eatplaylife / อาทิตย์ 31 ก.ค.
5 เหตุผลที่ “ทรู” ควรจะได้ถ่ายสดฟุตบอล (จบนะ)
วัฒนธรรมป๊อปของฟุตบอล(pop culture)นั้นมีจุดเริ่มต้น มาจากที่ใดหรือ ?
จากวันที่ทีมชาติอังกฤษ เลือกวางสิงโต 3 ตัวลงบนโลโก้เสื้อ หรือจากคืนที่สโมสรแรกของโลกอย่าง เชฟฟิล์ด เอฟซี เลือกสีแดงขาวลายทาง ให้เป็นสีแรกของทีม...
จากวันที่เสื้อเอฟเวอร์ตัน ได้อิทธิพลมาจากเสื้อกลาสีเรือ หรือจากคืนที่โลโก้ตราสโมสรแมนยู เลือกใช้เส้น 3 ขีด เพราะแม่น้ำ 3 สาย...
จะมาจากอะไรก็ช่าง ! ถึงนาทีนี้ จิตใจผมรอคอยนัดแรกของ “พรีเมียร์ลีก” ที่ว่ากันว่าจะยากที่สุด มันส์ที่สุด และดรามาติคที่สุด ของประวัติศาสตร์ epl 24 ปี (1993-2017) ไม่ไหวแล้ว ในหลายเหตุผลที่เขียนแบบนี้ ต้องยอมรับว่า ดีใจ ที่ truevision หรือ true move นี่แหละ ได้ลิขสิทธิ์บอลพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลถัดจากนี้
คนมากมายนะครับ รอบๆตัวผม แฟนบอล นักข่าว คนบ้าบอล ก่นด่า cth ที่มีระบบการจัดการบอลอย่างพรีเมียร์ลีกไม่เป็นมืออาชีพ 3 ปีที่เละเทะหลายเรื่อง ทำให้แฟนบอลคิดถึง ทรู ซึ่งเคยทำมาก่อน
และหลังจากต้นเดือนธันวาคม 2015 ที่ผมพูดใน 99 fm และ รายการกีฬา ข่าวข้นกีฬาเข้ม ทางเนชั่นทีวีกับคุณ กนก รัตน์วงศ์สกุล และ ธีระ ธัญญะไพบูลย์ ว่า บีอินจะได้ลิขสิทธิ์ และ ทรูจะได้ถ่ายทอดสด !
นับจากวินาทีนั้น ก็โดนแฟนๆมากมายถามมาทุกทางตลอด 8 เดือนนี้ว่า ชัวร์มั้ย, รู้ได้ไง, เวอร์ไปป่าว
เอาเป็นว่า ผมแอบถามพระเจ้ามา ... และตอนนี้ ต้องบอกว่า “จบนะ”
สิ่งที่ไม่จบมากกว่าก็คือ แฟนบอลหลายคนทางทีวีและวิทยุ 99 fmถามว่า ทำไมถึงอยากให้ “ทรู” ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายสดพรีเมียร์ลีก ... ผมมี 5 เหตุผล ดังนี้ !
1.ไม่ได้รัก ทรู มากกว่า cth หรือ pptv ผู้ใหญ่สองค่ายนี้ ผมก็รู้จัก แต่เราต้องยอมรับว่า เรื่องฟุตบอล ทรู มีความพร้อมมากที่สุดในแง่ของศักยภาพต่างๆ บุคลากร, วิธีคิดงาน, ทีมนักพากย์โดยรวม หรือการวางน้ำหนัก ในขุมกำลังต่างๆ
เปรียบไปก็เหมือนสวนสวย หรืออุทยาน ... ไม่ใช่แค่รดน้ำให้ไม้ดอก ยังทอแสง หันแดด ไปยังต้นไม้ใบหญ้า และหมู่ภมร อย่างทั่วถึง
2. ระบบการจัดการสมาชิก ที่ดีกว่า cth
นี่คือสิ่งที่บกพร่องมากของ cth ตลอด 3 ปีนี้ พอผ่านช่วงสมัครสมาชิกไม่นาน cth เอาแพ็คเกจมาเล่นจนหมดรูป นักข่าวในตึกหรือต่างค่าย เคยก่นด่าถึงวิธีการแบบนี้ ขายแป๊ปๆ ลดราคา ไม่ต่างอะไรจากเราไปซื้อคอนโด 5 ล้านกลางเมือง แล้วจู่ๆ ทางโครงการประกาศเหลือ 3 ล้านบาท !
ที่น่าขำไปกว่านั้น คนข่าวบางคนใกล้ๆ ตัวนี้แหละ สมัครไปเป็นคนแรกๆ ดูไปจะหนึ่งชาติ จู่ๆ ทางบริษัทโทรมาถามว่า จะเป็นสมาชิกมั้ย พอเขาบอกว่า ไม่มีการเก็บเงินมา 10 เดือนแล้ว ทางพนักวานกลับบอกว่า คุณไม่มียอดค้างชำระ ! งงค่ะ งง
3. ความหลากหลายของทีมพากย์แบบ “ทรู”
ผมดูบอลมาน้อย ความรู้ก็นิดเดียว แต่ถึงโลกทัศน์คับแคบ ก็รู้ได้ว่า ทีมพากย์ของ ทรู ที่เคยตามดูในอดีตนั้น มีความหลากหลายทางความคิด และ content เราจะเห็นทีมพากย์ของทรู มีทั้งคอลัมนิสต์, นักฟุตบอลทีมชาติ, โค้ชที่ผ่านงานมามาก, กูรูฟุตบอล, ผู้จัดการทีมในไทยลีก, เซเลบลูกหนัง ฯลฯ
จะเห็นด้วยหรือมองแย้ง กับทีมพากย์และคอมเมนท์เตเตอร์ ... แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกดีคือ ความหลากหลายจากหลากหลายอาชีพ ...เหมือนกินอาหารสมอง ก็ไม่ได้มีแต่ส้มตำ กระเพราะหมู แต่ยังมีปลาแซลม่อน, สุกี้, สลัดผักอิตาเลียน ที่มาพร้อมไวน์เชวาบลองปี 1961
อ้อ แล้วนักพากย์ไม่หยาบคาย ให้เกียรติคนดู ...เพราะถึงในสวนป่า จะมีตะกวด จิ้งเหลน กิ้งก่า และตัวเหี้ย แต่อย่าลืมว่า บนท้องฟ้า มีนก ผีเสื้อ และอินทรีย์
4. งานอีเวนท์ฟุตบอล
สิ่งหนึ่งที่ ทรู เก่งมากคือการจัดการงานอีเวนท์ ทั้ง indoor และ outdoor แม้แต่การจัดงานฟุตบอล ในโรงหนัง ก็เคยทำให้ฟุตบอล กลายเป็น alternative content ที่หลายค่ายทำตามมาแล้ว
5. การสร้างรายการที่หลากหลายห่อหุ้มสถานี
อย่างที่ทราบนะครับว่า ไม่ใช่ว่า สถานีไหนได้ลิขสิทธิ์ถ่ายสดฟุตบอลลีกแล้ว มันจะจบแค่นั้น มันยังมีหน้าที่ต่อสังคม ต่อแฟนบอล ที่จะต้อง educate ผู้ชมไปด้วย กล่าวคือ มีรายการเกี่ยวกับแง่มุม ความรู้ มานำเสนอ เพราะฟุตบอลไม่ได้หมุนกลิ้งอยู่สนามหญ้า
สิ่งที่มันหมุนไปรอบๆ โลก ก็คือ แง่มุม Point of view เรื่องดนตรี หนัง แฟชั่น วรรณกรรม รากเหง้า ภาพยนตร์ อารมณ์และความรู้สึก ... ทรูทำส่วนนี้มาไม่น้อย แม้จะยังไม่มาก แต่ก็ทำ
ปรากฏการณ์การกวาดฟุตบอลลีกหมดเกลี้ยงของ ทรู ปีนี้ และจากนี้
เห็นทีจะบอกว่าเป็น the king of soccer ไม่พอ
เพราะถ้อยคำและถ้อยความที่เหมาะสม ก็คือ...
True Move, True Vision & True Football !



