
เป็นคุ้งเป็นแคว อาทิตย์ 7 ส.ค.59
‘ชิน-ยอดรัก’ กับ ‘บทเรียนชีวิต’
‘ชิน-ยอดรัก’ กับ ‘บทเรียนชีวิต’
สัปดาห์นี้มีข่าวช็อควงการลูกทุ่ง คือเรื่องของ สุชิน ควรสงวน หรือ ชิน อีกแล้วครับท่าน ชายใส่หมวกแคบ แว่นตาดำ ห้อยพระที่อยู่ท้ายสุดของโฆษณาเพลงค่ายเพลงโฟร์เอส ที่คุ้นตาแฟนเพลงลูกทุ่งช่วงราวยี่สิบปีที่ผ่านมา กับคำว่า "โฟร์เอสสร้างสรรค์ อีกแล้วครับทั่น"
ผมได้เดินทางไปเยี่ยมพี่ชินที่เราเรียกกันติดปาก ที่บ้านในหมู่บ้านกฤษฎานคร ใกล้กับห้างเว็นทรัลเวสต์เกท ก่อนหน้านั้น เคยไปสัมภาษณ์ ตอนที่พี่ชินแยกตัวมา
ทำค่ายชื่อ "อีกแล้วครับท่าน"
งานประกาศรางวัล "คมชัดลึกอวอร์ด" ครั้งล่าสุดที่ผ่านมาหมาดๆ นักร้องในนาม "สามแหล่สามไมค์" คือ ร่ง สุริยา แสงเทียน และวิษณุ จากค่ายนี้ ก็ได้ขึ้นมาแหล่บนเวทีสลับการประกาศผลรางวัล หลายคนก็ยังนึกดีใจว่า ค่าย "อีกแล้วครับท่าน"ยังยืนยงคงกระพัน มีผลงานออกมาต่อเนื่อง
แต่ภาพที่เห็นในวันอังคารที่ผ่านมานั้น พี่ชิน เป็นคนป่วยที่รายล้อมไปด้วยถุงยา ทั้งไซนัส ภูมิแพ้ และเส้นเลือดตีบ พี่ชินเล่าว่า ที่จำไม่ลืมเลย วันพุธที่ 3 มิย.ปี 2558 อยู่ที่บ้านกับลูกชาย ลูกสาวไปอยู่หอพักมหาวิทยาลัย ฝนฟ้าตก คันจมูกก็แคะ เลือดไหลโกร๊กเลย ถ้าผมนอนหรือยอมแพ้ จะตายทันที โทรหา รพ.บางโพให้เอารถมารับเข้าห้องฉุกเฉิน หมอทั้งโรงพยาบาลมาดูหมด สลบไปตั้งแต่ตีห้าจนสามโมงเย็น แต่ก็รอดตายมาได้ และนอนพักรักษาตัวคนเดียวสามสี่วัน
พี่ชินคุยกับผมยาวเหยียดอย่างคนปลงตกในบ้านติดจำนองที่เงียบเหงา ต้นไม้ที่เคยร่มครึ้ม หลายต้นเริ่มเฉาเพราะขาดการดูแล ต่างกับสมัยเฟื่องฟูที่หัวบันได้บ้านไม่แห้ง ผมตัดตอนบทสัมภาษณ์ไปลงในหน้าลูกทุ่ง ฉบับวันศุกร์ที่ผ่านมา สำหรับคอลัมน์นี้ จะเก็บตกสิ่งที่ได้คุยมา แต่เนื้อที่ไม่พอลงข่าว
จุดตกต่ำของชีวิต พี่ชินเล่าอย่างไม่อายว่า เคยลำบากที่สุด บางวันลูกชายกลับมาบ้านบอกว่า พ่อหิวข้าว พ่อชินซึ่งตกพุ่มม่ายหุงข้าว 2 กระป๋องใส่ไข่ลงไปต้มด้วยหนึ่งฟอง กินกับน้ำปลากับลูกชาย คนทำงานบ้านไม่มี เพราะไม่มีเงินจ้าง บางมื้อมีหมูผัก เจ้าตัวก็เอาไว้ให้ลูกกิน สมบัติติดตัว รถทองขายกินหมด
พี่ชินมีลูกชายหญิงอย่างละคน ลูกสาวเรียนระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยของรัฐบาล ลำบากอย่างไรก็กัดฟันส่งเรียนให้จบ และได้ส่งหลานสองคนเรียนจนจบปริญญาตรีมาแล้ว เจ้าตัวนึกน้อยใจ เวลาที่มีเงินมีทอง ใครมาขอเงิน ใครลำบากช่วยเขาหมด เพราะคิดว่า หาเงินได้ง่าย แต่ถึงคราวลูกตนเองเรียน จะจ่ายค่าเทอม ค่าหอพักทีหนึ่งก็ลำบาก
เรื่องใจใหญ่ ชอบช่วยเหลือคน นึกถึงวันที่ผมเคยไปสัมภาษณ์ พี่แอ๊ว ยอดรัก สลักใจ ก่อนที่จะป่วยเป็นมะเร็ง ซึ่งออกแนวเดียวกัน ทำธุรกิจล้มเหลว ชีวิตลำบาก ท้ายที่สุด คนที่เคยหยิบยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือ ก็หายหน้าไปหมดสิ้น มีเพียงเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่แวะเวียนมาหา สมัยที่ยอดรัก โด่งดังใครลำบากมา ถ้าไม่ช่วยด้วยเงินก็จะอัดเสียงให้ฟรีเป็นชุด ไม่เอาค่าตัว ให้เอาไปทำมาหากิน
วันนี้ 7 สิงหาคม 2559 นอกจากเป็นวันสำคัญของชาติ คือ วันลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นวันแรกของงานรำลึกยอดรัก ที่วัดโกมุท พุทธรังสี พุทธมณฑลสาย 2 เขตทวีวัฒนา ไม่ไกลจากหมู่บ้านกฤษฎานครที่ครอบครัวยอดรักอาศัยอยู่
ชิน อีกแล้วครับท่าน กับยอดรักเคยร่วมงานกันและประสบความสำเร็จจากเพลงชุด”ไม่มีเวลาไปหาเมียน้อย” ที่ยอดขายถล่มทลายในยุคตลับเทป ผมเป็นนักจัดรายการวิทยุอยู่ต่างจังหวัด ถึงกับต้องไปซื้อตลับเพลงมาเปิดให้แฟนเพลงฟัง
ยอดรัก สลักใจ เสียชีวิต จะครบ 8 ปี ในวันสองวันนี้ ส่วน ชิน อีกแล้วครับท่าน กำลังจะ”ตายทั้งเป็น”เพราะถูกฟ้องร้องคดีเช็ค 7 แสนที่ค้างคามานานตั้งแต่ค่ายโฟร์เอสรุ่งเรือง เจ้าตัวไม่มีเงินจ่าย วันอังคารที่ 9 สิงหาคม นี้ ศาลจะชี้ชะตาว่า จะต้องนอนมุ้งสายบัว หรือได้นอนมุ้งลวดที่บ้าน เขายืนยันอุดมการณ์ว่า อยากติดคุกใช้หนี้ เอาเงินไว้ให้ครอบครัวใช้จ่าย
ชิน กล่าวทิ้งท้ายเตือนสติ เรื่องคนเราถ้าผิด ต้องยอมรับผิด ไม่ต้องโทษใคร และฝากเตือนคนที่ยังมีเงิน ธุรกิจรุ่งเริองให้อดออมกันไว้ เรื่องของพี่ชิน อีกแล้วครับท่าน ทำให้นึกถึงเพลง”บทเรียนชีวิต”ของครูสมยศ ทัศพันธ์ ที่ขึ้นต้นว่า “ฟังฉันเล่า เมื่อคราวที่ฉันมีเงินสุขเหลือเกิน เพลิดเพลินอยู่ด้วยเงินตรา เพื่อนฝูงหญิงชายมีมากมายเกลื่อนตา...” และมีท่อนสองว่า “ยามฉันเศร้าถึงคราวขัดสนเงินทอง คนไม่มองมิตรมาเมินหน้าห่างไกล...”
**********ท้าย คอลัมน์ ลงขออภัยให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ *********
หมายเหตุ / ขออภัย “เป็นคุ้งเป็นแคว” ฉบับวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รูปนักดนตรีถือกีตาร์ที่ถูกต้องคือ ชาง ซาไก ผู้แต่งเพลง “สะดือทะเล” ไม่ใช่ เดช อิสระ ผู้ขับร้อง



