรมา ทุกครั้งที่คุณปรากฏตัวต้องเกิดปัญหาเสมอ มันสามารถทำให้ปัญหาคลี่คลายได้จริง แต่ไม่เคยทำอะไรตามกฎระเบียบ ผมเกลียดคนที่มาเปลี่ยนหลักการของผม ไม่ว่าใคร ก็อย่าคิดจะเปลี่ยนความคิดผมเด็ดขาด”
“คุณคิดว่าทำพลาดเหรอคะ”
“ทำพลาดสิ เพราะวันนี้ผมไม่ควรเชื่อคุณ อย่าใช้สายตาอย่างนี้มองผม และไม่ต้องโผล่มาให้ผมเห็นหน้าอีก ไปซะ”
เหม่ยลี่จ๋อยๆ กลับไปเธอก็เล่าให้อี้หมิงฟัง จนอี้หมิงถามว่าเอาความกล้าไปไหน แต่เหม่ยลี่ก็ยังจ๋อยคิดว่าเซี่ยวเลี่ยงคงคิดว่าเธอรักเขามาก
อี้หมิงเสียงดัง “ยัยอ้วน ที่จริงฉันอยากบอกเธอมานานแล้ว เซี่ยวเลี่ยงไม่ดีพอจะให้เธอรักหรอก เธอคิดดู 20 ปีมานี้ ฉันเห็นเธอลำบากมากขนาดไหน ถ้าตอนนี้เธอจะชอบใครสักคน ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องดีกว่าฉัน ฉันจะยกเธอให้เซี่ยวเลี่ยงง่ายๆ ได้ไงล่ะ”
“นายสนับสนุนฉันให้จีบเซี่ยวเลี่ยงมาตลอดไม่ใช่เหรอ วันนี้ทำไมจู่ๆ ถึง”
“เพราะว่า.. เป็นเพราะเซี่ยวเลี่ยงไม่รู้จักรักษาเธอไว้”
อี้หมิงพยายามหาวิธีมาอธิบายไม่ให้เหม่ยลี่คิดมาก
“ฉันรู้ว่า นายกลัวฉันจะเสียใจ ไม่เสียแรงที่นายเป็นเพื่อนรักของฉัน ดังนั้นในบางครั้ง ฉันคิดว่ามิตรภาพสำคัญกว่าความรัก เพราะในใจของฉัน นายคือลมหายใจที่สำคัญที่สุด”
เจสันโวยใส่เกาเหวินที่มีภาพข่าวตอนเธอกับอี้หมิงไปเที่ยวกัน เกาเหวินจึงไปหาเซี่ยวเลี่ยงบอกว่าต้องการประกาศความสัมพันธ์ ซึ่งตรงกับใจของเซี่ยวเลี่ยง เกาเหวินให้ปาปารัสซี่มาถ่ายภาพตอนเธอกับเซี่ยวเลี่ยงเข้าโรงแรมด้วยกัน
แล้ววันรุ่งขึ้นก็มีข่าวว่าจะประกาศความสัมพันธ์กันคืนนี้ที่งานแถลงข่าว อี้หมิงที่เห็นข่าวก็เป็นห่วงเหม่ยลี่มาก
ในงานแถลงข่าวค่ำวันนั้น เซี่ยวเลี่ยงก็ประกาศว่าคงหาดูใจกันมานานพอสมควร แล้วก็ขอให้ทุกคนสนับสนุนเกาเหวินเหมือนเดิม เหม่ยลี่ที่แอบฟังอยู่รู้สึกเศร้า จนเซี่ยวเลี่ยงเดินมาเห็นก็เข้ามาทักว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
“ฉัน.. ฉันมาแสดงความยินดีกับคุณค่ะ”
“แต่สายตาคุณเหมือนไม่ยินดีเลย ผมรู้สึกแปลกมากๆ ทำไมคุณชอบมาให้ผมเห็นอยู่เรื่อยเลย”
“คุณเดาเหตุผลได้แล้วไม่ใช่เหรอ”
“แต่ผมไม่ชอบเดา ผมอยากให้คุณบอกเองมากกว่า”
“เพราะว่าฉันชอบคุณไง คุณคงคิดว่าฉันพูดไม่เกรงใจใช่มั้ย เพราะว่าเราเหมือนอยู่กันคนละโลก แต่ฉันก็ยังพยายามทุกอย่าง เพื่อจะได้อยู่ใกล้คุณ และทำให้คุณสนใจฉัน แต่คุณไม่ต้องห่วง ครั้งนี้ฉันได้ตัดใจแล้ว ต่อไปฉันจะไม่ตามรังควานคุณอีก ขอให้คุณมีความสุขเซี่ยวเลี่ยง”
เหม่ยลี่ออกไปก็เจออี้หมิงมารอรับและพาเธอกลับบ้าน
จบตอนที่ 4



