
'Gmm25' ยอมเสียค่าปรับ5หมื่นบาท
"ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ยอมรับบทลงโทษกรณีละคร "เพื่อนรักเพื่อนร้าย"
"ฉอด" สายทิพย์-"เอส" วรฤทธิ์
จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการ กสท. ลงมติลงโทษปรับทางปกครองในอัตรา 50,000 บาท กับทางช่องรายการ GMM 25 กรณีการออกอากาศละคร Club Friday To Be Continued ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย มีเนื้อหาไม่เหมาะสม มีโดยการนำเสนอฉากที่มีการข่มขืนและฉากที่มีความรุนแรง อันเป็นเนื้อหาที่มีผลกระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน และมีผลต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจอย่างร้ายแรงอันเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และให้ทางช่องรายการเปลี่ยนการจัดระดับความเหมาะสมของรายการจากเดิมระดับ ท เป็นระดับ น18 และหากจะนำรายการดังกล่าวมาออกอากาศซ้ำให้ตัดฉากที่ไม่เหมาะสมออก เพื่อให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. เรี่องหลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558
ฉากที่ถูก กสท. แบน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวบันเทิง คม ชัด ลึก ได้มีโอกาสพูดคุยกับ "ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ผู้บริหาร ช่อง GMM25 และ "เอส" วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตละครช่อง GMM 25 จึงได้ชี้แจงถึงเรื่องนี้ โดย "ฉอด" สายทิพย์ ได้เผยดังนี้
"ได้จ่ายค่าปรับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าต่อไปจากต้องระมัดระวังในเรื่องของฉากแบบนี้มากขึ้นไหม จริงๆ ต้องบอกก่อนว่า ปกติเราก็มีการสกรีนและดูแลอยู่ตลอด งานแต่ละอันที่ทำกว่าจะออกมาได้ เราก็มีมาตรการในการควบคุมดูแลกันอยู่แล้ว ทางช่อง GMM 25 ก็มีฝ่ายเซ็นเซอร์อยู่ เพียงแต่ว่าเอาที่เรารู้สึกก่อนแล้วกัน เรารู้สึกว่ามันยาก ในการที่จะตัดสินว่ามากไปน้อยไป แรงไปหรือพอดี เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ บางอย่างของแต่ละคนอาจจะมีวิธีการวัดที่แตกต่างกัน แต่อยากจะบอกว่า แต่ละฉากแต่ละซีน กว่าที่ละครแต่ละเรื่องจะออกมา มันไม่ได้เกิดจากการที่อยากทำให้มันแรง แต่ว่าโดยเนื้อหาของเรื่อง มันมีสิ่งที่เราก็คิดกันเยอะ ทั้งกับคนเขียนบท กับผู้กำกับ กับทีมงานต่างๆ ว่าเรื่องนี้ควรจะเป็นแบบไหนยังไง สมมติอย่างเรื่องเพื่อนรักเพื่อนร้าย เราก็คุยกันว่า ตัวละครเชอรี่เป็นตัวละครที่ไม่ดี เป็นตัวละครที่ทำร้ายคนอื่นๆ จนคนทั้งบ้านทั้งเมืองเกลียดเขาหมด จุดจบของเขาก็ควรเป็นอะไร ที่เป็นการตอบแทนสิ่งที่เขาทำมา คือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ใช่ว่าตัวละครตัวนี้อยู่ๆ ก็คิดได้ขึ้นมา และกลายเป็นคนดี มันอาจจะดูเกินจริงไปหน่อย มันเลยต้องมีบทลงโทษ ซึ่งคนที่ทำบทลงโทษนี้ก็ถูกลงโทษเหมือนกัน คือทุกๆ ฉาก ทุกๆ ตอน เรามีการคิดและกลั่นกรองมาแล้ว
แต่พอหลังจากที่มันออกไปเป็นภาพแล้ว ก็มีการพูดกันว่า ฉากที่มีดังกล่าว ดูสมจริงเกินไป ซึ่งมันยากอีก ว่าทำละคร ถ้าทำไม่ให้สมจริง ทำยังไง เพราะถ้าทำละครก็ต้องทำให้สมจริง และละครเรื่องนี้ดังมาก เรตติ้งสูงที่สุดในช่องเรา ก็เลยมีคนดูทั้งที่รู้สึกว่า เออมันสมจริง หรือบางคนก็ไม่รู้สึกอะไร ก็เป็นความรู้สึกแตกต่างกันไป ตรงนี้เราเลยรู้สึกว่ามันยากจริงๆ ในการที่จะบอกว่าไม้บรรทัดวัดคือแค่ไหน แต่ว่าในแง่ของกสทช. ที่เป็นผู้คุมกฎต่างๆ เขาก็เป็นผู้มีสิทธิในการตัดสินใจ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับในกติกา"
ถามต่อว่า จะนำเรื่อง "เพื่อนรักเพื่อนร้าย" มารีรันอีกไหม เพราะมติที่ออกมาบอกว่าถ้าจะรีรันต้องตัดฉากดังกล่าวออก
"ส่วนเรื่องที่จะเอามารีรันหรือเปล่านั้น คือตอนนี้ยังไม่มีการนำมารีรัน หรือถ้ามารีรันก็คงเป็นช่วงเวลาดึกๆ ตามกฎกติกา ถามว่าถ้าเอามารีรันจะต้องตัดฉากดังกล่าวออกไปหรือเปล่า ในตอนนี้เรายังไม่มีความคิดเรื่องที่จะเอามารีรัน เลยยังไม่ได้มีมาตรการอันใด"
ต่อไปละครของทางช่อง GMM 25 ต้องมีการคุมเข้มในเรื่องของฉากแบบนี้มากขึ้นไหม
"อย่างที่บอกว่าเราก็ระวังอยู่ตลอดเวลา แต่มันต่างกันตรงที่ของที่ยังไม่ได้ออกไป กับวิธีดู หรือวิธีคิดก็เป็นอีกแบบหนึ่ง คือของที่ออกไป มีคนเห็นแล้วและวิจารณ์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง การที่เราวิจารณ์ของที่มันเห็นแล้ว กับวิจารณ์ของที่กำลังทำอยู่ มันก็ยากนะ และเท่าที่ทราบ เพื่อนรักเพื่อนร้าย หรือช่อง GMM 25 ก็ไม่ใช่ช่องเดียว ที่ถูกเรียกไป หรือถูกปรับ ช่องอื่นๆ ก็มีเยอะ และเหมือนๆ กัน คือเราไม่ใช่รายแรกที่ถูกปรับ หรืออะไร ยังมีเรื่องที่ทางกสทช.พิจารณาอยู่อีกเยอะ ที่โดนปรับไปแล้วก็มี ที่โดนเรียกไปก็มี ที่ยังรอการพิจารณาอยู่ก็มี เพียงแต่ว่าเพิ่งจะมาได้รับความสนใจที่ช่องเรา" ฉอดกล่าวสรุป



