
มนต์นมสด‘ลาบานูน’ยังขลังกลับมาอีกครั้งกับอัลบั้ม‘นิวส์’
"ลาบานูน" ปล่อยอัลบั้ม "นิวส์" หลังย้ายเข้ามาอยู่ชายคา "จีนี่ เรคคอร์ดส" ในเครือแกรมมี่
กลับมาอีกครั้งกับการตอบรับที่เรียกว่าดีเยี่ยม เพราะเกือบทุกเพลง ที่วง “ลาบานูน” ปล่อยออกมา หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ใต้ชายคา “จีนี่ เรคคอร์ดส” ในเครือ “แกรมมี่” ล้วนแล้วมียอดวิวในยูทูบทะลุ 100 ล้านวิว งานนี้ทำเอาเหล่าสมาชิกของวง ซึ่งประกอบด้วย “เมธี อรุณ” (ร้องนำ/กีตาร์) “อนันต์ สะมัน” (เบส) และ “สมเมย์ ” ณัฐนนร์ ทองอ่อน (กลอง) ต่างปลื้มใจ และเพราะการตอบรับที่ยอดเยี่ยมนี้เอง ทำให้วง “ลาบานูน” วางแผงอัลบั้มของพวกเขาในรอบ 12 ปี โดยให้ชื่ออัลบั้มว่า “N.E.W.S. (นิวส์)” มีความหมายตรงกับคำว่า “เหนือ ใต้ ออก ตก” ในภาษาไทย
โดยวง “ลาบานูน” เปิดเผยว่า อัลบั้มนี้เรียกว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ เพราะอัลบั้มนี้ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน อย่างเช่น “เจมส์ เอ็ดเวิร์ส” ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการมิกซ์เสียง มาช่วยมิกซ์เพลงในอัลบั้มชุดนี้ และได้ไปทำมาสเตอร์ริ่งที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
“จริงๆ ในเรื่องการทำอัลบั้ม ผมไม่ได้มีความคิดความฝันเลยว่าจะมีในยุคที่วงการเพลงเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ แต่หลังจากมาอยู่จีนี่ฯ ทางค่ายบอกว่าให้ทำอัลบั้ม ในตอนนั้นผมมีเพลงอยู่แค่ 5 เพลง และเมื่อโจทย์คือการทำอัลบั้ม ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของวิธีคิด วิธีการนำเสนอจะต้องเปลี่ยนใหม่หมดเลย อย่างเพลงที่ปล่อยมาก่อนหน้านี้ ทั้ง ศึกษานารี พลังงานจน เชือกวิเศษ แพ้ทาง และพนักงานดับเพลิง ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงใหม่ ไม่ใช่ 5 เพลงแรกที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ ส่วน 5 เพลง ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ คือเพลง ฉันก็คง, ตายดาบหน้า, พลัดพราก, เหนือ ใต้ ออก ตก และใจกลางเมือง คือเพลงที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรกๆ เลย”
“อัลบั้มนี้เหมือนถูกแบ่งเป็น 2 ภาค ภาคแรกคือเพลงที่ปล่อยออกมาก่อนหน้า ถามว่าทำไมเลือกปล่อยเพลงที่ทำใหม่ก่อน เพราะตอนที่คุยกันกับพี่กบ-พี่อ๊อฟ บิ๊กแอส และทีมงานแมงโก้ ทุกคนรู้สึกว่า 5 เพลงที่เราทำมาตอนแรก มันไม่ใช่ลาบานูน กลัวแฟนๆ จะตกใจ เพราะว่าลาบานูนหายไปนาน 7-8 ปี พอกลับมาเป็นแบบนั้น กลัวแฟนๆ ตกใจว่า เพลงสไตล์ยาม 191 ไปไหน ลาบานูนต้องสนุก จริงใจ มันเป็นวงนมสด ลาบานูนไม่ได้เป็นแบบที่จริงจังกับชีวิต แต่เพลงที่เราทำมาตอนแรกคือซีเรียสกับชีวิต เป็นเรื่องราวซับซ้อน ซึ่งมันไม่ใช่ เลยเลือกที่จะปล่อยศึกษานารี พลังงานจน เชือกวิเศษ แพ้ทาง และพนักงานดับเพลิง เพื่อเป็นการแนะนำตัวว่าลาบานูนกลับมาแล้วนะ นี่คือภาคแรก ต่อจากนี้จะเป็นภาคสอง ซึ่งเป็นเรื่องราวการเดินทางของพวกเราอย่างจริงๆ จังๆ เป็นเรื่องราวอีกมุมหนึ่งของลาบานูน ยกตัวอย่างเพลงตายดาบหน้า ที่ตอนแรกเราอยากจะให้เพลงนี้เป็นเพลงเปิดตัวของพวกเรา เป็นเรื่องราวของลาบานูนในการดิ้นรนเพื่อชีวิต” เมธีเล่า
จากนั้นลาบานูนก็บอกเล่าถึงเพลง “ตายดาบหน้า” ซึ่งเป็นเพลงที่สะท้อนชีวิตของสมาชิกวงว่า “ก่อนหน้าที่เรายังไม่ได้มาอยู่กับจีนี่ฯ แต่ละคนมีวิถีชีวิตของตัวเอง อนันต์เขาเป็นพนักงานไอที ผมเป็นอาจารย์สอนที่กำลังถ่ายทุนไปต่อดอกเตอร์ วันหนึ่งเราตัดสินใจครั้งใหญ่ โดยอนันต์ลาออกจากงาน ผมสละจากการเป็นอาจารย์และทุนการต่อดอกเตอร์ เพื่อมาเดินทางนี้ และตัดสินใจทิ้งความมั่นคงในตอนนั้น เลยเกิดเป็นที่มาของเพลงตายดาบหน้า ที่เมื่อเราเลือกที่จะมาทางนี้แล้ว ชีวิตจะเป็นยังไงเราไม่รู้แล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดแล้ว ซึ่งเพลงนี้เป็นบทเพลงของวงที่ชอบกันมาก เพราะเกี่ยวกับตัววง” เมธีกล่าว
?เพราะเหตุผลดังกล่าวทำให้อัลบั้ม “นิวส์” ของลาบานูนถูกแบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาคความเป็นลาบานูนที่แฟนยังจดจำ และภาคที่สอง คือความเป็นลาบานูนในปัจจุบัน ที่ผ่านช่วงเวลาอะไรมาบ้าง ในช่วง 7-8 ปีที่หายไป ซึ่งพวกเขาเปิดเผยว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น พวกเขาเจอดราม่าจริงๆ ทั้งการออกจากอาชีพประจำ โดยที่ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ทุกคนในวงพร้อมที่จะแลก พร้อมที่จะกล้าเสี่ยง และลองดูว่าจะเป็นยังไง เพราะในตอนนั้นพวกเขาไม่รู้มาก่อนว่าจะมีได้มาอยู่จีนี่ฯ จะได้มีอัลบั้ม และไม่รู้ว่าเพลงที่ทำออกมาจะได้รับการยอมรับหรือเปล่า ในทางกลับกันถ้าทุกอย่างเป็นอย่างทุกวันนี้ พวกเขาก็คงจบ!!!
“ลาบานูนอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ได้หวังอะไรเลย ตั้งแต่ตอนทำอัลบั้มแรก “นมสด” ตอนปล่อยเพลง “ยาม” ก็ไม่ได้หวังอะไรเลย เราคิดแค่ว่า ดีใจที่เราได้กลับมา และมีงาน จะได้กลับมาออกอัลบั้มก็ดีใจที่สุดแล้ว ได้ไปเล่นโชว์ตามงานต่างๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว แค่มีงานเลี้ยงดูปากท้องก็โอเคแล้ว ไม่ได้คาดหวังว่ากลับมาคราวนี้เราต้องดัง เพราะว่าลาบานูนผ่านจุดที่ดังมาแล้ว และก็ผ่านจุดที่ลงโคลนมาแล้ว คือเราผ่านมาหมดแล้ว เคยถึงจุดที่ขายเทปได้ล้านตลับ และก่อนมาอยู่จีนี่ฯ เราทำใต้ดินค่ายได้ 1,000 แผ่น เราก็เคยผ่านมาแล้ว มันทำให้เราเข้าใจชีวิตแล้ว มันไม่ได้มาอยู่ในจุดที่เราต้องการมาดังอีก เพราะเราเจอมาแล้วว่า ไม่มีใครดังได้ตลอดไป แต่การกลับมาครั้งนี้ กระแสตอบรับที่เราได้รับ มันทำให้เราตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งกระแส 100 ล้านวิวในทุกๆ เพลง และเรารู้สึกขอบคุณมากกว่าที่ทุกคนยังไม่ลืมลาบานูน” เมธี กล่าวปิดท้าย



