
Diamond Lover กะรัตรัก 2
‘เหม่ยลี่’ แอบรัก ’เซี่ยวเลี่ยง’ มาตลอด จึงไปสมัครงานตำแหน่งเลขาของเขา
ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 08.00 น. / 23.00 น. ทางช่อง NOW26
ทีน่ามาหาเหม่ยลี่ที่ห้องแต่จำเธอไม่ได้ บอกว่าให้ช่วยบอกเหม่ยลี่ทีว่าโปรเจคงานโฆษณาเพชรของเธอจำเป็นต้องเปลี่ยนต้องการให้เธอกลับไปทำงาน พอทีน่ากลับไปก็สั่งให้คนมาดักพบเหม่ยลี่ให้ได้
เหม่ยลี่ไม่อยากกลับไป และไม่อยากถูกตามตัว เธอจึงหนีไปพักกับอี้หมิง ทำให้อี้หมิงทะเลาะกับถิงถิง เหม่ยลี่บอกให้รีบไปปรับความเข้าใจ อี้หมิงว่าปล่อยไปก่อน
“ตอนนี้เธอสบายใจได้แล้วชื่อกับรูปถ่ายก็เปลี่ยนแล้ว ต่อไปจะไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใครเธอถ่ายรูปสวยมากเลยนะ”
เซี่ยวเลี่ยงเห็นจากทีวีว่ามีแต่คนสนใจชื่นชมเกาเหวิน จึงคิดว่าเธอน่าจะมาโฆษณาให้เขา
เวลาต่อมาเซี่ยวเลี่ยงติดต่อเกาเหวินให้มาแสดงโฆษณา เจสันผู้จัดการส่วนตัวบอกให้เธอดูสัญญาให้ดีก่อน
เซี่ยวเลี่ยงเอ่ยว่า “คุณเกาดูสัญญาแล้วคุณต้องการเสนออะไรอีกมั้ย”
“มีแน่นอนฉันไม่ชอบให้โฆษณามาทำให้ฉันเสียเวลาในการถ่ายหนังดังนั้นรูปแบบการโฆษณาต้องขึ้นอยู่กับฉันถ้ามีปัญหาทำให้ภาพลักษณ์ของฉันเสียหายพวกคุณจะต้องรับผิดชอบ”
เจสันว่า “เอ่อถึงปัญหาจะมากมายตราบใดที่เงื่อนไขเหมาะสมเราก็สามารถคุยกันได้ครับ”
เซี่ยวเลี่ยงว่า “ผมก็ชอบทำงานกับคนที่พูดคุยง่ายๆ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน”
“ขอให้งานราบรื่นครับ”
เกาเหวินแทรกว่า “เดี๋ยวก่อนอวยพรตอนนี้เร็วเกินไปหน่อยนะคุณเซี่ยวแต่ถ้าฉันมีงานที่ดีกว่าก็คงไม่สามารถเซ็นสัญญากับคุณได้”
“เฮ่อไม่เป็นไรคุณเกาผมคิดว่าสัญญาฉบับนี้อาจทำให้คุณสนใจมากขึ้น” เซี่ยวเลี่ยงยื่นกระดาษให้
เจสันอึ้ง “โอ๊ะ!โอ้โหนี่มัน!”
“สัญญาที่ว่างเปล่าเงื่อนไขทั้งหมดแล้วแต่คุณเกาจะเขียนลงไปผมจะพยายามทำให้คุณพอใจ”
“คุณเซี่ยวคุณมีความจริงใจมากๆ” เจสันหัวเราะ
“คืออย่างนี้ผมไม่ชอบถูกใครปฏิเสธและผมยิ่งไม่ชอบคนที่ปฏิเสธผมโดยไร้เหตุผลแบบคุณผมจะให้เวลาคุณคิดดูหวังคุณจะให้คำตอบผมโดยเร็วที่สุด”
เจสันรีบบอก “เอ่อคุณเซี่ยวโชคดีครับคุณเซี่ยวบ๊ายบาย”
เหม่ยลี่มาที่บริษัทของเซี่ยวเลี่ยงหวังจะสมัครงานแต่เขาไม่อยู่ เธอเจอจื่อเหลียงเข้ามาทักถามเธอว่ามีเรื่องอะไรให้ช่วย เหม่ยลี่ฝากของไว้ให้เซี่ยวเลี่ยง
เวลานั้นเซี่ยวเลี่ยงกำลังโดนผู้บริหารต่อว่าที่มีข่าวเขาออกมากับเกาเหวิน เขาอ้างว่านี่คือเรื่องส่วนตัว แต่ผู้บริหารไม่พอใจบอกว่าเขาเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน เซี่ยวเลี่ยงไม่สนใจบอกว่าให้คอยดูผลงานของเขา ผู้บริหารต่างไม่พอใจ
ด้านเกาเหวินก็โมโหมากที่เซี่ยวเลี่ยงให้ปาปารัสซี่แอบถ่ายเธอกับเขาไปเป็นข่าว แต่เจสันว่าไม่ใช่ฝีมือเซี่ยวเลี่ยงหรอก แล้วขอให้เธอสงบสติอารมณ์ก่อน
เกาเหวินเถียงว่า “ในเมื่อเขาทำแล้วยังต้องกลัวปัญหาอะไรอีกล่ะ”
“ไม่ใช่ถ้าเธอมีเรื่องสัญญาของเราก็พังน่ะสิเธอดูสัญญาสิมีภาพยนตร์แล้วก็..นี่ๆ ไม่นะไม่นะ”
เกาเหวินยังโมโหมาก “ฉันยกเลิกสัญญา”
เซี่ยวเลี่ยงเข้ามาหาทั้งคู่ “เกิดอะไรขึ้น”
“ฉันควรถามคุณมากกว่านะคุณเซี่ยวเวลาคุยงานกลับถูกปาปารัสซี่ถ่ายทุกครั้งคุณคิดว่าเป็นแค่อุบัติเหตุเหรอ”
เซี่ยวเลี่ยงย้อนถาม “แบบนี้ไม่ดีเหรอ”
“เพราะอะไร”
“เพื่อผลประโยชน์ของเราไง”
“คุณไม่ได้ล้อเล่นฉันใช่มั้ย” เกาเหวินถามย้ำ
“นั่งสิมาคุยกันหน่อย”
“มีอะไรต้องคุยกันอีกฉันจะบอกให้สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือคนทรยศยกเลิกสัญญา!”
เซี่ยวเลี่ยงสวนว่า “ยกเลิกสัญญาแล้วสามารถปิดข่าวเรื่องเราเป็นคนรักกันได้เหรอ”
เกาเหวินไม่แคร์ “ไม่เป็นไรฉันสามารถสร้างเรื่องที่ใหญ่กว่าเพื่อกลบข่าวนี้ได้แน่”
เซี่ยวเลี่ยงเยาะในที “ผมคิดว่าคุณจะฉลาดกว่านี้ซะอีก”
“ฉันส่งสัญญาไปแล้วบริษัทนายหน้าจะคุยกับคุณเอง”
“เดี๋ยวก่อนผมคิดว่าเราสามารถใช้ประโยชน์จากข่าวได้นักแสดงหญิงอย่างคุณพึ่งพาแค่ความสวยคุณคิดว่าจะอยู่ได้กี่ปีล่ะผมสามารถทำให้คุณเป็นดาราแถวหน้าได้ดังนั้นเราจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากข่าวอื้อฉาวครั้งนี้”
“ทำไมฉันต้องเชื่อคนทรยศฉันด้วย”
“ก็เพราะทั้งผมและคุณถ้าไม่มีใครเชื่อความสามารถของผมก็เหมือนกับที่ไม่มีใครเชื่อฝีมือการแสดงของคุณนี่แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ดีของเราสองคนไม่ใช่เหรอ”
“งั้นคุณต้องการให้ฉันทำอะไร”
“คุณต้องร่วมมือกับผมช่วยผมโฆษณาแบรนด์เทซีโร่ให้ดีที่สุด”
“ฉันคิดไม่ผิดเลยคุณอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี่เอง”
“ผมก็มองไม่ผิดว่าคุณฉลาดกว่าผู้หญิงคนอื่นๆมาก”
“เฮ่องั้นจะให้ฉันประกาศความรักของเราเลยมั้ย”
“ยังไม่ถึงเวลาคุณต้องทำให้บริษัทนายหน้าปฏิเสธทำให้เรามีข่าวอื้อฉาวมากขึ้นไปอีกเมื่อถึงจุดสูงสุดที่ประชาชนอยากรู้อยากเห็น..นั่นคือผลประโยชน์สูงสุดบึ้มเมื่อถึงตอนนั้นเราก็ชนะแล้ว”
เกาเหวินกับเซี่ยวเลี่ยงพร้อมแทบจะพร้อมกัน “ร่วมมืออย่างมีความสุข”
อี้หมิงกลับมาก็เจอเหม่ยลี่ทำอาหารไว้ แต่กินไม่ได้เลยก็โวยวาย เหม่ยลี่ไม่สนใจเพ้อหาเซี่ยวเลี่ยง
“เซี่ยวเลี่ยงมีแฟนแล้ว”
“เอ่อ เธอรู้แล้วเหรอฉันว่ายัยอ้วนเธออย่าหลอกตัวเองอีกเลยเธอจะแอบรักเขาไปถึงไหนแค่นี้ยังเจ็บปวดไม่พอเหรอเธอไม่ใช่สเปคของเซี่ยวเลี่ยงหรอกนะเธอเชื่อฉันเถอะ”
เหม่ยลี่แทรก “ฉันแอบรักเขาแล้วยังไงกันเล่า! เขาเป็นคนแรกที่ทำให้ฉันหวั่นไหว ฉันเจ็บปวดแล้วเกี่ยวอะไรกับนาย!”
“เธอกำลังทำผิดนะ!แอบรักก็ต้องดูด้วยว่าเหมาะสมมั้ยใช่ว่าเธอรักเขาข้างเดียวแล้วมีความสุขหนิ!งั้นเอาอย่างนี้ฉันจะช่วยเธอช่วยให้เธอลืมเขามาถอดเสื้อผ้า”
“นายทำบ้าอะไร!” เหม่ยลี่ตกใจ
“ถอดออกฟังให้ดีในบ้านฉันห้ามมีของของผู้ชายอื่นเด็ดขาด”
“คืนมานะ! นายทำบ้าอะไรเนี่ย!ทำไมต้องทิ้งของฉันทิ้งด้วยนั่นเป็นของสิ่งเดียวที่เขาทิ้งไว้ให้ฉันนะ!”
ไนี่เป็นบ้านฉันฉันอยากทิ้งอะไรมันก็เรื่องของฉัน!”
“ทำไมนายต้องทิ้งของของฉันด้วย!นี่เป็นบ้านนายใช่มั้ย!ได้เลยงั้นฉันไปเอง!”
“อยากไปก็ไปเลยใครจะไปตามหาคนโง่อย่างเธอเล่า!”
เหม่ยลี่ออกไปเลย แล้วอี้หมิงก็นั่งเป็นห่วงเหม่ยลี่ที่ดึกแล้วยังไม่กลับ
ขณะที่เหม่ยลี่ก็นั่งคิดอยู่นานจนพนักงานมาปลุก เธอไม่รู้จะไปไหนก็ต้องกลับไปหาอี้หมิง อี้หมิงบ่นแต่ก็ขอโทษที่พูดจารุนแรงและเปิดประตูให้เหม่ยลี่เข้ามา
เหม่ยลี่ว่า “แต่ฉันขอร้องอะไรนายอย่างนึงได้มั้ย”
“เข้าไปก่อนค่อยคุยน้ำยังร้อนอุ่นมือสิอ้อจริงสิเมื่อกี้เธอจะขอร้องอะไรฉันล่ะรอเดี๋ยวนะเอาไป”
“นายเก็บกลับมาให้ฉันแล้วเหรอ”
“คราวนี้พอใจแล้วใช่มั้ย”
“พอใจแล้ว”
“ยัยอ้วนเธอคิดว่ามันคุ้มเหรอ”
“ฉันไม่ได้ต้องการเสื้อตัวนี้แต่ฉันอยากเก็บความฝันเอาไว้ต่างหากเพราะผู้หญิงทุกคนย่อมต้องการมีความฝันที่สวยงามฉันรู้ว่าฉันกับเซี่ยวเลี่ยงเหมือนอยู่กันคนละโลกถึงฉันจะกลายเป็นคนสวยเขาก็ไม่มีทางมองฉัน”
“เอาล่ะไม่ต้องพูดแล้วเธออย่าเศร้าให้ฉันเห็นสิถ้าเธอจะเศร้าเสียใจล่ะก็ออกไปข้างนอกเลยฉันไม่อยากเห็นเธอเป็นอย่างนี้ยัยอ้วนรักคนอื่นได้แต่ก็ต้องรักตัวเองด้วยสิ”
วันต่อมาอี้หมิงกับเหม่ยลี่ออกไปกินข้าวกัน แล้วเห็นข่าวเจสันผู้
อี้หมิงอึ้ง “ไม่ใช่ๆ เดี๋ยวก่อนๆๆ นี่มันเรื่องอะไรกันฉันรู้สึกงงกับอาการของเธอจริงๆ”
“ยังมีอีกเรื่องวันนี้ฉันได้รับโทรศัพท์จากบริษัทเขาให้ไปสมัครเป็นเลขาคุณเซี่ยวเซอร์ไพรมากเลยใช่มั้ยล่ะ”
“บริษัทโทรมาหาเธอโดยตรงเหรอพวกสิบแปดมงกุฎรึเปล่า”
“จะเป็นสิบแปดมงกุฎได้ไงล่ะเฮ่อเพราะว่าฉันเป็นคนมีความสามารถต่างหากแต่ถ้าจะถูกหลอกก็เป็นเพราะฉันยอมให้หลอกยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาคงมองเห็นความสามารถของฉันแต่พวกเขาคงคิดว่าฉันใช้ความสวยหากินแน่ๆ แต่ไม่ว่าใครจะคิดยังไงฉันไม่สนเฮ่อเพราะการได้ทำงานใกล้เซี่ยวเลี่ยงเป็นความฝันในชีวิตของฉันเลยความฝันที่ดีที่สุดในชีวิตด้วยล่ะ!”
เหม่ยลี่ไปสัมภาษณ์งาน พอเธอเข้าไปเซี่ยวเลี่ยงให้แนะนำตัว
“เอ่อสวัสดีอาจารย์ทุกท่านฉันชื่อมี่โตะฉัน..หมายเลข 68ฉันมาสมัครตำแหน่งเลขานุการค่ะ”
“เธอคือคนที่คุณให้เราโทรไปแจ้งมาเหรอภาพลักษณ์ดูดีหนิ”
จื่อเหลียงชม “เรียกอาจารย์สุภาพเกินไปเรียกท่านรองดีกว่าไม่ต้องตื่นเต้นทำตัวตามสบาย”
“ขอบคุณค่ะท่านรอง”
“แล้วคุณคิดว่าตัวเองมีข้อดีอะไรที่สามารถมาแข่งขันและเหมาะสมกับตำแหน่งนี้”
“ฉัน..แม้ว่าฉันจะเป็นพนักงานใหม่ไม่เคยทำงานใหญ่ๆและไม่ได้มีประสบการณ์มากมายแต่ว่าข้อดีของฉันก็คือยินดีปรับทัศนคติให้เข้ากับทุกคนได้ง่ายเพราะบริษัทเทซีโร่เป็นบริษัทที่ทำให้ฉันหลงรักมานานแล้วก่อนหน้านี้ฉันสนใจบริษัทนี้มาโดยตลอดและเคยพยายามมาสมัครงานแล้วฉันสนใจตลาดเครื่องประดับและมีความเข้าใจบ้างก่อนหน้านี้ยังเคยทำงานที่บริษัทโฆษณามาแล้วด้วยดังนั้นฉันเชื่อว่าฉันมีคุณสมบัติที่ดีที่จะทำงานนี้และฉันหวังว่าการดำเนินงานต่อในอนาคตจะสามารถได้เป็นส่วนหนึ่งของเทซีโร่และสามารถช่วยให้เทซีโร่เจริญรุ่งเรืองได้ไม่น้อยเลยค่ะ”
“คุณบอกว่าคุณเคยทำงานบริษัทโฆษณามาก่อนงั้น..คุณเคยทำงานอยู่บริษัทไหนและมีชื่อเสียงอยู่ลำดับที่เท่าไหร่” เซี่ยวเลี่ยงถาม
“เอ่อไม่..ไม่มีชื่อเสียงค่ะแต่สิ่งที่ฉันพูดคือความจริงก่อนหน้านี้ฉันเคยทำงานโปรเจคให้บริษัทหนึ่งและยังผ่านการคัดเลือกด้วยค่ะเอ่อฉัน”
“คุณเซี่ยวพนักงานใหม่อย่าพูดถึงประสบการณ์การทำงานเลยผมคิดว่าคุณสมบัติของเธอใช้ได้มีความจริงใจควรจะพิจารณาดูหน่อยนะครับ”
เซี่ยวเลี่ยงกระแอม“งั้นผมขอถามเรื่องส่วนตัวคุณหน่อยทำไมคุณต้องแต่งแบบนี้มาสัมภาษณ์ถ้าคุณแต่งตัวอย่างนี้ไปพบลูกค้ากับผมลูกค้าจะต้องพูดถึงคุณเป็นคนแรกแต่ไม่ได้คุยเกี่ยวกับงานของบริษัทขอโทษด้วยนะผมต้องการเลขานุการไม่ใช่ผู้หญิงที่แต่งตัวสวยมาทำงานไปวันๆ คุณกลับไปเถอะ”
“คนต่อไปครับ”
เหม่ยลี่ออกมาก็บ่นกับอี้หมิง “เซี่ยวเลี่ยงบ้าเขามีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันเขาก็แค่ประธานคนหนึ่งเท่านั้นเอง”
อี้หมิงว่า “ดูเหมือนเซี่ยวเลี่ยงคนนี้จะไม่ใช่คนเจ้าชู้เหมือนในตำนานพอเถอะเธอเมาแล้วขืนดื่มต่อเดี๋ยวก็หัวทิ่มหรอก”
“เฮ่อ นี่เป็นเพราะนายคนเดียวเลยนายบอกฉันว่าประธานของบริษัทนี้เจ้าชู้และมีความต้องการสูงฉันจึงได้แต่งตัวแบบนั้นไปสัมภาษณ์งานนายรู้มั้ยว่าเขาพูดถึงฉันว่ายังไงเขาบอกว่าฉันสวยแต่ภายนอกนายรู้มั้ยมันเหมือนเป็นการดูถูกฉันเหลยอี้หมิงนายพูดมาสิว่าใช่หรือไม่เฮ่อเซี่ยวเลี่ยงมีดีตรงไหนก็แค่หน้าตาหล่อนิดหน่อยเท่านั้นฉันจะบอกนายนะเหลยอี้หมิงถ้าเทียบนายกับเขาแล้วนายไม่ได้แพ้เขาเลย”
อี้หมิงหัวเราะ“ไม่เลวหนิตอนนี้เธอรู้จักชมฉันเหรอ”
เหม่ยลี่หัวเราะ อี้หมิงว่าต่อ “แล้วยังยกฉันให้อยู่ระดับเดียวกับพระเอกของเธอด้วยพูดสิว่าฉันหล่อยังไงหืม?”
เหม่ยลี่มอง “หล่อยังไงเหรอดวงตาของนายสวยมากเหมือนเมล็ดถั่วเลย” เหม่ยลี่หัวเราะ “รูจมูกของนายก็ใหญ่มากด้วยไหนฉันดูปากของนายซิ”
“ปากฉันทำไม”
“ถ้านายไปถ่ายโฆษณาลิปสติกคงน่าเสียดายแย่เลย” เหม่ยลี่นึกไปว่าเซี่ยวเลี่ยงเพ้อถึงเธอ แล้วจะเผลอจูบอี้หมิงเขาร้องลั่น
“ยัยอ้วนเธอทำอะไรเฮ้ย!เธอทำอะไร”
เหม่ยลี่สะดุ้ง “เป็นอะไรอย่าเสียงดังได้มั้ยฉันเหนื่อยนะ”
“เธอจะดูปากของฉันมั้ยดูเร็วสิ”
“เสียงโทรศัพท์กำลังฝันดีเลย”
อี้หมิงสวน “เกิดอะไรขึ้นน่ะ”
เหม่ยลี่ถาม “ทำไมนายมานอนอยู่ตรงนี้เนี่ย”
“เธอยังมาพูดอีกเรื่องเมื่อคืนเธอลืมแล้วเหรอ”
“เมื่อคืนเหรอเมื่อคืนทำไม”
“ไม่มีอะไรฉันฝันร้ายน่ะฝันว่าถูกหมูตัวหนึ่งขโมยจูบ”
เหม่ยลี่ยังแปลกใจ “ในบ้านมีหมูด้วยเหรอไม่เป็นไรใช่มั้ย นายเอาโทรศัพท์ฉันไปไว้ไหนเนี่ย”
เหม่ยลี่หาโทรศัพท์แล้วรีบรับสาย พอวางสายก็บอกอี้หมิงอย่างตื่นเต้นดีใจสุด
“ฉันผ่านสัมภาษณ์!”
“จริงเหรอดีมากเลยเย่!” ทั้งสองหัวเราะดีใจ
อี้หมิงสวน “ฉลองกันหน่อยสิ”
“ในที่สุดฉันก็ทำได้แล้วในที่สุดฉันก็ทำได้แล้วฉันจะได้เจอเขาทุกวัน”
“พอได้แล้ว!ใช่แล้วจำไว้นะต่อไปห้ามดื่มเหล้าโดยเฉพาะตอนที่ฉันไม่อยู่”
“เพราะอะไร”
“ไม่ต้องถามหรอกน่าฉันบอกห้ามดื่มเธอก็ห้ามดื่ม”
“คิดจะขู่ใครยะยังไงต่อไปฉันก็จะเจอเซี่ยวเลี่ยงทุกวันไม่ดื่มแล้วก็ได้เฮ่อ”
เหม่ยลี่ไปรายงานตัว พนักงานบอกให้ไปรายงานที่ฝ่ายออกแบบ เหม่ยลี่งง
“ฝ่ายออกแบบเหรอแต่ฉันสมัครตำแหน่งเลขาของท่านประธานนะ”
“แต่แผนกของเราต้องการฝ่ายออกแบบถูกรองประธานหลินเลือกเข้ามาคุณเป็นนักออกแบบผู้ช่วยของหลินซือหยวนไปก่อนเถอะอ่ะนี่”
“รองประธานหลินหลิวซือหยวนขอบคุณค่ะ”
จื่อเหลียงเข้ามาทักเหม่ยลี่
“คุณคือมี่โตะใช่มั้ยผมชื่อหลินจื่อเหลียง”
“เอ่อ สวัสดีค่ะท่านรองหลินขอบคุณที่ช่วยให้ฉันได้ทำงานค่ะ”
“เวลางานทำไมมาหลบอยู่ตรงนี้ล่ะมีปัญหาอะไรรึเปล่า”
“ไม่มีค่ะสบายมากไม่ต้องห่วงค่ะ”
“อื้มมาเอาเอกสารนี้ไปส่งบนโต๊ะท่านประธานหน่อย”
“ห้องทำงานท่านประธานคุณเซี่ยวเหรอคะ”
“ใช่”
“ทำไมต้องให้ฉันไปด้วยคะ”
จื่อเหลียงย้อนถาม “ทำไมไม่อยากไปเหรอ”
“เปล่าค่ะๆ ฉันยินดีมากฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลยฮิขอบคุณค่ะ”
เหม่ยลี่ไปเคาะห้องเซี่ยวเลี่ยง เขาเชิญเข้าเหม่ยลี่เข้ามาตื่นเต้นเล็กๆ
“คุณเซี่ยวคะนี่คือแผนที่ใหม่ที่ฝ่ายออกแบบส่งมาให้คุณค่ะ”
“คุณออกไปได้..เรื่องอะไรกันทำไมคุณมาอยู่ที่นี่”
“เอ่อค่ะฉันเป็นพนักงานใหม่ของฝ่ายออกแบบฉันชื่อมี่มี่”
“ผมไม่สนว่าคุณชื่ออะไรผมอยากถามว่าเข้าใกล้ผมมีเป้าหมายอะไรคุณวางแผนไว้แต่แรกแล้วใช่มั้ย”
เหม่ยลี่คิดในใจ “หรือว่าเขารู้ว่าฉันคือมี่เหม่ยลี่”
เซี่ยวเลี่ยงบอกอีกว่า “อย่าคิดว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วผมจะจำคุณไม่ได้วันที่สัมภาษณ์ผมก็ดูออกแล้วว่าคุณเป็นใคร”
“คุณคุณเซี่ยวเข้าใจฉันผิดแล้วค่ะ”
“เข้าใจผิดเหรอถ้าเข้าใจผิดแล้วคุณมาสัมภาษณ์ได้ยังไงผู้หญิงที่มาจากผับบาร์อย่างคุณกล้ามาถึงที่นี่เชียวเหรอ”
“อะไรนะผู้หญิงบาร์เหรอคะ”
“ทำไมหรือว่าไม่ใช่”
“แต่แต่ว่าคุณเซี่ยวคุณ..คุณเข้าใจฉันผิดแล้วฉันไม่ได้ตั้งใจเข้ามาที่นี่ที่จริงฉันเข้ามาบริษัทนี้เพราะความบังเอิญก่อนหน้านี้ฉันก็เคยไปหางานที่อื่นแล้ว”
“งั้นเหรอแล้วตอนสัมภาษณ์ผมก็ปฏิเสธคุณแล้วทำไมคุณถึงเข้ามาได้”
“ท่านรองหลินเรียกฉันเข้ามาเขาให้ฉันฝึกงานที่ฝ่ายการออกแบบ”
เซี่ยวเลี่ยงแปลกใจ “เฮ่อรองประธานหลินเหรอ”
“ค่ะ”
“คุณออกไปเดี่ยวนี้เลยนะผมไม่สนว่าคุณกับรองประธานหลินเกี่ยวข้องกันยังไงแต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คุณควรอยู่เทซีโร่ต้องการคนที่มีความสามารถอย่าคิดจะได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของคุณทางที่ดีคุณรีบลาออกซะเถอะออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
อี้หมิงเป็นห่วงเลยโทรมาหาเหม่ยลี่ว่าทำงานวันแรกรู้สึกโอเคมั้ย เธอว่าไม่รู้สึกอะไรเลย
“เป็นอะไรมีใครรังแกเธอเหรอ”
“ทุกคนดีกับฉันมากแต่ฉันกลับรู้สึกไม่ดีเหมือนแจกันดอกไม้นั่นแหละ”
“โธ่แจกันแล้วไงมีแต่สาวสวยที่คู่ควรกับคำสองนี้วันนี้ทำงานวันแรกอาจจะยังปรับตัวไม่ได้ผ่านไปสักระยะก็ดีเองตรงไหนไม่เป็นก็เรียนรู้จากคนอื่นให้มากๆ”
“ฉันก็อยากเรียนรู้จากคนอื่นแต่ว่า..เฮ่อช่างเถอะไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่านายกินข้าวรึยัง”
“เธอเพิ่งย้ายเข้ามาก็ลืมหน้าที่ของตัวเองแล้วเหรอฉันรอเธอกลับบ้านไปทำกับข้าวอยู่เนี่ย”
“วันนี้คงไม่ได้ล่ะฉันต้องทำโอที”
“ทำโอทีเหรอ!บริษัทของเธอนี่ไร้คุณธรรมจริงๆไปทำงานวันแรกก็ทำโอทีซะแล้วแบบนี้มันข่มเหงพนักงานใหม่ชัดๆ”
“ฉันอยากทำโอทีเองแหละพอดีฉันค้นพบข้อมูลเครื่องประดับใหม่ๆเลยอยากศึกษาให้ละเอียด”
“ขยันขนาดนี้เชียวเหรอแล้วฉันจะกินกับใครล่ะ?”
จบตอนที่ 2



