
5Broken Camerasแผ่นดินของใคร?
5Broken Camerasแผ่นดินของใคร? : เนชั่นทีวีอัพเดท โดยณัฐพงษ์ โอฆะพนม
นับตั้งแต่ที่เครื่องมือบันทึกภาพถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกในโลกเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เวลาที่ผ่านเลยไม่ว่ายุคไหนๆ ‘กล้อง’ ก็ถือเป็นเครื่องมืออันทรงพลานุภาพ ทั้งในแง่การบันทึกเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งประวัติศาสตร์ ความทรงจำ ชีวิตส่วนตัว สภาพแวดล้อม สังคม ฯ สิ่งต่างๆ ที่ถูกบันทึกผ่านกล้องจึงกลายมาเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งของการ ‘เกิดขึ้น-มีอยู่-ดับไป’ ของเรื่องราวที่สามารถนำมารื้อฟื้น สืบค้น หรือกระทั่งประกาศแจ้งแก่สาธารณชนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะมีผลพวงตามมามากมาย
หนังสารคดี “5 Broken Cameras แผ่นดินของใคร” ความหมายของ ‘กล้อง’ ในการถือครองของชาวบ้านปาเลสไตน์นาม เอหมัด เบอร์นาต ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นแค่เครื่องมือบันทึกภาพ เพราะ ‘กล้อง’ ของเอหมัดเปรียบได้กับอาวุธที่เขาหยิบมาต่อสู้ป้องกันตัวเองจากการปราบปรามรุกรานของทหารอิสราเอลจากการปะทะระหว่างทหารที่มีอาวุธปืนกับชาวบ้านปาเลสไตน์ที่มีแค่มือเปล่า ‘กล้อง’ ของเอหมัดจึงบันทึกความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเขาครอบครัวและพี่น้องชาวปาเลสไตน์ที่ออกมาปกป้องแผ่นดินเกิดอันเป็นผืนดินทำกินที่หล่อเลี้ยงพวกเขาในปัจจุบันและลูกหลานในอนาคตต่อไป
เหตุการณ์ความขัดแย้ง ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก หลายๆ แห่งไม่เคยปรากฏต่อสายตาผู้คน มันยังคงถูกปกปิด ซ่อนเร้น ทั้งโดยจงใจของผู้มีอำนาจหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำต่อพลเรือน หรืออาจจะเพราะด้วยความห่างไกล กันดาร แต่ด้วยพลังของความจริงและผู้คนที่ได้รับผลกระทบรวมถึงอำนาจแห่งความถูกต้อง เป็นธรรม ในที่สุดแล้วเรื่องราวเหล่านั้นก็ได้รับการเผยแพร่ด้วยเครื่องมืออันทรงพลานุภาพอย่าง ‘กล้อง’ และคนทำหนังที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ สารคดีอย่าง “5 Broken Cameras” จึงเกิดขึ้นและเต็มไปด้วยพลังของการนำเสนอความจริงและความจริงใจในการบอกเล่าเรื่องราวให้โลกได้รับรู้ของชาวบ้านปาเลสไตน์คนหนึ่ง
ความน่าสนใจอีกประการคือ แม้หนังจะบอกเล่าความไม่ชอบธรรมที่รัฐบาลอิสราเอลกระทำต่อคนปาเลสไตน์ แต่ทว่านี่กลับเป็นหนังที่ได้รับการสนับสนุนโดยคนทำหนังชาวอิสราเอล และยังช่วยเหลือเรื่องการตัดต่อ-ทำบทบรรยายและนำออกเผยแพร่ให้โลกได้รับรู้ หลังจากที่ปีแรกๆ ฟุตเทจของเอหมัด ถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหว บางส่วนถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในศาลอิสราเอล แต่หลังจากนำไปเผยแพร่บนยูทูบ เหตุการณ์ประท้วงในหมู่บ้านบีลิน เขตเวสต์แบงก์ก็ได้ถูกจับตามองมากขึ้น ภาพจากกล้องวิดีโอของเขา ถูกนำไปใช้รายงานข่าวโดยสถานีข่าวท้องถิ่น รวมถึงสำนักข่าวใหญ่ๆ ทั่วโลก จากนั้นมาเอหมัดก็เริ่มต้นทำงานในฐานะช่างภาพอิสระให้แก่สำนักข่าวรอยเตอร์ส
นับตั้งแต่ปี 2005 ที่เอหมัดจับกล้องขึ้นมาจากที่แค่ตั้งใจบันทึกภาพลูกชายคนสุดท้องแต่สุดท้ายต้องมาบันทึกเรื่องราวการต่อสู้ของคนในหมู่บ้านไปแทนภาพที่ปรากฏในสารคดีเรื่องนี้จึงมีตั้งแต่ภาพความรุนแรงของการประท้วง ทหารยิงกระสุนปลอมแก๊สน้ำตาใส่ชาวบ้านตาดำๆ ภาพคนบาดเจ็บล้มตาย ไปจนถึงภาพความไร้เดียงสาของเด็กๆ ที่เติบโตมาท่ามกลางความขัดแย้ง ภาพเด็กไม่กี่ขวบเดินเก็บปลอกกระสุนเล่นขณะที่ต้องวิ่งหลบขบวนรถฮัมวีของทหารที่วิ่งผ่านโดยไม่แยแสใดๆ เป็นภาพน่ารักที่สะเทือนใจยิ่งนักและในปี 2009 เขาก็ได้รับการสนับสนุนจากกรีนเฮ้าส์ โครงการพัฒนาภาพยนตร์เมดิเตอร์เรเนียน จนก่อรูปก่อร่างเป็นภาพยนตร์สารคดีที่ครองใจคนดูทั่วโลกไปในที่สุด
สารคดี “5 Broken Cameras แผ่นดินของใคร” กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ทั้งจากเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติอัมสเตอร์ดัมส์ รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลซันแดนซ์ในสายประกวดเวิลด์ซีเนม่า รางวัลสารคดียอดเยี่ยม เอมมี่ อินเตอร์เนชั่นแนล รางวัลซีเนไฟล์จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานที่ประเทศเกาหลีใต้ และอีกมากมายจากหลายเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก รวมถึงเข้ารอบห้าเรื่องสุดท้ายบนเวทีออสการ์สาขาภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ปี 2013
คืนวันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม 2559 เวลา 22.30 น. ทางเนชั่นทีวี 22 อย่าพลาดกับสารคดีคุณภาพเรื่องนี้ในรายการเวิลด์ฟิล์ม



