บันเทิง

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  6

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 6

20 ก.ค. 2559

‘อันซี’ ดีใจมากที่ยิ่วเชียนสามารถช่วยเธอปลดหนี้จากไห่โค่ได้สำเร็จ

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  6

ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26

    อันซีหยิบก้อนหินแล้วเดินไปดูที่หน้าต่าง เสี่ยวหูกับต้าหูเห็นก็รีบหลบ อันซีมองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร ก็เดินกลับมาแกะกระดาษที่พันมากับก้อนหิน เปิดอ่าน
    “นี่มันอะไรกัน คนแซ่เซี่ย เจอกันที่บ้านผีสิง ถ้าไม่มา การแข่งขันจะไม่มีทางเกิดขึ้น คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ มีเรื่องเกิดขึ้นก่อนการแข่งขันแบบนี้ มีเพียงเจียงไห่โค่เท่านั้น”
    อันซีโมโห ขยำกระดาษปาทิ้งไว้ในห้อง แล้วเดินออกไปนอกบ้าน ยิ่วเชียนกลับมาที่ห้องเห็นถ้วยของหวานที่อันซีวางไว้ เพื่อนำมาให้เขา ก่อนจะโดนก้อนหินยิงใส่หัว ยิ่วเชียนลงมาถามหาอันซี จื้อหลิงว่าออกไปแล้ว แต่โทรศัพท์อยู่ในห้องครัว
    แล้วสองสาวก็เถียงกันเรื่องขนม ยิ่วเชียนก็เดินเลี่ยงขึ้นบันไดกลับไปที่ห้อง เปิดคอมพิวเตอร์จะทำงาน พลันเหลือบไปเห็นเศษกระดาษถูกขยำทิ้งอยู่บนพื้น เขาหยิบมาอ่านแล้วเข้าใจทันที
    ยิ่วเชียนวิ่งออกไปตามแผนที่ในกระดาษจนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง พลางคิดว่าบ้านเขาในอดีตกลายเป็นบ้านผีสิงตั้งแต่เมื่อไหร่ ยิ่วเชียนย่องๆ เข้าไปดู เห็นอันซีนั่งกับพื้น ถูกตะข่ายคลุมอยู่ 
    “อันซี” ยิ่วเชียนเรียกตกใจ
    “เซี่ยยิ่วเชียน เซี่ยยิ่วเชียน รีบมาช่วยฉันที”   
    “เธอมาที่นี่ได้ไง”
    “คุณน่าจะรู้แล้วนี่นา คนที่เจียงไหโค่จะเล่นงานคือคุณ ฉันมาเจรจากับเขา แต่กลับมาติดกับดักของเขา คุณดูขาฉันสิ ทำยังไงก็เอาออกไม่ได้” 
    “เธอรอนี่ก่อน”
    “เอ๊ะคุณจะไปไหน” 
    ยิ่วเชียนหยิบขวดแก้วบริเวณนั้นมาตีให้แตก แล้วนำเศษแก้วมาตัดตาข่าย
    “เป็นผู้หญิงออกมาค่ำๆ มืดๆ ทำไม เธอไม่กลัวเหรอ”
    “ฉันกลัวน่ะสิ แต่ถ้าฉันไม่มาล่ะก็ คนที่ติดกับดักคือคุณนะ” 
    ยิ่วเชียนมองหน้าหญิงสาวอย่างซาบซึ้ง
    “คนอย่างเจียงไห่โค่ เมื่อสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไม่มีทางผิดคำสาบานแน่ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่หลงเชื่อ”
    “ฉันคิดว่าเขาต้องการเจรจา ใครจะรู้ว่าวางกับดักใส่ฉันล่ะ เฮ่อ ออกได้สักที”
    “ออกมาสิ”
    “เจียงไห่โค่ อย่าให้ฉันเจอนายนะ ถ้าจู่ๆ กระถางหล่นใส่นาย ฉันนี่แหละเป็น”
    อันซีสะดุดตาข่ายที่ยังพันขาอยู่ทำให้หงายหลังล้ม ยิ่วเชียนเข้ามาช้อนตัวเธอไว้ได้ทัน ทั้งสองอึ้งมองหน้ากัน 
    “เธอเป็นคนทำเหรอ”
    “ฮิ ใช่ ฉันนี่แหละเป็นคนทำ”
    ทั้งสองสบตากัน ยิ่วเชียนห้ามใจไม่ไหว โน้มหน้าลงไปใกล้อันซี แต่แล้วเสียงฟ้าร้องดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝนตก เขาชะงัก หันไปมองสายฝน อันซีรีบดันตัวขึ้นจากอ้อมแขนของยิ่วเชียน
    “จริงด้วย ฝนตกแล้ว งั้นเราคงต้องรอตรงนี้อีกนาน ว้าว แหตกปลานี้ใหญ่มาก”
    อันซีจับแหมากางเล่นแล้วก็เข้าไปติดในแหอีก 
    “ฉันเข้าไปติดอยู่ในนั้นได้ไงนะ ออกไม่ได้ โอ้ย คุณช่วยฉันหน่อยสิ”
    ยิ่วเชียนยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มเอ็นดูแล้วเข้าไปช่วย 
    “นี่ เธอว่างไม่มีอะไรทำใช่มั้ย ก็จริงนะ เพราะมีคนอย่างเธอ ถึงได้ถูกคนอย่างเจียงไห่โค่หลอกมาที่นี่ได้ไงล่ะ” ยิ่วเชียนพูดขำๆ
    “เอ๊ะ คุณยิ้มแล้วนี่ เมี่อกี้คุณยิ้มออกมาจากใจใช่มั้ย ฉันไม่เคยเห็นคุณยิ้มมาก่อนเลย เมื่อก่อนคุณชอบทำเสียง อื้ม หะ แต่เมื่อกี้คุณยิ้มแล้วจริงๆ”
    ยิ่วเชียนเขิน รีบทำเสียงแข็ง “นี่ พอได้แล้ว”   
    ยิ่วเชียนลองเอามือไปแตะขอบหน้าต่างแล้วสงสัย
    “ไหนบอกว่าที่นี่เป็นบ้านผีสิง ทำไมไม่มีฝุ่นเลยล่ะ”
    “ก็บ้านผีสิงไง”
    ยิ่วเชียนหันหลังจะเดินไป “นี่คุณจะทำอะไร”
    “จะเข้าไปดูว่ามีผีจริงหรือเปล่า”
    “นี่ อย่าเข้าไปนะ” 
    “ไม่เป็นไรน่า ประตูไม่ได้ปิด เข้าไปแป๊บเดียว”
    ยิ่วเชียนเดินเข้าไปในตัวบ้าน อันซีรีบตามเข้าไป
    “เอ่อ งานของคุณ คงไม่รวมถึงอสังหาริมทรัพย์หรอกนะ”
    “อือฮึ บ้านหลังนี้ไม่เลวนะ ถ้าเจ้าของบ้านต้องการขาย ฉันอาจจะซื้อมันไว้ก็ได้”
    “ไม่ๆๆ ห้ามซื้อนะๆ คุณห้ามซื้อบ้านหลังนี้เด็ดขาด บ้านหลังนี้ ภายนอกอาจจะดูดี แต่ความจริง โอ้ คุณรู้สึกมั้ยว่า มีลมเย็นๆ พัดเข้ามา โอ้ว ขนลุกไปหมดเลย”
    อันซีทำเป็นหนาว ยิ่วเชียนมองงงๆ ก่อนจะหยิบไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือมาส่องดู
    “ไม่มีนะ บ้านหลังนี้ดูแลรักษาดีมาก แต่ฉันไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเจ้าของบ้านหลังนี้ถึงปล่อยให้คนอื่นสร้างข่าวลือเรื่องผีล่ะ”
    “อ้อ เพราะว่า เพราะว่า เอ่อ ตอนเจ้าของบ้านซื้อยังไม่รู้น่ะสิ เวลากลางคืนอย่างนี้ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้เลย แต่เป็นเพราะคุณ ฉันถึงยอมเล่าให้ฟัง บ้านหลังนี้ บ้านหลังนี้ ความจริงแล้วบ้านหลังนี้ถูกคำสาป” 
    “คำสาปอะไร”
    “คำสาปอะไรเหรอ คำสาปร้อยปีไงล่ะ ตำนานของบ้านหลังนี้ เมื่อก่อน มีปู่หลานอาศัยอยู่กันสองคน แต่ว่าปู่หลานคู่นี้ชอบทะเลาะกันบ่อยๆ วันหนึ่งจู่ๆ ปู่หลานคู่นี้ก็หายตัวไปเลย ตั้งแต่นั้นมา บ้านหลังนี้ก็เกิดเรื่องราวแปลกๆ ขึ้น อย่างเช่น หลอดไฟกระพริบตลอดเวลา แล้วประตูบ้านก็ชอบมีเสียงแปลกๆ และไม่มีใครรู้ว่าเสียงอี๊ดๆ นั้นมาจากไหนกันแน่ เรื่องแปลกแบบนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ดังนั้นคุณอย่าซื้อบ้านหลังนี้เลยมันไม่ดี” 
    อันซีเล่าจบก็แอบทำนิ้วไขว้กันไว้ข้างหลัง 
    “เธอจะเล่าเรื่องผี แต่จินตนาการแย่มาก” ยิ่วเชียนว่า อันซีอึ้ง “เธอน่าจะรู้จักเจ้าของบ้านหลังนี้นะ”
    “คุณรู้ได้ไง”
    “ที่นี่หมู่บ้านเล็กๆ ไม่ใช่เหรอ ถ้ารู้จักล่ะก็ เธอคงเกลียดเขามาก หรือไม่ก็ เธอนิสัยแย่ ถึงได้เล่าข่าวลืออย่างนี้” 
    “เฮ้อ ฉันแค่จะ”
    “ฉันไปดูฝนว่าหยุดหรือยัง” ยิ่วเชียนโกรธรีบเดินออกไป

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  6
    ตอนเช้า ยิ่วเชียนเข็นกระเป๋าเดินทางออกมา พร้อมแต่งตัวเรียบร้อย ขึ้นรถขับออกไปจากบ้านพักตากอากาศ อันซีก็ไปเคาะประตูเรียกอยู่นาน เหม่ยเหวินเอากุญแจมาไขเข้าไปปรากฎว่ายิ่วเชียนไม่อยู่แล้ว จื้อหลิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่ารถก็ไม่อยู่ อันซีคิดว่าไปสวนต้นหอม 
    อันซีกับจื้อหลิงเดินมาที่แปลงต้นหอมแต่ก็ไม่เจอ อันซีมองไปเห็นไห่โค่นั่งรออยู่แล้วพร้อมลูกน้องเข้ามาบอกว่าใกล้เวลานัดแล้ว จื้อหลิงเริ่มกังวล
    อันซีมั่นใจ “ไม่มีทาง เขาฝึกฝนกับฉันแล้ว เขาต้องมาแน่”
    ยิ่วเชียนกลับมาที่บ้านเก่าของเขา ที่อันซีบอกว่าเป็นบ้านผีสิง พลางนึกถึงคำพูดของอันซีเมื่อคืน ทำให้เขาน้อยใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมอันซีทำอย่างนี้
    ยิ่วเชียนนึกถึงเหตุการณ์สมัยเข้าเป็นนักเรียน เดินอ่านหนังสือมาตามทาง แต่ถูกเพื่อนนักเรียนชาย 3 คน เข้ามามาพูดกระแนะกระแหน อันซีถีบจักรยานผ่ามากลางวงแล้วคว้าข้อมือยิ่วเชียนไป
    ยิ่วเชียนกระโดดซ้อนท้ายจักรยานอันซี นักเรียนชายทั้งสามวิ่งตามไม่ทัน อันซีปั่นจักรยานออกไป แม้จะเหนื่อยแต่ก็สนุก ตื่นเต้น ยิ่วเชียนก็รู้สึกเช่นกัน เขายิ้มสนุกสนานไปด้วย และรู้สึกดีที่ได้ซ้อนท้ายมากับอันซี
    “เอ่อ ถึงบ้านฉันแล้ว จอดให้ฉันลงได้แล้ว”
    “ที่นี่เหรอ อ๋อบ้านนายอยู่ที่นี่เอง งั้นฉันกลับก่อนนะ บ๊ายบาย”
    อันซีขี่จักรยานออกไป ยิ่วเชียนมองตามยิ้มๆ ก่อนจะได้ยินเสียงนักเรียนหญิง 2 คน ที่เดินผ่านมา พูดถึงอันซีที่ปฏิเสธคนมาสารภาพรักเธอ เพราะอันซีเสนอเงื่อนไขว่าต้องไปเอาน้ำตานางฟ้าที่ทะเลสาบนางฟ้ามา ยิ่วเชียนฟังอย่างสนใจ และยิ้มดีใจ
    ยิ่วเชียนดั้นด้นไปจนเจอทะเลสาบนางฟ้า และนำขวดไปตักน้ำจากทะเลสาบนั้นมาจนได้ ขากลับเขาเดินมาในป่า แต่เกิดลื่นไถล ล้มกลิ้งไปชนต้นไม้ 
    ขวดน้ำกระเด็นไป เขาพยายามเอื้อมมือไปหยิบอย่างยากลำบาก กว่าจะคว้าขวดนั้นกลับมาได้ แต่ก็ทำให้เขาหมดแรงสลบไป เวลาต่อมา หน่วยกู้ภัยได้ออกตามหายิ่วเชียนมาในป่า 
    เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยนำร่างหมดสติของยิ่งเชียนออกจากป่า ช่วยกันปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยยิ่วเชียนยังกำขวดน้ำตานางฟ้าไว้แน่น
    ยิ่วเชียนนึกมาถึงตรงนี้ก็หน้าเศร้า น้อยใจ พลางนึกถึงคำพูดของอันซีในวันที่เขานำขวดน้ำตานางฟ้ามาให้
    “เรื่องโง่ๆ อย่างนี้นายก็ทำได้ คำพูดปัญญาอ่อนนายก็เชื่อ นายสมองเสื่อมรึไง โลกนี้ไม่มีคำว่าชั่วนิรันดร์ แม้แต่คำพูดของพ่อแม่ยังหลอกกันได้ คำพูดของฉันนายก็เชื่อ ทำไมนายโง่อย่างนี้ ทำไมถึงโง่อย่างนี้ หะ”  
    อันซีปาขวดน้ำตานางฟ้าแตกตรงหน้ายิ่วเชียน เขาตะลึงงัน เสียใจ ในขณะที่อันซีก็รู้สึกผิด ยิ่วเชียนเดินกลับไปบ้านอย่างอ่อนแรง ไป๋คังเดินออกมาเจอหลานชายก็ว่ายังไม่ได้ตรวจร่างกายให้ละเอียดเลย แล้วยิ่วเชียนก็เป็นลมล้มลงไปตรงหน้าไป๋คัง ปู่ตกใจมาก
    ยิ่วเชียนถูกนำส่งโรงพยาบาล เช้าวันหนึ่งไป๋คังเข็นรถให้หลานชายนั่งมารับอากาศบริสุทธิ์ ยิ่วเชียนถามว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน อยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนแล้ว ไป๋คังหน้าเศร้า ไม่ตอบอะไรแม้แต่น้อย จากนั้นเขาเข็นรถพายิ่วเชียนมาที่บ้าน ยิ่วเชียนมองสภาพบ้านแล้วแปลกใจ
    “ทำไมบ้านว่างเปล่าอย่างนี้ล่ะ”
    “ปู่ขายบ้านไปแล้ว” 
    ยิ่วเชียนสะอื้น “เพราะว่า เพราะการผ่าตัดของผมใช่มั้ย คุณปู่ ขอโทษครับ”
    ยิ่วเชียนตื่นจากภวังค์ หน้าหมอง ยืนมองบ้านแล้วคิดในใจ  
    “ฉันลืมไปว่า ฉันเป็นคนทำให้คุณปู่ไม่มีบ้านอยู่ ตอนนี้ ฉันกลับต้องไปเช่าบ้านพักคนอื่นอยู่”
    บริเวณแปลงต้นหอม ไห่โค่ยังคงนั่งรออยู่ ในขณะที่อันซีร้อนใจมองนาฬิกา

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  6
    ยิ่วเชียนขับรถมาตามทาง พลางคิดถึงคำพูดของปู่ที่ว่าคนอื่นทำให้เราผิดหวังได้ แต่เราห้ามทำให้คนอื่นผิดหวัง
    ไห่โค่นั่งยิ้มอารมณ์ดี คิดว่ายิ่วเชียนไม่มาแข่งขันแน่นอน ไห่โค่ลุกขึ้นมาจับมืออันซีบอกให้เป็นของเขาเถอะ แต่เธอรีบสะบัดออก ทันใดนั้นยิ่วเชียนก็ขับรถเข้ามา ไห่โค่หน้าเสียลูกน้องทั้งสองหน้าเสีย กลัวลนลาน ยิ่วเชียนลงมาจากรถ อันซีรีบวิ่งเข้าไปหา
    “เซี่ยยิ่วเชียน”
    “ในที่สุดคุณก็มาแล้ว” จื้อหลิงปลื้ม
    “เปลี่ยนชุดเร็ว” อันซีบอก  
    ไห่โค่ลุกไปหายิ่วเชียน “ฉันจะบอกนาย”
    “ฉันต้องชนะ ให้เร็วหน่อย ไม่งั้นนายจะแพ้ฉัน”
    ยิ่วเชียนลงไปที่แปลงผักทันที อันซีและจื้อหลิงเชียร์สุดตัว ยิ่วเชียนดึงต้นหอมอย่างคล่องแคล่ว อันซียิ้มหน้าบาน ไห่โค่และลูกน้องมองตะลึง ก่อนที่ไห่โค่จะนึกได้รีบวิ่งลงไปในแปลงผัก แล้วเกิดถลาล้มลง ไห่โค่รีบลุกไปดึงต้นหอม จื้
    “หยุดหมดเวลาแล้ว” อันซีส่งเสียงบอก
    “โห หมดเวลาแล้วยังไม่หยุด อันสุดท้ายไม่นับนะ” จื้อหลิงไม่ยอม
    อันซีเดินลงไปในแปลงผัก
    “ขอทางหน่อยนะ ฉันว่าไม่ต้องนับแล้ว เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว ยินดีด้วยยิ่วเชียน เย่ๆๆ”
    ยิ่วเชียนหันไปมองหน้าไห่โค่ ไห่โค่เอามือปิดกระเป๋าเสื้อไว้ ยิ่วเชียนเดินไปดึงสัญญาออกมาจากระเป๋าไห่โค่
    “นับตั้งแต่นี้ไป มันคือของฉัน อย่าว่าฉันเอาเปรียบนายเลย นี่เงินแปดล้านเก้าแสน” 
    ยิ่วเชียนยื่นเช็คให้ ไห่โค่จำต้องรับไป สองสาวมองอย่างดีใจ ยิ่วเชียนหันมามองหน้าอันซี
    “นับจากนี้ไป แกไม่มีสิทธิ์มาตามตอแยอันซีอีก ราชาต้นหอม เฮอะ” จื้อหลิงประกาศ
    ไห่โค่มองหน้าอันซีอย่างอาลัยอาวรณ์ ในขณะที่อันซีสบายใจหันมายิ้มให้ยิ่วเชียน ชายหนุ่มยิ้มตอบ
    เมื่อกลับมาบ้านพัก ยิ่วเชียนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จลงมาตรงบันได สามสาวรอต้อนรับอยู่ เหม่ยเหวินพูดขึ้น
    “มาแล้วๆ”
    “เฮ่อ ยินดีต้อนรับผู้มีพระคุณของเย่จือไห่”   
    “เซี่ยใต้ซือ” สามสาวประสานเสียงพร้อมกัน
    “เซี่ยใต้ซือราชาแห่งต้นหอม ฉันขอเป็นตัวแทนของเย่จือไห่ขอบคุณคุณที่ช่วยพวกเราเอาบ้านหลังนี้กลับคืนมา ขอบคุณคุณมาก ขอบคุณค่ะๆ”
    อันซีจะเอาสัญญาคืนจากยิ่วเชียน แต่เขาไม่ส่งให้
    “ฉันเคยรับปากว่า จะช่วยเอาบ้านคืนมาให้เธอจากเจียงไห่โค่ แต่ฉันไม่ได้บอกว่า จะยกหนี้ให้เธอนี่”
    “หมายความว่าไง” เหม่นเหวินงง
    “เจียงไห่โค่ไม่ใช่เจ้าหนี้ของเธอแล้ว นับจากนี้ไป เจ้าหนี้ของเธอก็คือฉัน”
    ยิ่วเชียน อันซีและเพื่อนนั่งกินข้าวด้วยกัน อันซีพูดขึ้น
    “ไก่สไปซี่เป็นอาหารจานพิเศษของเหม่ยเหวิน วันนี้คุณดึงต้นหอมทั้งวัน ต้องกินเยอะๆ หน่อยนะจะได้มีแรง” 
    อันซีหยิบจานมาจะตัดไก่ให้ “ฉันตักเอง”
    อันซีดึงจานกลับยิ้มๆ “ฉันตักให้ๆ เซี่ยใต้ซือให้ฉันรับใช้เถอะค่ะไม่ต้องเกรงใจ มาค่ะ อร่อยมากนะ มีจานนี้ด้วย จานนี้ก็อร่อยมาก และจานนี้ด้วย มาค่ะ” 
    ยิ่วเชียนมองอันซีนิ่ง จนเหม่ยเหวินสงสัย แอบคิดในใจว่ายิ่วเชียนดูแปลกไป
    “คนเรา เมื่อเจอคนที่ดี ชีวิตก็เต็มไปด้วยสีสัน” อันซีบอก
    “ดูเธอมีความสุขนะ” ยิ่วเชียนถามนิ่งๆ
    “แน่นอน ฉันจะบอกคุณนะ ฉันเป็นคนอารมณ์ดีเข้ากับคนง่าย”   
    “สนุกเฮฮา” อันซีกับจื้อหลิงพูดพร้อมกัน 
    ยิ่วเชียนไม่รับมุกของสองสาว เหม่ยเหวินสังเกตเห็นจึงกระแอมเตือน แต่อันซีไม่เข้าใจ เหม่ยเหวินขอไปเอาน้ำ อันซีเห็นน้ำยิ่วเชียนหมดก็ลุกตามไปเอาให้ที่เคาน์เตอร์
    “อืม นี่ ตอนนี้เธอจะทำยังไงกับหนี้สินบ้านพัก” เหม่ยเหวินถาม
    “อะไรยังไง”
    “จะอะไรซะอีกล่ะ ฉันคิดว่าคุณเซี่ยจะช่วยเธอใช้หนี้สินทั้งหมด สถานการณ์ตอนนี้มันยังไงกัน”
    “ฉันก็คิดว่าเขาจะยกหนี้ให้ฉันฟรี เพียงแต่ ยิ่วเชียนเป็นคนให้เช็คเจียงไห่โค่ ดังนั้นเจ้าหนี้จึงกลายเป็นยิ่วเชียน มันก็ถูกต้องแล้ว” 
    “แต่ฉันรู้สึกว่า”
    “โธ่เอ๊ย เดิมทีฉันก็คิดว่า ถ้าฉันเอาใบสัญญาคืนมาได้ฉันจะค่อยๆ ใช้หนี้ให้เจียงไห่โค่ เพียงแต่ ยิ่วเชียนเอาเช็คให้เจียงไห่โค่ก่อนแล้ว สำหรับฉันแล้ว ก็แค่ เปลี่ยนเป็นเจ้าหนี้คนใหม่เท่านั้น อีกอย่าง เจ้าหนี้คนนี้ไม่มีทางบังคับให้ฉันแต่งงาน และไม่กดขี่ข่มเหงฉันแน่ๆ เฮ้อ ในที่สุดฉันก็สามารถนอนหลับสบายได้เหมือนคนอื่นซะที” 
    ยิ่วเชียนนั่งอยู่ที่โต๊ะได้ยินเสียงสองสาวคุยกัน เขาคิดๆ
    “นอนหลับสบายเหรอ งั้นเรามาดูกัน ถ้าเจ้าหนี้เปลี่ยนเป็นฉันแล้ว เธอยังนอนหลับสบายมั้ย” 
    อันซีถือแก้วน้ำมาให้ยิ่วเชียน
    “มาค่ะๆ เซี่ยใต้ซือ ดื่มน้ำค่ะ ค่อยๆ ดื่มระวังสำลักนะ”
    ยิ่วเชียนรับแก้วน้ำไปจะดื่ม แล้วชะงัก หันมาพูดกับอันซี
    “จริงสิ เดี๋ยวฉันจะหารือเรื่องบ้านกับทุกคน” เหม่นเหวินแปลกใจ
    อันซีและเพื่อนพายิ่วเชียนเดินดูห้องทีละหนึ่ง จนมาถึงห้องอันซี อันซีรีบท้วง
    “เอ๊ะๆๆๆ นั่นมันห้องของฉัน”
    “แล้วไง ดูไม่ได้เหรอ”
    “อ้อ ใช่ว่าดูไม่ได้”
    ยิ่วเชียนเปิดเข้าไปทันที
    “เอ๊ะรอเดี๋ยว นี่ๆๆ เอ่อ ก็ใช่ว่าเข้ามาดูไม่ได้หรอก” 
    “ห้องนี้แล้วกัน เดี๋ยวไปขนกระเป๋าฉันมาห้องนี้” สามสาวถึงกับร้องเสียงหลง
    เหม่ยเหวินกับจื้อหลิงต้องช่วยกันขนย้ายข้าวของของอันซีไปไว้อีกห้องหนึ่ง อันซีล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน
    “เฮ้อ เสร็จสักที เหนื่อยจะแย่แล้ว เฮ้อ เอ๊ะ ฉันไม่เคยนอนดูเพดานจากมุมนี้มาก่อนเลย รู้สึกแปลกดีนะ” 
    “หะ” เหม่ยเหวินงงๆ “มันยังไงกันอันซี เธอมีสติหน่อยได้มั้ย ถูกแย่งห้องไปแล้วยังมีอารมณ์มานอนดูเพดานอีก” 
    ทั้งสามนอนลงบนเตียงมองดูเพดานด้วยกัน
    “โธ่เอ๊ย นอนดูเพดานห้องจากมุมห้องของแขกก็ไม่เลวนะ ไม่แน่อาจจะพบว่าต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง”
    “ยัยโง่ มองโลกในแง่ดีอย่างเธอเนี่ยนะ”
    “เหม่ยเหวิน เธอว่าเราสามคนได้มานอนสบายอยู่ตรงนี้ เป็นความดีของใคร”
    “เจียงไห่โค่ไง”
    “ว่าไงนะ” อันซีกับจื้อหลิงถามอย่างปลกใจ
    “ต้องขอบคุณที่เจียงไห่โค่แพ้ไง”
    “โธ่ ต้องขอบคุณคุณเซี่ยที่ชนะแน่นอน” 
    “ถูกต้อง” อันซีรับคำ
    “ถ้าไม่ได้เขา ตอนนี้บ้านพักคงถูกเจียงไห่โค่รื้อไปแล้ว ไม่แน่อันซีอาจไม่อยู่ที่นี่แล้วด้วย”
    “แบบนั้นอันตรายมาก ดูเหมือนเราต้องตอบแทนเซี่ยใต้ซือที่ช่วยเหลือเราแล้วล่ะ”
    “ตอบแทนคุณเซี่ยเหรอ แต่เขามีพร้อมทุกอย่างเราจะตอบแทนอะไรเขาได้”   
    “จริงด้วย ดูเหมือนเขาจะมีพร้อมหมดแล้ว”
    “บริการรับใช้เขา ฉันยินดีรับใช้เขา” จื้อหลองเสนอตัว
    “ตอนนี้เขาต้องการพักผ่อน พวกเธออย่าไปรบกวนเขามาก” เหม่นเหวอนปราม 
    “เขามาบ้านพักของเราเพื่อพักผ่อนไม่ใช่เหรอ” อันซีย้อนถาม
    “แต่ฉันคิดว่าเขาไม่ได้มาพักผ่อน แม้ภายนอกเขาจะดูเย็นชา แต่ว่าเขามองคนได้อย่างรวดเร็วแสดงว่ามีการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเลือกมาที่นี่”
    อันซีคิดตาม “เตรียมพร้อมเสมอ ทำอย่างนี้ไม่เหนื่อยไปหน่อยเหรอ”

    ยิ่วเชียนสำรวจไปรอบๆ ห้องอันซี พึมพำ 
    “ผ่านไปสิบปีแล้ว เธอมีความทรงจำมากมาย แต่ฉันกลับไม่มีเลย ฉันจะทำให้เธอเสียใจ ผ่านไปสิบปี   ผ่านไปสิบปี เธอก็มาเจอฉันอีก”
    ยิ่วเชียนนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ยิ่วเชียนหงุดหงิดปาหมอนไปถูกตะกร้าใบหนึ่งล้มคว่ำลงมาจากชั้น เผยให้เห็นกล่องของขวัญมากมาย 
    “นี่อะไร ของขวัญเยอะมาก คนอื่นให้เธอ เธอก็เก็บรักษาไว้อย่างดี ฉันให้เธอ แต่เธอกลับโยนมันทิ้ง เฮ่อ โชคดีที่ฉันจำเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อนได้ ฉันมันโง่จริงๆ”
    เช้าวันใหม่ อันซีมาเคาะประตูห้องยิ่วเชียน เขาเปิดประตูออกมา
    “มอร์นิ่ง กินข้าวเช้าแล้ว”
    “ฉันไม่กิน” ยิ่วเชียนจะปิดประตูเข้าห้อง แต่อันซีรั้งไว้ “เอ๊ะเดี๋ยวๆๆ มานี่ก่อน”
    อันซีคว้าแขนชายหนุ่มจะดึงออกไป แต่เขาสะบัดออก
    “นี่ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาแตะต้องฉัน”
    “เฮ่อ ฉันแค่อยากถามว่า คุณขาดเหลืออะไรมั้ย ทางที่ดี อย่าเป็นของมีค่า คุณก็รู้ว่าบ้านพักเรากำลังลำบาก ของเล็กน้อยน่ะพอได้” 
    “ถามเรื่องนี้ทำไม”
    “ฉันกับเหม่ยเหวิน จื้อหลิง ปรึกษากันว่า ไม่รู้ว่า คุณต้องการอะไรอีกบ้าง”
    “ต้องการเหรอ อยากรู้ความต้องการของฉันเหรอ เธออยากรู้ไปทำไม” 
    “ไม่ทำไมหรอก ฉันจะได้ตอบสนองคุณไงล่ะ” 
    “เธอต้องการโจมตีฉันมากกว่า เพราะความต้องการคือจุดอ่อน ถ้ามีความต้องการ แสดงถึงความร้ายแรง ถ้ารู้ความต้องการของอีกฝ่าย ก็พร้อมโจมตีได้ตลอดเวลา” 
    “บ้าไปแล้ว ชีวิตของคุณมืดมนไปหน่อยมั้ย ใช่ว่าทุกคนจะเป็นอย่างที่คุณคิดนะ”
    “แต่คนที่ฉันรู้จัก เป็นแบบนี้กันทุกคน” 
    “ตกลงพวกเขาเป็นคนยังไงเนี่ย”
    “เฮ่อ พวกเขาก็ปกติดี”
    “ฉันต่างหากเป็นคนปกติ ห่วงใยกันช่วยเหลือกันและกัน”
    ยิ่วเชียนขำ “คุณหัวเราะอะไร” 
    “เธอตัดสินมนุษย์ผิดไปรึเปล่า เพื่อปากท้องของตัวเองถึงต้องโจมตีคนอื่น ทำให้คนอื่นเกือบตาย นี่ต่างหากคือมนุษย์”
    “คุณดูถูกมนุษย์เกินไปรึเปล่า ไม่ใช่แค่ทำเพื่อปากท้องตัวเอง แต่ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นี่ต่างหากคือมนุษย์”   
    “เฮ่อ”
    “ฉันต้องหาทางพิสูจน์ให้คุณเห็น”
    “ดี ฉันจะคอยดูว่าเธอได้แค่ไหน”
    ยิ่วเชียนปิดประตูใส่ อันซีโมโหแต่พยายามระงับอารมณ์

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  6
    อันซีทำความสะอาดบ้านกับจื้อหลิงและเหม่ยเหวิน พลางบ่น
    “ทำไมถึงเป็นคนแปลกอย่างนี้นะ ครั้งหน้าฉันต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น” 
    “คุณเซี่ยไม่อยู่เหรอ” เหม่ยเหวินถาม
    “เขาออกไปแล้ว” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จื้อหลิงไปรับสาย
    “เย่จือไห่ สวัสดีค่ะ อ้อ หยาลู่ เป็นยังไงบ้าง หมอบอกว่าหยาเอินดีขึ้นแล้วเหรอ งั้นก็ใกล้กลับบ้านได้แล้วสิ อื้ม ดีๆ งั้นเราจะรอพวกเธอกลับมา ได้ บ๊ายบาย”
    จื้อหลิงวางสาย เหม่ยเหวินรีบถาม พอรู้ว่าหยาเอินจะออกจากโรงพยาบาลแล้วก็พากันดีใจ แล้วอันซียังนึกได้ว่าต้องทำซุปบำรุงหยาลู่เพราะดูแลหยาเอิน
    “สองพี่น้องเหนื่อยมามากแล้ว ต้องบำรุงสักหน่อย” เหม่ยเหวินพูดอย่างเห็นใจ
    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อันซีรับสาย
    “ฮัลโหล เย่จือไห่สวัสดีค่ะ ยิ่วเชียนเหรอ คุณอยู่ที่ไหน ค่ะๆ ฉันจะรีบไป รอฉันนะ”
    อันซีรีบเดินออกไป เหม่ยเหวินสงสัย “เอ๊ะ เธอจะรีบไปไหน”
    “หมู่บ้านเฟยอี๋”
    “หมู่บ้านเฟยอี๋ไกลเป็นสิบกิโลเลยนะ” เหม่ยเหวินตะโกนบอก แต่อันซีเดินออกไปแล้ว
    อันซีปั่นจักรยานมาถึงรถยิ่วเซียนที่จอดอยู่ด้วยความเหนื่อยหอบ ยิ่วเชียนเปิดประตูรถออกมา
    “คุณเป็นไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น”
    “ไม่มีอะไร ก็แค่รถของฉัน ยางแบนเท่านั้น” 
    “เฮ่อ คุณมีล้อรถสำรองมั้ย”
    “มีสิ”
    อันซียิ้มๆ ทั้งที่ยังหอบ “ดี งั้นเรามาช่วยกันเปลี่ยน”
    ยิ่วเชียนยิ้มๆ 

จบตอนที่ 6