
คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย อาทิตย์ที่ 17 ก.ค. 2559
วงมโหระทึก
คอลัมน์ โลกใบนี้ดนตรีไทย โดย อ.ขุนอิน
ถ้ากล่าวถึงคำว่า "มโหระทึก" นักดนตรีทั่วๆ ไปก็จะนึกถึงกลองใบใหญ่ๆที่มักจะอยู่ในวงซิมโฟนี่ และตัวกลองทำด้วยโลหะและจะเรียกว่า "กลองทิมปานี" ส่วนราคากลองทิมปานีที่ว่ามานี้ก็หลักแสนหรือหลายๆ แสนเชียวครับ แต่ถ้าเราจะแปลตามพจนานุกรมคำว่ามโหระทึก ในพจนานุกรมบอกว่าคือกลองโลหะชนิดหนึ่งที่ใช้ตีบอกสัญญาณและประโคม ในบางที่ก็บอกว่าคือกลองใบใหญ่ที่ใช้ตีบอกสัญญาณของประเทศจีนทางตอนใต้ แต่ถ้าจะแปลตามคำศัพธ์มโหระทึกก็จะแปลว่ามโหฬาร ยิ่งใหญ่ กว้างใหญ่ กึกก้อง แต่โดยส่วนตัวของผมนั้นคิดว่ามโห น่าจะแปลว่าใหญ่ซึ่งเป็นคำที่อยู่ในจำพวกเดียวกับคำว่า "มหา" หรือ "มห" ส่วนระทึกก็คือตื่นเต้นเร้าใจ หรือที่ตรงกับคำที่เราได้ยินกันบ่อยๆว่า "ตื่นเต้นระทึกขวัญ" รวมกันแล้วก็คือ "ตื่นเต้นแบบยิ่งใหญ่" ซึ่งก็จะตรงกับเสียงกลองทิมปานี นั่นเองแหละครับ
เอาล่ะครับ ผมนั่งวิเคราะห์คำว่ามโหระทึกมานานพอควร คราวนี้จะกล่าวถึงวงดนตรีวงหนึ่งที่ชื่อว่า"วงมโหระทึก" ซึ่งวงนี้เป็นวงดนตรีที่เกิดจากแรงบันดาลใจของ คุณปรียานุช ปานประดับ นางเอกละครตลอดกาลของ “พี่ตู่” นพพล โกมารชุน บอสใหญ่ค่ายผลิตละครชื่อดัง "เป่าจินจง" นั่นเองแหละครับ โดยย้อนไปเมื่อประมาณปีพศ.2550 คุณปรียานุชหรือพี่นุชที่น้องๆ ในค่ายเป่าจินจงและตัวผมเรียกกัน ได้ล้มป่วยและได้ทำการรักษาจนหาย ในขณะที่พี่นุชได้ไปรักษากับหมอทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทยก็ได้เห็นผู้ป่วยที่มาเข้าคิวรอการรักษานั้นมีความทรมานซึ่งถือเป็นความทุกข์ของทุกๆ คน พี่นุชจึงได้คิดทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่พอจะข่วยให้ผู้ป่วยที่มารอการรักษาได้คลายความทุกข์ทรมานในขณะที่รอการรักษาไปได้บ้าง จึงได้จัดตั้งวงดนตรีไทยร่วมสมัยมาเล่นตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อปีพศ.2551 เป็นต้นมา อีกนัยหนึ่งพี่นุชนั้นคิดว่าดนตรีไทยของเรานั้นเล่นแล้วสามารถสร้างความสุขให้กับผู้ได้ยินได้ฟังและที่ได้พบเห็น โดยพี่นุชนั้นจะเป็นคนสีซอ พี่ตู่เป็นนักร้อง ส่วนนักดนตรีในวงก็คือพนักงานของบริษัทเป่าจินจงทั้งหมดนั่นเองครับ
วงดนตรีอะไรก็แล้วแต่ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ นึกอยากจะเล่นก็จะเล่น แล้วนักดนตรีในค่ายเป่าจินจง ก็ไม่ได้มีพื้นฐานดนตรีกันมาเรียกว่าทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ ต้องฝึกหัดและฝึกซ้อมจนกระทั่งรวมตัวกันเป็นวงและตระเวนเล่นรับเงินบริจาคไปทั่วประเทศ จนได้เงินเกือบๆ 3 ล้านบาท และได้นำเงินบริจาคทั้งหมดไปมอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ในความสำเร็จของวงมโหระทึก ส่วนหนึ่งที่นอกจากพี่นุชแล้วก็ต้องยกให้กับครูผู้สอนก็คือ ครูวิริยะ แก่งอินทร์ และ ครูวิชิต เรศมณเฑียร ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักยิ่งกว่าคำว่าจับปูใส่กระด้งเสียอีกครับ
เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม ที่ผ่านมาวงมโหระทึกคราวนี้ได้มาทำกิจกรรมที่แปลกไปกว่าการเล่นดนตรีตามโรงพยาบาลก็คือได้ไปมอบเครื่องดนตรีไทยที่มีราคากว่า 60,000 บาทให้กับโรงเรียนตำหรุ จ.สมุทรปราการโดยได้เชิญตัวผมเองไปร่วมแสดงเป็นศิลปินรับเชิญด้วย ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดก็ผ่านไปได้ด้วยดีแบบอิ่มอกอิ่มใจเจ้าของค่ายเป่าจินจงทั้ง 2 ท่าน ส่วนตัวผมเองก็ยินดีที่จะไปร่วมแบบนี้ในทุกๆ ครั้งที่ตัวผมว่างและสะดวกเพราะทั้งหมดนี้วงมโหระทึก เป็นวงดนตรีจิตอาสาที่ไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร และตัวผมเองก็ดูแลคุณแม่ที่กำลังป่วยอยู่ที่สถานบำบัด เผื่ออนิสงส์ทั้งหมดนี้จะได้เกิดขึ้นกับคุณแม่ของผมเองด้วยครับ เอาเป็นว่าวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ที่จะถึงนี้ไปพบกับวงมโหระทึกแบบฟูลทีมและตัวผมได้ที่โรงพยาบาลตากสิน ในช่วงเวลาบ่ายๆ ถ้าใครพลาดก็บอกได้เพียง 2 คำว่า "เสียดาย" นะครับ



