บันเทิง

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  4

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 4

16 ก.ค. 2559

‘ยิ่วเชียน’ รู้สึกไม่เข้าใจหัวใจของตัวเอง ทั้งที่เขาคิดว่าในอดีต ‘อันซี’ เป็นคนทำให้เขาเจ็บปวด แต่เขากลับทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเธอ

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  4

ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26

    ที่โรงพยาบาล เยี่ยนเจ๋อเดินมาตามทาง ได้ยินเสียงหยาเอินเล่านิทานให้เด็กหญิงคนหนึ่งฟัง เด็กหญิงถามว่าเจ้าชายหน้าตาเป็นอย่างไร
    “เจ้าชายหน้าตาหล่อและสูง ในมือยังถือดาบเอาไว้ด้วย”
    “เจ้าชายหน้าตาเหมือนเขาคนนั้นใช่มั้ยคะ เจ้าชายแต่งงานกับฉันเถอะ”
    เด็กน้อยชี้ไปที่เยี่ยนเจ๋อ ชายหนุ่มงงๆ ชี้ที่หน้าตัวเอง หยาเอินหันไปพูดกับเด็กน้อย
    “ยังแต่งไม่ได้ ต้องรอให้เจ้าชายขอแต่งงานก่อนสิ”
    เยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ หันมาคุกเข่าลงตรงหน้าสองสาว
    “น้องสาว พี่สาวเธอพูดถูก เจ้าชายต้องขอเธอแต่งงานก่อนถึงจะแต่งได้ งั้นฉันขอยืมแหวนของเธอหน่อย เจ้าหญิงที่รักของผม คุณยินดีแต่งงานกับผมมั้ย” 
    เยี่ยนเจ๋อยื่นแหวนไปตรงหน้าเด็กน้อย หยาเอินหันไปบอกเด็กหญิง
    “เวลานี้เธอต้องยื่นมือออกมา”
    เด็กหญิงยื่นนิ้วให้เยี่ยนเจ๋อสวมแหวนของเล่น “หลวมเกินไป หนูใส่ไม่ได้ ให้พี่สาวใส่ดีกว่า”
    “อ๋อ ได้สิ งั้นคงต้องให้พี่สาวของเจ้าหญิงสาธิตหน่อยแล้ว” เยี่ยนเจ๋อยื่นแหวนให้หยาเอิน
    “พี่คะเวลานี้พี่ต้องยื่นมือออกมาสิคะ”
    เยี่ยนเจ๋อยิ้มให้ หยาเอินยื่นมือออกมา เยี่ยนเจ๋อสวมแหวนของเล่นให้ หยาเอินตื่นเต้นจนเป็นลมฟุบไป เยี่ยเจ๋อตกใจอุ้มพาหยาเอินไปที่ห้องพักผู้ป่วย 
    หมอรายงานอาการของหยาเอินให้เยี่ยนเจ๋อฟังว่าปลอดภัยแล้ว แต่ห้าทำให้ผู้ป่วยตกใจหรือตื่นเต้นอีก หมอกับพยาบาลเดินออกไป เยี่ยนเจ๋อเดินมาหาหยาเอินซึ่งหลับอยู่บนเตียง เขาห่มผ้าห่มให้อย่างทะนุถนอม และก้มลงไปประคองหัวของเธอให้นอนในท่าที่สบาย แต่อันซีเข้ามาเห็น มองจากมุมของอันซีเหมือนเยี่ยนเจ๋อกำลังจะจูบหยาเอิน
    “นี่ คุณเป็นใคร เฮ้ย คุณเอามือออกมานะ” อันซีโวยวาย
    เยี่ยนเจ๋อหันมามองแล้วยังดึงมือออกไม่ได้ “คุณเอามือออกมานะ คุณจะทำอะไร”
    อันซีจะเข้าไปดึง เขารีบหันมาบอก “เบาๆ หน่อย หมอบอกว่าอย่าทำให้คนไข้ตกใจ”
    “ห้ามฉันแล้วคุณทำได้หรือไง หลบไปฉันจะกดกริ่ง”
    “ฟังผมอธิบายก่อน” 
    “ไอ้คนบ้า” อันซีกัดมือเยี่ยนเจ๋อ แล้วไปกดปุ่มเรียกพยาบาล
    “เดี๋ยวพยาบาลก็เข้ามาแล้ว อย่าคิดหนี ฉันไม่ปล่อยให้คุณหนีแน่”
    “ได้ ผมไม่หนีๆ”
    พยาบาลรีบเดินเข้ามา “คุณพยาบาล ไอ้บ้านี่จะลวนลามเพื่อนฉัน รีบไล่เขาออกไปเลยนะ”
    “คุณหูเป็นสปอนเซอร์ของโรงพยาบาลเรา และเป็นคนส่งผู้ป่วยมาที่นี่ ถ้าไม่ได้เขา ผู้ป่วยคงตกอยู่ในอันตราย” อันซีตะลึง ตกใจ
    “มือของผมเกี่ยวโดนผมของเขาอยู่” เยี่ยนเจ๋ออธิบาย
    “เฮ่อ เอ่อ คุณพยาบาล ขอบคุณค่ะ ไม่มีไรแล้วๆ ขอโทษด้วยค่ะ เอ่อ ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ ขอโทษๆ” อันซีขอโทษเยี่ยนเจ๋อ
    “งั้นคุณช่วยผมหน่อยได้มั้ย”
    “ได้ค่ะ ได้ค่ะ” อันซีเข้าไปช่วย
    “ดูท่าทางคุณเหมือนคนบ้ามากกว่า”
    อันซีช่วยแล้วทำให้กระดุมแขนเสื้อของเยี่ยนเจ๋อหลุดหายไป เธอรีบขอโทษแล้วหาให้แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร เขามีธุระต้องไปแล้ว ฝากเธอต่อ
    “นี่ เมื่อกี้คุณถูกฉันกัดจะเป็นบาดทะยักมั้ย”
    “คุณเป็นลิงเหรอ”
    “ฉันว่าคุณประคบน้ำแข็งหน่อยดีกว่า”
    “ช่างเถอะไม่เป็นไร ฝากคุณดูแลด้วย”    
    “อื้ม”
    “บาย จริงสิ ถ้าเจอกันรอบหน้า คุณต้องให้ผมกัดคืน” เยี่ยนเจ๋อทำท่าจะกัด “ผมล้อเล่นน่า บาย”
    อันซีวิ่งตามไปที่หน้าประตู “เอ๊ะ เดี๋ยวค่ะๆ ฉันยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย ขอบคุณที่ช่วยเพื่อนของฉันค่ะ”เยี่ยนเจ๋อยิ้มให้ก่อนเดินจากไป
    เยี่ยนเจ๋อมาหายิ่วเชียนที่บ้าน ยิ่วเชียนออกมารับ เยี่ยนเจ๋อถามหาปู่ ยิ่วเชียนว่ากำลังเข้าเว็บไซต์ชุมชนอยู่
    “อ้อ จริงด้วย ช่วงนี้ท่านติดเว็บไซต์ออนไลน์ ท่านมักจะส่งเกมมาให้ฉันบ่อยๆ เอาเถอะ ดูเหมือนเราสองคนต้องมาสนุกกันตามลำพังกับไวน์ลาฟิสปี 07 แล้ว”
    ยิ่วเชียนเห็นแก้วไวน์แล้วนึกถึงตอนที่อันซีถูกภรรยาของผู้อำนวยการโรงพยาบาลตบหน้าแล้วสาดน้ำใส่ เขารู้สึกผิดมาก เสียงเยี่ยนเจ๋อดังขึ้นถามว่าคิดอะไรอยู่ 
    “เปล่า ไวน์ลาฟิสปี 07 ที่บ้านหัวหน้ามีหลายขวด เขาให้นายมาเหรอ”
    เยี่ยนเจ๋อสำลัก “เฮ่อ พี่ชาย อย่างน้อยนายควรให้ฉันจิบก่อน ค่อยเปิดปากพูด ได้มั้ย”
    “ฉันคิดว่านายดื่มเข้าไปแล้ว”
    “เพราะคำพูดของนายทำให้ฉันสำลักออกมา ใช่ เขาให้ฉันมาหานาย เพราะวันนี้นายจัดการเรื่องเหินเซินสำเร็จ เขาให้ฉันมาแสดงความยินดีกับนาย ทำไมนายถึงฉลาดแบบนี้เนี่ย”
    “ไวน์นี้รสชาติดีมาก ขอบคุณนายมาก” ยิ่วเชียนกล่าว
    เยี่ยนเจ๋อพยักหน้า “อื้ม ในเมื่อขอบคุณฉันแล้ว ฉันขอพูดเตือนนายหน่อย อยู่ในบริษัท อย่าทำตัวรู้ดีเกินไปจะดีกว่า เข้าใจมั้ย”
    “คนเราต้องเจ้าเล่ห์ และมองการณ์ไกล เขาเป็นคนสอนฉันเอง” 
    “มันก็ถูก แต่นายลองคิดให้ดี ถ้านายทำอย่างนี้ และทำได้ดีด้วย เขาก็จะสงสัยนายมากขึ้น เพื่อน นี่เป็นนิสัยของคน ไม่งั้นทำไมเขาถึงปล่อยข่าวเรื่องแล็ปท็อปออกไปล่ะ และให้นายหยุดงาน ความจริงคือต้องการให้นาย...”
    “ไปแก้ปัญหาสถานการณ์ และเชื่อฟังเขา”   
    เยี่ยนเจ๋อยิ้ม “นายรู้ได้ยังไง”
    “หัวหน้า ไม่เคยทำอะไรไม่หวังผลประโยชน์ เขาให้นายเป็นสปอนเซอร์โรงพยาบาล เพื่อต้องการคุยงานครั้งนี้ และให้ฉันไปเป็นสปอนเซอร์หมู่บ้านภูล่าน หลังจากนี้ เขาอาจมีงานใหม่ที่หมู่บ้านภูล่านแน่”
    “ถ้านายยังฉลาดอย่างนี้ต่อไป ฉันคงต้องเดาตามนายแล้วล่ะ”
    “เดาสิ เดาเลย เดาแล้วนายจะรู้ความจริงใจที่ฉันมีต่อบริษัท เวลาหัวหน้าถามขึ้นมา อย่าลืมบอกเขาแทนฉันด้วยล่ะ”   
    “ได้ ยอมแพ้ ฉันสู้นายไม่ได้ ยกธงขาวเลย” ทั้งสองยิ้มแล้วดื่มไวน์ด้วยกัน

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  4


    อันซีอยู่ที่โรงพยาบาลกำลังคุยโทรศัพท์กับหยาลู่ บอกว่าคืนนี้เธออาสาดูแลหยาเอินเอง เขาจะได้ไม่ต้องมาตอนกลางคืนอันตราย อันซีวางสายแล้วเห็นผ้าเช็ดหน้าของยิ่วเชียนที่ให้เธอมาประคบแก้ม 
    “ผู้ชายคนนี้แปลกจริงๆ เดี๋ยวก็ดีกับฉัน เดี๋ยวก็ร้ายกับฉัน เดี๋ยวดูถูกฉัน เดี๋ยวก็ช่วยฉัน เป็นอะไรของเขานะ เฮ้อ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เจอเขาเมื่อไหร่ ฉันซวยทุกที” อันซีถอนใจ แล้วเตรียมผ้ามาเช็ดตัวให้หยาเอิน
    ยิ่วเชียนเปิดตู้เย็นเห็นกล่องอาหารแช่อยู่จึงนำมาเปิดดู และหยิบมาชิม พลันนึกถึงตอนที่เขาชิมปลาหมึกของอันซีงานในงานแข่งขันและรสชาติเดียวกันเลย
    “นี่มันปลาหมึกที่อันซีทำ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้”
    ยิ่วเชียนนึกถึงอันซีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันสองวันนี้ เขานิ่งคิดอะไรบางอย่าง
    เช้าวันต่อมา อันซีฟุบหลับคาเตียงของหยาเอิน เธอตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย มองหน้าหยาเอินเห็นหลับอยู่ก็บิดขี้เกียจเต็มแรงหงายหลังพิงเก้าหัวห้อยไปด้านหลังอย่างอ่อนล้า พลันก็เห็นยิ่วเชียนยืนอยู่หน้าประตู เธอรีบลุกมานั่งตัวตรง มองเขาอย่างประหลาดใจ 
    “อยากใช้หนี้สินเจียงไห่โค่ให้หมดไม่ใช่เหรอ ไปสิ” อันซีมองชายหนุ่มอย่างแปลกใจ
    ไห่โค่และลูกน้องบุกมาที่บ้านอันซี เจอเหม่ยเหวินกับจื้อหลิงขวางไว้ จื้อหลิงรีบขวาง ไห่โค่ทวงเงินแปดล้านเก้าแสน ทันใดนั้นอันซีก็เข้ามาพร้อมเช็คในมือ ยื่นให้ แต่ไห่โค่ไม่ยอมรับแถมกลับไปดื้อๆ อันซีกับเพื่อนงงว่าทำไม อันซีอึ้งที่ทุกอย่างเป็นอย่างที่ยิ่วเชียนบอกเธอไว้ว่ายังไงไห่โค่ไม่ยอมรับเช็คแน่ ยิ่วเชียนเปิดประตูเข้ามา
    “คุณเซี่ย คุณรู้ได้ยังไงว่า เจียงไห่โค่ไม่มีทางรับเงินจากอันซี” เหม่ยเหวินถาม 
    “ผมรู้ก็แล้วกัน”
    “อ้อ คุณเป็นหมอดูเหรอ แล้วหลังจากนี้จะทำยังไงต่อ ถึงเจียงไห่โค่จะไม่รับเงิน แต่สันดานของเขาไม่มีทางปล่อยอันซีของเราไปแน่”
    “หลังจากนี้ ต้องบังคับให้เขาออกหน้า” 
    อันซีแปลกใจ “บังคับให้เขาออกหน้าแล้วเขาจะทำตามเหรอ”   
    “เรื่องนี้ฉันมีวิธี แค่พวกเธอร่วมมือกับฉัน”
    จื้อหลิงจ้องหน้ายิ่วเชียนเคลิ้มๆ “ได้ค่ะ ฉันจะร่วมมือกับคุณทุกอย่าง”
    ยิ่มเชียนเซ็ง ทำหน้าไม่ถูก

    ไห่โค่เครียดเรื่องของอันซี ลูกน้องพยายามเอาใจ ระหว่างนั้นอันซีกับเหม่ยเหวินเดินผ่านมาบริเวณนั้น เหม่ยเหวินเสียงดังมาก่อน
    “โธ่เอ๊ยคุณเซี่ยนะคุณเซี่ย”
    เสี่ยวหูกับต้าหูรีบบอกให้ไห่โค่หลบ แล้วก็เห็นอันซีเดินคุยมากับเหม่ยเหวิน
    “คิดว่าจะเจอคนที่พึ่งพาได้แล้ว เซี่ยยิ่วเชียนมันก็แค่คนเลว” อันซีบอก
    “นั่นน่ะสิช่วยใช้หนี้ให้เธอเพื่อต้องการกลั่นแกล้งเธอ” เหม่ยเหวินเห็นด้วย 
    “ทำลายศักดิ์ศรีของฉัน หาเรื่องแกล้งฉันทุกวัน” 
    “ต้องช่วยนวดให้เขาเตรียมน้ำให้เขาอาบทุกวัน โรคจิตชัดๆ เลยใครจะไปทนไหว”
    “ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก มันเจ็บปวด”
    “แต่เพื่อเงินเราต้องอดทนนะ”
    ไห่โค่ฟังแล้วสงสารอันซีมาก จินตการไปไกลว่า ยิ่วเชียนกดขี่ข่มเหงอันซี
    “ไม่ได้ ฉันต้องปกป้องอันตูตูของฉัน ไป ไปคุยกับไอ้บ้ากามเซี่ยยิ่วเชียน ไป”   
    ทั้งสามเดินออกไป อันซีกับเหม่ยเหวินเดินออกมาจากที่ซ่อน เหม่ยเหวินทึ่งมาก
    “นี่ คุณเซี่ยช่างฉลาดจริงๆ เราเข้าใจเขาผิดหรือเปล่า”
    “นั่นสิ เขาเจอเจียงไห่โค่ไม่กี่ครั้ง ทำไมถึงรู้จักนิสัยของเขาดีอย่างนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นผี”
    “เขาไม่ใช่ผี เขาเป็นเทวดาต่างหาก” 
    “เว่อร์เกินไปแล้ว ไปกันเถอะ” ทั้งสองรีบเดินออกไป
    ยิ่วเชียนนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าบ้านพักตากอากาศ พวกไห่โค่บุกเข้ามา เรียกยิ่วเชียนให้มาคุยกัน ยิ่วเชียนว่าอยากคุยก็เข้ามาเอง ต้าหูจะเข้าไปแต่ไห่โค่ปรามไว้
    “ไม่ต้องไป นายต้องการให้ฉันรับเงินแปดล้านเก้าแสนก็ได้ แต่ฉันต้องการเล่นเกมกับนาย”
    “ทำไมฉันต้องเล่นเกมกับนายด้วย”
    “เฮอะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ นายรู้ว่าที่นี่สำคัญกับอันซีมาก นายจึงใช้เงินแปดล้านเก้าแสนซื้อหนี้ของฉัน และบังคับอันตูตูคุกเข่าให้นายเตรียมน้ำอาบ แล้วยังมีจุ๊บๆ ด้วย นายนี่มันปีศาจชัดๆ เลย” 
    “ฉันไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้ แต่จะว่าไปแล้ว เป็นปีศาจก็ไม่เลวนะ”
    “นายมันไม่ได้หวังดีกับอันตูตู นี่ฉันยังพูดไม่จบเลย นี่ ถ้านายชนะ ฉันจะรับเงินแปดล้านเก้าแสนไว้ แต่ถ้าฉันชนะ เรื่องของฉันกับอันตูตูนายห้ามเข้ามายุ่งอีก ว่าไง”
    “ฉันไม่ยอมรับ” 
    “ทำไมนายไม่ยอมรับ” 
    “เงินแปดล้านเก้าแสนนี้ช้าเร็วนายต้องรับอยู่ดี ฉันไม่เล่นเกมกับนาย มันต่างกันตรงไหน”
    “พูดมีเหตุผล” ต้าหูบอก ไห่โค่หันไปดุ
    “ได้ ประโยคเดียว ถ้านายชนะ เงินแปดล้านเก้าแสนฉันยกให้ครึ่งหนึ่ง ว่าไง” 
    “ไม่สามารถต่อรองได้”
    “ดื้อด้านมาก” ไห่โค่โมโห
    ระหว่างนั้นพวกอันซีมาแอบฟังการสนทนาของสองฝ่าย เหม่ยเหวินทึ่งมาก จื้อหลิงก็ชื่นชมออกนอกหน้า
    ไห่โค่หันมามองหน้ายิ่วเชียนตัดสินใจ
    “ได้ ลูกผู้ชายพูดประโยคเดียว ถ้านายชนะ เงินแปดล้านเก้าแสนไม่ต้องคืน ถ้านายชนะ ฉันจะยกหนี้ทั้งหมดให้ พอใจหรือยัง” 
    “ไม่นะลูกพี่” ต้าหูท้วง
    ไห่โค่ตวาด “หุบปาก ความรักไม่มีมูลค่า”
    อันซีอึ้งๆ เหม่ยเหวินหันมากระซิบเรียกอันซี
    “ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้คิดจะไม่คืนเงินให้เจียงไห่โค่ ฉันแค่ไม่ชอบให้เขาเอาเรื่องเงินมาขู่ฉันให้แต่งงานและรื้อบ้านพักเท่านั้น”
    “อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ลองดูคุณเซี่ยของเราก่อนว่าเขาจะทำยังไง”
    ไห่โค่ดักคอ “นายอย่าบอกนะว่าไม่ตกลง”
    ยิ่วเชียนยิ้ม “ฉัน จะไม่ตกลงได้ไงล่ะ” 
    “ดี นายแน่มาก”
    “แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”
    “เงื่อนไขอะไร”
    “ไปสาบานกับฉัน”
    “หะ” เสี่ยวหูกับต้าหูอุทานตกใจ

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  4

 


    เวลาต่อมา ยิ่วเชียน อันซี ไห่โค่และลูกน้องพากันมาที่วัด สาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์  
    “ลูกช้างเจียงไห่โค่ ขอสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้าแพ้การแข่งขันครั้งนี้ จะไม่เอาเงินแปดล้านเก้าแสนแม้แต่บาทเดียว และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของอันตูตูอีกต่อไป และจะปล่อยให้เขาเป็นอิสระ ถ้าลูกช้างชนะ   นายบ้ากามเซี่ยยิ่วเชียน เขาห้ามช่วยใช้หนี้แปดล้านเก้าแสนแทนอันตูตู และนับจากวันนี้ไป เขาห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องของอันตูตูอีก”
    ทุกคนยกมือพนม จากนั้น ไห่โค่ก็เดินผ่านยิ่วเชียนมาหาอันซี
    “อันตูตู เธอคือความสุขในชีวิตของฉัน”
    “เฮ่อ” อันซีถอนใจ
    “ฉันรู้ว่าเธอกังวลมาก แต่เธอไม่ต้องห่วง ฉันไม่มีทางแพ้แน่นอน เพราะเราจะสร้างอนาคตด้วยกันตลอดไป จุ๊บๆ”
    ไห่โค่จูบมืออันซี หญิงสาวรีบสะบัดออก พึมพำ “เกลียดจริงๆ เลย”
    “แต่ฉันชอบ ฉันชอบที่เธอเป็นแบบนี้ ชอบมากด้วย”
    ยิ่วเชียนรีบตัดบท “ตกลงนายจะแข่งอะไรกับฉัน”
    “เราสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์ศรีแล้วนะ มาปั๊มลายนิ้วมือ อื้ม”
    ไห่โค่ปั๊มคนแรก ตามด้วยยิ่วเชียน 
    “แข่งอะไรดี แข่งกันถอนต้นหอม ป๊อกๆ”   
    อันซีไม่พอใจ “นี่เจียงไห่โค่ นายนี่เลวจริงๆ รู้ว่าเขาเป็นคนในเมืองกลับใช้การแข่งขันของชนบทกลั่นแกล้งเขา”
    “เรื่องนี้ฉันเป็นคนเสนอ ไม่แกล้งเขาแล้วจะให้แกล้งตัวเองเหรอ นี่เป็นความสุขของเราสองคนนะ”
    ต้าหูแทรกขึ้น “อย่าหาว่าฉันไม่เคยบอกเธอนะ เธอมองไปข้างหน้าโน่นสิเป็นสวนของลูกพี่เรา ลูกพี่ของเราเล่นในสวนมาตั้งแต่เล็ก ดังนั้นเรื่องการดึงหัวหอมสำหรับลูกพี่ของเราแล้ว ถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมากๆ” 
    เสี่ยวหูต่อ “และลูกพี่ของเราเคยได้รับรางวัลการดึงหัวหอมในปี 1998 และปี 2005 เป็นอัจฉริยะในการดึงหัวหอม”
    “พูดง่ายๆ ก็คือเรื่องการดึงหัวหอม”
    “ตราบใดที่ลูกพี่รู้ว่าเป็นที่สอง”
    “ก็ต้องไม่มีใครได้ที่หนึ่ง”
    “เอ๊ะ คุณเซี่ย อย่าหาว่าฉันรังแกนายเลย หัวหอมกับกระเทียมนายแยกออกมั้ย” เสี่ยวหูกับต้าหูหัวเราะ
    “อย่าลืม มะรืนนี้สิบโมงเช้า เจอกันที่สวนหัวหอมของลุงอาซื่อ” 
    “เวลาจำกัดหนึ่งชั่วโมง ดูว่าใครดึงได้มากกว่ากัน” เสี่ยวหูย้ำกติกา
    “อย่าไปผิดสวนล่ะ” เสี่ยวหูกับต้าหูหัวเราะเยาะ ไห่โค่ทำเป็นห้าม แต่กลับหัวเราะดังกว่าลูกน้อง พลางหันมาบอกลุงอาซื่อ
    “ขอบคุณมากลุงอาซื่อ ที่มาเป็นพยานให้เรา ขอบคุณมาก”
    ไห่โค่กับลูกน้องเดินหัวเราะออกไป อันซีถอนหายใจ หันมามองหน้ายิ่วเชียน
    “เฮ้อ แย่แล้ว คงไม่ถูกเจียงไห่โค่เล่นงานนะ นี่ เดี๋ยวก่อน คุณดึงหัวหอมเป็นมั้ย ไม่สิๆ คุณเคยทำงานที่ออกแรงมั้ย”
    “ไม่ต้องห่วง” 
    “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เป็นห่วงหรือไม่ ไป ฉันจะพาคุณไปฝึก นี่ ไปสิฝึกแป๊บเดียวเอง” อันซีดึงมือยิ่วเชียนออกไป
    อันซีพายิ่วเชียนมาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเตรียมพร้อมลงไปฝึกดึงหัวหอม แต่ยิ่วเชียนคิดว่าเธอกังวลมากไป
    “ต้องกังวลมากน่ะสิ คุณกำลังเจอแชมป์ดึงหัวหอมของหมู่บ้านภูล่านนะ คุณก็ต้องฝึกหน่อยสิ คุณต้องลองฝึกจังหวะการดึงหัวหอมและความรู้สึกของมัน ไม่งั้นจะส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน”
    “ฉันไม่จำเป็นต้องฝึก ฉันไม่ชอบงานที่ต้องออกแรง ฉันถึงทำงานในออฟฟิศ ฉันยังมีงานมากมายต้องทำ กลับก่อนล่ะ”
    ยิ่วเชียนเดินกลับไป อันซีวิ่งตามไป 
    “นี่ ไม่มีใครบอกให้คุณชอบนะ นี่ คุณรอฉันก่อน คุณๆ ลืมเลย”
    อันซีวิ่งกลับมาเอารองเท้า “นี่ รอฉันด้วยสิ คุณเซี่ย คุณเดินเร็วจริงๆ นี่ ฝึกดึงหัวหอมก่อนสิ วันมะรืนต้อง แข่งขันแล้ว เราเหลือเวลาเพียงหนึ่งวันครึ่งในการฝึกฝน ดึงได้เร็วก็ดึงได้เยอะ ดึงได้เยอะกว่าก็ชนะ คุณเซี่ย ฉันขอร้องล่ะไปฝึกกับฉันที่สวนหัวหอมเถอะ แค่แป๊บเดียวเอง”

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน  4
    จื้อหลิงตากผ้าอยู่เห็นอันซีเดินกลับมากับยิ่วเชียนพร้อมขอร้องให้ฝึกนิดหนึ่ง เหม่ยเหวินชวนจื้อหลิงออกไป ขณะที่อันซียังอ้อนวอนยิ่วเชียน
    “ฝึกเดี๋ยวเดียวเองน่า ฉันรู้ว่าคุณเซี่ยเป็นคนที่เก่ง และฉลาดมาก แต่การดึงหัวหอมไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ คุณต้องฝึกฝนก่อนถึงจะชำนาญ เพราะการเดิมพันเกี่ยวข้องกับบ้านพักของฉัน ดังนั้นคุณอย่าล้อเล่นเลยนะ เนอะๆ”
    ยิ่วเชียนฟังจบก็เดินหันหลังเข้าบ้าน ก็เจอเหม่ยเหวินกับจื้อหลิงถือต้นหอมขวางอยู่
    “ทำร้ายเจ้าอาวาสแล้วยังคิดจะหนีเหรอ”  
    “หลี่จื้อชิงกล่าวไว้ว่า สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป สิ่งที่กำลังมาก็ปล่อยให้มันมา แต่ในระหว่างที่กำลังมาห้ามวู่วาม”
    “คนที่ฉลาดอย่างคุณช่วยบอกฉันทีว่าทำไมชีวิตของเราย้อนกลับมาไม่ได้” จื้อหลิงถาม
    อันซีเข้าไปรับต้นหอมจากเพื่อนมาพูดบ้าง “คุณรีบไปฝึกเถอะนะ คุณอยากจะให้ฉันเป็นม้าเป็นวัวตอบแทนคุณ ฉันก็ยอม ฉันยอมทุกอย่าง”
    “เฮ่อ มีอะไรที่เธอช่วยฉันได้ล่ะ”
    “โธ่เอ๊ย คุยกันดีๆ ไม่ชอบ ดี ถ้าคุณไม่ไปฝึก ฉันไม่ยอมให้คุณไปทำงาน จื้อหลิง”
    “รับทราบ ฉันจะรีบไปล็อคประตูห้อง”
    “ไปเร็วๆ” เหม่ยเหวินย้ำ
    “คิดว่าโหดเป็นคนเดียวเหรอ ฉันก็โหดกับคุณได้” อันซีบอก 
    จื้อหลิงวิ่งกลับมา “คือว่า อันซี ตอนนี้กุญแจห้องอยู่กับคุณเซี่ย ฉันล็อคไม่ได้”
    ยิ่วเชียนยิ้มแล้วจะเดินขึ้นห้องพัก อันซีรีบยื้อไว้
    “นี่ๆๆๆ คุณเป็นคนยังไงกันแน่ คุณบอกว่าจะช่วยเหลือฉัน แต่ตอนนี้กลับไม่ยอมทำอะไร ฉันก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวหรอก แต่ในเมื่อดำเนินการตามแผนแล้วก็ต้องทำต่อไป”
    “แผน ดำเนินการเหรอ ทำไมพูดเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นล่ะ ก็แค่”
    “แค่เงินแปดล้านเก้าแสนเหรอ สำหรับคุณแล้วมันอาจจะน้อย แต่สำหรับเรา มันมหาศาลมาก” ยิ่วเชียนขำ
    “หัวเราะเหรอ หัวเราะอะไร มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นแล้วยังหัวเราะเยาะอีกเหรอ” ยิ่วเชียนนิ่งไป
    “ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่แข่งสักหน่อย ฉันแค่ใช้วิธีของตัวเองในการแข่งขัน ทำไมต้องทำหน้ากังวลด้วย ทำสีหน้าแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับคนโง่หรอก” 
    ยิ่วเชียนเดินหนีขึ้นบ้านไป “สีหน้าของคนโง่ เขาด่าว่าฉันโง่ใช่มั้ย”
    “ใช่” เหม่ยเหวินย้ำ
    อันซีตะโกนขึ้นไปข้างบน “คุณทำให้ไฟลุกแล้วจะหนีไปแบบนั้นไม่ได้นะ นี่ ฉันจะบอกคุณให้นะ วันนี้ห้ามคุณลงมากินข้าว เพราะไม่มีข้าวของคุณ” 
    ยิ่วเชียนตะโกนลงมา “โอเค ไม่กินก็ไม่กิน” 
    “ทำไมฉันรู้สึกร้อนเหมือนถูกไฟลนเลย รีบไปเอาน้ำมาแก้วนึง”
    อันซี เหม่ยเหวินและจื้อหลิงไปกินข้าวที่ร้าน อันซีกินไม่ยั้งเพื่อดับโมโห เพื่อนๆ พยายามเตือนให้ระวังอย่ากินเยอะ
    “แต่ดูเหมือนคุณเซี่ยจะเชื่อมั่นมาก เขามีวิธีอะไรเหรอ” จื้อหลิงสงสัย
    “วิธีเหรอ วิธีของเขาคือทำให้คนเกลียดขี้หน้าน่ะสิ” 
    “โธ่เอ๊ย หรือว่าเขาแกล้งทำเป็นช่วยเรา” เหม่ยเหวินเริ่มกังวล จื้อหลิงตกใจ
    “เธอเคยเห็นคนที่ผิดปกติมั้ย เวลาเกลียดใครจะหาทางกลั่นแกล้ง ถึงต้องเสียเงินเท่าไหร่เขาก็ยอม เป็นประเภทที่ไม่ยอมเสียเปรียบเข้าใจมั้ย เธอไม่เข้าใจหรอก เธอชื่อจื้อหลิงไอคิวต่ำ แต่เธอน่าจะเข้าใจ” เหม่ยเหวินบอก
    “แล้วเขาเกลียดอันซีมากเลยเหรอ” จื้อหลิงถาม 
    “ฉันแซ่อะไร” เหม่ยเหวินถาม
    “จิง”
    “จากหัวสมองทองของฉันคิดว่า เขาน่าจะเกลียดอันซีมาก เพราะอะไรเหรอ เขามักจะพูดว่าผู้หญิงอย่างเธอเป็นผู้หญิงประเภทที่เขารังเกียจที่สุดไง”
    “นี่ๆๆ เธอคิดว่าฉันกลัวเขาเหรอ ผู้ชายอย่างเขา ต้องปล่อยให้หิวตายเท่านั้น” อันซีกินไม่หยุด
    สามสาวเดินกลับบ้านพักอย่างสบายใจขึ้น อันซีร้องขึ้น เหม่ยเหวินถามว่าเป็นอะไร
    “ฉันนึกได้ว่ายังมีงานค้างอยู่ พวกเธอกลับบ้านพักก่อน เดี๋ยวฉันจะตามไป บ๊ายบาย” อันซีเดินออกไป
    จื้อหลิงยิ้มๆ “ฉันพนันกับเธอ อันซีต้องไปซื้อข้าวหมูสับให้คุณเซี่ยแน่นอน” 
    “ฉันพนันกับเธอ เขาไม่เพียงไปซื้อข้าวหมูสับแต่ยังพิเศษระเบิดด้วย” 
    “เธอคิดเองไม่เป็นเหรอทำไมต้องมาพนันเหมือนฉันด้วย”
    “หาว่าฉันไม่มีความคิดเหรอ จื้อหลิงไอคิวต่ำว่าฉันแบบนี้กำลังดูถูกฉันใช่มั้ย”
    “ฉันไม่ได้ดูถูกเธอ ฉันพูดเรื่องจริงต่างหาก” ทั้งสองเดินเถียงกันออกไป
    ยิ่วเชียนนั่งทำงาน ปู่ก็โทรศัพท์มาถามว่ากลับไปที่บ้านเกิดอีกทำไม
    “เอ่อ ผมมาทำงานที่นี่นิดหน่อย อาจจะอยู่หลายวัน รอให้งานเสร็จแล้วจะรีบกลับไทเปทันทีครับ”
    “หะ ต้องอยู่หลายวันเหรอ นี่ หลานเป็นคนทำงานรวดเร็ว ทำไมครั้งนี้งานยากเหรอ” 
    ยิ่วเชียนคิดในใจ “ยากเหรอ ถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องเจียงไห่โค่ แค่มีเงินแปดล้านเก้าแสน ฉันก็ไปได้แล้ว แต่ว่า ทำไมฉันต้องอยู่ต่อด้วย”
    ยิ่วเชียนถอนใจ “คุณปู่ ผมถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับ”
    “โธ่เอ๊ย หลานชายผู้รอบรู้ทุกอย่าง และอัจฉริยะของปู่ หลานกำลังถามปู่เหรอ” 
    “คุณปู่”
    “อืม ก็ได้ๆๆ ถามมาสิๆ”
    “ถ้าหากคุณปู่เจอคนที่เคยทำร้ายคุณปู่ แต่ตอนนี้เขากำลังเดือดร้อนมาก คุณปู่จะทำยังไงครับ”
    “นี่ เขาคนนี้เป็นใคร” ยิ่วเชียนนิ่งไป “เขาคนนี้เป็นใคร ยังต้องคิดอีกเหรอ หะ งั้นเขาคงทำร้ายหลานชายของปู่สาหัสมากใช่มั้ย ทำไม เคยเป็นเพื่อนกันเหรอ” 
    “ถือว่าใช่มั้งครับ”
    “ยิ่วเชียน คนเราได้มีโอกาสเป็นเพื่อนกันทั้งที ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนดีหรือเพื่อนที่แย่ ถือว่าเป็นโชคชะตา ในเมื่อมีวาสนาต่อกัน หลานก็ควรเดินให้มันสุดทาง จริงมั้ย คนอื่นสามารถทำให้เราผิดหวังได้ แต่เราไม่ควรทำให้คนอื่นผิดหวังนะ ทำไมเหรอ หลานไปเจอเพื่อนตกระกำลำบากเหรอ”   
    “ไมใช่ครับ ผมแค่ถามเฉยๆ จริงสิ หลายวันนี้ผมไม่อยู่ ต้าอี๋จะไปดูแลคุณปู่ทุกวัน ถ้าต้องการอะไร คุณปู่บอกเขาได้นะครับ”
    “ไม่ต้องๆๆ ปู่ทำเองจะปลอดภัยกว่า ต้าอี๋เป็นคนมือไม้ซุ่มซ่าม ไม่แน่ข้าวของในบ้านอาจถูกเขาทำลายหมด เอ๊ะ หลานรีบกลับมาแล้วกันนะ”
    “ครับคุณปู่ ผมรู้แล้ว รีบเข้านอนเถอะครับ”
    ยิ่วเชียนวางสาย ระหว่างนั้นมีเสียงเคาะห้อง เขาเปิดประตูออกมาไม่เห็นใคร จะปิดประตูก็เห็นถุงข้าวแขวนอยู่ พร้อมกระดาษแผ่นเล็กๆ เขียนบอก
    “ข้าวระเบิดหมูสับ”
    ยิ่วเชียนอึ้งไป นึกถึงเรื่องราวในอดีต วันนั้นเขายืนอยู่ริมถนน อันซีใส่ชุดนักเรียนขี่จักรยานเข้ามาทักถามว่ามากินข้าวหมูสับด้วยเหรอ แต่เขาปฏิเสธ อันซีจอดจักรยาน แล้วลากยิ่วเชียนไปกินด้วยกัน อันซีสั่ง
    “ข้าวระเบิดหมูสับสามถ้วยเพิ่มผักหนึ่งถ้วย เป็นอะไร นายไม่สั่งเหรอ”
    “เอ่อ ฉันไม่หิว”
    “งั้นนายกินกับฉันนะ”
    ยิ่วเชียนหยิบบัตรคำศัพท์ออกมาดู อันซีเห็นแปลกใจ
    “มันมีประโยชน์จริงเหรอ”
    “อะไร”
    “เขียนคำศัพท์ไว้ในบัตร แค่นี้ยังต้องเขียนอีก ยุ่งยากจริงๆ”
    “แค่นี้ไม่ถึงกับยุ่งยากหรอก เธออยากได้เหรอ”
    “หืม ไม่ต้องๆ นายเรียนดีเนอะ บัตรของนักเรียนเรียนดี ไม่รู้หน้าตาเป็นยังไง ถ้าหากนายยืนยันจะให้ฉันล่ะก็”
    “ให้เธอ”
    “เอ้า ข้าวหมูสับมาแล้ว”
    “โอ๊ะ มาแล้วๆ ข้าวระเบิดหมูสับมาแล้ว ขอบคุณค่ะๆ หอมมากเลยหิวจะแย่แล้ว ขอบคุณค่ะ ไม่เกรงใจแล้วนะ”
    อันซีรีบตักข้าวกิน แล้วได้ยินเสียงท้องของยิ่วเชียนร้องดังขึ้น เธอมองอย่างเข้าใจ
    “เฮ้อ แปลก ทำไมฉันกินไม่กี่คำก็อิ่มแล้วล่ะ ฉันเป็นคนไม่ชอบกินทิ้งกินขว้าง สงสัยวันนี้กระเพาะเล็ก มา นายคิ้วเส้นตรง ถ้วยนี้ให้นาย” 
    “อะไรนะ”
    “ถ้าไม่กินข้าวถ้วยนี้ให้หมดนายจะถูกฟ้าผ่าตาย นายนั่งกับฉันต้องถูกฟ้าผ่า ฉะนั้นนายต้องกินข้าวให้หมด รีบกินสิ กินให้หมดนะ”
    ยิ่วเชียนรับถ้วยข้าวมา ทั้งคู่กินข้าวด้วยกันอย่างมีมิตรภาพ ยิ่วเชียนรู้สึกขอบคุณมาก หลังออกมาจากร้านข้าว เขาเดินยิ้มๆ อิ่มอกอิ่มใจมาตามทาง เปิดกระเป๋าหยิบบัตรคำศัพท์ออกมา
    “อ้อ ลืมเอาให้เธอ” ยิ่วเชียนรีบวิ่งกลับไปตามหาอันซี ก็เห็นเธอจอดจักรยานซื้อขนมอยู่ เขายิ้มดีใจ แต่พอหญิงสาวหันมาเขาก็รีบหลบ อันซีขี่จักรยานออกไป ยิ่วเซียนเริ่มเข้าใจว่าอันซีไม่ได้อิ่มข้าวจริงๆ อย่างที่บอก
    “ที่แท้ เธอตั้งใจจะเลี้ยงข้าวหมูสับฉันนั่นเอง” ยิ่วเชียนซึ้งในความมีน้ำใจของอันซี

จบตอนที่ 4