บันเทิง

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 4 ก.ย.59

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 4 ก.ย.59

04 ก.ย. 2559

หอมดอกกระถินถึงดอกผักกระแยง

โดย เคน สองแคว

    “หอมเอยหอมดอกกระถิน...” ขึ้นต้นมาเท่านี้ เชื่อว่าคอเพลงลูกทุ่งสามารถร้องต่อเนื่องได้ เพราะนี่คือประโยคขึ้นต้นเพลง”มนต์รักลูกทุ่ง” ที่บรมครูไพบูลย์ บุตรขันประพันธ์ไว้เป็นเพลงอมตะ และยังมีมากมายหลายเพลงที่คุ้นหู
    วันจันทร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม 2559 คือ วันที่ 29 ที่ผ่านมา วัดสำแล และบ้านครูที่เชียงรากใหญ่ ปทุมธานี คึกคักอีกครา เนื่องในโอกาสครบรอบ 44 ปีการจากไปที่บริษัท เมโทรแผ่นเสียง-เทป (1981) จำกัด โดยนายห้างวรชัย ธรรมสังคีติ ร่วมกับนายสุริยะ บุตรขัน ทายาท ครูไพบูลย์ บุตรขัน ได้ร่วมกันจัดงานทำบุญเป็นประจำปี

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 4 ก.ย.59
    ที่วัดสำแล ที่มีอัฐิครูอยู่ได้มีการทำบุญเลี้ยงพระเพล  โดยมีศิลปินแห่งชาติ  ชัยชนะ บุญนะโชติ กับน้องชาย ชัยณรงค์ บุญนะโชติ ซึ่งได้ขับร้องเพลง”ชายสามโบสถ์” ฉบับเต็มๆให้ฟังกันที่ศาลาวัด เพลงนี้ ฉบับเต็มๆหาฟังยาก เพราะสมัยก่อนแผ่นเสียงเล็กไม่สามารถบรรจุเพลงยาวๆได้ในหนึ่งหน้า เพลงจึงถูกตัดทอนให้สั้น เฉพาะงานสำคัญๆเราจะได้ฟังฉบับสมบูรณ์โดยครูชัยชนะ ซึ่งท่านจำเนื้อเพลงได้อย่างสุดยอด 
    ครูชินกร ไกรลาส  มาร้องเพลง ”เพชรร่วงในสลัม” ให้ฟังกันแบบที่ไม่มีดนตรี ไพเราะจับใจยิ่งนัก นอกจากนั้นยังมี สดใส รุ่งโพธิ์ทอง เทพ ทูลใจ ภูพาน เพชรปฐมพร จอมขวัญ กัลยา สุริยา ฟ้าปทุม  กานต์ การันต์ เจี๊ยบ พุฒิเศรษฐ  ภาวนา ชบาไพร ฯลฯ(รายหลังนี้ เคยบันทึกเสียงเพลงครูไพบูลย์ไว้ด้วย แต่ภาพการเป็นศิษย์สุรพลจะชัดกว่า)  

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 4 ก.ย.59
    นอกจากนี้ยังมี ยาว อยุธยา มาเป็นพิธีกร ซึ่งให้ความรู้กันพอหอมปากหอมคอ ในงานนี้ ศรศรี คีรีพันธ์ นักร้องประกวด เงาเสียงของศรคีรีมาปรากฎตัวและร้องเพลงให้ฟังด้วย แม้ว่าจะตรงกับวันจันทร์ แขกเหรื่อมาไม่มากเท่าปีที่ผ่านมา แต่ก็อบอุ่นและไม่ต้องแย่งคิวกันร้องเพลง
    หลังจากงานบุญ ก็ล่องเรือเพื่อเข้าเยี่ยมชม“บ้านครูไพบูลย์   บุตรขัน”  ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา  พูดคุยร้องเพลงกันใต้ถุนบ้านครูจนถึงเวลา 16  นาฬิกา ครูชัยชนะ อยู่จนงานเลิก ท่านร้องอีกหลายเพลงให้ฟัง และยังมี พิกุล บุญนะโชติ คู่ชีวิตของท่าน ร้องเพลง “รักคนแก่ดีกว่า” ให้ฟังอย่างไพเราะด้วย ก่อนที่จะล่องเรือกลับไปที่วัดและแยกย้ายกลับบ้านอย่างมีความสุข 

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 4 ก.ย.59
    น่าเสียดายที่ฝนฟ้าครึ้ม ดังเพลง”โธ่คนอย่างเรา” ที่ว่า ”แหงนดูเมฆฝนบนฟ้า ครึ้มดำค่ำมา ....” ที่ครูแต่ง ทำให้ปีนี้ไม่ได้อยู่ดู “เดือนต่ำดาวตกเสียงนกละเมอ....” ที่ท่าน้ำบ้านครูอย่างทุกปี 
    งานในปีหน้า คุณสุริยะ หลานชายครูบอกว่า จะเปลี่ยนจากสัญจรทางเรือมาทางบกบ้าง ซึ่งน่าจะมีกิจกรรมที่แตกต่างไปจากทุกๆปี ในระหว่างนี้ ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนก็ไปเยี่ยมเยือนบ้านครูกันได้ 
    จากครูไพบูลย์ มาเดือนนี้ “หอมดอกกระถิน” แล้ว ต่อเนื่องมา ”หอมดอกผักกระแยง” กันต่อ  เพราะหากย้อนหลังไป ในวันที่ 1 กันยายน 2558 เราได้สูญเสีย ศิลปินแห่งชาติ พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ไป ซึ่งครูพงษ์ศักดิ์ ได้รับการยกย่องว่า ท่านคือ ครูไพบูลย์แห่งถิ่นอิสานกันเลยทีเดียว
    เพลงครูพงษ์ศักดิ์ ที่หลายคนสับสนนึกว่า ครูไพบูลย์แต่งด้วยเพราะภาษาที่สวยงามละเมียดละมัย อาทิเพลง “ทุ่งรัก” ที่ครูพงษ์ศักดิ์ แต่งให้ศรคีรีร้องเช่นกัน ที่ว่า “แดดบ่ายปลายคุ้งท้องทุ่งรวงทอง น้ำทรงเมื่อเดือนสิบสอง ....” โดยเฉพาะคำที่ว่า “กระจับจอกแหน เป็นแพลอยติดกุ้นคุ้ง...” สวยงามแบบลายมือครูไพบูลย์เลยทีเดียว

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 4 ก.ย.59
    ภรรยาของครูบอกกับผมว่าครบรอบ 1 ปีที่ครูพงษ์ศักดิ์จากไป ทางครอบครัวได้มีการทำบุญ เลี้ยงพระที่วัดป่าวิเวก หลังบ้านครูที่ อ.ศรีเมืองใหม่ อุบลราชธานี ส่วนลานบ้านลานธรรมที่ครูทำไว้ก็ยังอยู่แต่ยังไม่ได้สานต่ออะไร ขาดเรื่องของงบประมาณ   และกำลังรวบรวมทำเรื่องราวประวัติของครูให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา  คาดว่า ลูกศิษย์ รอไว้วันที่ 16 ธค.59 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของครู ลูกศิษย์จะจัดคอนเสิร์ตและทำบุญเลี้ยงพระกันอีกครั้ง 
    ขอรำลึกถึงครูไพบูลย์ และครูพงษ์ศักดิ์ ปราชญ์ของแผ่นดินที่สร้างสรรเพลงดีงามให้วงการมากมายชนิดที่นับเวลาต่อจากนี้ไป คงหาผู้ที่จะมาสืบทอดลายมือประพันธ์เพลงอย่างครูทั้งสองได้ยากแล้ว

เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 4 ก.ย.59