บันเทิง

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again  ตอน 15

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 15

05 ส.ค. 2559

‘ยิ่วเชียน’ พยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้ ‘อันซี’ ประทับใจ เพราะคิดว่าเพิ่งคบกันใหม่ๆ ยิ่งต้องใกล้ชิดกัน

ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26

    ยิ่วเชียนจูงมืออันซีเดินมาในห้างสรรพสินค้า อันซีเขิน ทำตัวไม่ถูก ไม่ชิน สักพักเสียงไลน์ของอันซีดังขึ้น ยิ่วเชียนพยักหน้าให้รับ 
    “โทรศัพท์อยู่กระเป๋าข้างขวา” อันซีบอก
    ยิ่วเชียนรู้ตัวจำใจต้องปล่อยมือข้างขวาของอันซีเพื่อให้เธอรับโทรศัพท์ อันซีขยับนิ้วให้คลายเมื่อย อ่านข้อความในไลน์ เป็นของพวกเหม่ยเหวินที่ไลน์มาแสดงความยินดีกับเธอ ทำเอาอันซีแปลกใจ
    จริงๆ เป็นแผนของเยี่ยนเจ๋อ ที่มาขอร้องพวกเหม่ยเหวินให้ปล่อยอันซีไปกับเขา ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือดี เพราะอยากเห็นอันซีมีความรัก
    อันซีอยู่ในห้องน้ำของห้าง เสียงไลน์ดังไม่หยุด เธอนั่งเซ็งๆ อันซีเก็บโทรศัพท์แล้วเห็นตุ๊กตาผ้าปลาการ์ตูนในกระเป๋ากางเกง เธอหยิบขึ้นมาดู นึกถึงคำพูดของนายคิ้วเส้นตรง
    “ปลาเหล่านี้ วันนี้อาจอยู่ที่นี่ แต่สักวันหนึ่งฉันอาจไปจากที่นี่ นี่แหละที่ฉันแตกต่างจากพวกมัน”
    “โธ่เอ๊ย คิดว่านายเป็นปลานีโม่ในหนังเหรอ ถึงอยากไปจากที่นี่”
    จากนั้นอันซีก็นึกถึงวันที่นายคิ้วตรงนำขวดน้ำตาฟ้ามาให้เธอด้วยความตั้งใจ อันซีมองปลาตุ๊กตาอีกครั้งพลางพึมพำ
    “ฉันขอโทษนายคิ้วเส้นตรง ลาก่อน” อันซีถอนใจ
    ยิ่วเชียนมาด้อมๆ มองๆ หน้าห้องน้ำหญิง พอเห็นว่าไม่มีผู้หญิงอยู่ในห้องน้ำแล้วก็เข้าไปร้องเรียกอันซี อันซีเดินออกจากห้องน้ำซึมๆ วางทิ้งตุ๊กตาปลาไว้ที่อ่างล้างมือ ยิ่วเชียนเห็นอันซีเดินซึมๆ ออกมาก็เป็นห่วง
    “ไม่เป็นไรใช่มั้ย ดูท่าทางเธอไม่ปกติเลย”
    “ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องสนใจหรอกเดี๋ยวฉันก็ดีขึ้นเอง เฮ้อ ฉันกำลังบอกลาชีวิตช่วงวัยรุ่นของฉัน”
    หญิงคนหนึ่งเข้าห้องน้ำต่อจากอันซีเห็นว่าอันซีลืมตุ๊กตาปลาไว้ จึงวิ่งเอามาคืน อันซีตกใจไม่ยอมรับ เดินหนี ยิ่วเชียนรับมาเองกล่าวขอบคุณ
    “คุณรับทำไม คุณห้ามดูนะ” อันซีร้องห้าม
    “เดี๋ยวก่อนผมดูก่อน” อันซีจะห้ามแต่ไม่ทัน ยิ่วเชียนแกะกระดาษมาอ่าน
    “คุณไสหัวกลับไทเปไปเลยนะ ให้ฉันใช่มั้ย” อันซีหันมามองชายหนุ่มอย่างรู้สึกผิด
    “แปลว่า ตอนแรกเธอต้องการปฏิเสธฉัน ดังนั้น ถ้าไม่มีคุณหูเข้ามา เธอไม่ได้ต้องการเข้าใกล้ฉัน ดังนั้น ท่าทางตอนที่เดินมา และเธอหลบอยู่ในห้องน้ำนาน เพราะกำลังคิดว่า จะปฏิเสธฉันยังไงใช่มั้ย ดี ฉันเข้าใจแล้ว ถ้าเธอคิดผิดล่ะก็ ถือเสียว่า”
    “ใช่ๆๆ ฉันคิดผิดมาก เมื่อคืนฉันมัวแต่ทำนี่จนไม่ได้นอน เพราะฉันคิดว่าจะปฏิเสธคุณยังไงดี บอกแล้วว่าไม่อยากมีความรักแต่คุณก็เข้าใกล้ฉัน แล้วยังพูดเรื่องความรู้สึกผิดลึกๆ แล้วก็ให้เลือกหนึ่งในสอง คุณคิดว่าง่ายมากเหรอ ปลาการ์ตูนอยู่ในกระเป๋าฉันทั้งวันฉันไม่กล้าเอาออกมาเพราะอะไรล่ะ ฉันคิดจะเอาออกมาฟาดหน้าคุณ แล้วบอกคุณว่า ไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉันอีก ไสหัวกลับไทเปไปซะ แต่ว่าฉันพูดไม่ออก เมื่อกี้คุณคิดยังไง คิดว่าจะกลับคำพูดใช่มั้ย ฉันรู้สึกหดหู่ขนาดนี้แล้วคุณยังมาว่าฉันอีก คิดว่าวันนี้มีความหมายกับคุณคนเดียวเหรอ มันยากนะกว่าฉันจะก้าวออกมาได้”
    ยิ่วเชียนซาบซึ้ง โผเข้ากอดอันซีอย่างแสนรัก อันซีอึ้ง
    “แค่นี้ยังไม่รู้ความในใจของฉันอีก ฉันก็พยายามเต็มที่แล้ว ฉันเป็นคนพูดฝ่ายเดียวตลอด คราวหน้าคุณต้องพูดบ้าง คนพูดยาก”
    “แต่ประเด็นสำคัญ ฉันเป็นคนพูดนะ ฉันเป็นคนสารภาพรักเธอก่อน” 
    “อะไร ฉันเป็นคนถามก่อนต่างหาก”
    “ไม่ใช่ได้ไง” 
    “งั้นฉันขอถามคุณว่าจะจีบฉันหรือเปล่า”
    “ฉันคิดว่าคนที่มีสมองคงมองออกกันทุกคน”
    “สมองฉันมีรอยหยักนี่”
    “เธอมีรอยหยักเหรอ”
    “ใช่”
    “รอยหยักเหรอ ตรงไหนเธอมีรอยหยักตรงไหน เธอมีรอยหยักได้ไง” 
    ยิ่วเชียนเข้าไปดูผมอันซีแกล้งจะมองหารอยหยัก อันซียิ้มขำ ยิ่วเชียนยิ้มกว้าง อันซีชี้หน้า
    “นี่ อย่าคิดว่ายิ้มจะใช้ได้ผลนะ” ยิ่วเชียนยิ้มมีความสุขคว้ามืออันซีเดินจูงไป 
    ยิ่วเชียนจูงมืออันซีผ่านมาที่ร้านรับทำแหวน เขาพาเธอเข้าไปในร้าน พนักงานเข้ามาต้อนรับ ยิ่วเชียนบอกว่าต้องการทำแหวน พนักงานพาไปแนะนำขั้นตอนการทำแหวนด้วยตัวเอง 
    “จริงสิ ปกติแล้วคนส่วนใหญ่แกะสลักอะไรครับ”
    “สมมุติว่าเป็นแหวนคู่ก็จะแกะสลักชื่อของอีกฝ่าย หรือว่า วันเดือนปีเกิด ไม่ทราบคุณผู้หญิงเกิดวันไหนคะ”
    อันซีอึ้งๆ ตอบเบาๆ ไม่อยากพูด
    “เดือน เมษายน”
    “วันไหนเดือนไหนคะ”
    “เดือน เมษายน”
    “ขอโทษนะคะไม่ค่อยได้ยิน”
    “เอ่อ เธอบอกว่า วันที่ 1 เมษายน”   
    อันซีแปลกใจยิ่วเชียนฟังเธอรู้เรื่องได้อย่างไร
    “ไม่เป็นไรค่ะ สมมุติว่าไม่อยากแกะสลักวันเกิดก็แกะสลักคำที่มีความหมายกับตัวเองก็ได้ค่ะ” พนักงานบอก แล้วเดินออกไป
    “ฉันพูดฟังไม่รู้เรื่อง คุณฟังออกเหรอ” ยิ่วเชียนยิ้มให้ อันซีถอนใจ
    “ใช่แล้ว ฉันเกิดวันที่ 1 เมษายน เหมือนพระเจ้าล้อเล่นกับฉัน เพราะวันเกิดของฉันตลกมาก วันเกิดเป็นวันที่ฉันเกลียดที่สุด”
    ยิ่วเชียนนึกถึงคำพูดของอันซี ที่เธอเคยพูดกับเขา
    “ฉันจะพูดกับคุณอย่างจริงจัง มีเรื่องหนึ่งที่คุณห้ามถามฉัน เรื่องบ้านผีสิง วันเกิดอายุ 18 ฉันบาดเจ็บได้ยังไง ฉันอยากมีความรักมั้ย เพราะเรื่องทั้งหมดนี้สำหรับฉันแล้วมันเป็นปมด้อย ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก”
    ยิ่วเชียนหันมามองอันซีอย่างเข้าใจ ก่อนบอก
    “ฉันเกิดวันที่ 8 มกราคม เมื่อไหร่เธอคิดถึงวันเกิด ก็หมายถึงคิดถึงฉันแล้ว คุณปู่บอกว่า ฉันเกิดจากความรักของพ่อแม่ ความรักของฉัน ขอยกให้เธอทั้งหมด วันเกิดครั้งต่อไป เธอแค่คิดถึงฉันก็พอ มา แกะสลักชื่อกัน” 
    อันซีมองหน้าชายหนุ่มอย่างซาบซึ้ง “นี่ คุณจะเลือกคำว่าอะไร”
    “เธอทายสิ”
    “ทำเป็นไม่บอกเดี๋ยวฉันก็รู้แล้ว” 
    ยิ่วเชียนแกล้งแอบมองว่าอันซีจะสลักอะไร อันซีหันมามองแล้วแกล้งชะโงกมาดูของเขาบ้าง ยิ่วเชียนทำเป็นดุ อันซียิ้มๆ ลองสวมแหวนให้ยิ่วเชียนเพื่อวัดขนาด
    “แน่นนิดหน่อย” ยิ่วเชียนบอก 
    ยิ่วเชียนลองสวมให้อันซีบ้าง
    “เธอรู้มั้ย แหวนอียิปต์โบราณจะใช้ในการปราบปีศาจ ดูสิว่าเธอจะกล้าออกมาอาละวาดอีกมั้ย”
    “ใครเป็นปีศาจล่ะ ฉันว่าคุณนั่นแหละเป็นปีศาจมากกว่า”   
    ยิ่วเชียนอึ้งๆ เถียงไม่ออก ทั้งคู่ลงมือทำแหวนต่อไปอย่างตั้งใจ

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again  ตอน 15

     จากนั้นพนักงานก็นำแหวนที่ทั้งสองทำเสร็จมาให้ดู
    “แหวนของพวกคุณสมบรูณ์แบบแล้วค่ะ ตอนนี้แลกเปลี่ยนกันได้แล้วค่ะ”
    “ขอบคุณค่ะ”
    “ยินดีค่ะ”
    “ขอบคุณครับ”
    พนักงานเดินออกไป ยิ่วเชียนบอกอันซี “งั้นฉันสวมให้ก่อน ยื่นมือออกมาสิ”
    อันซีแอบมองตัวอักษรที่สลักบนแหวนของยิ่วเชียน
    “เอ๊ะ ข้างในเขียนว่าอะไรเหรอ”
    “สตาร์ทของภาษาเยอรมัน แปลว่าการเริ่มต้นใหม่”
    “เฮ่อ คุณดูของฉันสิ” 
    “เฮ่อ ดูเหมือนหัวใจเราจะตรงกัน”
    ยิ่วเชียนสวมแหวนให้อันซี “การปรากฏตัวของเธอ สำหรับฉันแล้ว คือการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน เพราะว่าเธอ ฉันถึงคิดเสมอว่า ตัวเองกำลังทำอะไร พยายามและคาดหวังว่า ตัวเองจะเป็นคนที่ดีกว่านี้ ถ้าวันหนึ่ง เธอพบว่าตัวจริงของฉัน ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น และอย่างที่เธอคาดหวัง หวังว่าเธอจะเห็นคำว่าเริ่มต้นในแหวนนี้ แล้วให้โอกาสฉัน ได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” ยิ่วเชียนพูดอย่างจริงจัง
    “ทำไมจะไม่เป็นอย่างที่ฉันคาดหวังล่ะ คุณดีเกินไปด้วยซ้ำ” 
    อันซีซึมๆ หันหลังไป ยิ่วเชียนเรียก “อันซี เธอยังไม่ได้ให้แหวนฉัน”
    “ความจริงฉันกังวลว่า ฉันคงไม่สามารถดีกับคุณได้ อย่างคุณดีกับฉัน เพราะว่าในใจของฉัน ยังมีเรื่องที่ปล่อยวางไม่ได้ ดังนั้น ถ้าสักวันหนึ่ง คุณพบว่า ฉันไม่สามารถเปิดใจให้คุณได้ ไม่สามารถเดินไปกับคุณได้อีก หวังว่าแหวนวงนี้ จะเตือนสติคุณว่า ไม่ต้องสนใจฉัน แล้วรีบเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคุณซะ” 
    อันซีจะสวมแหวนให้ยิ่วเชียน แต่ชายหนุ่มดึงมือออก
    “ฉันไม่ต้องการแหวนแบบนี้ เพิ่งเริ่มก็บอกลากันแล้ว แล้วจะเริ่มต้นได้ยังไง”
    อันซีอึ้งๆ ลุกไปที่เคาน์เตอร์ ยิ่วเชียนมองไม่เข้าใจ สักพัก อันซีถือแหวนวงเดิมแต่คล้องไว้กับสายหนังมายื่นตรงหน้ายิ่วเชียน แล้วใส่คล้องคอให้เขา ใส่เสร็จจัดไว้ในปกเสื้อ 
    “ถ้าหากวันหนึ่ง คุณทนฉันไม่ไหวแล้ว คุณแค่เอาสายหนังออก แล้วสวมแหวน ฉันก็รู้แล้ว” ยิ่วเชียนจะหยิบสร้อยออก
    “นี่ๆๆ โธ่เอ๊ย ฉันแค่พูดไว้เผื่อๆ เท่านั้นเอง ใครอยากบอกลาโดยที่ยังไม่ทันเริ่มบ้างล่ะ”   
    “จริงนะ”
    “จริงสิ” ยิ่วเชียนพยักหน้าช้าๆ ยอมเชื่อ เขาหันไปมองคนข้างๆ ทำแหวน แล้วเหมือนฝุ่นจะเข้าตา ยิ่วเชียนก้มหน้าขยี้ตา อันซีหันมาเห็น
    “นี่ คงไม่ใช่ฉันพูดตรงเกินไปจนคุณร้องไห้นะ โธ่เอ๊ยเอาน่าๆ ขอโทษๆ ฉันจะพยายามดีมั้ย เราจะไม่เลิกกัน ไม่เลิกกันแน่นอน”
    “เธอพูดเองนะ”
    “อืม ฉันพูดเองน่ะสิ ฉันสาบาน”
    “พูดแล้วต้องทำได้นะ เอาล่ะ ในรถฉันมีแว่นอยู่”   
    ยิ่วเชียนลุกขึ้น อันซีเห็นหน้าเขา “หืม คุณกำลังร้องไห้ไม่ใช่เหรอ”
    “ฉันจะร้องไห้ทำไม ควรจะโกรธมากกว่า เจ็บตามาก ดูเหมือนฝุ่นจะเข้าตา” ยิ่วเชียนเดินขยี้ตาออกไป

    ยิ่วเชียนเดินนำอันซีมาที่รถ เปิดประตูรถ หยิบแว่นตามาสวม อันซีเห็นหน้าเขาก็แปลกใจ
    “คุณ”
    “อ้อ แว่นตา” 
    “คุณไม่ค่อยเหมาะกับการใส่แว่นนะ รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะหรอก แต่ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก เหมือนฉันเคยเจอคุณที่ไหนมาก่อน เฮ่อ ช่างเถอะ ฉันไม่อยากนึกถึงผู้ชายใส่แว่นอีก ใส่แว่นจะบดบังสายตาของคุณนะ ฮิๆ”  
    อันซีเดินขึ้นรถไป ยิ่วเชียนปิดประตูรถให้ก่อนพึมพำ
    “ดูเหมือน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาบอกเธอ”
    ยิ่วเชียนเดินไปขึ้นรถฝั่งคนขับ แล้วตัดสินใจถามอันซี
    “ทำไมเยี่ยนเจ๋อถึงบอกว่าสิบปีก่อนพวกเธอน่าจะรู้จักกันแล้วล่ะ”
    อันซียิ้มๆ “เฮ่อ อย่าบอกนะว่าคุณมัวแต่คิดเรื่องนี้”
    “แล้วเธอว่าไงล่ะ”
    “เฮ่อ ฉันเคยบอกคุณว่าของขวัญที่ส่งให้แม่ถูกตีกลับมาหมดใช่มั้ย คนที่ส่งกลับมาก็คือเยี่ยนเจ๋อ”
    “เยี่ยนเจ๋อเหรอ” ยิ่วเชียนตกใจมาก
    “ฮิๆๆ”
    “งั้นที่เธอเข้าไปเอาจดหมายในห้องฉัน”
    “ก็เพื่อยืนยันชื่อของเยี่ยนเจ๋อ ตอนนั้นพ่อของเยี่ยนเจ๋อเพิ่งเสีย เขาต้องจัดการงานศพของพ่อ เลยพบของขวัญของฉัน เพราะไม่มีที่เก็บ เขาเลยส่งกลับมาให้ฉัน” 
    “พ่อของเยี่ยนเจ๋อ เป็นหมอไม่ใช่เหรอ”
    “ใช่ พ่อเขาเป็นอาสาสมัครสมาคมการดูแลเด็กแห่งเอเชีย ตอนนั้นฉันคิดว่าแม่ฉันทำงานอยู่ที่นั่นฉันจึงส่งของขวัญไปทุกปี สุดท้ายมารู้ว่า เขาไม่ได้เป็นอาสาสมัครอะไรหรอก แม่แค่ไม่ต้องการฉันเท่านั้น”
    ยิ่วเชียนมองอันซีอย่างเห็นใจ เขาเอื้อมมือไปจับมือหญิงสาวปลอบใจ อันซีน้ำตารื้น บีบมือชายหนุ่มแน่น ต้องการกำลังใจ
    ยิ่วเชียนกับอันซีเดินจับมือกันกลับมาที่บ้านพัก เพื่อนๆ พันกันเดินออกมา เพื่อนๆ พากันแซว อันซีอายมากหลบหลังยิ่วเชียนตลอด ระหว่างนั้นเยี่ยนเจ๋อเดินลงบันไดมา ถอนหายใจดัง
    อันซีอึ้งๆ ที่เธอปฏิเสธเยี่ยนเจ๋อ จึงแอบหลบข้างหลังยิ่วเชียน ในขณะที่ยิ่วเชียนยิ้มนิดๆ เพราะรู้ว่าทั้งหมดคือแผน จื้อหลิงแกล้งเข้าไปปลอบเยี่ยนเจ๋อ 
    เหม่ยเหวินหันมาพูดกับอันซี “อันซี ฉันรู้จักเธอมาตั้งนาน วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่า เธอสามารถทำให้ผู้ชายเสียใจได้ และยังเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากด้วย”
    “พูดอะไรน่ะ”
    หยาลู่กับหยาเอินยิ้มยินดีให้ ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในบ้านตามพวกเหม่ยเหวินไป อันซีแปลกใจรีบถามยิ่วเชียน
    “พวกเขาจะทำอะไร”
    “จะไปดูมั้ย”
    “ไม่ดีกว่า”
    “ไปกันเถอะ” 
    ยิ่วเชียนตัดบท อันซีอายๆ ไม่อยากไป ยิ่วเชียนจูงมือหญิงสาวเข้าไปในด้านห้องอาหาร ไฟปิดมืด สักครู่ ไฟเปิดสว่าง เหม่ยเหวิน จื้อหลิง และหยาเอินวิ่งออกมาพร้อมกัน
    “หนึ่ง สอง สาม ยินดีด้วยๆ ฮิๆๆๆ”  
    เยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ เข้ามา อันซีมองอึ้งๆ 
    “นี่เป็นของขวัญที่มอบให้เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันสิบปี เผชิญกับหัวใจของตัวเอง ไม่งั้นจะสูญเสียคนที่รักไป เพราะเราต่างก็เข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียดี” 
    อันซียิ้ม ซาบซึ้งในน้ำใจของเอี่ยนเจ๋อ แล้วหันไปค้อนๆ เพื่อนอย่างอายๆ
    “โธ่ พวกเธอน่ะ”
    “ขอกอดหน่อยถ่ายทอดเสน่ห์ของเธอมาให้ฉัน ฮิๆๆ” จื้อหลิงอ้าแขนรอ
    อันซีเข้าไปกอดจื้อหลิง หยาเอิน เหม่ยเหวิน เข้าไปกอดกันกลมดีใจ อันซีหันมาพูดกับยิ่วเชียน
    “เพราะคุณคนเดียวเลย คุณรู้แล้วไม่ยอมบอกฉัน”
    “มีแต่คนอย่างเธอ ที่หลงกลถึงสองครั้ง”
    “ฉันหลงกลสองครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่” 
    เยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ เมื่อคิดถึงแผนทั้งหมด ยิ่วเชียนหันมายิ้มกับเยี่ยนเจ๋อ อันซีโกรธ รู้แล้วว่าสองหนุ่มร่วมมือกัน
    “ถ้าเมื่อตอนบ่ายเธอคิดบ้าง ก็จะรู้ว่าตอนเช้าทุกคนสมรู้ร่วมคิดกัน ตอนกลับมาจะได้ไม่ต้องตกใจ เฮ่อ ไม่มีรอยหยักในสมองเลย” 
    “นี่ จึ๊ ไอ้ ไอ้คนบ้ากาม” 
    ยิ่วเชียนยิ้มๆ จะจับมืออันซี อันซีแกล้งสะบัดออก แล้วก็ยิ้มๆ ยอมจับมือกับชายหนุ่ม จื้อหลิงยิ้ม แต่พอเห็นหยาลู่อกหัก มองอันซีซึมๆ ก็แกล้งเบี่ยงเบนอารมณ์ของหยาลู่ ทำเป็นจับแขนหยาลู่ร้องไห้ หยาลู่ทำหน้าไม่ถูก เหม่ยเหวินช่วยปราม

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again  ตอน 15
    เยี่ยนเจ๋อกับยิ่วเชียนมองหน้ากันแล้วคิดถึงสิ่งที่ทั้งสองเคยคุยกันไว้
    “คิดไว้หรือยังว่าจะทำยังไงต่อไป” เยี่ยนเจ๋อถาม
    “ไม่ต้องห่วง วันนี้ฉันวางแผนเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้นายไม่ต้องกังวล”
    แต่แล้วทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่ยิ่วเชียนคิด เพราะมีกลุ่มเพื่อนๆ คอยเป็นก้างขวางคออยู่เสมอ 
    แม้อันซีจะตัดสินใจคบกับเขาแล้ว แต่เธอก็ยังใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนเดิม เพราะความรักสำหรับเธอแล้ว เป็นเหมือนการมีเพื่อนที่สนิทกันมากขึ้นเท่านั้น


จบตอนที่ 15