บันเทิง

ยันอาร์เอสไม่ได้สมรู้ร่วมคิด"แหม่ม"ยันไม่สนิท"นาธาน"

ยันอาร์เอสไม่ได้สมรู้ร่วมคิด"แหม่ม"ยันไม่สนิท"นาธาน"

13 ส.ค. 2552

"แหม่ม" พัชริดา วัฒนา เผยอาร์เอสไม่เคยแปลงเอกสาร นาธาน โอมาน ทำงานด้วยเพราะความสามารถ มั่นใจหากมีหลักฐานแน่นอน สังคมคงตัดสินอดีตนักร้องดังเอง

หลังจากข่าวนาธาน โอมาน ที่บรรดาสื่อต่างประโคมข่าวทำนอง ลวงโลก ทำให้ค่ายต้นสังกัดของศิลปินหนุ่มดูเหมือนจะโดนหางเลข ว่ารู้เห็นเป็นใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ เมื่อเจอสาว "แหม่ม" พัชริดา ในงานแสดงละครเวที "มามา มียา" รอบกาล่า ซึ่งแหม่มเคยเป็นครูสอนร้องเพลงให้นาธานที่สนิท ในช่วงเริ่มต้นเป็นศิลปิน ได้ออกมากล่าวถึงเหตุการในครั้งนี้ ว่านาธานเซ็นสัญญาด้วยตัวเอง

“ค่ายก็เช็กตามปกติ คือบรรลุนิติภาวะ สามารถเซ็นสัญญาเองได้เพราะมีบัตรประชาชน และในบัตรประชาชนก็มีสัญชาติไทย เชื้อชาติไทยแต่เขาบอกเราว่าเขาเป็นลูกครึ่งไทยเนปาล ก็แค่นั้น อาร์เอสไม่เคยเมกกับเรื่องแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาเราก็มีลูกครึ่ง อย่าง จอห์นนี่ หรือ อนัน อันวา เราก็ว่าตามนั้นไม่เคยเจอการโกหกเป็นลูกครึ่ง ตัวนาธานบอกเองว่าเขาเป็นลูกครึ่งเนปาลถ้าดูจากหน้าตาก็ไม่ผิดจากที่เขาบอก แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เราทำงานกับเขา คือความสามารถมากกว่า เขาร้องเพลงได้และมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างจากคนอื่น” แหม่มกล่าว

 นักร้องสาวยังออกความเห็นอีก ว่าถ้าวันหนึ่ง มีใครออกมาพิสูจน์ได้ ว่าน้องเขาไม่ได้เป็นไทย-เนปาลจริง ก็คงไม่กระทบอะไร เพราะอาร์เอสไม่ได้เอานาธานเข้ามาแล้วจับเปลี่ยนแปลงประวัติ

“อาร์เอสไม่มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เอาเป็นว่าการเซ็นสัญญากับอาร์เอส ถ้าคุณอายุต่ำกว่า 15 เซ็นสัญญาเอง ไม่ได้เราก็ต้องมีคุณพ่อคุณแม่รับรองอยู่แล้ว อันนี้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าอายุเกิน 20 อันนี้เซ็นสัญญาเองได้ เราก็ดูบัตรประชาชนสำเนาทะเบียนบ้านเป็นหลัก นั่นคือการสอบถามเบื้องต้น แต่ถ้าต้องล้วงลึกขนาดสัญชาตินั้น แหม่มว่าเป็นเรื่องการรู้จักและสอบถามคนรอบตัวมากกว่า ซึ่งคนอื่นอาจมอง ว่าอาร์เอสรู้กันหรือเปล่า ขอบอกตรงนี้ ว่าไม่รู้แล้วถึงวันนี้เราก็ยังเป็นกำลังใจให้นาธาน เพราะช่วงที่ผ่านมา เขาเป็นศิลปินที่ดี พอถึงวันที่เขาจากเราไป เราก็จะจากกันด้วยดี ถ้าถามว่าโกรธไหมก็คงไม่ เพราะเราเป็นผู้ใหญ่ แต่หลังจากนี้ทุกอย่างคงมาตรการเดิม แต่อาจจะรอบคอบขึ้น”แหม่มแจกแจง

ครูแหม่มยังบอกว่าอีกว่าเธอไม่ได้สนิทกับนาธานมาก ขนาดที่เขาจะคุยปัญหาให้ฟัง ไม่เคยเจอหน้าพ่อแม่นาธานและไม่เคยมีปัญหาเรื่องยืมเงิน

 “เขาโตแล้ว การที่แหม่มไม่เจอคุณพ่อ คุณแม่เขาก็ไม่เป็นเรื่องแปลก กับแหม่มไม่เป็น กับคนอื่นไม่ทราบ ในค่ายก็ไม่เคยมีศิลปินคนไหนมาเล่าให้ฟัง โดยส่วนตัวไม่เคยโดนเขายืมเงิน เลยพูดไม่ได้ เขาไม่เคยรบกวนพี่เลย ถ้าไม่โกหกก็โล่งใจ ถ้าหลอกลวงคงไม่โกรธ เพราะแหม่มเป็นผู้ใหญ่ แต่เสียใจว่ามันไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เอาเป็นว่าถ้ามีหลักฐานมาแน่นอนก่อนพี่คิดว่าสังคมคงตัดสินเขาเอง” แหม่มกล่าวสรุป