
อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again 9
‘ยิ่วเชียน’ ยิ่งรู้สึกดีกับ ‘อันซี’ มากขึ้นทุกวัน แม้ในความรู้สึกนั้นจะมีความแค้นปะปนอยู่ก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถทนเห็นเธอเจ็บปวดได้
อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again 9
ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26
อันซีเดินวนพลางมองออกไปนอกบ้าน พอเห็นรถของยิ่วเชียนแล่นเข้ามา อันซีดีใจรีบวิ่งลงไปหา ยิ่วเชียนบอกว่าหย่งชิงตัดสินใจอยู่ต่อ หย่งชิงสั่งอันซีให้พาคนของเธอเอาของไปเก็บที่ห้องยิ่วเชียน อันซีรับคำอึ้งๆ แต่ยิ่วเชียนบอกว่าเขาพาไปเอง
ยิ่วเชียนเดินนำไป คนของหย่งชิงเดินถือกระเป๋าข้าวของของหย่งชิงหลายใบตามยิ่วเชียนไป หย่งชิงมองพวกอันซีเหยียดๆ ก่อนเดินเข้าไปข้างใน จื้อหลิงกับเหม่ยเหวินมองไม่อยากเชื่อ ว่าจะมีลูกค้ารวยๆ มาพักแถมหยิ่งยโส จื้อหลิงเพ้อว่าได้ใส่ชุดแบบหย่งชิงเธอคงสวย เหมยเหวินสรุปว่าเธอที่เธอขาดคือพ่อแม่รวย อันซีก้มมองเสื้อผ้าผิวพรรณของตัวเองที่เทียบกับหย่งชิงไม่ได้เลย
อันซีเดินเข้ามาในร้านขายเสื้อผ้าน้าจิง เพื่อมาส่งอาหาร เธอเห็นลิปสติกก็ตัดสินใจซื้อมาแท่งหนึ่ง พอเพื่อนเห็นก็ว่าช่วยอุดหนุนน้าจิง
อันซีเริ่มชอบยิ่วเชียนเข้าแล้ว เธอจึงรู้สึกแปลกๆ เมื่อรู้ว่าเขาเป็นแฟนกับหย่งชิงและยังพักห้องเดียวกันอีกด้วย เวลาอาหารก็ออกไปทานกันสองคน
อันซีไม่สามารถอยู่บ้านได้อีกต่อไป เธอออกมาข้างนอก ถอนหายใจ โมโหตัวเองที่มีอาการหวั่นไหวแบบนี้ อันซีเดินออกนอกรั้วบ้านไปอย่างเดียวดาย
ยิ่วเชียนเองก็รู้สึกคิดถึงอันซี เขาบอกหย่งชิงว่าจะออกไปซื้อน้ำแร่ให้เธอ หย่งชิงว่าให้พวกเจ้าของบ้านพักดูแลแต่ยิ่วเชียนไม่ฟังขอออกไปเอง
ยิ่วเชียนลงมาไม่เจออันซี เขานเดินออกมาหน้าบ้าน มองไปทางทุ่งกว้าง เขาเดินไปเรื่อย จนไปถึงหน้าผาที่อันซีชอบไปตะโกนระบายความเครียด พลันก็ได้ยินเสียงอันซีตะโกน
“เฮลโล ฉันอยู่ตรงนี้”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ เดินเข้าไปหา ระหว่างนั้นอันซีพึมพำกับตัวเอง
“เฮ้อ แปลกแฮะ วันนี้ตะโกนยังไงในใจก็ยังรู้สึกเบื่อๆ”
“เบื่อเรื่องอะไรเหรอ”
อันซีตกใจแต่ก็ยิ้มให้ “มานั่งตรงนี้ คุณรู้จักที่นี่ได้ไง”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ นึกถึงที่เคยมากับอันซีเมื่อสมัยเป็นนักเรียน “เธอล่ะ มาที่นี่ทำไม”
อันซียิ้มๆ แล้วตะโกน “มาชมวิว คุณล่ะ”
ยิ่วเชียนตะโกนบ้าง “ฉันก็มาชมวิวเหมือนกัน”
ทั้งสองหัวเราะในการกระทำของยิ่วเชียน แล้วต่างก็ตกในภวังค์ มองตากันอย่างลึกซึ้ง อันซีนึกขึ้นได้รีบปิดปากตัวเอง ยิ่วเชียนขำๆ อันซีก็ขำแล้วอดไม่ได้ต้องพูดก่อน
“ร้ายมาก คุณรู้ใช่มั้ยว่าฉันต้องพูดก่อนแน่ๆ” ยิ้มเชียนยิ้มๆ ที่หญิงสาวรู้ความคิดเขา
“นี่คุณเซี่ย วันนี้ตอนเช้าคุณแพ้แล้วนะ ดังนั้นต้องคิดหัวข้อเรื่องคุย”
“ได้สิ หัวข้อเรื่องของฉันคือ ทำยังไงถึงจะผ่านไปวันหนึ่งอย่างสงบ”
“เฮ่อ หัวเรื่องแบบนี้เหรอ” อันซีจะลุก แต่ยิ่วเชียนจับไว้
“ได้สิ ครั้งนี้คุณจะจับฉันเองนะ” อันซีนั่งลงต่อ
“เฮ้อ ที่นี่สวยจังเลย ที่นี่เหมือนฐานหิ่งห้อยที่ฉันพาคุณไปครั้งก่อน มีแต่เจ้าถิ่นอย่างพวกเราเท่านั้นที่รู้ จริงสิ โรงเรียนของหยาลู่มีสไลล์เดอร์ที่สุดยอดมาก คราวหลังถ้าคุณอารมณ์ไม่ดีฉันจะพาไป”
“อื้ม” ยิ่วเชียนมองหน้าอันซีพลางคิด “เธอคนนี้ คือผู้หญิงร้ายกาจที่อยู่ในความทรงจำของฉันรึเปล่า”
อันซีเห็นยิ่วเชียนนิ่ง ได้แต่จ้องหน้าเธอก็แปลกใจ
“มีอะไร นี่ คุณมองฉันแบบนี้ไม่โอเคเลยนะ คิดหัวเรื่องคุยไม่ได้ใช่มั้ย”
ยิ่วเชียนหน้านิ่ง “ฉันได้ยินพี่เหม่ยเหวินพูดว่า วันเกิดครบรอบสิบแปดปีของเธอ เกิดเรื่องใหญ่กับเธอมากเลยเหรอ”
“นี่เหรอหัวข้อเรื่องของคุณ”
“เพราะอะไร” ยิ่วเชียนมองหน้าหญิงสาว อยากรู้จริงๆ
“วันนั้นฉันทะเลาะกับพ่อฉัน”
“แล้วยังไงล่ะ เพราะอย่างนั้น เลยมาใส่อารมณ์กับคนอื่นอย่างงั้นเหรอ”
“เหม่ยเหวินนี่เล่าให้คนอื่นฟังทุกเรื่องเลย”
“ถ้าไม่ใช่เธอปฏิเสธฉันได้นะ”
“ใช่ พอดีว่าวันนั้น มีคนคนหนึ่งมาหาฉัน”
“แล้วไงต่อ”
“แล้วฉันก็ด่าเขาไปน่ะสิ”
“แต่ฉันได้ยินมาว่า เขามาสารภาพรักเธอนะ”
อันซีตกใจมองหน้ายิ่วเชียน “คุณรู้ได้ไง เรื่องนี้ฉันไม่เคยพูดกับใครเลยนะ พี่เหม่ยเหวินก็ดูเหมือนจะไม่รู้”
“ฉันอาจจะฟังผิดน่ะ”
“แต่ที่คุณพูดก็ถูก เขามาสารภาพรักฉันจริงๆ”
“แล้วเพราะอะไร เพราะเธอไม่ชอบเขาเหรอ ถึงได้ต่อว่าเขาไป”
“โธ่เอ๊ย มันไม่เกี่ยวกับว่าชอบหรือเกลียดหรอก ถือว่า เขาโชคร้ายแล้วกัน” อันซีลุกขึ้นยืน
“เธอไม่มีความรู้สึกผิดสักนิดเลยเหรอ”
“รู้สึกผิดหรือไม่จะมีความหมายอะไรล่ะ เรื่องก็ผ่านมานานมากแล้ว เปลี่ยนหัวเรื่องคุยเถอะ คุณนี่คุยยากจริงๆ”
ยิ่วเชียนลุกขึ้นมายืนจ้องหน้าอันซี พูดอย่างจริงจัง
“เธอไม่สนใจความรู้สึกเขาเลยเหรอ การชอบใครคนหนึ่งไม่ง่ายเลยนะ จะสารภาพรัก ก็ต้องมีความกล้าหาญ นอกจากนี้เขา”
“โธ่เอ๊ย เขาจะเป็นอะไรเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย นี่ คุณเห็นว่าฉันเป็นแบบนี้ เมื่อก่อนมีคนมาจีบฉันเยอะนะ ถ้าฉันต้องดูแลความรู้สึกของทุกคน ฉันก็เหนื่อยตายสิ”
“เธอไม่ได้เหนื่อยตายเพราะมีคนจีบเยอะหรอก”
“ใช่แล้ว เป็นเพราะ ฉันมีวิธีของฉันไงล่ะ”
“วิธีอะไร”
“ก็คือ ฉันพูดกับคนที่จีบฉันว่า ถ้าจะจีบฉัน ให้ไปเอาน้ำตานางฟ้า”
“แปลว่าการไปเอาน้ำตานางฟ้า เป็นแค่วิธีทดสอบของเธองั้นเหรอ”
“เฮ่อ มันก็ใช่”
“เป็นแค่เรื่องตลกของเธอเท่านั้น”
“คุณจะพูดแบบนี้ก็ได้ ไม่งั้นฉันจะเอาน้ำตานางฟ้ามาทำไม”
ยิ่วเชียนคิดในใจ “ที่แท้ ฉันไม่ได้เข้าใจเธอผิดเลย เธอไม่แคร์เลยแม้แต่น้อย”
อันซีเห็นยิ่วเชียนนิ่งอึ้งไปก็แปลกใจ “เป็นอะไร”
“ฉันจะกลับแล้ว” ยิ่วเชียนทนไม่ได้กับเรื่องที่ได้รับรู้ เขาเดินดิ่งออกไปทันที
“นี่ คุณจะกลับเลยเหรอ ยิ่วเชียน เซี่ยยิ่วเชียน เฮ่อ อะไรของเขา อารมณ์เสียง่ายขนาดนี้เชียว”
หย่งชิงเดินลงมาด้านล่าง จื้อหลิงสวนมาเจอก็บอกว่านึกได้แล้วว่าหย่งชิงคือนางแบบโฆษณา แต่หย่งชิงไม่ได้ใส่ใจจื้อหลิงเลยถามว่าเห็นยิ่วเชียนหรือเปล่า บังเอิญเห็นยิ่วเชียนกลับมาพอดี
ยิ่วเชียนเดินลิ่วกลับมาหน้าบ้าน อันซีวิ่งตามมา
“ยิ่วเชียน คุณรอฉันด้วยสิ คุณเป็นอะไรกันแน่ ทำไมไม่พูดเลย คุณพูดบ้างสิ ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”
หย่งชิงเดินออกมาหน้าบ้านถามยิ่วเชียนว่าน้ำเธอละ ยิ่วเชียนนิ่งๆ เหม่ยเหวินตามออกมา เห็นหยาลู่กลับมาพอดี จื้อหลิงกับอันซีรีบวิ่งไป อันซีกวิ่งเข้าไปกอดหยาลู่ ยิ่วเชียนมองตามนิ่งๆ หย่งชิงลอบสังเกตอาการของยิ่วเชียน พวกอันซีต้อนรับหยาเอินกอดคอกันอย่ารักใคร่
“เย่จือไห่อยู่กันครบแล้ว” จื้อหลิงตะโกนอย่างดีใจ
หยาลู่เห็นหน้ายิ่วเชียนก็แปลกใจ “อันซี เอ่อ เขา”
“อ้อ ใช่แล้ว ตั้งแต่พวกนายไม่อยู่ คุณเซี่ยก็อยู่ที่นี่ตลอด พวกนายคงไม่รู้สินะ คุณเซี่ยจ่ายหนี้ค่าบ้านพักหมดแล้ว ตอนนี้พวกเราเป็นไทแล้ว นับจากนี้ไป เราไม่ต้องถูกเจียงไห่โค่ขู่อีกแล้ว”
หย่งชิงได้ฟังเรื่องนี้ก็ยิ่งสงสัย หันไปมองยิ่วเชียนอย่างพิจารณา ยิ่วเชียนยิ้มนิดๆ
“คุณเซี่ย ขอบคุณนะครับ” ยิ่วเชียนพยักหน้านิ่งๆ
ยิ่วเชียนเดินกลับเข้ามาในห้อง หยิบน้ำดื่ม หย่งชิงมองอย่างจับผิด
“คุณใจดีอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ช่วยคนอื่นชำระหนี้ด้วยเหรอ ก่อนหน้านี้ พี่ชายฉันพูดว่าตอนคุณอยู่โรงพยาบาลเหินเซิง ช่วยผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นโรคหัวใจ หาหมอรักษา เพราะว่าหมอของเขาไปต่างประเทศ ช่วงนี้คุณมีน้ำใจจังเลยนะ”
ยิ่วเชียนเงียบๆ หย่งชิงว่า “คุณคงไม่ได้โกรธอยู่ใช่มั้ย”
“ผมโกรธไม่ได้หรือไง”
“ได้สิ เพียงแต่ไม่เคยเห็นคุณเป็นอย่างนี้มาก่อน ฉันเลยรู้สึกแปลกๆ ฉันคิดว่าคุณโกรธแล้ว จะเงียบๆ ไว้ซะอีก คุณมักจะพูดว่าตอนเราเจอกันครั้งแรกฉันไร้มารยาทไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนั้นคุณไม่ได้อารมณ์เสียซะหน่อย”
หย่งชิงนึกถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อเธอได้พบกับยิ่วเชียนครั้งแรก วันนั้นเธอและเพื่อนอีก 2 คน เห็นบริกรในร้านเดินไปไล่ยิ่วเชียนที่ยืนอ่านหนังสืออยู่หน้าร้านให้ไปอ่านที่อื่น แต่เขาบอกว่าเป็นที่สาธารณะ หย่งชิงออกไปบอกเองก็โดนยิ่วเชียนไล่ ไม่คิดว่าจะเจอผู้ชายแบบนี้
ยิ่วเชียนนึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน เขาเดินมานั่งข้างๆ หย่งชิง
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะสนใจผมมากขนาดนี้”
“นั่นเป็นเพราะว่า คุณในตอนนี้น่าสนใจมาก ถ้าคุณเป็นแบบนี้แต่แรก ก็คงดี”
“ผมดีใจที่ทำให้คุณสนุก” หย่งชิงยิ้มให้
หยาลู่กับหยาเอินกำลังฟังจื้อหลิงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนทั้งสองไม่อยู่ออกอย่างรส จนถึงเรื่องที่อันซีพูดออกไมค์จนคนเข้าใจผิด อันซีรีบปิดปากไม่ให้เล่า แล้วบอกว่าจะฉลองที่หยาเอินออกจากโรงพยาบาล เหมยเหวินให้ไปเรียกยิ่วเชียนมาฉลองด้วย อันซีอาสาขึ้นไปเรียกให้
อันซีไปเรียกยิ่วเชียนจะไม่ยอมลงมา แต่หย่งชิงอยากเห็นบางอย่างจึงชวนยิ่วเชียนไปร่วมฉลอง อ้างว่าน่าสนุกดีพลางแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นแฟนยิ่วเชียน
พวกอันซีอยู่ที่โต๊ะอาหาร จื้อหลิงจ้อไม่หยุด ระหว่างนั้นยิ่วเชียนเดินลงมากับหย่งชิง จื้อหลิงเห็นดีใจ รีบเข้าไปต้อนรับ ทุกคนเอ่ยต้อนรับทั้งคู่
อันซีร้องบอกทุกคน “กินเยอะๆ ใครจะเอาสปาเก็ตตี้อีกมั้ย กินเยอะๆ นะ เอาสปาเก็ตตี้มั้ย”
ระหว่างนั้น ยิ่วเชียนหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดทำความสะอาดตะเกียบ ถ้วยชาม ทั้งของเขาและหย่งชิงพวกอันซีต่างอึ้งมอง ยิ่วเชียนรู้ตัวว่ามีคนมองจึงพูดขึ้น
“พวกคุณไม่กินเหรอ”
“เอ่อ กินๆๆๆ นี่ จื้อหลิงอยากกินสปาเก็ตตี้ไม่ใช่เหรอ”
อันซีพูดทำลายความเงียบ แล้วตักอาหารแจกให้ทุกคน ยิ่วเชียนมองอาหารบนโต๊ะอย่างพิจารณา อันซีหันไปบอกหยาลู่
“หยาลู่ นายกินนี่หน่อยสิ ของโปรดของนาย เหม่ยเหวินไปซื้อมาให้นายแน่ะ”
“ขอบคุณ”
ยิ่วเชียนหยิบชามสลัดมาจะตักให้หย่งชิง พลางถาม “มีน้ำสลัดที่สดชื่นกว่านี้หรือเปล่า ไม่เอาแบบฝรั่งเศส และไม่เอาซีซาร์”
“มีซอสน้ำมันญี่ปุ่นได้มั้ย” เหม่ยเหวินว่า
“ก็ได้” ก่อนเหม่ยเหวินจะลุกไปหยิบซอส เธอหันมาบอกอันซี
“จริงสิ อันซี กินกุ้งเยอะๆ นะ เธอทำงานหนักต้องบำรุงหน่อย พวกเธอสองคนด้วย”
“บำรุงร่างกายเหรอ” อันซีถามงง อันซีหยิบกุ้งมาแกะด้วยมือ หย่งชิงหันมาบอกยิ่วเชียน
“ฉันจะกินกุ้ง”
ยิ่วเชียนค้านว่า “คุณไม่กินอาหารทะเลไม่ใช่เหรอ”
หย่งชิงยิ้มๆ ยิ่วเชียนจึงคีบกุ้งมาใส่จานเขา แล้วใช้ช้อนแกะกุ้ง ในขณะที่อันซีแกะกุ้งเสร็จจะยื่นใส่จานยิ่วเชียน แต่หย่งชิงพูดสวนขึ้น
“ว้าว ปอกกุ้งด้วยมือมีความจริงใจเต็มร้อยจริงๆ”
อันซีชะงัก ยิ่วเชียนเห็นใจอันซี ยกจานจะรับกุ้ง แต่หยาลู่รีบบอก “ให้ฉันเถอะ”
“ฮิ ได้ๆๆ” อันซีหน้าเจื่อน ยิ่วเชียนเองก็สงสารหญิงสาว พลางหันมามองหย่งชิงอย่างไม่พอใจ
“มาๆๆ ซอสน้ำมันญี่ปุ่นมาแล้ว” เหม่ยเหวินบอก
“ขอบคุณครับ” ยิ่วเชียนอึกอัก
“เมื่อกี้คุณยังโกรธอยู่ไม่ใช่เหรอ” หย่งชิงพูดยิ้มๆ
“ไม่ต้องพูดแล้ว” ยิ่วเชียนปราม
อันซีรู้สึกว่าตัวเองทนนั่งต่อไปไม่ไหว หยาลู่หันมาเห็น “เธอเป็นอะไร”
ยิ่วเชียนมองหยาลู่และอันซีอย่างไม่พอใจ เขามองอันซีตลอดเวลา หย่งชิงแอบสังเกตเห็น ยิ่งนึกสนุก อันซีอึกอัก
“เอ่อ ไม่มีอะไร เฮ่อ ฉันเป็นอะไรล่ะ เปล่านี่ ฉันลืมไปเลย วันนี้เราฉลองที่หยาเอินออกจากโรงพยาบาลนี่ มา หยาเอิน ดื่มกับพี่หนึ่งแก้วนะ”
“จ้ะ” หยาเอินยกแก้ว
จื้อหลิงขัดขึ้น “ทำไมหยาเอินต้องชนแก้วกับเธอคนเดียว เขาต้องชนแก้วกับทุกคนสิ”
“ถูก ทุกคนดื่มด้วยกัน” เหม่ยเหวินบอก
“ใช่แล้ว มาๆๆ” อันซีเรียกทุกคน
หย่งชิงหันมาถามยิ่วเชียน “คุณไม่ยกแก้วเหรอ”
ทุกคนอึ้ง แต่จื้อหลิงบอกยิ้มๆ “ไม่เป็นไร เราชินแล้วที่คุณเซี่ยไม่ดื่มร่วมกับเรา ไม่เป็นไรๆ มาๆๆ พวกเราชนแก้ว”
อันซีชนแรงไป จนน้ำส้มกระฉอก หยาลู่รีบเช็ดมือให้อันซี หย่งชิงเห็นทั้งสองคน ก็นึกสนุก พูดขึ้น
“คุณสองคน เป็นแฟนกันเหรอ”
ทุกคนต่างมองหน้าหย่งชิง หยาลู่กับอันซีรีบปฏิเสธ “เอ่อ ไม่ใช่ๆๆ”
“จะเป็นไปได้ไง ไม่มีเรื่องแบบนี้หรอก” หยาลู่ย้ำ
ยิ่วเชียนหันมาดุหย่งชิง “คุณอย่าถามไร้สาระแบบนี้ได้มั้ย”
“อย่าถามอะไร เรื่องจับคู่ให้พวกเขาเหรอ คุณไม่คิดว่าพวกเขาเหมาะสมกันเหรอ น้องสาวเธอไม่รู้สึกว่าพวกเขาเหมาะสมกัน”
หยาเอินอึกอัก หย่งชิงหันไปถามทุกคน
“พี่สาว ไม่รู้สึกว่าพวกเขาเหมาะสมกันเหรอ แฟนคลับ เธอไม่รู้สึกเหรอ ผู้ชายก็อ่อนโยน ผู้หญิงก็เข้ากับคนง่าย ถ้าเธอให้โอกาสผู้ชายคนนี้สักครั้งล่ะก็ คราวหน้าถ้าฉันมาอีก พวกเธออาจแต่งงานมีลูกกันแล้วก็ได้”
อันซีหน้าเสีย ยิ่วเชียนไม่พอใจมาก ลุกขึ้น “หูหย่งชิง”
หย่งชิงไม่สะทกสะท้าน ระหว่างนั้น เสียงต้าเหว่ยดังมาจากข้างนอก
“หูหย่งชิงออกมานะ”
“ไม่ต้องไปสนใจเขา” หย่งชิงบอก
“ได้ยินมั้ยหูหย่งชิง ออกมานะ”
อันซีทนไม่ได้ ลุกออกไป หยาลู่ เหม่ยเหวิน และจื้อหลิง ต่างเรียกไว้ แล้ววิ่งตามอันซีออกไป
อันซีออกมาเผชิญหน้ากับต้าเหว่ยถามว่าต้องการอะไร เขาบอกให้เรียกหย่งชิงออกมา
“คุณหูเป็นแขกของเรา ถ้าคุณมีธุระอะไรคุยกับฉันแทนก็ได้”
เหม่ยเหวินรีบช่วยพูด “ใช่ค่ะ มีอะไรเราคุยกันได้ อย่ามีเรื่องกันที่นี่เลยค่ะ ฉันขอร้อง”
“ฉันบอกให้เรียกหูหย่งชิงออกมา ไม่เข้าใจหรือไงหะ”
ยิ่วเชียนเดินออกมา “เรื่องของหูหย่งชิง นายคุยกับฉันดีกว่า”
“นี่คือเรื่องระหว่างฉันกับหูหย่งชิง นายยุ่งอะไรด้วย หะ”
หย่งชิงเดินออกมาอย่างสบายใจ “คุณมาเอะอะโวยวายอะไรกัน ฉันต้องพูดกี่ร้อยรอบถึงจะเข้าใจ เรือยอร์ช บ้านฉันไม่มีเหรอ ฟังเพลง ฉันไม่เคยฟังเหรอ กินข้าว ช็อปปิ้ง มันพิเศษสำหรับคุณขนาดนั้นเชียวเหรอ แต่สำหรับฉันแล้วคนอย่างคุณน่าเบื่อมาก”
“ผมน่าเบื่อ แล้วเขาไม่น่าเบื่อเหรอ”
“อย่าถามคำถามที่ทำให้คุณหน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ ดีกว่านะ”
“ได้สิ ได้ยินว่าคนมีชื่ออย่างพวกคุณ กลัวความอับอายที่สุดนี่ อัดคลิปเอาไว้” ต้าเหว่ยหันไปบอกลูกน้อง
ต้าเหว่ยก้มลงไปหยิบถังสีขึ้นมาสาดใส่หย่งชิงกับยิ่วเชียน อันซีเห็นรีบเข้าไปขวาง
หยาลู่ตะโกนตกใจ “อันซี”
เหม่ยเหวินกับจื้อหลิงกรีดร้องเมื่อเห็นอันซีโดนถังสี ยิ่วเชียนรีบเข้าไปบังหย่งชิง
“แม้แต่เรื่องแค่นี้ยังทำไม่สำเร็จ เฮอะ” หย่งชิงเยาะ
ต้าเหว่ยโมโหจะเข้าไปทำร้ายหย่งชิง เขาผลักอันซีออกไปให้พ้นทาง ยิ่วเชียนเข้ามาห้ามต้าเหว่ย
“นี่ อย่าให้มันมากเกินไปนะ ฉันมีกว่าร้อยวิธี จะทำให้นายดู อย่าได้คืบแล้วจะเอาศอก”
“แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร หะ”
ยิ่วเชียนหันไปมองเห็นด้านหลังของอันซีที่เสื้อหลุดลุ่ยออกมา เห็นแผลเป็นยาว เขารีบเข้าไปหาเธอด้วยความโมโหและเป็นห่วง
“อันซี” อันซีหลับตาเพราะแสบตา
“เธอไม่กลัวหรือไง ถ้าพวกเขาสาดน้ำกรดจะทำยังไง”
อันซีไม่คิดจะโต้ตอบเพราะแสบตา หย่งชิงพูดใส่หน้าต้าเหว่ย
“คุณลืมแล้วเหรอว่าคุณมีคู่หมั้นแล้ว ทุกคนมารวมตัวกัน คุณก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ คู่หมั้นของคุณจะปล่อยคุณไปเหรอ ครอบครัวของคู่หมั้นคุณจะปล่อยคุณไปเหรอ เฮ่อ คุณจะอัดคลิปไปให้ใครดู เพราะคนที่ถูกหัวเราะเยาะ ก็คือคุณ เรื่องโง่ๆ อย่างนี้คุณยังทำออกมาได้ แล้วคิดเหรอว่าฉันจะชอบคุณ เชอะ”
หย่งชิงเดินเข้าบ้านไป หยาลู่และเพื่อนรีบเข้ามาดูอันซี แล้วพาเข้าบ้านไป ยิ่วเชียนมองอันซีด้วยความเป็นห่วง ก่อนหันมามองต้าเหว่ยอย่างไม่พอใจและตามเข้าบ้านไป
ยิ่วเชียนนั่งเงียบๆ นึกถึงตอนที่ต้าเหว่ยยกถังสีสาดแล้วอันซีเข้ามาขวางไว้ นึกถึงรอยแผลเป็นของเธอ สักครู่เหม่ยเหวินเดินเข้ามา หยาเอินรีบเข้าไปถามเหม่ยเหวินตัดบทว่าอันซีไม่เป็นอะไรแล้วให้หยาเอินกลับไปพัก แต่หยาเอินยังเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรหรอก เขาไม่ได้บาดเจ็บ พวกเธอก็รู้จักเขาดีไม่ใช่เหรอ เขากล้าหาญ ใจใหญ่มาตั้งแต่เด็ก กลับไปๆ รีบกลับไปพักผ่อนได้แล้ว”
หยาลู่พาหยาเอินกลับไปพร้อมจื้อหลิงด้วย เหม่ยเหวินหันมาเห็นยิ่วเชียนยังนั่งอยู่ที่โซฟา เขาถามถึงแผลเป็นที่ด้านหลังอันซี เหม่ยเหวินสวนว่า
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“แผลเป็นนั่น ดูแล้วค่อนข้างร้ายแรงนะ”
“นั่นเป็นเพราะเจียงไห่โค่ คุณพอใจหรือยัง”
“เจียงไห่โค่เหรอ เขาทำอะไร เขาตีเธอเหรอ”
“เขาจะตีอันซีได้ยังไงล่ะ”
“งั้น เพราะอะไรเหรอครับ” ยิ่วเชียนถามอย่างสนใจมาก
จบตอนที่ 9



