บันเทิง

คิดใหม่ให้ชีวิตใหม่โอเค - "คาราบาว" เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย

คิดใหม่ให้ชีวิตใหม่โอเค - "คาราบาว" เพลงไทยที่ต้องฟังก่อนตาย

11 ส.ค. 2552

ปี 2520 การเริ่มต้นของ คาราบาวเกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ "คาราบาว" คือความอดทน หนักเอาเบาสู้ และคือตัวแทนผู้ใช้แรงงาน "คาราบาว" ภาษาตากาล็อก แปลว่า "ควาย" ดังนั้นสัญลักษณ์ขอวงจึงเป็นหัวควาย ที่ คลาสสิกตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา รวม 30 กว่าปี จากการก่อตั้งขอ

 หลังจากจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ทั้งสองคนแยกย้ายกันทำงานตามที่ร่ำเรียนมา พร้อมกับการตระเวนเล่นดนตรีอาชีพไปด้วยพลางๆ

 คาราบาวในประเทศไทยลงทะเบียนแจ้งเกิดในถนนสายดนตรีจากอัลบั้มแรกในปี 2524 “ชุดขี้เมา” เพลงเด่นในอัลบั้ม อย่าง ลุงขี้เมา และ มนต์เพลงคาราบาว เป็นเพลงที่มือกีตาร์ ทั้งหน้าใหม่และเก่า ต้องแกะเล่น และเพลงน่าทึ่งที่เป็นชุดยาวต่อเนื่องมาถึง 10 ตอน ตลอด 10 ปีเต็ม (2524-2533) นั่นคือ ถึกควายทุย ที่แอ๊ด ยึดมั่น และมั่นคงในอุดมการณ์ เป็นชุดเพลงที่ต้องอาศัยความตั้งใจที่มุ่งมั่นอย่างมากในการนำเสนอ โดยพัฒนาการของตัวละครก็มีพัฒนาการตามสถานการณ์บ้านเมืองตามไปด้วยเช่นกัน ในปีเดียวกันก็เพิ่มสมาชิก เข้ามาเสริมทีม ซึ่งเป็นสมาชิกของวง เพรสิเด้นส์ คือ "เล็ก" ปรีชา ชนะภัย (มือกีตาร์) สมาชิกวงคนที่ 3 มาร่วมวง หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศกับวงเดิมเสร็จสิ้น

 ในแง่ของการขาย และความนิยม อาจยังไม่ทั่วถึง แต่ในสังคมดนตรีถือ ว่าสิ่งใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่รอการเติบโตตามเส้นทางเท่านั้นเอง นั่นหมายถึงอัลบั้มชุดที่ 2 ที่ออกในปีถัดมา ก็เช่นกัน “แป๊ะขายขวด” คือความดิบที่ คาราบาว ได้อวดเสียงร้องโดดเด่นที่ทำเอานักร้องหลายคนต้องฝึกหนัก และคนฟังรู้สึกทึ่งกับการร้อง ในเพลงกัญชา ยอดขาย ต้นๆ หลักหมื่น ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร วัดจากวงดนตรี ต่างๆ ในปี สมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ 200 ปี

 เพลงที่นำความสำเร็จมาสู่ คาราบาวมากขึ้นแบบ ได้น้ำได้เนื้อ ดังไปทั้งประเทศคือเพลง วณิพก ที่เปิดกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตู้เพลง สเตอริโอในบ้าน ลำโพงขยายเสียงขนาดใหญ่ในงานต่างๆ อัลบั้ม “วณิพก” หน้าปกสีแดง เครื่องหมายหัวควายสีดำ มีภาษาอังกฤษว่า Now Keep Vol. 3 Of The Carabao กับการจัดจำหน่ายของ Azona

 เพลงวณิพก คือเพลงแรกที่ผมหัดตีกลอง เพื่อนๆ แถวบ้านหัดลีด กีตาร์ ทั้งๆ ที่ยังเด็กและไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเพลงในหลายๆ เพลง แต่บางเพลงสนุก บางเพลงเห็นภาพ ซึ่งแต่งต่างจากเพลงไทยสากลยุคนั้น และจังหวะสามช่าจากเพลงวณิพก นี่เอง ที่ทำให้เพลงไทยในแบบเพื่อชีวิต มีเพลงแบบสามช่า หรือจังหวะสนุกๆ ตามมาอีกมากมายนับไม่ถ้วน เรียกว่าเกิดเป็นกลุ่มก้อน เป็นยุคของเพลงเพื่อชีวิตในเวลาต่อมาที่ทุกอัลบั้ม ทุกวง ต้องมีเพลงสามช่า แบบนี้ในอัลบั้ม อย่างน้อย 1 เพลงเป็นประเพณีนิยมต่อมาอีกพักใหญ่ ประหนึ่งว่า จังหวะสามช่า (Cha Cha Cha) คือจังหวะของคนไทยไปโดยปริยาย (ตั้งแต่ปี 2526-จวบจนปัจจุบัน)

 ถัดมาไม่กี่เดือน ในปีเดียวกัน คาราบาวตอกย้ำความสำเร็จด้วย อัลบั้มชุดที่ 4 “ท.ทหารอดทน” เรียกได้ว่าเพลงในอัลบั้มชุดนี้เนื้อหา ทำนองถูกพัฒนาไปอีกขั้น ลงตัวและสมบูรณ์มากขึ้น ไล่จากหน้า ท.ทหารอดทน, ทินเนอร์, ผู้ฒ่า, ขี้เมาใจดี สวรรค์บ้านนา, ตุ๊กตา, คนเก็บฟืน, เวลา, คนนิรนาม, กลิ่นรวงทอง ในแง่ของการบันทึกเสียง มีนักดนตรีอาชีพ ในห้องอัด มาร่วมงานในฐานะเบื้องหลังทำให้สีสันดนตรีในงานชุดนี้ หลากหลายมากขึ้น นักดนตรีที่มาร่วมบันทึกเสียงด้วยก็คือ  "รี่" เทียรี่ เมฆวัฒนา (กีตาร์), อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (เครื่องเป่าและคีย์บอร์ด) และ "เป้า" อำนาจ ลูกจันทร์ (กลอง)

 และแล้วในปี 2527 คาราบาว สร้างประวัติหน้าสำคัญให้แก่วงการเพลงไทย ความสำเร็จไม่ใช่เพียงแค่ยอดขายคาสเซ็ท  5 ล้านตลับ (สถิติที่ไม่อาจมีใครลบได้อีกต่อไป) แต่เป็นเรื่องของจิตสำนึกที่ให้คนไทยตาสว่างขึ้น ในยุคที่ค่าเงินบาทอ่อนตัว รัฐบาลส่งเสริมการใช้ของไทย ค่านิยมการใช้ของฟุ่มเฟือยของต่างประเทศ ได้รับการท้าทายอย่างได้ผล สังคมไทยได้รับรู้อย่างชัดแจ้งในแนวความคิดผ่านเพลงของวง บวกกับทักษะทางดนตรีของสมาชิกที่เข้ามาเสริมทีม รวมทั้ง "อ๊อด" อนุพงษ์ ประถมปัทมะ (เบส) ที่มาแทน "รัช" ไพรัช เพิ่มฉลาด การบันทึกเสียงก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัยขึ้น

 ผ่านมา 25 ปี อัลบั้ม เมดอินไทยแลนด์ เป็นยุคที่มีสมาชิกครบทั้ง 7 คน ล้วนครบเครื่อง ทำให้งานชุดนี้ เป็นงานคลาสสิกที่ ต้องฟังก่อนตายอย่างแท้จริง

 ถึงแม้คนรุ่นใหม่จะไม่ได้ร่วมอยู่ในยุคสมัย แต่สามารถนึกย้อนถึงแนวความคิด และสถานการณ์บ้านเมืองในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี ทุกเพลงไม่เคยเสื่อมมนต์ขลังลงไปแม้แต่น้อย ทุกเพลงถูกฝังแนวความคิดลงไปให้ผู้ฟังซึมซับและนำไปใช้ประโยชน์ นอกเหนือจากความบันเทิงในการเสพ ทุกครั้งที่ได้ฟังทำให้นึกถึงความทรงจำครั้งเก่าโดยไม่ต้องเชื้อเชิญ นาทีนั้น คาราบาว ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการเพลงไทยไปอีกขั้นแล้วครับ

 นาทีนี้คนทั้งโลกเจอสถานการณ์เดียวกัน ที่ลำบากยิ่งกับวิกฤติรอบๆ ตัว ตั้งแต่อาหาร การกิน ชีวิตความเป็นอยู่ เพลงอาจไม่ใด้มีอิทธิพลมากเท่าเมื่อก่อน แต่การย้อนไปฟังเพลงเก่าที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็น่าจะพบแนวความคิดดีๆ ที่สามารถมาปรับใช้กับชีวิตเราก็เป็นได้นะครับ

 ชาตินี้ฟังเพลงทั่วไปยังไงก็ไม่หมด ขอฟังเพลงโปรดก่อนตายดีกว่า

"โชคชัย เจี่ยเจริญ"
[email protected]