
มองผ่านเลนส์คม - เพลงชีวิต
เป็นช่วงที่เห็นความรักความอบอุ่นระหว่างแม่-ลูกผ่านรายการทีวีหลายช่อง และวาไรตี้ทอล์กอย่าง "ตีสิบ" ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ต่างจากรายการอื่น คือไม่ใช่แค่จัดให้แม่ลูกจูงมือกันแสดงความรักความผูกพัน แต่ "ตีสิบ" ของ "เสี่ยวีที" วิทวัส สุนทรวิเนตร์ นำเ
ช่วง "ดันดารา" ที่ "คุณปุ้ย" คืนสิทธิ์ รับผิดชอบ ภูมิใจดันคนทางบ้านมาร้อง "เพลงเพื่อแม่" อย่างสุดซึ้ง
คืนวันอังคารที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา รายการนี้ก็ทำให้คนค่อนประเทศร้องไห้
การเชิญลูกตาดี ร้องเพลงให้แม่ตาบอด และให้ลูกตาบอด ร้องเพลงให้แม่ตาดีฟัง มันทั้งเศร้าทั้งสะเทือนใจ
เห็นคนในห้องส่งน้ำตาไหลกันพรากๆ ขนาดคุณวีที ครูอ้วน คุณเชน พี่โน้ต ยังไม่ไหว...
คนแรกเป็นเด็กหญิงวัย 14 หน้าตาดี พ่อแม่ตาบอดทั้งคู่ หาเงินเลี้ยงเธอด้วยการร้องเพลงตามตลาด ลูกจูงมือแม่ แม่จูงมือพ่อ วันไหนฝนฟ้าตกก็ออกไปร้องเพลงไม่ได้
ไม่ว่าจะได้เงินมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องเก็บรวบรวมส่งค่าบ้านให้ได้เดือนละ 700 บาท เพราะแม่อยากมีบ้านไว้ให้ลูกอยู่
แค่ประวัติก็หดหู่แล้ว ยิ่งได้ยินเพลงค่าน้ำนม ยิ่งทำให้คนฟังกลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ
ขณะร้องดวงตาเธอแน่วแน่ มองตรงมาที่แม่ซึ่งตาบอด ไม่สนใจเสียงสะอึกสะอื้นของคนรอบข้าง
ได้ยินเธอย้ำว่า "หนูไม่เคยอายที่พ่อแม่ตาบอด"
โน้ต เชิญยิ้มยังอดเปรยไม่ได้ว่า "ใครเป็นคนเขียนบทชีวิตให้หนู"...
ทางรายการขอให้แม่ร้องเพลงบ้าง โอ้โห เสียงที่ร้องเพลงของคุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ สะกดทุกคนจริงๆ เธอได้พื้นเสียงดีๆ มาจากแม่นี่เอง
ส่วนอีกคน เป็นผู้ชายวัย 19 ปี ตาบอดตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ด้วยอุบัติเหตุ
เด็กที่เคยวิ่งเล่นอยู่ดีๆ วันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วมองไม่เห็นมันเจ็บปวดทรมานที่สุด
แต่เขาอยู่ได้ด้วยความรักของแม่
แม่ที่ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยหรือท้อ มีแต่จะให้ลูกก้าวเดินอย่างมั่นคง ตอนนี้เขาได้รับทุนเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เชื่อว่าความตั้งใจที่อยากเรียนให้สูงที่สุดคงไม่ไกลเกินเอื้อม
แม้จะพิการทางสายตา แต่เขาก็ยังอยากจะบอกให้คนอื่นมีกำลังใจ และมุ่งมั่นอย่างเขา
"ขอให้มองผมเป็นตัวอย่าง แม้หนทางข้างหน้าผมยังไม่เห็นว่าจะมีเสาหรือมีหลุม แต่ผมไม่กลัว ผมจะก้าวเดินต่อไป ขอให้เดินไปก่อน ให้รู้ก่อน แล้วถึงตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป"
และเพลง "อิ่มอุ่น" ที่เขาร้อง มันนิ่งและเห็นถึงความมั่นคงในจิตใจเหลือเกิน
นี่คือสิ่งที่ได้รับจากรายการนี้... ขอตรบมือให้ทีมงานรายการ "ตีสิบ" ที่ให้ความสำคัญกับ "วันแม่" ให้เราได้กลับมามองตัวเอง และดูแลคนที่มีค่าที่สุดในชีวิต "ด้วยหัวใจ" จริงๆ
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



