eat play life อาทิตย์ที่ 4 ก.ย.
ความเชื่อคือ pop culture ถ้าความรักคือ myth
โดย นันทขว้าง สิรสุนทร
ถ้าเช้าวันที่ 26 มีนาคม 2015 ไม่มีการขุดไปพบ “กระดูก” ของ คิง ริ ชาร์ดที่ 3 ใต้ลานจอดรถของโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองเลสเตอร์...
ผมก็เชื่อของผมอยู่ดีว่า การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบสุดมหัศจรรย์ของ “จิ้งจอกสยาม” นั้น ก็สามารถโยงไปเกี่ยวข้องกับ “แง่มุมสิริมงคล” ได้อีกหลายทาง เนื่องเพราะฟุตบอลคืออุตสาหกรรมของมวลชนขนาดใหญ่ เป็นเรื่องของแมส ที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก...
ใหญ่กว่าหนัง ทำให้คนบ้าคลั่งมากกว่าดนตรี จนน่าคิดทีเล่นทีจริง(แต่คิดทีจริงมากกว่าทีเล่น) ว่า จะมีอะไรที่ดึงคนทั้งโลกพร้อมกัน ได้มากเท่ากับ “ฟุตบอล”อีก
กีฬาชนิดนี้ ไม่ได้กลิ้งๆหมุนๆอยู่กับสนามหญ้าสี่เหลี่ยมเท่านั้น เพราะพ้นไปจากสังเวียนของมันแล้ว กลับมีเรื่อง “สิ่งละอันพันละน้อย”(glimpse) ที่เข้ามา “ห่อหุ้ม” อยู่หลายชั้น ไม่ว่าจะเป็น “ความเชื่อ”(ทั้ง credulity และ merit), ไม่ว่าจะเป็น “จริต”(manners) หรือ “มายาคติ”(myth) ในฟุตบอล...
ในมุมของ “ความเชื่อ”
ซึ่งมีเป็นร้อยพัน แต่อย่างง่ายๆ... ทีมไหนได้ใส่เสื้อทีมเยือนในรอบชิง มักจะแพ้มากกว่าชนะ ...สีเสื้อแรงๆ แสดงถึงอำนาจ พวกแดง น้ำเงิน ดูแรงกว่าพื้นๆแบบขาว (แต่อย่าลืมว่า แชมป์ยุโรปเยอะสุดตอนนี้ ยังเป็นทีมราชันชุดขาว), ตราสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนก หงส์ อินทรีย์ สิงโต มักนำโชคมาให้(แต่สิงโตคำรามอยู่3 ตัว ที่ไม่ได้แชมป์อะไรเลยมา 50 ปีแล้ว)
ในมุมของ “จริต”
การตลาด โฆษณา แฟชั่น มักนำเสนอแคแรคเตอร์ที่แข็งแกร่ง มีพละกำลัง มาก่อนเรื่องชั้นเชิงสวยงาม ศิลปะการเล่น หรือโลกมักชื่นชม สรรเสริญ นักเตะที่เป็นแนวรุก มากกว่าแนวรับ
ในมุมของ “มายาคติ”
เรามักเชื่อไปเองว่า ระบบการเล่นแบบหนึ่ง ดีกว่าอีกหลายแบบ ทั้งที่จริงแล้วทุกแบบมีข้อด้อยหมด, เรามักเห็นโฆษณาเกี่ยวกับฟุตบอล มักผูกขายมากับมิตรภาพของเพื่อน เครื่องดื่มมึนเมา และเป้าหมายของชีวิต
เลสเตอร์ มีทุกอย่างที่ว่ามาหมด... ถ้าไปอยู่ในสัปดาห์แห่งการฉลองแชมป์ ที่ผ่านไป
ขณะที่สื่อหลายสำนักยกย่อง คิง ริชาร์ดที่ 3 ยกย่องนักเตะในทีม และยกย่องคิงเคลาดิโอ รวมทั้งเจ้าของทีมคนไทย แง่มุมหนึ่งที่ถูกละเลยไปก็คือ ฟุตบอล มีผลหลายทางกับจิตวิทยาของผู้คน ความเก่าแก่ของเมืองในย่านมิดแลนด์อย่างเลสเตอร์ “การเป็นแชมป์ฟุตบอล” ทำให้ผู้คนกลับมาภาคภูมิในกับถิ่นเกิด
การชนะและพ่ายแพ้ของทีม รวมไปถึงการหนีตกชั้น ทำให้แฟนบอล(ทุกทีม) รู้สึกถึงการเป็น “พวกพ้อง” มากกว่าความเป็นเพื่อนในวงเหล้า ที่อยู่หนังโฆษณาแอลกอฮอล์... พ่อแม่หลายคน ตั้งชื่อลูกที่เกิดในปี 2016 เหมือนนักเตะ เพื่อจะไม่ลืมว่า ปีนี้เกิดอะไรขึ้น
แม่คนหนึ่งเปิดร้านผมทำ พ่อคนหนึ่งเป็นช่างติดท่อแก๊ส ....แต่ทั้งสองคน อยากให้ลูกเป็นนักฟุตบอล ก็จากการที่เลสเตอร์คว้าแชมป์ ... ยายคนหนึ่งมายืนเข้าแถวรอซื้อเสื้อตัวใหม่ เธอบอกว่าฟุตบอลทำให้เมืองเก่าแก่เงียบเหงาแห่งนี้ กลับมามี “เสียง” อีกครั้ง
แทนที่จะเป็นการได้ประธานาธิบดีคนใหม่... ได้นางงามใหม่... ได้แชมป์ร่ำรวยทางเศรษฐกิจ
เรื่องที่ผู้คนดีใจกันบ้าคลั่ง กลับเป็น “สิ่งละอันพันละน้อย” จากโลกฟุตบอล
เช่นนี้แล้ว...
King power ที่จริงแท้จึงไม่ใช่ศูนย์หน้าค่าตัวแพง
ไม่ใช่ทีมมากแชมป์ และไม่ใช่สโมสรร่ำรวย
เพราะ power ที่แท้จริง
คือความรักใคร่ ระหว่าง “แฟนบอล” และ “ลูกกลมๆ” ที่สบตากัน มาเนิ่นนานนั่นเอง...



