บันเทิง

Outbreak อีโบลา..ไวรัสมรณะ

Outbreak อีโบลา..ไวรัสมรณะ

10 ส.ค. 2559

Outbreak อีโบลา..ไวรัสมรณะ : เนชั่นทีวีอัพเดท  โดยนันทพร ไวศยะสุวรรณ์ 

            โรคระบาด "อีโบลา” ที่เกิดขึ้นในประเทศแถบตะวันตกของทวีปแอฟริกาเมื่อสองปีที่ผ่านมาได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 1.1 หมื่นราย และเพิ่งจะได้รับสถานะยุติการระบาดโดยสิ้นเชิงอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านไป และนับเป็นการระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โดยนับจากจำนวนผู้เสียชีวิต ซึ่งครั้งที่ร้ายแรงมากเป็นอันดับสองที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2519 ในประเทศซาอีร์ หรือในปัจจุบันคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีผู้เสียชีวิตรวมเพียง 280 ราย
 
            สารคดีฟรอนท์ไลน์ตอนที่มีชื่อว่า “Outbreak” นำเสนอรายละเอียดของการเริ่มระบาดของอีโบลาเป็นครั้งแรกในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในประเทศกินี ซึ่งเกิดจากการที่ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจับค้างคาวที่อาศัยอยู่ในต้นไม้ต้นหนึ่งมาบริโภคหลังจากใช้ไฟสุมเผา และหลังจากนั้นไม่นานก็มีชาวบ้านที่ร่วมบริโภคค้างคาวหลายคนเริ่มเจ็บป่วยร้ายแรงโดยโรคลึกลับ จนกระทั่งในที่สุดก็เริ่มมีคนเสียชีวิตจากจำนวนที่น้อย กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 
            สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มรุนแรงมากขึ้นออกไปหลายพื้นที่ในประเทศกินี และเริ่มแพร่ระบาดไปยังประเทศเซียร์ราลีโอน เนื่องมาจากพลเมืองของสองประเทศนี้สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างเสรี แต่ยอดจำนวนคนตายอาจจะไม่มากเท่าที่เกิดขึ้น หรือสถานการณ์อาจอยู่ภายใต้การควบคุมได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ถ้าหากหน่วยงานสาธารณสุขในทั้งสองประเทศ หรือแม้กระทั่งสำนักงานองค์การอนามัยโลกประจำท้องถิ่นใส่ใจ และปฏิบัติตามคำแนะนำขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งมีประสบการณ์ในการรับมือกับโรคระบาด และได้ตรวจพบว่าเป็นการแพร่ระบาดเกิดของเชื้ออีโบลาตั้งแต่ในช่วงแรกๆ
 
            นอกจากนั้นยังมีคำอธิบายถึงเหตุผลสำคัญว่าเพราะเหตุใด ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตจึงมีมากที่สุดในประเทศไลบีเรีย ซึ่งเริ่มเผชิญกับการระบาดถัดจากสองประเทศแรก และอยู่ในช่วงที่ผู้คนเริ่มตื่นรู้ถึงสถานการณ์มากขึ้นแล้วจากรายงานข่าวท้องถิ่น โดยเน้นถึงเหตุการณ์ตึงเครียดและสภาวะไร้ขื่อแปในสลัมใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญให้มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากอย่างที่ไม่ควรจะเป็น
 
            ในที่สุด สถานการณ์ก็อยู่ภายใต้การควบคุมได้และเริ่มดีขึ้น เมื่อมีบุคลากรและความช่วยเหลือจากประเทศตะวันตกเริ่มหลั่งไหลเข้ามา หลังจากที่องค์การอนามัยโลกยอมประกาศให้การแพร่ระบาดอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ภายหลังจากการเริ่มระบาดมาหลายเดือนและมีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายพันคน แต่ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับประชาชนชาวแอฟริกันในทั้งสามประเทศว่า องค์การอนามัยโลกได้ตัดสินใจออกแถลงการณ์เพียงเพราะมีบุคลากรทางการแพทย์ชาวอเมริกันสองรายได้รับเชื้อและตรวจพบขณะที่เดินทางกลับไปยังสหรัฐ
 
            ติดตามรายละเอียดที่น่าสะท้อนใจอื่นๆ ได้ในรายการฟรอนท์ไลน์ วันที่ 13 สิงหาคม เวลา 22.15-23.30 ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22