บันเทิง

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ

22 ส.ค. 2559

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ เปิดศักราชกับ ‘จีเอ็มเอ็ม บราโว!’  : สัมภาษณ์พิเศษ

 

          จากผู้กำกับละครเวที ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีผลงานร่วมกับต่างประเทศ ชื่อของ เอกชัย เอื้อครองธรรม คือผู้ทำงานเบื้องหลังฝีมือฉกาจของวงการบันเทิง ปัจจุบันเขาคือบิ๊กบอส “จีเอ็มเอ็ม บราโว!” (GMM BRAVO!) ตำแหน่ง “คอนเทนต์ ครีเอเตอร์” ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รวมถึงเป็น “Executive Producer” ผู้ควบคุมการสร้างซีรีส์ 9 เรื่อง 9 รส เพื่อออกอากาศของช่อง “จีเอ็มเอ็ม 25” วันนี้ “บันเทิง คมชัดลึก” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษกับผู้บริหารชื่อดัง ที่จะมาพูดถึงอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญของเขา

 

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ

          ที่มาของการมาเป็น “จีเอ็มเอ็ม บราโว!”
          น่าจะมาจากคุณไพบูลย์ (ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม) อยากจะให้หาวิธีแปลงร่างคอนเทนต์มิวสิคของเราให้เป็น ทีวีคอนเทนต์ และหนึ่งในธุรกิจหลักของแกรมมี่คือ ดิจิทัลทีวี ผมเป็นที่ปรึกษาให้คุณไพบูลย์มาหลายปี มีโอกาสไปเป็นที่ปรึกษาให้กับทางช่องวัน ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 กับพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) และพี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้มาก ที่จะเปลี่ยนคอนเทนต์เพลงให้กลายเป็น คอนเทนด์ทีวี เพราะเพลงมันยิ่งใหญ่ คือความทรงจำที่เรามีร่วมกัน ประชาชนมีความรู้สึกร่วมกับเพลงทุกยุคทุกสมัย

          สำหรับผมเพลงคือเชื้อเพลิงที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนและสร้างสรรค์ พอคุณไพบูลย์ ให้ผมมาคิดแบบนี้ ก็สนุกดี ซึ่งผมคิดเป็น 3 ชุด อันแรก “Melodies of life” ผมเรียกว่าการเอาเพลงในดวงใจของคนไทย ทุกยุค ทุกสมัย อย่างเพลง เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิด, ภาพลวงตา, คนไม่มีแฟน ผมฟังเพลงแล้วคิดพล็อตเรื่องจากเพลง เช่น “คนไม่มีแฟน” จะเป็นเรื่องของคนโสด ที่ออกอากาศไปตอนแรก ก็ติดเทรนด์ทวิตเตอร์เลย 

          ทั้งๆ ที่เราไม่ได้โปรโมทมากมาย ประเด็นของเรื่องคือคนโสดแต่ไม่เศร้า ส่วน “ภาพลวงตา” เป็นอีกหนึ่งเพลง ที่อยู่ในใจคนไทย มันเป็นเรื่องของการ “สร้างภาพ” เลยเอามาขยายว่า วงการที่สร้างภาพมากที่สุด น่าจะเป็นวงการแฟชั่น เลยเอามาเป็นเชื้อของการสร้างละครเกี่ยวกับวงการนิตยสารแฟชั่น เป็นเรื่องของนักสร้างภาพเก่งๆ 3 คน มีพี่ช่า (มาช่า วัฒนพานิช) ตากล้อง และทีมการตลาด ในชีวิตการทำงานพวกเขาสร้างภาพลวงตาได้เก่งมาก แต่ในชีวิตจริง เราต้องการอะไรที่มากกว่า ภาพลวงตา

 

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ

          ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ “Encore 100 Million Views” พักหลังๆ คนฟังเพลงผ่านยูทูปเยอะ ถ้าเพลงไม่ดังจริง คนไม่ฟัง อย่าว่าแต่ฟรี หรือไม่ฟรี เพราะฉะนั้นเพลงที่ได้ร้อยล้านวิว มันมีประเด็นสังคมอยู่ในนั้นอย่าง ทิ้งไว้กลางทาง, ลมเปลี่ยนทิศ, เชือกวิเศษ จะมีประเด็นของคนรุ่นใหม่แอบซ่อนอยู่ เขารู้สึกได้ ซึ่งเรื่อง “เชือกวิเศษ” เราคิดว่ามีประเด็นที่ทำได้เยอะมาก เลยแบ่งเป็นไตรภาค จะทำ 3 เรื่อง เรื่องละ 4 ตอน มีแนวระทึกขวัญ โรแมนติกคอมเมดี้ และโรแมนติกแฟนตาซี ส่วนเพลง “ไม่เคย” เราจะทำซีรีส์ชุดใหม่แบ่งเป็น 3 ยุค อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต มีโจทย์ที่แตกต่าง

          กลุ่มสุดท้ายคือ “Love Rhythms” เป็นเนื้อเรื่อง ที่เอื้อให้กับการร้องเพลงเยอะๆ อยู่ในนั้น เรื่องแรกคือ “อยากจะร้องดังๆ” ในเรื่องจะเป็นเรื่องของเด็กมัธยมหลงรักพี่สาวข้างบ้าน เป็นเรื่องราวของรักครั้งแรก ทั้งหมดคือละครซีรีส์ มีอย่างละ 13 ตอน เพราะเพลงเป็น “ดีเอ็นเอ” ที่ดีมาก นอกจากละครแล้ว “บราโว” จะมีการผลิตรายการ ที่เพิ่งทำไปคือ “Life beats” เป็นรายการ “มิวสิค นิวส์” ที่พูดถึงวงการเพลง ไม่ใช่เฉพาะเพลงในแกรมมี่ และไม่ใช่ข่าวกอสซิบ แต่อาจจะเป็นการวิเคราะห์อย่างตอนนี้วงการเพลงนิยมทำ “มิวสิค ซีรีส์” ทำไมคนดูถึงชอบ และทำไมเพลงบางเพลงขึ้นถึง 100 ล้านวิวได้ นอกจากนี้จะมีรายการ “สุดๆ คอนเสิร์ต” โดยรวม “จีเอ็มเอ็ม บราโว!” จะทำอะไรที่สดใหม่ และคนดูของช่องเราคือคนอายุ 14-34 ซึ่งเป็นกลุ่มคนดูหลัก

          ความยากของการทำของเดิมจากเพลง ให้มาเป็นสิ่งที่สดใหม่
          การคิดไม่ยาก แต่ต้องคิดแล้วให้คนกลุ่มใหญ่เข้าใจได้ บางอย่างถ้าทำให้ฉลาดๆ เก๋ๆ ไป แต่คนที่ดูอาจจะไม่มากพอ ผมคิดว่าต้องเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างการให้สิ่งใหม่กับคนดู และการให้อะไรที่เขาคุ้นเคย ถ้าใหม่มากไป เขาอาจจะยังรับไม่ทัน อย่างซีรีส์เรื่อง “เกมกระชากรัก” ซึ่งเป็นหนึ่งในไตรภาคของเพลง “เชือกวิเศษ” กระแสดีมาก สิ่งหนึ่ง คือผมคิดว่าเป็นเพราะมันมีประเด็นของการแย่งแฟนอยู่ในนั้น คนดูสัมผัสได้ เพราะเป็นสิ่งที่เขาเคยชิน และเรากำลังเล่นกับคนหมู่มาก ผมไม่ได้ทำหนังอาร์ตที่ดูกันเอง

 

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ

          วางแผนงานทั้งปีไว้อย่างไร
          ซีรีส์แต่ละเรื่อง จะมีกำหนด 3 เดือน 1 ลอตฉาย 13 ตอน ฉะนั้นเวลาฉายประมาณ 4 เดือน อันนี้ล็อตแรก หลังจากนั้น จะมีล็อตต่อไป อย่างล็อต “Melodies of life” ถัดจากซีรีส์เรื่องภาพลวงตา ก็จะเป็นเรื่องที่มาจากเพลง “เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิด”

          เป้าหมายของซีรีส์ ทั้งในเรื่องเรตติ้งและกระแส
          แน่นอนว่า เรตติ้ง หรือ กระแสออนไลน์ เราคาดหวัง ตัวกระแสในโลกออนไลน์มันมี แต่ในเรื่องของเรตติ้งอาจจต้องใช้เวลา นอกจากเรตติ้งและกระแสแล้ว ผมอยากให้เป็นละครที่คนรุ่นใหม่ยอมรับ ผมพยายามทำให้ตอบโจทย์ต่อไลฟ์สไตล์คนเหล่านี้ ผมเชื่อว่าศิลปะที่ดีต้องมี 2 อย่าง คือ สะท้อนสังคม และให้แสงสว่างในชีวิต เหมือนให้ข้อคิดกับคนดู เราอยากทำให้คนรู้สึกว่า “โดนใจ” ในกลุ่มคนทำงานและวัยรุ่น แต่ไม่ได้แปลว่าคนแก่ดูไม่ได้นะ (หัวเราะ) อย่างเช่นตอนหนึ่งในซีรีส์ “เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิด” จะเป็นเรื่องของ “สาวล่าแต้ม” เราจะไม่ได้นำเสนอในเรื่องเซ็กซ์ แต่จะพูดถึงนักสะสมความสำเร็จ ในเรื่องของผู้ชาย

 

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ

          ซีรีส์วัยรุ่นส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จในด้าน กระแส ยอดวิว ยูทูบ แต่เรตติ้งมักไม่เข้าเป้า
          ผมคิดว่าก็จริง และในส่วนของบราโว ผมจะพยายามมีส่วนผสมของคน 2 เจนเนอเรชั่น อย่างถ้ามีพี่ก้อง (สหรัถ สังคปรีชา) ก็จะมีน้องๆ ฮอร์โมน มาเล่นด้วย และการจับคน 2 ยุค มาเจอกันในเรื่อง ส่วนใหญ่มันจะทำให้เรื่องเกิดดราม่า

          ช่วงเวลาฉายต่อง 21.30 น. 5 เรื่อง 5 วัน เอาไปชนกับช่องอื่นๆ
          ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่คนดูละคร ถ้าเราไปฉายในช่วงที่ไม่มีคนดู จะไม่ค่อยมีประโยชน์ เนื่องจากมี ดิจิทัลทีวี หลายช่อง และต้องเป็นช่วงเวลาที่เอื้อให้คนดู ดูเรา ทำดีที่สุดและเราคงไปกำหนดอะไรมากไม่ได้ แผนปีนี้เรามีเรื่องเยอะพอที่จะทำ ถ้าทำถึงล็อตที่ 2 ก็ไปถึงปีหน้าเดือนมกราคม ซีรีส์ของเราส่วนใหญ่จะเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ อาจจะทำเอ็มวีหรือหนังสั้นมาก่อน แต่จะมีลายมือที่น่าสนใจ เราจะดึงเขามาทำ แต่เราอาจจะต้องไกด์เขาเยอะหน่อย ซึ่งเขามีความสดใหม่ และมีพลังบางอย่างที่ไม่เหมือนคนเก่า

 

คุยเฟื่องเรื่อง ‘เอกชัย’ จากเบื้องหลังฝีมือฉกาจ