
เกรียงไกรหลบเลี้ยงไก่ชนยังร้องเพลงก่อนผันอยู่เบื้องหลัง
“เกรียงไกร”เจ้าของเพลงดัง"ชวนน้องแต่งงาน”หลบความปั่นป่วนวงการเพลงลูกทุ่งกลับบ้านเกิดเพชรบูรณ์ ตั้ง“บ้านไก่กรุงสยาม” เพาะไก่ชน ยันไม่ทิ้งวงการรอขยับทำเบื้องหลัง
เกรียงไกร กรุงสยาม เจ้าของเพลงดัง" ชวนน้องแต่งงาน” หลบความปั่นป่วนวงการเพลงลูกทุ่งกลับบ้านเกิดเพชรบูรณ์ ตั้ง “บ้านไก่กรุงสยาม” เพาะไก่ชน ยันไม่ทิ้งวงการรอขยับทำเบื้องหลัง
เกรียงไกร กรุงสยาม หรือ เกรียงไกร เจริญศรี ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวบันเทิง "คมชัดลึก” ถึงการทำฟาร์มไก่ชนที่บ้านเกิดจ.เพชรบูรณ์ หลังจากหายหน้าไปพักใหญ่ว่า
“ผมไม่ได้หายไปไหน ยังคงรับร้องเชิญเพลงตามงานต่างๆ อยู่ตลอดแต่จะเป็นแถวต่างจังหวัดบ้าง แถวบ้านเกิดบ้าง ไม่ได้อยู่กรุงเทพแล้ว กลับไปอยู่บ้านที่เพชรบูรณ์ ไปทำฟาร์มเลี้ยงไก่ ผมเลี้ยงไก่มานานแล้ว หยุดบ้างเลี้ยงบ้างสลับไป ตอนนี้หน้าฝนงานคอนเสิร์ตเงียบๆ ซึ่งทุกปีก็เป็นแบบนี้ งานน้อย ก็เลยกลับไปบ้าน ไปลงเลี้ยงไก่ไว้เป็นลูกเจี๊ยบประมาณ 100-200 ตัว ก็คงทำเป็นเรื่องเป็นราวเลย กำลังทำฟาร์มอยู่ เสร็จไป 80 เปอร์เซ็นต์ แล้ว ผมเลี้ยงไก่มาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เด็กๆ เลย ถ้าเรามีสายพันธ์ดีๆ ตัวหนึ่งก็หลักหมื่น ถึงแสน”
ผู้สื่อข่าวถามถึงการเลี้ยงไก่ชนในยุคนี้ว่าเป็นอย่างไร ลูกทุ่งคนดังเล่าให้ฟังอย่างคล่องแคล่วว่า
“ยุคนี้เขาผ่าสายพันธุ์ออกมาหลายสาย มีพม่า ไทยเชิง ไทย ประยุกต์ ไก่ประดู่หางดำ ไก่ด่างเบญจรงค์ หนึ่งเพราะกันเยอะแต่ละพันธุ์ เราก็ทำตามตลาดที่เขานิยมกัน คือผมทำทุกสายพันธุ์ ที่ผมเน้นคือสายพันธุ์พม่า กับ ก๋อย เพราะพวกนี้ลูกตี ลูกเชิงเขาจะดี ฟาร์มใหญ่ๆ เขาก็จะมีพันธุ์ดีๆ เราก็อาศัยพรรคพวกที่แบ่งสายพันธุ์มาให้ อยู่หลายตัว อีกระยะหนึ่งก็คงจะมีหมุนเวียนกันมาอีก ผมเลี้ยงอยู่ 2 อย่างมีไก่สวยงาม ไก่ประกวด คือไก่หางเหลืองพระเจ้าห้าพระองค์ ไก่พระองค์ดำ แล้วก็เป็นสายตี เลี้ยงรวมๆ กัน"
เกรียงไกร ยังบอกสาเหตุที่เขาตั้งชื่อว่า "ฟาร์มไก่กรุงสยาม” โดยไม่ใช่คำว่า “ซุ้มไก่” เหมือนคนอื่นๆ ในวงการไก่ชนว่า
“ส่วนมากในวงการเขาจะตั้งเป็นซุ้ม แต่ผมไม่กล้าใช้คำนี้เพราะเราได้แต่เลี้ยงยังไม่เคยเอาไก่ไปตีชนะที่ไหนเลย ที่ไม่กล้าใช่คำว่า "ซุ้มไก่” เพราะเราเป็นนักร้องขอใช้คำว่า “บ้านไก่กรุงสยาม” ดีกว่า ดูน่ารักดี เจ้าของคือนักร้อง เราเพาะขาย ปีหน้าน่าจะมี 4 ตัวเอามาตีกับเขาบ้างลองดู เพื่อจะได้พัฒนาสายพันธุ์ให้ดีเท่าเทียมกับซุ้มต่างๆ”
ส่วนเรื่องการทำเพลงนั้นเกียงไกร กรุงสยาม บอกแบบตรงๆว่า
“เรื่องทำเพลงพี่คงไม่ทิ้ง แน่นอน มันอยู่ในสายเลือดแล้วเรื่องร้องเพลง ไม่เคยคิดว่าจะหยุดหรือเลิกๆ ไม่ได้ ตอนนี้การทำเพลงในวงการลูกทุ่ง ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปมาก แผ่นซีดีก็ขายไม่ได้ บริษัทใหญ่ๆ ยังเอาตัวแทบจะไม่รอดต้องหันมาแบ่งคอนเสิร์ตกับนักร้องแล้ว นักร้องแบบผมโชดดีไม่มีค่ายเลยไม่มีใครมาขอแบ่งเวลาไปคอนเสิร์ต แม้งานไม่ได้มีมากมายแต่ก็ได้รับเต็มๆ วันนี้นักร้องไม่จำเป็นต้องมีค่ายสังกัดก็ไปได้พอๆ กับมีค่าย ผมคิดว่า อีกสักพักตัวผมคงจะผันตัวเองมาอยู่เบื้องหลังอีกทาง ช่วงนี้เลี้ยงไก่ชนไป ด้วย ถ้ามีเจ้าภาพจ้างไปร้องเพลงก็ไปตามปกติคิดว่าอยู่ได้ครับ"



