
อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again 25
'ยิ่วเชียน' รู้ว่า 'เยี่ยนเจ๋อ' คือหนอนบ่อนไส้ของบริษัท เขาจึงให้โอกาสไปสารภาพผิดกับ 'หมิงเย่'
ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.00 น. / 24.00 น. ทางช่อง NOW26
เยี่ยนเจ๋อพาอันซีมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อเลี้ยงอาหารและแจกของเด็ก อันซีหันมาพูดกับเยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ ที่สุดท้ายก็ยอมทำเหมือนพ่อเขา
“ผมไม่ได้อยากมาดูพวกเขาหรอก ผมแค่อยากลองค้นหาความรู้สึกของพ่อเท่านั้น ผมอยากรู้ว่าเด็กพวกนี้มีดีอะไร ถึงทำให้พ่อยอมทิ้งลูกในไส้อย่างผมไปดูแลพวกเขา”
“เพราะว่า ท่านรู้ว่าคุณสุขสบายดี เพราะในโลกนี้ ยังมีเด็กๆ มากมายที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ความเสียใจของเรา ดูเหมือนจะคิดมากเกินไป ถูกมั้ยคะ จริงสิเยี่ยนเจ๋อ คุณรู้มั้ยว่า พักนี้งานของยิ่วเชียนโอเคมั้ย ดูเหมือนเขาจะมีปัญหาเรื่องงาน หัวหน้าของพวกคุณไม่พอใจอะไรเขารึเปล่า”
“ถ้าต้องการช่วยเขา คุณลองเอาใจหัวหน้าของเราสิ”
“เอาใจเหรอ คุณคิดว่าฉันไม่เคยคิดเหรอ แต่ถ้าฉันไป ผลออกมาตรงกันข้ามมากกว่า”
“ไม่ลองดูคุณจะรู้ได้ไง คนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ ก่อนยิ่วเชียนจะเจอคุณเขาก็เป็นแบบนี้ แค่คุณต้องการ ผมจะหาโอกาสให้คุณเอง” อันซีถอนใจ “ก็ได้ งั้นคุณต้องอดทนรับมือกับนิสัยเสียของยิ่วเชียนในเวลาที่งานของเขาไม่ราบรื่น ถึงตอนนั้นคุณค่อยมาปรับทุกข์กับผม”
“คุณคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ”
ยิ่วเชียนเดินหน้านิ่งๆ เข้ามา เยี่ยนเจ๋อเห็นพอดี ยิ้มๆ บอกอันซี ยิ่วเชียนเดินเข้ามาหาทั้งสองคน แล้วถามเยี่ยนเจ๋อทันที
“นายมีปัญหาอะไร ถึงต้องอยู่กับแฟนคนอื่นตลอด”
อันซีจับแขนยิ่วเชียนปราม “ยิ่วเชียน คุณเป็นอะไร”
เยี่ยนเจ๋อว่า “ไม่เป็นไร ขอโทษด้วย อารมณ์บางอย่างต้องคนหัวอกเดียวกันถึงจะเข้าใจ ถ้านายถือสาล่ะก็ฉันอยู่คนเดียวก็ได้ไม่เป็นไร”
“ฉันถือสา” ยิ่วเชียนบอกจริงจัง เยี่ยนเจ๋ออึ้ง เด็กๆ ชะงัก เพราะผู้ใหญ่เสียงดัง
อันซีรีบหันไปบอกเด็กๆ ว่าไม่มีอะไรให้ดื่มน้ำผลไม้ต่อ ยิ่วเชียนหันมาบอกอันซีว่าจะรอข้างนอก ยิ่วเชียนแยกตัวออกไป อันซีเอาน้ำผลไม้แจกเด็กๆ แล้วเดินมาหาเยี่ยนเจ๋อ บอกว่ายิ่วเชียนกำลังกดดันอย่าถือสาเขา
เยี่ยนเจ๋อเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิ ผมพอจะได้ข่าวคราวของแม่คุณบ้างแล้ว”
อันซียิ้มดีใจ มีความหวัง ทั้งสองเดินออกมาด้วยกัน เยี่ยนเจ๋อเปิดประตูให้อันซี
“อาจไม่ใช่ข่าวดีก็ได้ ดังนั้นคุณอย่าหวังมากเกินไป”
อันซีขอตัวกลับ ระหว่างนั้นมีพนักงานส่งดอกไม้ นำดอกไม้มาให้เยี่ยนเจ๋อ เยี่ยนเจ๋อเรียกไว้ เยี่ยนเจ๋อนำช่อดอกไม้มาส่งให้อันซี ยิ่วเชียนมองอย่างไม่พอใจ
“นี่คือ” อันซีถาม
“ตอนแรกว่าจะให้เด็กๆ คนละดอก แต่ร้านดอกไม้ส่งมาสายไปหน่อย คุณช่วยเอากลับไปดูแลให้หน่อย อีกสองวันเราค่อยมาที่นี่ คุณต้องเอามันมาอีกครั้งนะ ผมไม่อยากเสียเงินซ้ำอีก”
“โอเค ไม่มีปัญหาค่ะ”
ยิ่วเชียนเดินเข้ามามองช่อดอกไม้ พลางถามเยี่ยนเจ๋อ “ทำไมไม่บอกให้ร้านดอกไม้ทำเป็นช่อเล็กๆ ล่ะ”
“เฮ่อ ฉันไม่ได้บอก ฉันบอกแค่สั่งดอกไม้เท่านั้น พวกเขาคงคิดว่าสั่งดอกไม้ก็ต้องเอาไปให้แฟน ห่อได้สวยมาก”
“ใช่ค่ะ สวยมากเลย” อันซีมองช่อดอกไม้อย่างตื่นตา จนยิ่วเชียนไม่พอใจ
“อันซี นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะให้ความร่วมมือกับผม เอาล่ะพวกคุณกลับได้แล้ว แฟนคุณหึงแล้วนะ”
ยิ่วเชียนหน้าบึ้งเดินออกไป อันซีหันมาล่ำลาเยี่ยนเจ๋อ
“บ๊ายบาย เยี่ยนเจ๋อ ขอบคุณที่ช่วยฉันตามหาแม่”
“ไม่เป็นไร เราเป็น”
ยิ่วเชียนหันมาองหน้าเยี่ยนเจ๋อว่าจะพูดว่าอะไร แต่อันซีพูดขึ้นเสียก่อน
“เพื่อนหัวอกเดียวกัน ฉันจะดูแลดอกไม้อย่างดี บ๊ายบาย”
เยี่ยนเจ๋อมองตามทั้งคู่ไป พลางพึมพำ “คนฉลาดอย่างเซี่ยยิ่วเชียน คงรู้อะไรบ้างแล้ว แต่ว่า จะรู้มากรู้น้อยเท่านั้น”
อันซีกลับมาบ้าน นำน้ำใส่แจกันเพื่อปักดอกไม้ ยิ่วเชียนนั่งคุยอยู่ด้วยเขาถามว่าทำไมเยี่ยนเจ๋อช่วยตามหาแม่ เธอว่าก็เป็นเพื่อนกัน
“เธอก็รู้ ว่าเยี่ยนเจ๋อ มีเพื่อนจำนวนมากใช่มั้ย”
“ฉันรู้ค่ะ”
“เขาไม่ได้มีเธอเป็นเพื่อนคนเดียว”
“มันไม่เหมือนกัน เพราะบางคนมีด้านที่ไม่อยากให้ใครรู้ เหมือนเมื่อก่อนที่ฉันไม่อยากพูดถึงนายคิ้วเส้นตรง เขาก็มีเรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้เหมือนกัน”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“พ่อของเขา คุณรู้มั้ยตอนพ่อกับแม่เขาเลิกกัน ไม่มีใครต้องการเขาเลย ฉันเข้าใจความรู้สึกของเขา เหมือนแม่ฉัน ที่คลอดฉันแล้วก็จากไป เราไม่มีสิทธิ์เลือก เราเป็นผู้ถูกเลือกนะคะ ความรู้สึกแบบนี้ มันไม่ดีเลย”
“อารมณ์ของตัวเอง ก็ต้องจัดการเองสิ”
“ดูคุณสิๆ ฉันว่าแล้วคุณต้องพูดอย่างนี้ ใช่ว่าทุกคนจะมีคุณภาพจิตใจที่ดีเหมือนคุณนี่ เพราะฉันมีคุณ และมีพวกพี่เหม่ยเหวิน ดังนั้นเวลาฉันรู้สึกแย่ ฉันยังมีที่ให้ระบาย แต่เยี่ยนเจ๋อเขาไม่มี”
“เยี่ยนเจ๋อเขามีหย่งชิงนะ”
“คุณหู เป็นอีกหนึ่งความเจ็บปวดของเยี่ยนเจ๋อ เพราะว่าเยี่ยนเจ๋อโกรธพ่อของคุณหู แล้วคุณว่า เยี่ยนเจ๋อจะพูดกับคุณหูได้ไง”
“แล้วแม่เขาล่ะ”
“แม่เขาสนใจแต่ความเป็นอยู่ของตัวเอง คุณลองดูคุณหูสิ ทำไมถึงได้สนิทกับหัวหน้าคุณ แต่เยี่ยนเจ๋อโดดเดี่ยวเดียวดาย ดูคุณสิ คุณรู้จักเยี่ยนเจ๋อตั้งนาน แต่ยังรู้จักเขาน้อยกว่าฉันเลย”
“ถ้าเขาอยากให้คนอื่นเข้าใจ เขาก็ควรเปิดใจสิ แต่ถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้น แสดงว่า เขาต้องมีเหตุผลของเขา ทำนองเดียวกัน เขาเลือกจะเปิดใจกับเธอ เธอคิดว่าเพราะอะไร”
“เอาล่ะ ฉันว่าแล้วคุณต้องพูดอย่างนี้ ฉันคิดแล้ว”
“แล้วยังไง”
“เขารับรู้ความรู้สึกของฉัน ฉันก็รับรู้ความรู้สึกของเขา เขาเข้าใจฉัน จึงยอมเล่าความรู้สึกของเขาให้ฉันฟัง เฮ้อ ตอนแรกดีใจว่าจะได้เจอแม่แล้ว แต่คุณกลับพูดเรื่องเหล่านี้กับฉัน คุณน่ะ ชอบทำลายบรรยากาศจริงๆ”
“ฉันรู้ว่าเธอชอบเชื่อใจคนอื่น นี่เป็นข้อดีของเธอ แต่ก็เป็นข้อเสียเช่นกัน ฉันไม่ต้องการเปลี่ยนความคิดของเธอ แต่ว่า ไม่ว่าเวลาไหน เธอต้องใช้เวลาสองวินาที คิดถึงตัวเอง ปกป้องตัวเอง ได้มั้ย”
ยิ่วเชียนถอนใจและช่วยอันซีปักดอกไม้ อันซียิ้มๆ
วันใหม่เยี่ยนเจ๋อขับรถเข้ามาที่บริษัท ก็เห็นยิ่วเชียนยืนรออยู่ เขาลงจากรถไปหายิ่วเชียน
“นายรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่าอันซีเป็นลูกสาวของหัวหน้า”
“ฮิ นายก็รู้แล้วเหมือนกันนี่”
“ถึงฉันไม่รู้ว่านายเข้าใกล้อันซีเพราะอะไร แต่ว่า ถ้านายต้องการหาผลประโยชน์จากหัวหน้าและอันซี นายล้มเลิกความคิดซะเถอะ เพราะหัวหน้า ไม่ยอมรับลูกสาวของเขา”
“แต่เธอไม่เหมือนลูกสาวทั่วไป เธอคืออันซี นายไม่เชื่อเหรอว่าอันซี สามารถโน้มน้าวหัวหน้าได้”
“หัวหน้า จะยอมรับลูกสาวที่เหมือนเขาเท่านั้น”
“งั้นก็เปลี่ยนให้อันซีเหมือนเขาสิ นายไม่ลองดูจะรู้ได้ไง ไม่แน่ อันซีอาจทำให้ทุกคนแปลกใจก็ได้”
“นายต้องการให้หัวหน้ายอมรับอันซี เพราะอะไร นายต้องการอะไรกันแน่ อันซีก็คืออันซี เขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อคนอื่น ฉันยิ่งไม่ต้องการให้เขาเสียใจเพราะคนที่ไม่เคยสนใจเขา นายก็เหมือนกัน อันซีเห็นนายเป็นเพื่อนที่จริงใจ เขาไม่ใช่คนเล่นตีสองหน้าเหมือนนาย”
เยี่ยนเจ๋อโกรธ “นายพูดถึงตีสองหน้า หมายความว่าไง”
“เมื่อวานถ้าไมใช่เพราะอันซีพูดกับฉัน ฉันคิดไม่ถึงเลยจริงๆ”
ยิ่วเชียนนึกถึงวันที่เขาเคยเล่นหมากรุกกับเยี่ยนเจ๋อ วันนั้นเยี่ยนเจ๋อนั่งกุมขมับ เครียดมาก
“ตานายแล้ว เยี่ยนเจ๋อ ถ้านายไม่อยากเล่น ก็ไม่ต้องเรียกฉันออกมา ฉันมีงานต้องทำอีกมาก”
“ฉันอยากเป็นเหมือนนาย ในเรื่องธุรกิจ”
“งั้นก็ทำธุรกิจสิ”
“แต่พ่อเลี้ยงของฉัน ให้ฉันเรียนกฎหมาย”
“นายจำเป็นต้องฟังเขาเหรอ”
“เฮ่อ อยู่ภายใต้หลังคาของเขา เอาทหารที่นายเพิ่งชนะกลับมาที่เดิม”
“ไม่มีการเริ่มใหม่ เพราะกฎ ก็คือกฎ”
“ฉันเป็นคนสอนนายเล่นหมากรุก ดังนั้นฉันควรมีสิทธิ์ในการออกกฎ ย้ายกลับมา”
“เพราะกฎ ก็คือกฎอยู่วันยังค่ำ”
เยี่ยนเจ๋อหัวเราะ “แต่ชีวิตจริงไม่เป็นแบบนั้นหรอก ฉันจะบอกนายนะ โลกแห่งความเป็นจริง ใครเป็นผู้มีพระคุณของนาย เขาก็มีสิทธิ์จะตั้งกฎ ถ้าเขาต้องการให้นายเป็นทาสรับใช้ตลอดชีวิต นายก็ต้องเป็นทาสรับใช้”
หย่งชิงเดินเข้ามา “พี่ ทำไมพี่ยังอยู่ตรงนี้ ญาติๆ ของพ่อมากันหมดแล้ว แม่ไม่รู้จะทำยังไง พี่รีบกลับบ้านไปช่วยเถอะค่ะ” เยี่ยนเจ๋อปลอบหย่งชิง
ยิ่วเชียนนึกมาถึงตรงนี้ก็หันมามองหน้าเยี่ยนเจ๋อ
“แท้จริงนายไม่พอใจที่แตกต่างกับหย่งชิง”
“นายจับได้อีกแล้ว” เยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ
“ดังนั้น นายไม่เคยเห็นหย่งชิงเป็นน้องสาวเลยใช่มั้ย”
เยี่ยนเจ๋อโกรธแค้น “พ่อของหย่งชิง เขาคนนั้น ก่อนจะตายเรียกฉันไปพบเขา ฉันคิดว่าเขาจะพูดอะไร หรือว่าพูดขอบคุณความพยายาม 20 ปีที่ผ่านมาของฉัน แต่ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่คำเดียว ฉันจำได้เขาพูดกับฉันว่า เธอต้องจำไว้ ว่าใครทำให้เธอมีชีวิตอย่างทุกวันนี้ ดังนั้น เธอต้องช่วยฉันดูแลหย่งชิงให้ดี ไม่งั้นถึงฉันจะตายไป ก็สามารถทำให้เธอไม่เหลืออะไรได้ เฮ่อ เห็นได้ชัดว่าฉันถูกเขามองเหมือนเป็นขอทาน เห็นความพยายามของคนอื่นเป็นแค่สิ่งไร้ค่า สิ่งที่ดีไม่เคยนึกถึงฉัน พอถึงเวลาจะตาย ค่อยนึกถึงฉัน ตายแล้วยังทำอย่างนี้ ฉันขอถามนาย ถ้าเป็นนายนายทำได้มั้ย นายสามารถดีกับหย่งชิงโดยไม่โกรธแค้นได้มั้ย” เยี่ยนเจ๋อน้ำตารื้น
“แต่อย่างน้อย ฉันไม่มีทางปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงกับหย่งชิง”
“เฮ่อ พูดได้น่าฟังนี่ นายคิดว่าทุกคนมีชีวิตที่สบายเหมือนนายเหรอ ฉันจะบอกให้ ที่ทุกคนทำดีกับนาย เพราะนายมีความสามารถ ไม่งั้นจะมีใครทนนายได้บ้างล่ะ แม้แต่หัวหน้าก็ให้โอกาสนายซ้ำแล้วซ้ำอีก” เยี่ยนเจ๋อคับแค้นใจ
“ถ้านายคิดว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมกับนาย นายก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนเอง แต่ว่าอันซีกับหย่งชิง เห็นนายเป็นเพื่อนที่ดี และเป็นพี่ชายที่ดี นายไม่ควรหลอกใช้พวกเธอ”
“เซี่ยยิ่วเชียน นายไม่ต้องพูดแบบนี้ ฉันไม่เชื่อว่านายจะไม่เคยคิดหลอกใช้อันซี เรื่องที่เขาเป็นลูกสาวหัวหน้า”
“หัวหน้า มีแต่ทำให้อันซีเสียใจ ถ้านายยังเห็นอันซีเป็นเพื่อน ก็ห้ามบอกอันซี ว่าหัวหน้าเป็นแม่ของเขา”
“ทำไมฉันต้องฟังนายด้วย”
เยี่ยนเจ๋อเดินออกไปเลย ยิ่วเชียนเครียด ไม่รู้ว่าเยี่ยนเจ๋อจะทำอะไรต่อไป
หย่งชิงมาหาอันซีที่บ้านยิ่วเชียน ต่อว่าเธอไม่สามารถช่วยเหลือยิ่วเชียนได้เลย ทั้งที่เธอรู้จักยิ่วเชียนนานกว่าแต่ทำไมยิ่วเชียนชอบเธอ หย่งชิงว่าเธอมีอะไรที่สู้อันซีไม่ได้ ว่าแล้วก็หยิบโฉนกบ้านยิ่วเชียนที่ภูล่านมาข่มขู่ว่า
“ไม่รู้ว่าปู่ของเซี่ยยิ่วเชียนจะรู้รึเปล่า สิบปีก่อนยิ่วเชียนไปปืนเขาก็เพราะเธอ ถึงได้สูญเสียบ้านหลังนี้ไป ดูเหมือนจะยังไม่รู้ ว่าแล้วยิ่วเชียนไม่กล้าบอก เรื่องนี้ให้คุณปู่รู้ เธอว่า ถ้าคุณปู่รู้ว่าเธอคือผู้หญิงเลวที่เขาโกรธแค้นเป็นสิบปี ท่านจะรู้สึกยังไง เธอน่าจะรู้ดีกว่าฉัน บ้านหลังนี้มีความหมายกับยิ่วเชียนและคุณปู่มาก ถ้าเธอรักยิ่วเชียนจริง ก็ควรคว้าโอกาสนี้เพื่อไถ่โทษ ฉันจะรอคำตอบเธอ”
อันซีอึ้งเสียใจ ไป๋คังที่ได้ยินก็เดินขึ้นบันไดไปอย่างหมดแรง
เจนนิเฟอร์ที่ติดต่อเยี่ยนเจ๋อไม่ได้เลย เพราะเวลานั้นเยี่ยนเจ๋อที่คิดหนักตรงไปที่หมู่บ้านภูล่านเจอหยาเอิน เธอดีใจขณะที่เยี่ยนเจ๋อก็บอกให้เธอเลิกชอบเขา แต่หยาเอินขอแค่เห็นเขา ถึงเขาจะไม่ซื่อสัตย์ต่อเธอก็ไม่เป็นไร
อันซีเรียกไป๋คังมาทานอาหารแต่ไป๋คังงอนแล้วพูดต่อว่าอันซีว่าเขาได้ยินที่หย่งชิงพูดกับเธอหมดแล้ว อันซีเองก็เสียใจ ยิ่วเชียนเข้ามาเห็นพอดีจึงพูดกับไป๋คังให้เข้าใจ รู้ว่าไป๋คังสงสารเขาที่ไม่ได้รับประกาศนีย์บัตร แล้วยังนอนเจ็บป่วยอยู่หลายเดือน
“คุณปู่ ตอนนั้นผมยังเด็ก ไม่รู้เรื่องอะไร จริงจังไปกับทุกเรื่อง หลังจากผิดหวังเรื่องความรัก ผมก็ปิดกั้นตัวเอง พอสูญเสียบ้าน ผมก็หลบหนี ไม่ยอมกลับหมู่บ้านภูล่าน แต่คุณปู่เข้าใจผมเสมอ ไม่เคยโทษผมเลย”
“ปู่จะโทษหลานได้ยังไง หลานโทษตัวเองขนาดนี้แล้วนี่”
“แต่ว่า คนที่โทษตัวเองที่สุด คืออันซี หลังจากที่เราย้ายบ้าน อันซีก็ช่วยปกป้องบ้านของเราไว้ เธอกลัวบ้านเก่าจะถูกขายไป เธอจึงสร้างข่าวลือว่าบ้านเรามีผี แม้กระทั่งเธอได้รับบาดเจ็บ ก็ยังไม่เลิกล้ม ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องบ้านของเราไว้ เรื่องเหล่านี้ ตอนแรกผมไม่รู้ ตอนผมกลับหมู่บ้านภูล่าน ผมได้เจออันซี ตอนแรกผมเย็นชากับเธอมาก แต่พอรู้จักไปนานๆ เวลาผ่านไป คุณปู่จะรู้ว่า ภายนอกเธอดูไม่สนใจใคร แต่ความจริงแล้วเธอมีหัวใจที่อบอุ่น คุณปู่ อันซีชอบคุณปู่มากนะครับ”
“ปู่รู้”
“เวลาคุณปู่อยู่กับอันซี ก็มีความสุขไม่ใช่เหรอครับ”
“ใช่”
“คุณปู่ อย่าโกรธอันซีเลยได้มั้ยครับ” ไป๋คังถอนใจ เริ่มติดตามที่หลานชายบอก
เจนนิเฟอร์คิดได้ว่าเยี่ยนเจ๋อต้องหักหลังเธอแน่ จึงตัดสินใจไปบอกเล่าความจริงให้ยิ่วเชียนฟังแล้วลาออกทันที เยี่ยนเจ๋อเห็นก็นึกรู้ รีบตรงไปหายิ่วเชียนก่อน
“เจนนิเฟอร์มาหานายแล้วใช่มั้ย เพราะถ้าเขามาหาหัวหน้า เขาไม่มีทางเดินออกจากโอเชี่ยนง่ายๆ ดังนั้นเขาคงมาหานาย ใช่มั้ย”
“ถึงหัวหน้าจะไม่สนิทกับนายเท่าหย่งชิง แต่ว่า อย่างน้อยเขาก็เห็นนายเป็นคนของเขา ทำไมนายถึงเอาความสูญเสียของโอเชี่ยน มาเป็นความสำเร็จของตัวเอง”
“ถ้าโลกนี้ไม่ยุติธรรมกับนาย นายก็ควรต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเอง นายเป็นคนบอกฉันไม่ใช่เหรอ”
“ฉันหมายถึงวิธีที่ยุติธรรม”
“ยุติธรรมเหรอ โลกนี้มีความเป็นธรรมด้วยเหรอ ฉันไม่ชอบเรียนกฎหมาย เขาให้ฉันเรียน ฉันก็เรียน แต่พอหย่งชิงมีแม่บุญธรรม ก็ให้ฉันเข้าบริษัทโอเชี่ยน ฉันคิดว่าฉันคงมีโอกาสแล้ว แต่ใครจะรู้ว่า จู่ๆ นายก็เข้ามา จนวันนี้นายก็มาบอกฉันว่ายุติธรรม ได้ ฉันยอมหยุดสงครามครั้งนี้ก็ได้ แต่ตอนนี้นายไม่ให้แม้แต่โอกาสฉันเข้ากองทุนรัสเซีย”
“ได้ ฉันให้นาย แค่นายยอมรับผิดกับหัวหน้า ในสิ่งที่นายเคยทำ และช่วยให้บริษัทยุติการร่วมงานกับกองทุนรัสเซียทันที เพื่อหยุดการสูญเสียในช่วงที่นายควบคุม นายยังสามารถถอยออกมาได้”
“เซี่ยยิ่วเชียน แบบนี้ไม่เรียกว่าให้โอกาสฉัน นายจะจับฉันขังไว้ในกรงต่อไปเหรอ”
“งั้นฉันไม่มีทางเลือกแล้ว ฉันจำเป็นต้องบอกหัวหน้า”
“ฉันเกลียดนายมากนายรู้มั้ย ทำไมนายไม่ปล่อยให้ฉันมีชีวิตที่ดีบ้าง ได้ ตอนนี้นายคงคิดว่านายเป็นนายพล นายชนะแล้ว ฉันจะบอกนายให้ นายคิดผิดแล้ว ฉันยังมีอีกวิธี คิดให้ดี ถ้าอันซีรู้ว่าแม่ของเขาเป็นถึงผู้บริหารของบริษัท ไม่เพียงเลือดเย็น ดูถูกเขา แม้กระทั่งไม่ยอมรับเขา นายคิดว่าเขาจะเสียใจมากมั้ย ทำให้อันซีเสียใจ กับความสูญเสียของโอเชี่ยน อย่างไหนสำคัญกว่า”
“หูเยี่ยนเจ๋อ”
“เรื่องนี้คงไม่ยาก แค่นายรับปากฉัน ว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้หัวหน้ารู้ ฉันรับรองว่าชาตินี้ อันซีไม่มีทางรู้ว่าแม่ของเขาเป็นใคร”
“นายรู้มั้ยว่ากำลังทำอะไร”
“ฉันเคยบอกมั้ย ว่าการได้รู้จุดอ่อนของนาย รู้สึกดีแค่ไหน ฉันจะรอคำตอบ”
เยี่ยนเจ๋อตบบ่ายิ่วเชียน รู้ว่าตัวเองเป็นต่อ ก่อนจะเดินออกไป ต้าอี๋เดินสวนเข้ามา ทักทาย
อันซีนั่งรอหย่งชิงอยู่ในร้านกาแฟ หย่งชิงเดินเข้ามาก็ถามทันทีว่าคิดดีรึยัง
“ค่ะ ฉันคิดดีแล้ว คุณกับยิ่วเชียนรู้จักกันมาหกปี พวกคุณเป็นแฟนกันตามข้อตกลง แต่ฉันกับยิ่วเชียน เรารู้จักกันเมื่อสิบปีก่อน เพิ่งคบกันจริงจังเมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้นจะว่าไปแล้ว จุดเริ่มต้นของเรามันก็เหมือนกัน”
“ถูกต้อง”
“ดังนั้น ฉันคิดดีแล้ว ฉันจะกลับหมู่บ้านภูล่าน เพื่อให้คุณกับยิ่วเชียน มีเวลากันมากขึ้น แต่หัวใจของยิ่วเชียนก็ต้องแล้วแต่เขา เราต่อสู้ด้วยความยุติธรรม”
“เฮ่อ เธอตลกเกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่คำตอบที่ฉันต้องการ เฮ่อ ถ้าเธอไม่อยากให้คุณปู่ของยิ่วเชียนเสียใจ และไม่ต้องการให้หน้าที่การงานของยิ่วเชียนมีปัญหา สิ่งที่เธอควรทำตอนนี้ คือการยอมรับโฉนดที่ดิน คืนบ้านเก่าให้คุณปู่ยิ่วเชียนเพื่อไถ่โทษ จากนั้นก็หายไปตลอดกาล”
ไป๋คังนั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่ง ส่งเสียงเข้ามา “ยัยคางแหลมพูดถูก”
อันซีตกใจ หันไปมอง “คุณปู่ มาอยู่ที่นี่ได้ไงคะ”
ไป๋คังเดินมานั่งร่วมโต๊ะกับสองสาว “ฉันก็คิดว่าอันซี ควรชดเชยให้เราสองปู่หลาน”
“คุณปู่”
“แต่ถูกเพียงครึ่งเดียว เธอน่ะ ถ้าต้องการชดเชยให้ฉัน ก็ควรรักษายิ่วเชียนให้ดี ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ห้ามปล่อยมือเขา ส่วนเธอ เป็นเทียนไข ที่ไม่สว่าง เกมต้องเล่นด้วยใจถึงจะมีตอนจบ ยิ่วเชียนไม่มีใจ เธอไปบังคับเขาอย่างนี้ นี่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะได้หัวใจของยิ่วเชียนล่ะ”
“ใครว่าไม่ได้ล่ะ คุณแม่เคยพูดว่า ของทุกอย่างย่อมมีมูลค่าของมัน แค่ทักษะและประโยชน์เล็กน้อย ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้หรอก”
“ดูเธอพูดสิ ไม่มีความตั้งใจ ใช้วิธีข่มขู่บังคับยิ่วเชียน ยิ่วเชียนไม่ใช่คนโง่ เขาไม่มีทางไปใช้ชีวิตหลอกลวงอย่างพวกเธอหรอก”
“คุณปู่ไม่ต้องการบ้านหลังนั้นแล้วใช่มั้ย” หย่งชิงถาม
จบตอนที่ 25



