
อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน18
‘ยิ่วเชียน’ ไม่รู้ว่าที่ ‘อันซี’ ทำรักษาระยะ เพราะรู้สึกผิดต่อสิ่งที่เคยทำกับเขาไว้ในอดีตนั่นเอง
อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน18
ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26
อันซีได้ยินเสียงร้องยิ่วเชียนก็รีบมาดูเขา แล้วทำแผลให้ ยิ่วเชียนมองหน้าอันซีนิ่ง
“ขอโทษนะ ฉันสาบานว่าไม่ได้วางแผนไว้ ฉันเชื่อเสมอว่าไม่มีอะไรที่ฉันพยายามแล้วทำไม่ได้ แต่ฉันหวังว่า เธอจะเข้าใจความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอ และหวังว่าเธอจะยอมรับฉัน แต่ฉันต้องลำบากมาตลอด จนกระทั่งเยี่ยนเจ๋อมาปรากฏตัว ฉันสาบาน ฉันไม่ได้ตั้งใจโกหกเธอ”
อันซีงอนๆ นิ่งเงียบ ได้แต่มองหน้าเขา “อันซี เวลาเธอไม่พูดฉันรู้สึกไม่ดีเลย”
ยิ่วเชียนมองหน้าอันซีด้วยสายตาเว้าวอน อยากให้เธอยกโทษให้
“เห็นแก่ที่คุณรู้สึกไม่ดีแล้วกัน ฉันยกโทษให้ก็ได้”
อันซีตีขายิ่วเชียนเสียงดัง เพื่อทำโทษ ยิ่วเชียนสะดุ้ง เยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ อันซีขู่อีกว่าถ้าโกหกอีกจะเจาะยางรถ ยิ่วเชียนพยักหน้ารับคำ ไป๋คังตัดบทชวนมาเล่นหมากรุก อันซีพยักเพยิดให้ยิ่วเชียน ยิ่วเชียนยิ้มๆ ไปเล่นกับปู
อันซียิ้มๆ แต่พอเดินผ่านหน้าเยี่ยนเจ๋อก็ทำหน้างอนๆ ใส่ เยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ รู้ว่าต้องทำอย่างไร เขาตามอันซีมาในห้องครัว เห็นเธอกำลังล้างผลไม้อยู่ เยี่ยนเจ๋อทำทีเข้ามาช่วย อันซีว่ายังไม่ยกโทษให้ เยี่ยนเจ๋อว่า
“ผมคิดว่าเราเป็นเพื่อนหัวอกเดียวกันซะอีก”
“ใครหัวอกเดียวกับคุณล่ะ ครอบครัวฉันไม่มีใครแล้ว แต่คุณยังมีแม่ และน้องสาวนะ”
“เฮ่อ ผมนับถือคุณจริงๆ เราต่างถูกครอบครัวทอดทิ้งเหมือนกัน แต่คุณกลับมองโลกในแง่ดีได้ขนาดนี้”
“คุณก็เหมือนกัน อ่อนโยน และเข้ากับคนง่าย”
“ผมเหรอ อ่อนโยน แม่ผมเลิกกับพ่อไปแต่งงานกับคนที่รวยกว่า ผมโกรธมากนะ ตอนพ่อผมทิ้งผมไป ผมยิ่งรู้สึกโกรธ แต่ที่ผมโกรธมากที่สุดคือน้องสาวผมจะได้ของขวัญที่ดีกว่าผมทุกครั้ง”
“ทำไม คนในบ้านไม่รักคุณเหรอ”
“เพราะผมตั้งใจและพยายาม ถึงได้ผ่านมันมาได้”
“แท้จริงแล้ว คุณไม่ได้ผ่อนคลายเหมือนที่เห็นเลย”
“ใครบอกล่ะว่าผมไม่ผ่อนคลาย ผมแค่ เป็นคนชอบทำตัวสบายๆ เท่านั้นเอง”
“เฮ่อ พวกคุณน่ะ คุณกับยิ่วเชียน และน้องสาวคุณ คนอย่างพวกคุณพูดจาอ้อมค้อมทำให้คนอื่นเดาตลอด ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือพูดเล่น”
“จริงสิ ผมแปลกใจเรื่องบ้านพักของคุณ ใครเป็นคนตั้งชื่อเหรอ”
“พ่อฉันน่ะสิ”
“ทำไมถึงตั้งชื่อนี้ล่ะ”
“เพราะแม่ฉัน แม่ฉันชื่อโจวหมิงเย่ พ่อฉันเรียกเขาว่าลูน่า และพวกท่านก็ชอบทะเล พ่อฉันจึงตั้งชื่อบ้านพักว่าเย่จือไห่ ลูน่า มาเรีย”
เยี่ยนเจ๋อพยักหน้าช้าๆ เข้าใจเรื่องทั้งหมด อุทานเบาๆ “บิงโก”
“บิงโกอะไร” อันซีถาม เยี่ยนเจ๋อส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ได้ตอบอะไร
ยิ่วเชียนเดินเข้ามาพอดีให้อันซีไปเล่นหมากรุกต่อ แต่เธอว่าเล่นก็แพ้ จะไปกินแอปเปิ้ลกับปู่ดีกว่า อันซีปลีกตัวออกไป สองหนุ่มหันไปมองตาม เยี่ยนเจ๋อตั้งข้อสังเกต
“ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเธอไม่ใช่คนซื่อแล้วล่ะ แต่เธอจงใจหลบหน้านาย สองวันนี้นายยังไม่มีความคืบหน้าใช่มั้ย”
“นายหมายความว่าไง จู่ๆ ก็มาที่บ้านฉัน แล้วพูดความจริงกับอันซี”
“ต่อไป ฉันยังต้องเจออันซีอีก ดังนั้น จะพูดเร็วหรือช้า ก็ต้องพูดอยู่ดี จริงสิ เมื่อกี้นายแสดงไม่สมจริงเลย ปกตินายเจ็บไม่เคยร้อง แต่เมื่อกี้ร้องเสียงดัง”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ ที่เพื่อนรู้ทัน เยี่ยนเจ๋อเข้าไปทุบอกยิ่วเชียนล้อๆ “ไอ้ผู้ชายโชคดี”
“นายพูดอะไร”
“หมายถึงนายขุดได้ขุมทรัพย์ไง”
“ขุมทรัพย์อะไร”
“อันซีไง ผู้หญิงดีๆ อย่างนี้ เป็นขุมทรัพย์ชัดๆ” ยิ่วเชียนมองอันซี คิดๆ อะไรบางอย่าง
วันนี้ช่วงบ่ายยิ่วเชียนต้องเข้าบริษัท เขาจึงพาอันซีไปดูปลาและคิดจะซื้อปลาให้เธอไว้เลี้ยงที่บ้านแก้เหงา แต่อันซีว่าเธอมีพอแล้ว และเผื่อแยกกันอยู่ ทั้งตอนนี้เธอก็มีปู่ไม่เหงาแล้ว
ระหว่างที่ยิ่วเชียนไปประชุม อันซีอยู่กับปู่ก็ถามกันว่าจะกินอะไรดี ไป๋คังอยากกินร้านอาหารที่มีชื่อเสียงบ้าง อันซีว่างั้นชวนยิ่วเชียนกับต้าอี๋ไปด้วย เธอโทรไปหายิ่วเชียน เวลานั้นยิ่วเชียนประชุม แต่พอเห็นเป็นอันซีก็โทรกลับมาและนัดเธอไว้ทุ่มตรง
อันซีหาร้านอาหารแล้วไปต่อคิว พอใกล้ถึงคิวก็เรียกรถแท็กซี่ให้มารับปู่ไปที่ร้าน ทั้งสองนั่งรอก็ไม่เห็นยิ่วเชียนมาสักที อันซีหน้าหงอยๆ ไป๋คังมองอย่างเห็นใจ แล้วชวนมานินทายิ่วเชียนกัน อันซีว่าเก่งขนาดนั้นจะมีอะไรให้นินทา
“ฮิๆๆ เอ๊ะ ดูเหมือนเธอจะปกป้องยิ่วเชียนของเรานะ”
อันซียิ้มๆ นึกถึงคำพูดของยิ่วเชียนที่ต่อว่าเธอไม่เคยถามอะไรเกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่เรื่องหย่งชิง
“คุณปู่ ฉันถามหน่อยค่ะ ยิ่วเชียนกับคุณหูตกลงความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไร”
“พวกเขารู้จักยังไงนะ เอ่อ ยัยคางแหลมคนนั้น มีช่วงหนึ่งชอบโผล่มาที่บ้านเราบ่อยๆ วันหนึ่งฉันหมดสติอยู่ในบ้าน เขามาเห็นเข้า เลยพาส่งโรงพยาบาล เพราะอย่างนี้ ยิ่วเชียนเลยเป็นหนี้บุญคุณเขา”
“อ๋อ มิน่า ยิ่วเชียนถึงได้ดูแลคุณหูดีมาก แต่คุณปู่ คุณหูก็เป็นคนดีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมคุณปู่ถึงไม่ชอบเธอล่ะ”
“เขาเห็นยิ่วเชียนของเราเป็นตัวตลกมาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นยิ่วเชียนมารับฉันออกจากโรงพยาบาล ยัยคางแหลมคนนั้นก็ตามมาด้วย”
ไป๋คังนึกถึงคำพูดของหย่งชิงซึ่งกำลังพูดทางโทรศัพท์ โดยไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่แถวนั้น แล้วบอกว่าจะแกล้งยิ่วเชียนให้ไปที่ร้านแม่บุญธรรมของเธอจะได้แกล้งสะดวก
“แล้วหลังจากนั้น ยิ่วเชียนไปจริงเหรอ”
“เขาบอกว่ารับปากคนอื่นแล้วต้องทำให้ได้ แต่ฉันไม่รู้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นในร้านอาหารบ้าง แต่เพราะหลังจากไปร้านอาหารกลับมา เขาก็รู้จักกับเจ้านายปัจจุบันของเขา จากวันนั้นเป็นต้นมา ดูเหมือนยิ่วเชียนจะสามารถค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วก็สนุกกับการทำงาน จนตอนนี้ การทำงานทำให้เขาประสบความสำเร็จมาก”
“ที่แท้ยิ่วเชียนเป็นคนบ้างานนี่เอง” พอดีอาหารมาทั้งสองเริ่มกินกัน
ยิ่วชียนประชุมเสร็จต้าอี๋ก็พูดเรื่องที่ยิ่วเชียนนัดกับอันซี เขาจึงนึกได้รีบออกไปทันที
ยิ่วเชียนกลับถึงบ้านก็เห็นอันซีกับปู่เล่นโยนห่วงยางกันสนุกสนาน เขาไม่เคยเห็นปู่มีความสุขแบบนี้นานแล้ว อันซีไปอุ่นอาหารให้แต่ปล่อยให้เขากินคนเดียวทำโทษที่ไปไม่ทัน ยิ่วเชียนกินเสร็จก็มาขอเล่นด้วย
ไม่นานไป๋คังก็เพลียหลับไป อันซีหอบผ้าห่มมาห่มให้ไป๋คัง ยิ่วเชียนมองการกระทำอย่างตั้งใจของอันซีด้วยความซาบซึ้ง
คืนนั้น ยิ่วเชียนกับอันซีออกมาเดินเล่นด้วยกัน
“ฉันต้องขอบคุณเธอมากนะ ที่ทำให้คุณปู่มีความสุข เมื่อก่อนคุณปู่อยู่คนเดียว เล่นเว็บไซต์กลุ่มอยู่ในบ้าน หลังจากเธอมา คุณปู่มีรอยยิ้มมากขึ้น และกลายเป็นคนร่าเริง”
“คุณปู่มีความสุขไม่ใช่เพราะฉัน นั่นเป็นเพราะ คุณอยู่กับท่านต่างหาก คุณไม่เห็นเหรอ ตอนคุณกิ๊ฟมีไฟท์กับท่าน ท่านดูมีความสุขมาก ความจริง คุณปู่รู้สึกผิดต่อคุณมาก ท่านคิดว่า เป็นเพราะท่าน ถึงทำให้คุณ ไม่ได้ใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่น”
“คุณปู่คิดมากเกินไปแล้ว”
“อ้อ จริงสิ คุณปู่เล่าเรื่องของคุณกับคุณหูให้ฉันฟัง”
“เธอต้องการพิสูจน์ว่า เธอพยายามอยู่ใช่มั้ย”
“ใช่” อันซียอมรับ
“งั้นเธอควรมาคุยกับฉัน ทำไมไปคุยกับคุณปู่ล่ะ”
“คุณงานยุ่งจะตาย ฉันจะคุยได้ไงล่ะ จริงสิ ตกลงคุณได้ไปงานเลี้ยงนั่นมั้ย”
ยิ่วเชียนพยักหน้า อันซีถาม “ผลออกมายังไง”
“เธอคิดว่า ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยจะทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด แต่ความจริงไม่เห็นต้องอัดอัดเลย ตอนอยู่ที่นั่น ฉันได้ยินข้อมูลจำนวนมาก ฉันจำได้ว่า พวกเขากำลังพูดเรื่องการซื้อขายกิจการ แต่ฉันคิดว่า บริษัทนั้นดูแปลกๆ อยากให้พวกเขาตรวจสอบให้แน่ชัด ผู้บริหารเลยถามฉันว่าอยากทำงานในบริษัทของเขามั้ย”
“เฮ่อ เรื่องใหญ่ขนาดนี้คุณเล่าได้ธรรมดามาก ฉันไปถามคุณปู่สนุกกว่าเยอะ”
อันซีเดินออกไป หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเพื่อขอเงินอ้างว่าลืมกระเป๋าตังค์ อันซีจะหยิบให้แต่ยิ่วเชียนชิงให้ไปก่อน หญิงคนนั้นเดินออกไป ยิ่วเชียนยิ้มๆ กับตัวเอง อันซีถามว่ายิ้มทำไม
ยิ่วเชียนถามว่า “ทำไมเธอไม่ถามก่อนว่าบ้านคุณป้าอยู่ไหน จู่ๆ ก็ควักเงินให้คนอื่นแล้ว”
“ทำไมต้องถาม เขาต้องการความช่วยเหลือถึงได้มาขอยืมเงินเรา”
“ฉันหัวเราะเพราะเรื่องนี้แหละ” ยิ่วเชียนว่า
“หัวเราะที่ฉันถูกหลอกง่ายเหรอ”
“ไม่ใช่ ฉันหัวเราะ เพราะปกติฉันไม่มีทางเอาเงินออกมาให้ เพราะฉันไม่เชื่อว่า จะมีใครออกจากบ้านแล้วพกเงินไม่พอ แต่ว่า เมื่อกี้ฉันให้เงินเขาโดยไม่คิดอะไรเลย ฉันคิดว่า นี่เป็นเพราะเธอ เพราะเธอ ฉันเริ่มที่จะเชื่อคนอื่น”
ยิ่วเชียนเอื้อมมือไปจับมืออันซีมากุมไว้ “และเพราะเธอ ฉันต้องการเป็นคนที่ดีกว่า”
ยิ่วเชียนพูดมาถึงตรงนี้แล้วนึกถึงคำพูดของเยี่ยนเจ๋อ
“คำว่าฉันรักเธอ ฉันชอบเธอประโยคเหล่านี้ นายห้ามพูดเด็ดขาด”
ยิ่วเชียนมองหน้าอันซีแล้วตัดสินใจ “อันซี เธอเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน ฉันชอบเธอ ชอบเธอมากที่สุด และจะชอบเธอคนเดียวตลอดไป”
“ขอบคุณค่ะ” อันซีซาบซึ้ง ดึงมือออกจากยิ่วเชียน ชายหนุ่มอึ้งๆ เธอชวนกลับ
เช้าวันใหม่ ยิ่วเชียนเดินลงบันไดมา อันซีรีบวิ่งเข้ามาหา ยื่นกระติกน้ำร้อนให้ ยิ่วเชียนมองแปลกใจ อันซีว่าซุปเพิ่มพลัง
“เธอรู้ว่าฉันยังโกรธอยู่ เลยต้องการใช้ซุปไถ่โทษเหรอ”
“ไถ่โทษอะไรกัน เพราะอาหารเช้าสำคัญที่สุดต่างหาก”
ยิ่วเชียนทำหน้าคาดคั้น อันซีเลยต้องยอมรับและขอโทษ ยิ่วเชียวว่าช่างเถอะ
“คุณระวังตัวด้วยนะ” ยิ่วเชียนยิ้มนิดๆ ให้ อันซีถอนใจ รู้ว่าตัวเองผิดต่อใครบางคน เธอหยิบตุ๊กตาปลาการ์ตูนขึ้นมาดูอย่างเศร้าๆ
ยิ่วเชียนนำกระติกที่อันซีให้มาเข้าไปในที่ประชุมด้วย จนทุกคนแซว หลังประชุมต้าอี๋เข้ามาบอกเรื่องบ้านของเขาที่หมู่บ้านภูล่านนั้น เจียงไห่โค่คือเจ้าของบ้านคนปัจจุบัน ยิ่วเชียนจึงชวนต้าอี๋ไปที่หมู่บ้านภูล่านทันที สั่งให้ต้าอี๋เจรจาซื้อคืนโดยห้ามเอ่ยชื่อเขา แล้วตัวยิ่วเชียนก็ไปหาเหม่ยเหวิน
ยิ่วเชียนปรึกษากับเหม่ยเหวินที่อันซีทำตัวห่างเหินกับเขา เหมือนรักษาระยะห่างของเธอกับเขา จื้อหลิงชวนหยาเอินแอบฟัง จนเหม่ยเหวินจับได้ จื้อหลิงแสดงตัวแล้วว่า
“โธ่เอ๊ยคุณเซี่ย อย่าคิดจริงจังไปเลย คุณก็รู้ว่าอันซี เป็นคนที่ความรู้สึกช้า อ้อ จู่ๆ คุณก็บอกว่า ชอบเธอใช่มั้ย”
“ถือว่าใช่”
“เฮ่อ งั้นก็ถูกแล้ว อันซีไม่ทันเตรียมใจเธอก็พูดไม่ออกน่ะสิ คุณคิดว่า ฉันชอบเธอ ประโยคนี้พูดกันง่ายๆ เหรอ จะบอกให้ อันซีของเรายังเป็นมือใหม่หัดรักอยู่นะ”
ยิ่วเชียนทำตัวไม่ถูก “ฉันก็มือใหม่เหมือนกันนี่”
“เอ่อ แต่ความสามารถในการเรียนรู้ของคุณดีกว่า” จื้อหลิงบอก
“ดังนั้นพวกเธอคิดว่า ท่าทีของเธอครั้งนี้ เป็นเรื่องปกติเหรอ” ยิ่วเชียนถาม
เหม่ยเหวินพูดขึ้น “โธ่เอ๊ย ปกติสิปกติมากเลยล่ะ อันซียังอ่อนหัดในเรื่องความรัก ถ้าไม่ชอบ เขาจะคบกับคุณทำไม เขาไม่มีทางคบแน่นอนใช่มั้ย”
ทุกคนพยักหน้าเออออไปกับเหม่ยเหวิน
“ก็ได้ ฉันจะลองคิดดู”
ยิ่วเชียนบอกขรึมๆ ก่อนจะเดินออกไป หยาลู่ฟังแล้วคิดอะไรได้ก็ตามยิ่วเชียนไป
หยาลู่วิ่งตามยิ่วเชียนไปที่รถ ขอเวลาให้อันซีอีกหน่อยเธอต้องคิดได้แน่ ยิ่วเชียนว่าพูดเหมือนอันซีเลย
“เดิมทีอันซีไม่เชื่อในความรัก เพราะคนรอบข้างของเธอ มีแต่คนที่ผิดหวังในเรื่องความรัก พี่เหม่ยเหวิน จื้อหลิง แล้วก็พ่อแม่ของเธอ ดังนั้นที่เธอยอมรับคุณ ถือเป็นการก้าวข้ามปัญหาครั้งใหญ่ของเธอ”
“แล้วฉันต้องรออีกนานเท่าไหร่ ทุกครั้งที่ฉันเข้าใกล้เธอ เธอจะรักษาระยะห่าง ฉันเข้าใกล้เธออีก เธอก็ยิ่งออกห่าง เหมือนมีกำแพงกั้น ระหว่างเราสองคน”
“กำแพงนั้น อาจเป็นคนคนหนึ่งก็ได้”
“ใคร”
“ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันเคยได้ยินเธอพูดว่า เธอรู้สึกผิดต่อใครคนหนึ่ง ถ้าเธอมีความรัก เธอจะรู้สึกผิดต่อเขามาก ให้เวลาอันซีอีกหน่อยนะ รอให้เธอเชื่อใจคุณ แล้วเธอจะทลายกำแพงนั้นเอง” ยิ่วเชียนคิดตามคำของหยาลู่
จบตอนที่ 18



