บันเทิง

eat play life / นันทขว้าง สิรสุนทร 24 ก.ค.

eat play life / นันทขว้าง สิรสุนทร 24 ก.ค.

24 ก.ค. 2559

บริบทไลฟ์สไตล์และการเขียน

eat play life / นันทขว้าง สิรสุนทร 24 ก.ค.

       ในแม็กกาซีน The Good Life ของฝรั่งเศสเล่มล่าสุด มีรายงานว่า สินค้าแบรนด์เนมของปารีสซึ่งมีความหยิ่งยโสในสถานะของตัวเอง มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อยอม “ทำการตลาด” กับสินค้าท้องถิ่นในหลายๆแห่ง แม้แต่ประเทศที่ในอดีต ไม่เคยขาย product ของชาตินี้

       นี่คือแง่มุมที่นิตยสารเทรนดี้แนว urban trends city มากๆ อย่าง Monocle เคยเขียนอยู่บ่อยๆว่า ทุกอาชีพสินค้าในตอนนี้ ปรับตัวเข้าหา lifestyle กันหมดแล้ว

ไวน์ราคาราคาแพง ไม่ได้ยืนอยู่ในร้านไวน์ มันออกมาจากไร่องุ่น ไปหาเทศกาลต่างๆ เพื่อนำเสนอตัวเอง, คอนโดหรูกลางเมือง ก็ไม่ใช่นั่งเชิดหน้าอยู่ริมถนน มันจัดสัมมนา กิจกรรมครอบครัว สร้าง story เพื่อให้ “คนมาซื้อ”

       หรือ - นมกล่อง สีทาบ้าน กระทั่งประกันชีวิต ล้วนปรับตัวเข้ามาหาเทรนด์ lifestyle กันหมด (เช่นออกแบบกรมธรรม์ว่า ใครออกกำลังกายบ่อยๆ กินผักมากๆ ถ้าสุขภาพดีขึ้น จะลดเบี้ยประกันในปีต่อไป) ธุรกรรมการเงินการธนาคาร ถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะทาง ที่มีบุคลิกเฉพาะตัว ไม่ใช่ข้าวแกง ไม่ใช่ดนตรี หรือการดูหนังที่มีสัมผัสง่ายๆในการเข้าหา...

การสร้างความสนใจ จึงไม่ใช่แค่... ลงข่าว ออกข่าว รายงานความเป็นไปตามขนบเดิมๆในสื่อเก่า(ทีวี นสพ. นิตยสารอีกต่อไป เมื่อนาทีนี้ โลกกลมบ้างแบนบ้าง ได้กลิ้งๆหมุนๆ เข้ามาสู่ในมือของ social media แบบหลากหลายแพลตฟอร์ม อาทิ เฟสบุ๊คไลฟ์, ทวิตเตอร์, ไลน์, อินสตาแกรม, โดรน, หรือแว่นตาเสมือนจริง ฯลฯ

eat play life / นันทขว้าง สิรสุนทร 24 ก.ค.

       นั่นหมายความว่า คอนเทนท์ 1 อย่าง หรือสินค้า 1 อัน สามารถแพร่ระบาด แผ่ขยาย กระจายตัวเองออกไปสู่หลากหลายช่องทาง ให้เราลองนึกว่า ตัวเองปล่อย นก ปู ปลาและลิง พร้อมกัน... นกบินสู่ท้องฟ้า, ปลาลงน้ำ, ปูรีบลงหลุม และลิงปีนไปอยู่บนต้นไม้

       “สัตว์” คือ คอนเทนท์ และ ท้องฟ้า น้ำทะเล หลุมกับต้นไม้ คือ “ช่องทางสื่อ” ที่จะปล่อยของ

       คำถามคือ แล้วธุรกรรมตัวเลข หรืองานธนาคาร การเงิน จะเลือกช่องทางไหน เขียนยาวสั้นอย่างไร ก้บเรื่องที่มีอยู่ในมือตัวเอง สำคัญกว่านั้น สร้างบุคลิก แต้มสีสันทำมันกับโลกใหม่อย่าง digital communication ซึ่งกลายเป็น new media ที่ทุกองค์กร ได้ค่อยๆ อพยบผู้คน เดินทางเร็วบ้าง ช้าบ้าง...ไปสู่โลกใหม่ที่ว่านี้

       อันที่จริง การนำเสนอข่าวสารนั้น สามารถนำเสนอแง่มุมของบริบท-ไลฟ์สไตล์ (context) ได้ โดยลดความเคร่งขรึมจริงจัง จากข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอทุกวัน ด้วยการนำเอาไลฟ์สไตล์แง่มุมสนุกๆมาเล่นกับคนอ่าน เช่นในเฟสบุ๊คที่สื่อสารข้อมูลได้ดีอยู่แล้ว แต่มีอยู่โทนเดียวคือ การให้ข้อมูล ข่าวสาร งานแถลงข่าว สารจากผู้บริหาร ฯลฯ

       เช่นถ้าไปสนทนากับผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย เราอาจไปสัมภาษณ์ผู้ว่าฯ แบงค์ชาติว่า หนังในดวงใจ 5 เรื่องของท่าน มีเรื่องอะไรบ้าง, เพลงคลาสสิคที่ท่านโปรดปรานคือเพลงอะไร, หรือ นิยายรักเล่มแรกที่สาวๆแบงค์ชาติอ่าน ยังตราตรึง วางไว้บนหัวนอน คือเล่มไหน ? เราก็จะได้เนื้อหาที่เบาสบาย น่าสนใจ แต่ไม่ล่องลอยไร้สาระ...

       บางวัน อาจเว้นวรรคเนื้อหาเครียดๆในเฟสบุ๊ค ด้วยการลงรูปร้านขนมปัง-กาแฟ ที่คนแบงค์ชาติชอบทานสัก 3 แห่ง หรือลูกค้าธนาคารมักชอบไปทานวันหยุด โดยมีรางวัลแรนดอมเอา เป็นวรรณกรรมขายดีเล่มใหม่ล่าสุดของ นิโคลาส สปาร์ค

พ้นจากนี้ เราสร้างคอนเทนท์สั้นๆ ได้จากเรื่องที่ทุกคนสนใจ เช่น เอาหนังชิงออสการ์ที่เกี่ยวกับการเงินการลงทุนอย่าง the big short มาเขียน เพราะยังมีคนอีกค่อนประเทศที่ดูแล้ว ไม่ได้เข้าใจทุกอย่าง (แม้แต่ชื่อหนังที่มีความหมาย)

       การเอาหนังสือ ดนตรี ภาพยนตร์ ร้านแฟชั่นการกิน มานำเสนอสั้นๆ โดยผูกโยงกับ “เนื้อหาหลัก” ทำให้เฟสบุ๊ค หรือสื่อช่องทางอื่นๆ มีความนุ่มนวล สนุกสนาน ลดท่าทีกระด้างลงไป เอา entertainment ที่เกี่ยวกับที่ทำงาน มาเล่น !

eat play life / นันทขว้าง สิรสุนทร 24 ก.ค.

       มีหนังมากมาย มีหนังสือเยอะแยะ ที่สามารถตั้งโพส ให้เชิญผู้บริหาร หรือคนที่เชี่ยวชาญมาตอบได้ ทำให้คนในเฟสฯ รู้สึกถึงการเข้าถึง

       ทุกอย่างรอบตัวเราเป็นคอนเทนท์ได้หมด ยกตัวอย่างเช่นที่พึ่งผ่านไป...อย่างฟุตบอลยูโร

       ทำไมแฟนบอลอังกฤษถึงเป็นแฟนทีมที่มีการใช้บัตรเครดิต“ รูด” เยอะสุด

       ทำไมหลังจบการแข่งขัน คนทั่วโลก ถึงจับจองการไปเที่ยวประเทศไอซ์แลนด์มากสุด

       ทำไมคนทำงานธนาคารทั่วโลก ถึงเชียร์เยอรมัน มากเป็นอันดับ 1

       จะเห็นว่า ฟุตบอลยูโร 2016 ที่ล่องลอยอยู่บนดาวดววนี้ตั้งหนึ่งเดือน เราสามารถหยิบฉวยเอาลงมาเล่นในเฟสฯ ของธนาคาร ด้วยแง่มุมที่ “เชื่อมโยง” หากันได้ อย่างไม่เคอะเขิน..

       สิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งก็คือการเลือกสร้าง “น้ำเสียงและโทนสาร” (message tones) ให้กับประเด็นต่างๆ ผ่านน้ำเสียงของคำ ...หลายคนคงเคยดูรายการ “คดีสีชมพู" ทางเวิร์คพอยท์ กับ “ทนายตอบปัญหา” หรือแม้แต่ “12 ราศี” ทางช่อง 3

       สามรายการนี้คือตัวอย่างของรายการที่มีเนื้อหาจริงจัง เรื่องเฉพาะทาง แต่เขาเอามาตกแต่ง แต้มสี ห่อของ ทำให้มันเป็นเรื่องสนุกสนาน ในการเข้าถึง ของคนทั่วไป

       เวลาคนวงนอก ได้ยินคำว่า แบงค์ชาติ ? สิ่งที่หลายคนมักคิดไปเองก่อนคือ ธนาคารที่สูงส่ง ทำงานที่ดูเครียดๆ ใส่สูท พูดจาภาษาวิชาการ ที่พร้อมจะงง

       มันไม่ได้เป็นเข่นนั้น... แถม อะไรที่เคยเป็นเช่นนั้น ก็ถูก “เปลี่ยน”(change) ไปตามเทรนด์การเปลี่ยน (ที่โอบาม่าเอามาขาย อารมณ์แมส เมื่อ 8 ปีที่แล้ว) จะเห็นได้ว่า โรงแรม สถาบันการเงิน ออฟฟิศประกันขีวิต คือตัวอย่างในการ “ลดท่าที” ละ เลิก ฟอร์มแข็งๆ (เช่นชุดทำงาน) ไปจนหมด พนักงานแบงค์แต่งตัวสนุกขึ้น มีแฟชั่นมากขึ้น เพื่อจะส่งเสียง(sound) และสาร(message) ไปยังสาธารณะชนว่า

       ท่าที ฟอร์ม ที่ดูขรึม จะไม่มีอีก

       ความข้างต้นที่เอ่ยถึงนี้ คือ เสียง คือโทน คือท่าที ...ที่ปรับเปลี่ยนระหว่างนำเสนอคอนเทนท์

       สิ่งสำคัญคือ ในแต่ละแพลตฟอร์มช่องทางนั้น ทั้งเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกม ไลน์ ต่างมี “ท่าทีของเสียง” ที่จะสื่อสารส่งไป แตกต่างกันมาก

       เช่น เฟสบุ๊ค ตอนเช้ากับตอนบ่าย ตอนกลางคืน, ความยาว 3 พารากราฟ, บุคลิกของถ้อยคำ, การจับเรื่องที่ไกลตัวเกินไป, sense of humour, ฯลฯ

       ถ้าหัวข้อที่ 1 คือ “ร่างกาย”

       เรื่องที่ 2 นี้ก็คือ "เสื้อผ้า" และ การแต่งหน้าทาปาก"

       ฉะนั้น การเขียน การนำเสนอ หรือการคุ้ยรื้อแง่มุมนั้น เป็นหัวใจอย่างหนึ่งของการนำเสนอเนื้อหางาน ที่คนชนะไม่ใช่ต้องระดมของหนักๆ เข้าใสสายตาคนอ่าน

       แต่อยู่ที่การจัดการ บริหารภาพรวม

       ให้ออกมากลมกลืนมากที่สุด...