บันเทิง

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 3

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 3

14 ก.ค. 2559

‘อันซี’ รอดจากการแต่งงานกับ ‘ไห่โค่’ มาได้อย่างหวุดหวิด โดยการช่วยเหลือจาก ‘ยิ่วเชียน’

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 3

 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 น. / 01.00 น. ทางช่อง NOW26

    อันซีกับเพื่อนเดินออกมา ระหว่างนั้นอันซีเหลือบไปเห็นยิ่วเชียนเดินมาข้างหลังและจะแยกไปอีกทาง เธอจึงรีบเรียกไว้ 
    “เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน นี่ นี่ๆ ๆ อย่าเพิ่งไป” อันซีวิ่งไปจับข้อมือยิ่วเซียนพามาที่กลุ่มเพื่อนๆ “มานี่ก่อน” 
    เพื่อนอันซีกล่าวขอบคุณยิ่วเชียน อันซีพูดจากใจ
    “ใช่ค่ะ ขอบคุณมาก ไม่คิดว่าคุณเป็นคนดีอย่างนี้” 
    “ทำไมชอบยุ่งอย่างนี้ ยัยปัญญาอ่อน” ยิ่วเชียนพูดนิ่งๆ แล้วหันหลังจะเดินไป 
    อันซีรีบคว้าข้อมือไว้ “เอ๊ะๆ เงินหนึ่งแสนจะให้ฉันคืนเมื่อไหร่”  
    ยิ่วเชียนแกะมือหญิงสาวออก “ไม่ต้องคืนแล้ว”
    อันซีจับมือรั้งไว้อีก “ไม่ได้นะ” 
    “ได้สิ” ยิ่วเชียนจะไปอีก อันซีก็รั้งไว้ “นี่ แต่พวกเราทำผิดกฎการแข่งขัน คุณไม่ให้เงินรางวัลเรา เราเอาเงินคุณมาฟรีๆ ไม่ได้หรอก”
    “งั้นเธอก็คิดเสียว่า เก็บเงินนี่ได้จากข้างถนน พอใจหรือยัง”
    “อ้อ หรือว่าคุณมีอะไรให้ช่วย เราทำงานให้คุณได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องอะไร เราก็ทำได้”
    “นี่เธอ คำว่า ไม่ว่าอะไรก็ทำได้ ช่วยหยุดพูดที” 
    “ทำไมล่ะ”
    “ไม่ว่าอะไรก็ทำได้ เป็นงานบริการมากกว่า ถ้าเจอคนไม่ดีจะทำไง”
    ยิ่วเชียนพูดพลางหันหลังให้ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าของเขา
    “หะ อะไรเนี่ย คุณกำลังเป็นห่วงฉันเหรอ เอ๋ คุณกำลังเป็นห่วงฉันใช่มั้ย คุณเป็นห่วงฉันจริงๆ ด้วย ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนดีอย่างนี้”
    อันซีเดินวนรอบๆ ตัวชายหนุ่มล้อๆ ยิ่วเชียนเขินๆ แต่กลบเกลื่อนไว้ เอานิ้วจิ้มตัวอันซีให้ออกไปห่างๆ 
    “เราสนิทกันเหรอ เธอเข้ามาใกล้ฉันทำไม ถ้างั้นบ้านพักของพวกเธอ พักคืนละเท่าไหร่”
    อันซีหันไปส่งสายตาให้เพื่อน เหม่ยเหวินรีบตอบ
    “เอ่อ ผู้อำนวยการเซี่ย ฉันจะรายงานคุณคร่าวๆ เย่จือไห่ของเราพักคืนละสามพันถึงห้าพันแล้วแต่ว่าคุณจะพักห้องที่เห็นภูเขาหรือว่าเห็นทะเล”
    “เช่าทั้งหลัง” ยิ่วเชียนสวนทันที อันซีตกใจ เหม่ยเหวินยิ่งตื่นเต้น
    “เช่าทั้งหลังเหรอ ว่าไงนะ คุณจะอยู่ทั้งหลัง งั้นเราจะคิดให้คุณราคากันเอง สองหมื่นก็พอค่ะ”
    “งั้นเธอคิดซะว่า ฉันเช่าห้าวัน”
    ยิ่วเชียนเดินออกไป อันซีตกใจ ในขณะที่เหม่วยเหวินคิดคำนวณทันที พอคิดแล้วหนึ่แสนก็ตื่นเต้น จื้อหลิงรีบวิ่งตามไปเกาะแขนยิ่วเชียนให้รีบเข้าไปพักด้วยกัน ยิ่วเชียนหันมาเห็นอันซีคุยกับหยาลู่อย่างสนิทสนม เขามองตามอย่างไม่สบายใจก่อนจะถูกลากไป

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 3


    จื้อหลิงและเหม่ยเหวินพายิ่วเชียนมาถึงหน้าบ้าน แล้วรีบวิ่งเข้าไปหลบฝน แต่ยิ่วเชียนยังไม่ตามเข้าไป เขายังคงยืนตากฝนอยู่ มองสถานที่ตรงนั้น ที่ที่อันซีเคยปัดขวดน้ำตานางฟ้าของเขาแตกกระจาย นึกถึงคำพูดของเธอที่ตอกย้ำเขามาตลอดเวลา
    “คำพูดของฉันนายก็เชื่อ ทำไมนายโง่อย่างนี้ ทำไมถึงโง่อย่างนี้ หะ”
    ยิ่วเชียนอึ้ง นึกถึงอดีตอันปวดร้าว ขณะที่จื้อหลิงและเหม่วยเหวินยังคงร้องเรียกบอกว่าฝนตกแล้ว สองสาวรีบไปพายิ่วเชียนเข้าบ้านด้วยความร่าเริง ในขณะที่ชายหนุ่มเหมือนไม่มีความรู้สึกใดๆ ปล่อยให้สองสาวพาเข้าไปโดยดี

    คืนนั้นเหม่ยเหวินกับอันซี เข้าครัวทำอาหาร เหม่ยเหวินทอดปลาพลางพูดถึงปลาหมึกเมื่อตอนบ่าย อันซีว่าให้คุณปู่คนหนึ่งไปแล้ว
    เวลาเดียวกัน ยิ่วเชียนนั่งอยู่ที่สนามหน้าบ้านพัก รอสายโทรศัพท์อยู่ เขารู้สึกแปลกๆ หันไปก็เห็นจื้อหลิงนั่งมองเขาอยู่อย่างเคลิ้มฝัน แล้วต้าอี๋ก็มารับสายก็ถามหาปู่
    “เอ่อ เมื่อตอนเย็นผมรับมาไทเปแล้ว ท่านบอกว่าเพื่อนเก่าไม่อยู่กันหมดแล้ว เลยอยากกลับไทเป” 
    ต้าอี๋พูดพลางปิดฝากล่องอาหารที่มีบะหมี่กับปลาหมึกอยู่ในนั้น
    “แล้ว ท่านเป็นยังไงบ้าง”
    “เมื่อกี้เพิ่งกินอาหารที่เอามาจากหมู่บ้านภูล่าน ดูอารมณ์ดีขึ้น ตอนนี้ท่านเข้าไปพักผ่อนแล้ว จริงสิ แล้วคุณจะกลับมาเมื่อไหร่”
    ระหว่างนั้นหยาลู่เดินเข้ามาหายิ่วเชียนและจื้อหลิงบอกว่าได้เวลากินข้าวแล้ว ยิ่วเชียนหันไปมองหน้าหยาลู่นิดหนึ่ง “ฉัน ฉันดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยบอกนาย”
    “ดูสถานการณ์เหรอ สถานการณ์อะไร”
    ยิ่วเชียนยังไม่ตอบอะไร แต่หันไปมองหน้าจื้อหลิง หญิงสาวก็ยังจ้องหน้าเขาอยู่ในท่าเดิมและยิ้มให้อย่างเคลิบเคลิ้ม ยิ่วเชียนเซ็งๆ 
    “เอ่อ สถานการณ์ที่ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด”
    “อ๋อ ครับ งั้นผมไปเรียกคุณปู่มากินข้าวก่อนนะ”
    ยิ่วเชียนวางสายถอนใจ พลางหันไปมองจื้อหลิง ที่ยังจ้องหน้าเขาอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง จนยิ่วเชียนต้องยอมแพ้ลุกหนีไป 
    บ้านพักอันซี ทุกคนพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีอาหารเต็มโต๊ะ อันซีนั่งตรงข้ามกับยิ่วเชียน เธอยกขวดเบียร์ขึ้นต่อหน้าทุกคน
    “มาทุกคน เพื่อขอบคุณคุณเซี่ยที่ช่วยเหลือเราวันนี้ เรามาดื่มให้กับคุณเซี่ย คุณเซี่ยชนแก้วค่ะ”
    ทุกคนชนแก้วกันอย่างชื่นมื่น แล้วดื่มฉลอง เหม่ยเหวินหันไปพูดกับยิ่วเชียน
    “นี่คุณเซี่ย คุณเหมือนพระโพธิสัตว์ของเย่จือไห่ของเรา ถ้าวันนี้ไม่ได้คุณมาช่วย อันซีของเราต้องทำเรื่องโง่ๆ แน่ เพื่อเป็นการขอบคุณฉันขอดื่มให้คุณอีกแก้ว”
    จื้อหลิงนั่งข้างยิ่วเชียน รีบพูดขึ้น
    “ขอโทษ เขาไม่เพียงเป็นพระโพธิสัตว์ของเย่จือไห่เท่านั้น แต่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ของหมู่บ้านภูล่านด้วยเพราะเขาไม่เพียงช่วยพวกเราเท่านั้น แต่เขายังเป็นสปอนเซอร์ให้ผู้ใหญ่บ้านด้วย จะว่าไปแล้ว ครั้งแรกที่ฉันเจอคุณ ก็อยากบอกคุณว่า เราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่า ฉันรู้สึกว่าคุ้นหน้าคุณมากๆ เหมือนว่าคุณ เป็นเพื่อนสมัยประถมของฉันเลย”
    อันซียิ้มๆ ระอาเพื่อน ยิ่วเชียนได้แต่หันไปมองหน้าอันซีอย่างมีความหมาย แต่แล้วหยาลู่ก็แซวจื้อหลิง
    “มุกเดิมอีกแล้ว” 
    เหม่ยเหวินแซวจื้อหลิงเหมือนกัน “ใช่ ใช่ๆ คนหล่อทุกคนเป็นเพื่อนเธอหมดแหละเพื่อนสมัยประถมของเธอเยอะจริงๆ เพราะว่าเธอซ้ำชั้นประถมบ่อยๆ” หยาลู่และทุกคนหัวเราะ
    ระหว่างนั้นยิ่วเชียนสังเกตเห็นหยาเอินกำลังเอื้อมมือไปหยิบขวดเบียร์ เขาจึงจับขวดไว้
    “นี่ สภาพร่างกายของเธอไม่สามารถดื่มเหล้าได้”
    ทุกคนมองหน้ายิ่วเชียนอย่างแปลกใจ จื้อหลิงทึ่งมาก
    “ว้าว คุณรู้ได้ไงว่าหยาเอินดื่มเหล้าไม่ได้ แล้วตอนนี้ คุณรู้มั้ยว่าฉันคิดอะไรอยู่”
    “ผมไม่อยากพูด”
    “พูดเถอะๆๆ ได้โปรดๆ”
    ยิ่วเชียนหันมาจ้องหน้าจื้อหลิง “เธอกำลังคิดว่า เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอเทพบุตรของฉัน หรือจะเป็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้”  
    “ใช่ๆ”
    “ผมจะบอกว่า เป็นไปไม่ได้”
    จื้อหลิงหน้างอ เพื่อนๆ หัวเราะทันที จื้อหลิงหันไปฟ้องอันซี “อันซีดูเขาพูดสิ”
    “สมน้ำหน้า” หยาลู่สะใจ
    “คุณเป็นตัวของตัวเอง ฉันชอบมาก แต่เธอมันบ้าบอคอแตก”
    เหม่ยเหวินชื่นชมยิ่วเชียนแล้วหันมาตำหนิจื้อหลิง อันซียิ้มนิดๆ แล้วถือขวดเบียร์ลุกออกจากโต๊ะเดินอ้อมไปนั่งข้างๆ ยิ่วเชียน
    “นี่คุณเซี่ย คนในรีสอร์ทก็เป็นคนตรงๆ อย่างนี้แหละ หวังว่าคุณจะไม่ถือสานะ จะว่าไปแล้ว คุณช่วยเหลือเราครั้งนี้ ถือเป็นผู้มีพระคุณของเราเลยนะ ในเมื่อเป็นผู้มีพระคุณของที่นี่ ก็คือผู้มีพระคุณของอันซีด้วย มาค่ะ ฉันดื่มให้คุณ”
    อันซียื่นขวดเบียร์ไปตรงหน้ายิ่วเชียน แต่เขายังนั่งนิ่ง ทุกคนมองอย่างแปลกใจ อันซีจึงนำขวดเบียร์ของตัวเองไปชนกับแก้วของเขาแล้วยกดื่มอย่างเขินๆ 
    “อ่า เอ่อ แต่ว่า สำหรับฉันแล้ว บ้านหลังนี้ไม่ได้ทำเพื่อเงินเท่านั้น เหมือนที่คุณช่วยฉันครั้งนี้ สำหรับคุณอาจเป็นการช่วยเหลือเล็กน้อย แต่สำหรับเราแล้วเป็นพระคุณอันใหญ่หลวง ฉันสัญญากับคุณ ห้าวันที่คุณพักที่นี่ คุณจะรู้สึกว่าเหมือนอยู่ที่บ้าน ใช่มั้ยพวกเรา”
    ทุกคนเห็นด้วยยกแก้วดื่ม ขณะที่หยาเอินดื่มน้ำหวาน แต่ยิ่วเชียนยังคงนั่งนิ่ง ทำให้ทุกคนเริ่มเจื่อนๆ อันซียิ้มๆ คิดในใจว่าเขาเข้าหายากจริง เธอยอมแพ้ไม่อยากเซ้าซี้อีก 
    “เอ่อ งั้น คุณทานเยอะๆ นะ” อันซีถือขวดเบียร์ลุกขึ้น แต่ต้องชะงักเมื่อชายหนุ่มพูดขึ้น 
    “บ้านพักหลังนี้สำคัญกับเธอมากเหรอ เธอถึงได้เสียสละอย่างนี้”
    “เมื่อก่อนเคยมีคนบอกฉันว่า ปลาบางชนิดถึงอยู่สถานที่เดียวกัน แต่วันหนึ่งมันอาจไปที่อื่น เพราะสำหรับมันแล้วโลกภายนอกอาจจะกว้างใหญ่ แต่ฉันก็เหมือนปลาบางชนิดที่ไม่ยอมไปไหน  เพราะฉันจะอยู่สถานที่นี้ตลอดไป คุณคงไม่เข้าใจว่าฉันพูดอะไร แต่ยังไงก็ตาม ฉันไม่มีทางไปจากที่นี่ และฉันไม่สามารถไปจากที่นี่ได้ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉันก็คือบ้านพักหลังนี้ ดังนั้น ฉันคิดว่ามันคุ้มค่ามาก”
    อันซีพูดพลางเดินไปนั่งที่โต๊ะ โอบไหล่หยาลู่กับหยาเอินอย่างรักใคร่ หยาลู่ยิ้มก่อนส่งตะเกียบให้หญิงสาว บอกให้ทุกคนกินข้าว อันซียิ้มๆ ยิ่วเชียนมองหน้าอันซีและหยาลู่พลางคิดหยาลู่ชอบอันซีแต่กลับปกปิดความรู้สึกไว้
    เหม่ยเหวินและอันซีช่วยกันเก็บจานมาล้าง เหม่ยเหวินชวนคุย แล้วอันซีก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ซ่อมหน้าต่างห้องที่ยิ่วเชียนพัก
    ยิ่วเชียนเข้ามาในห้องพัก มองไปรอบๆ ห้อง แล้วเดินไปปิดหน้าต่าง แต่หน้าต่างชำรุด 
    ที่ด้านนอกตัวบ้าน อันซีกำลังปีนบันไดเพื่อขึ้นไปซ่อมหน้าต่างที่เสีย เธอพยายามเปิดบานที่ยิ่วเชียนเพิ่งปิดไป แล้วหันมาก้มหยิบเครื่องมือที่แขวนไว้กับบันได ยิ่วเชียนได้ยินเสียง หันมาก็แปลกใจที่เห็นหน้าต่างที่เขาปิดไว้เปิดอยู่ ก็ปิดอีกครั้ง โดยไม่เห็นอันซีซึ่งก้มอยู่ อันซีเงยหน้าขึ้นมาก็งงว่าหน้าต่างปิดได้อย่างไร เธอต้องเปิดไปแล้วก้มลงไปหยิบเครื่องมืออีก ยิ่วเชียนกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า หันมาเห็นหน้าต่างเปิดค้างอยู่ก็เดินไปปิดอีกครั้งอย่างเซ็งๆ แล้วกลับมาถอดเน็คไท อันซีเองก็เริ่มเซ็งที่ทำไมหน้าต่างปิดอีก เธอพยายามเปิดใหม่ แล้วก้มลงไปหยิบเครื่องมืออีกครั้ง ยิ่วเชียนหันมาก็เห็นหน้าต่างเปิดอีก เขาเริ่มรำคาญ
    “นี่มันยังไงกัน” ยิ่วเชียนรีบเดินไปจะปิดหน้า จังหวะเดียวกับที่อันซีเงยหน้าขึ้นมาพอดี เธอตกใจมากที่เห็นยิ่วเชียนอยู่ในห้อง เผลอปล่อยมือจากขอบหน้าต่างจะหงายหลังตกบันได 
    “หะ ช่วยด้วยๆ” 
    ยิ่วเชียนคว้าแขนอันซีไว้ทัน แล้วกระชากตัวหญิงสาวผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง ด้วยแรงกระชาก ทั้งคู่ล้มลงไปด้วยกันบนเตียง อันซีทับร่างยิ่วเชียน เสื้อตัวนอกของอันซีถลกขึ้นมา ทั้งคู่ต่างตะลึง จ้องตากัน พลันเสียงเคาะประตูของจื้อหลิงก็ดังขึ้น
    “คุณเซี่ย” 
    อันซีตกใจ “แย่แล้ว เร็วๆๆ”
    อันซีพยายามลุกออกจากการจับกุมของยิ่วเชียน ทำให้เสื้อตัวนอกหลุดติดมือชายหนุ่มไป เหลือแต่เสื้อกล้ามตัวใน เธอจะปืนบันไดหน้าต่างออกไป แต่บันไดกลับล้มลงไปที่พื้นแล้ว อันซีทำอะไรไมถูก
    “คุณเซี่ย คุณอยู่มั้ยคะ คุณเซี่ย ฉันเปิดประตูเข้ามาแล้วนะ” จื้อหลิงยิ้มหวานเปิดประตูเข้าไปในห้อง 
    อันซีมุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มยิ่วเชียน ยิ่วเชียนตกใจ “ทำอะไรของเธอ”
    จื้อหลิงเข้ามาในห้อง เห็นยิ่วเชียนนอนห่มผ้าห่มอยู่ แต่ไม่รู้ว่าภายใต้ผ้าห่มนั้นมีอันซีซ่อนอยู่ด้วย
    “ฮิๆ รีบนอนแต่หัวค่ำเลยนะคะ”
    “มีเรื่องอะไร”
    “ไม่มีอะไรค่ะ อยากถามคุณว่าต้องการอะไรเย็นๆ หน่อยมั้ยคะ”
    ยิ่วเชียนคุยอยู่ก็เหลือบไปเห็นเสื้อตัวนอกของอันซีกองอยู่บนพื้นห้องข้างเตียง ก็ตกใจพูดเสียงดัง
    “ผมไม่ต้องการอะไรครับ”
    “โธ่เอ๊ยไม่ใช่เย็นๆ อย่างนั้นค่ะ ฉันหมายถึง”
    “อย่าเข้ามานะ”
    “ฉันหมายถึงนี่ต่างหาก ผลไม้เย็นที่เราทำในฤดูร้อนของทุกปี แต่เพราะเหม่ยเหวินทำอร่อยมากเลยทำให้ขาดตลาด อันซีอนุญาตให้เราขายแค่ทางเว็บ แต่ถ้วยนี้ ฉันเก็บไว้ให้คุณโดยเฉพาะเลยน้า”
    ยิ่วเชียนแอบมองไปใต้ผ้าห่ม 
    “เป็นอะไรคะ ผ้าห่มอึดอัดไม่สบายเหรอ ฉันช่วยเปลี่ยนให้นะคะ”
    ยิ่วเชียนกลัวความแตกรีบลุกออกจากผ้าห่มไปหาจื้อหลิง ดันให้จื้อหลิงออกไปจากห้องเขา
    “ขอบคุณ” ยิ่วเชียนรีบรับถ้วยผลไม้มา แล้วปิดประตูห้องไปเลย จื้อหลิงสะดุ้งที่ชายหนุ่มปิดประตูใส่หน้า
    ด้านในห้อง ยิ่วเชียนถอนใจโล่งอก อันซีเปิดผ้าห่มลุกจากเตียงไปแย่งถ้วยผลไม้ในมือยิ่วเชียนไป 
    “เฮ่อ อูจื้อหลิงคนนี้ เอาผลไม้วาเลนไทน์มาเรียกร้องความสนใจจากคุณ มันเป็นรายได้พิเศษของบ้านพักเราเลยนะ”
    ยิ่วเชียนจะพูดอะไรต่อ แต่เผลอไปมองหน้าอกอันซีที่เหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวใน เขามองแล้วก็รีบเบือนหน้าอย่างเขินอาย อันซีเห็นพอดีถามว่าอะไร
    ยิ่วเชียนพูดโดยไม่มองหน้าหญิงสาว “เอ่อ คือว่าเสื้อของเธอ”
    อันซีก้มลงมองตัวเองแล้วตกใจ รีบคว้ามือยิ่วเชียนไปรับถ้วยผลไม้จากมือเธอ แล้วเอามือปิดหน้าอกเดินไปหยิบเสื้อคลุมตัวนอก ยิ่วเชียนเขินๆ ได้แต่เอาช้อนเขี่ยไปมาในถ้วยผลไม้ อันซียิ่งเขินหนักเอาเสื้อตัวนอกปิดหน้าอกแล้วเบียดตัวออกประตูไป ยิ่วเชียนมองตามยิ้มๆ อย่างเอ็นดู ในขณะที่อันซีเดินถือเสื้อคลุมตัวนอกลงบันไดมาพลางบ่นกระปอดกระแปดไป
    ยิ่วเชียนอาบน้ำเสร็จมานั่งบนเตียง แล้วหยิบพวงกุญตุ๊กตาปลานีโม่ของอันซี ซึ่งทำตกในวันแข่งขันทำอาหารมาดู นึกถึงคำพูดของอันซี
    “เมื่อก่อนเคยมีคนบอกฉันว่า ปลาบางชนิดถึงอยู่สถานที่เดียวกัน แต่วันหนึ่งมันอาจไปที่อื่น เพราะสำหรับมันแล้วโลกภายนอกอาจจะกว้างใหญ่”
    ยิ่วเชียนนึกถึงวันที่เขากับอันซีเคยไปดูปลาในตู้กระจกด้วยกันสมัยเป็นนักเรียน ยิ่วเชียนหลุดจากความทรงจำเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายจากต้าอี๋ โทรมารายงานว่าปู่หลับแล้ว ยิ่วเชียนบอกให้ต้าอี๋หยุดงานพักผ่อนบ้าง เขาตอบว่าไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องเริ่มหาข้อมูลของโรงพยาบาลเหินเซินให้หัวหน้า
    “ไม่ได้ครับ ผมหยุดไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ผมต้องเริ่มหาข้อมูลแล้ว หัวหน้าให้ผมไปหาข้อมูลของโรงพยาบาลเหินเซิน”
    ตอนเช้าอันซีมาเคาะประตูหน้าห้องยิ่วเชียน แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ อันซีเปิดประตูเข้าไปในห้องเห็นที่นอนเก็บเรียบร้อย แปลกใจมากว่าเขาไปไหน
    ยิ่วเชียนกลับมาบ้าน และเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก เขาบอกกับต้าอี๋จะไปหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอง ต้าอี๋ถามว่าเขาตั้งใจกลับมารับงานนี้เหรอ ยิ่วเชียนตอบว่า
    “นายบอกไม่ได้หยุดงานนานแล้วไม่ใช่เหรอ หัวหน้าส่งนายไปทำงานตลอด”
    “ผมพูดไปอย่างนั้นเองไม่ได้จะให้คุณช่วยนะครับ และอีกอย่าง ผู้อำนวยการจะลาพัก คุณควรจะพายเรือ หรือไปปีนเขาสิ”
    “มันน่าเบื่อน่ะ”
    “แต่ว่า”
    “ถึงนายไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่หัวหน้าหมายความอย่างนั้นนี่ คิดให้ดีนะ บริษัทมีพนักงานมากมาย ทำไมต้องให้นายไปล่ะ นายเก่งกว่าคนอื่นงั้นเหรอ”
    “ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับ”
    “ไม่อยากให้ฉันพูดอย่างนี้นายก็ใช้สมองคิดสิ มีคนมากมายเกี่ยวข้องกับงานนี้ ทำไมต้องเป็นนายล่ะ”
    “เพราะว่าผม มีคุณอยู่ข้างๆ” ยิ่วเชียนพยักหน้าตอบ “มิน่าล่ะ ตอนแรกผมก็งงเหมือนกัน ผมไม่เกี่ยวข้องกับงานนี้ ไม่เข้าใจเนื้องานเลย ที่แท้หัวหน้าต้องการให้ผมบอกคุณ ให้คุณช่วยจัดการเรื่องนี้แทนผู้อำนวยการ คุณนี่อัจฉริยะจริงๆ คิดแค่แป็บเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง”
    ยิ่วเชียนรีบให้ต้าอี๋ติดต่อผู้อำนวยการเกินเซินทันที
    อันซีนึกถึงตอนที่เธอล้มไปบนเตียงกับยิ่วเชียนแล้วไม่สบายใจ บอกให้หยาเอินโทรขอเบอร์ยิ่วเชียนจากผู้ใหญ่บ้านที 
    หยาเอินยืนโทรศัพท์อยู่แล้วเกิดฟุบไป ทุกคนตกใจวิ่งเข้าไปดู อันซีประคองพาหยาเอินเพื่อพาไปโรงพยาบาล

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 3


    อันซีพาหยาเอินมาที่โรงพยาบาล แล้วเธอก็เข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนจะเดินหน้าเสียมาบอกหยาเอิน 
    “คุณหมอที่รักษาเราโดยเฉพาะไปต่างประเทศ หมอโรคหัวใจคนอื่นก็คนไข้เต็ม ไม่รับคนไข้ฉุกเฉิน”
    ระหว่างนั้นยิ่วเชียนเดินเข้ามาในโรงพยาบาล เห็นอันซีกำลังคุยกับหยาเอินอยู่
    “ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไรแล้ว”
    “ถึงหมอคนอื่นจะไม่รู้อาการของเธอ แต่ฉันจะไปขอบัตรคิวก่อน เธอรออยู่ตรงนี้อย่าไปไหนล่ะ”
    ยิ่วเชียนมองหน้าหยาเอินแล้วคิดอะไรได้ เขาเข้าไปคุยกับผู้อำนวยโรงพยาบาลให้ ผู้อำนวยการจัดให้เจ้าหน้าที่ไปบอกหมอดูแลหยาเอิน
    “ขอบคุณครับผู้อำนวยการ” ยิ่วเชียนกล่าวกับผู้อำนวยการ
    “ไม่เป็นไรครับ แล้วคุณล่ะ ทำไมวันนี้ว่างมาหาผมล่ะ”
    “บริษัทโอเชี่ยนของเราร่วมงานกับโรงพยาบาลเหินเซินมานาน ถ้าขาดการสนับสนุนจากผู้อำนวยการ  คงเป็นเรื่องยากที่คณะกรรมการจะตัดสินใจ” 
    “คุณเป็นคนตรงมาก แต่ว่าช่วงนี้ ผมมีปัญหานิดหน่อย ยังไม่อยากคุยเรื่องพวกนี้”
    “ผมจะลองเดาว่า ผู้อำนวยการมีเรื่องไม่สบายใจอะไร ไม่แน่ว่า ผมอาจช่วยอะไรคุณได้บ้าง”  
    “เอาสิ” ยิ่วเชียนมองสำรวจรูปร่างหน้าตา กิริยาอาการของผู้อำนวยการทันที พลางมองไปที่กรอบรูปที่ถูกคว่ำอยู่บนโต๊ะทำงาน เขายิ้มนิดๆ  
    “ปัญหาครอบครัว แก้ไขไม่ยาก”
    เวลาต่อมา อันซีพาหยาเอินเข้ามาพบหมอหลิว หมอตรวจการเต้นของหัวใจแล้วสั่งให้นอนพักดูอาการก่อน อันซีหันไปมองหยาเอินที่นอนอยู่ในห้องหมออีกครั้ง ก่อนจะเดินตามพยาบาลไป
    ยิ่วเชียนเดินมาตามทางในโรงพยาบาล พลางคิด ขณะเดียวกันอันซีเดินก้มหน้าก้มตาตรวจดูของในกระเป๋า จนชนกับยิ่วเชียนโดยบังเอิญ 
    “ขอโทษค่ะ”
    “ขอโทษครับ”  
    อันซีตกใจเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่ม “คุณจางเข้าโรงพยาบาลเหรอ”
    “นี่ คุณเป็นผีเหรอ แม้แต่เรื่องที่นี่คุณก็รู้”
    “แค่เห็นของในกระเป๋าเธอก็รู้แล้ว”  
    “อ้อ จริงสิ จู่ๆ คุณก็ออกจากบ้านพัก อย่าบอกนะว่าคุณไม่สบาย ทำไมมาอยู่ที่โรงพยาบาลล่ะ”
    “ใช่ว่าคนที่มาโรงพยาบาล ต้องป่วยทุกคนนี่”
    “งั้นก็ดีแล้วๆ ก็จริงนะ เมื่อวาน ฉันเห็นคุณยังแข็งแรงอยู่เลย ไม่เลวๆ”
    อันซีจิ้มไปที่หน้าอกยิ่วเชียนอย่างสนิทสนม
    “เธอพอหรือยัง ฉันไม่ใช่เพื่อนเธอนะ รักษาระยะห่างหน่อย ช่วยแบ่งแยกให้ชัดเจนด้วย”
    “ฉันแบ่งแยกแล้ว เราเจอกันมากกว่าสามครั้ง และเคยคุยกันแล้ว ฉันรู้ว่าคุณทำงานอะไรและคุณก็รู้ว่าบ้านฉันอยู่ไหน” 
    “วิธีการทำงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เธอจะสนิทกับใครมันเรื่องของเธอ แต่อย่าเอาฉันเข้าไปเกี่ยวด้วย” ยิ่วเชียนเดินหน้านิ่งๆ ออกไป
    “เอ่อ เดี๋ยวก่อนๆ ถ้าคุณไม่ไปพักที่รีสอร์ท ฉันจะคืนเงินให้คุณ”
    “ไม่ต้อง”
    “แต่วันนี้ฉันไม่รู้ว่าจะเจอคุณ เลยไม่ได้เอาเงินมา แต่คุณไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่คนขี้โกง ฉันยอมจนอย่างมีศักดิ์ศรี” 
    “ไม่ต้องคืนเงินฉันแล้วล่ะ”
    “ไม่ต้องคืนเหรอ เอ๊ะ แต่ว่า”
    “เธอเคยบอกว่าจะทำทุกอย่างไม่ใช่เหรอ”
    “ไหนคุณบอกห้ามไม่ให้ฉันพูดคำนี้”  
    “เอ่อ”
    “ช่างเถอะๆ ฉันล้อเล่นน่า คุณอยากให้ฉันทำอะไร”
    “เอ่อ กินข้าวด้วยกัน” ยิ่วเชียนเอ่ยปาก
    อันซีใส่ชุดสวยนั่งรถมากับยิ่วเชียน พนักงานมาเปิดประตูให้ ยิ่วเชียนลงจากรถมาหาอันซี บอกให้ผู้จัดการ้านพาไป เธอถามว่าทำไมไม่ได้นั่งด้วยกัน
    “คนที่เธอต้องเจอ คือผอ.โรงพยาบาลที่เพื่อนเธอรักษาอยู่ และตอนนี้ บริษัทเรากำลังคุยงานสำคัญกับเขา สำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเขาคนเดียว ดังนั้นไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เธออย่าขัดใจเขาล่ะ ได้มั้ย”
    “เฮ้อ เอาน่าๆ ฉันเป็นคนนิสัยดีอยู่แล้ว ก็ได้ๆ นิสัยฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้ไม่เกินความสามารถฉันหรอก มอบให้ฉันจัดการได้”
    “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องตามเรื่องไป อย่าต่อต้าน หรือมีปัญหา” 
    “ได้ ไม่มีปัญหาแน่นอน ฉันจะอดทน โอเคมั้ย ตกลงจะให้ฉันทำอะไร 
    ยิ่วเชียนมองอย่างตัดสินใจ “จะให้ฉันทำอะไรล่ะ”
    “ภรรยาของผู้อำนวยการสงสัยว่าท่านจะมีกิ๊ก เธอจึงต้องมาเพื่อแก้ไขปัญหาความเข้าใจผิดระหว่างพวกเขา” 
    “แก้ไขยังไงเหรอ” 
    “เธอสนิทกับคนง่ายไม่ใช่เหรอ เธอต้องแกล้งเป็นกิ๊กกับผู้อำนวยการ มากินข้าวกับเขา ทำเหมือนสนิทสนมกันสิ”
    “หะ สนิทสนมเหรอ”
    “ถ้าเธอไม่ไหว ฉันหาคนอื่นก็ได้”
    “เอ๊ะๆ ฉันไหวๆ คุณต้องการงาน ฉันต้องการเงิน ฉันจะพยายาม”

 

อัพแมน มาปิ๊งรัก When I see You again ตอน 3

 

    พนักงานพาอันซีเข้ามาพบกับผู้อำนวยการ ยิ่วเชียนเดินเข้ามาด้านหลัง ผู้อำนวยการหันไปสบตาจึงเชื่อว่าอันซีเป็นคนของยิ่วเชียน เขาเชิญนั่ง อันซีนั่งลงที่โต๊ะก่อนเหลือบไปมองยิ่วเชียนอย่างกังวล เห็นเขานั่งลงที่โต๊ะอีกด้าน
    “เห็นคุณมาผมก็สบายใจแล้ว” 
    อันซีเครียด หันไปมองยิ่วเชียนอีกครั้งพลางบอกตัวเองว่ารับปากแล้วก็ต้องสู้ อันซีหันมายิ้มให้ผู้อำนวยการ
    ภรรยาผู้อำนวยการเดินเข้ามาในร้าน เห็นยิ่วเชียนยกมือให้ จึงเดินเข้าไปหาที่โต๊ะ อันซีแอบมองว่ามีคนมานั่งที่โต๊ะกับยิ่วเชียน
    “คุณเป็นคนที่สมองไวมาก รู้ว่าควรจะเข้าหาใคร” ภรรยาผู้อำนวยการเอ่ยชมยิ่วเชียน 
    “ประสบการณ์บอกผมว่า ถ้าจะร่วมงานกับผู้ชายล่ะก็ วิธีที่เร็ว คือขอความช่วยเหลือจากผู้ช่วยของเขา ภรรยาผู้อำนวยการ”  
    “หึ หึ”
    “ขอโทษครับ ขอเมนูสองใบ”
    ระหว่างนั้น อันซีรีบหยิบเมนูให้ผู้อำนวยการ
    “ผู้อำนวยการ เมนูอาหารที่นี่น่าทานทั้งนั้นเลย คุณจะสั่งอะไรหน่อยมั้ยคะ”
    พนักงานนำเมนูมาให้ยิ่วเชียน ภรรยาผู้อำนวยการได้ยินเสียงอันซีจึงหันไปมอง เห็นอันซีจับเท็คไทผู้อำนวยการอยู่
    “เน็คไทของคุณดูเชยไปหน่อยนะ ลองเปลี่ยนเป็นที่ทันสมัยหน่อยมั้ยคะ”
    ยิ่วเชียนลอบสังเกต แล้วแกล้งถามว่ามีอะไรหรือครับ
    “ตอนนี้โรงพยาบาลกำลังมีข่าวลือ ว่าเขามีผู้หญิงอื่น แต่เขาบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นตามตอแยเขา ฉันไม่เชื่อหรอก เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ”
    ภรรยาผู้อำนวยการทนไม่ได้ รีบเดินไปที่โต๊ะ อันซีกระซิบบอกผู้อำนวยการว่ามาแล้ว
    ผู้อำนวยการตบหน้าอันซีทันที “ทำอะไรของเธอ พอหรือยัง ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ชอบเธอ เธอจะตามตอแยฉันไปถึงไหน ฉันรักภรรยาของฉันคนเดียวเท่านั้น” 
    ภรรยารีบเข้ามา “คุณคะ มีเรื่องอะไรกัน”
    “คุณมาได้ยังไง” 
    “ผู้อำนวยการเซี่ยมาคุยเรื่องงานกับฉัน พวกคุณกำลังทำอะไร”
    “ผู้หญิงคนนี้ เป็นญาติของคนไข้ที่โรงพยาบาล แต่ไม่รู้ทำไมเธอต้องตามตอแยผมตลอด ผมบอกเธอแล้วว่าผมไม่ได้ชอบเธอ นี่คุณ ผมไม่ได้ชอบคุณเลยเข้าใจมั้ย”
    ยิ่วเชียนเดินเข้ามาสมทบ อันซีลุกขึ้นมาแล้วเกิดสะดุดเข้าไปกอดผู้อำนวยการเพื่อรั้งไว้ไม่ให้ล้ม แต่ภรรยาผู้อำนวยการไม่พอใจ
    “เอ๊ะ เธอกล้าแตะต้องเขาเหรอ” ภรรยาผู้อำนวยการตบหน้าอันซีทันที 
    อันซีโกรธตวาดใส่ “นี่ พูดดีๆ ก็ได้ทำไมต้อง”
    อันซีหยุดพูดทันทีเมื่อเห็นยิ่วเชียนจ้องอยู่
    “ต้องอะไร ลงไม้ลงมือไม่ได้เหรอ ฉันตบเธอไม่ได้เหรอ ผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอทำไมจะตบไม่ได้  เธอเห็นสามีฉันเป็นหมอและนิสัยดีเลยคิดจะจับเขาใช่มั้ย ไร้ยางอายสิ้นดี”
    ภรรยาผู้อำนวยการจะตบอันซีอีก แต่ยิ่วเชียนห้ามไว้ เตือนว่าคนกำลังมอง
    “นังผู้หญิงไร้ยางอาย” ภรรยาผู้อำนวยการเอาน้ำสาดหน้าอันซี “คุณ เรากลับเถอะ”
    ผู้อำนวยการหันมาบอกอันซี “ขอบคุณที่ช่วยแสดงละครกับผม ขอบคุณครับ”
    ผู้อำนวยการเดินออกไป ยิ่วเชียนเดินเข้าไปหาอันซีอย่างเห็นใจ
    “ไปหาสถานที่จัดการตัวเองก่อนเถอะ” อันซียังอึ้งกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเอง
    อันซีเดินถือน้ำแข็งประคบแก้มที่ถูกตบออกมาจากร้านอาหาร ยิ่วเชียนเดินตามมาห่างๆ อันซีหันมาฝืนยิ้มให้
    “เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย” 
    “ไม่เป็นไรหรอก จะเป็นได้ไงล่ะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ว่าเราทำไปโดยไม่รู้เรื่อง และคุณก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างนี้กับฉัน ไม่เป็นไรน่า”
    อันซีทำถุงประคบน้ำแข็งหล่น ยิ่วเชียนรีบเข้ามาช่วยหยิบให้ พลางเอาผ้าเช็ดหน้าของเขามาวางบนถุงน้ำแข็งด้านที่ต้องประคบกับแก้มอันซี ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดผมของหญิงสาวเบาๆ เพื่อดูรอยช้ำที่แก้ม อันซีเขินนิดๆ ยิ่วเชียนเอาน้ำแข็งที่มีผ้าเช็ดหน้า ประคบเข้าที่แก้มอันซีอย่างทะนุถนอม
    “เจ็บมากมั้ย” อันซีพยักหน้า
    “ขอโทษนะ” อันซีรับถุงน้ำแข็งไปถือเอง
    “ฉันเป็นคนตัดสินใจทำเองนี่ ทั้งที่รู้ว่า รับปากคุณคงไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ฉันก็ตัดสินใจทำแล้ว เพื่อเงินหนึ่งแสน ฉันยอมช่วยผู้ชายคนนั้นหลอกเมียของเขา ฉันโดนแบบนี้ก็สมควรแล้ว โอ้ว นี่เป็นงานที่ได้เงินมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมาเลย โดนตบไม่กี่ครั้งเงินก็เข้ากระเป๋าแล้ว ถ้าฉันใช้หนี้คืนให้เจียงไห่โค่ได้โดยการถูกตบ ฉันจะยอมให้ตบซ้ายตบขวาเลย ตบจนกว่าเขาจะพอใจด้วย คุณมองหน้าฉันอย่างนี้ ไม่โอเคเลยนะ คุณไม่ต้องตามฉันมาแล้ว ฉันไม่เป็นไร”
    อันซีเดินออกไปพลางพึมพำ “เฮ่อ ขายหน้าเสียศักดิ์ศรีจริงๆ เลย” 
    เยี่ยนเจ๋อคนจากบริษัทโอเชี่ยนเดินคุยมากับหมอคนหนึ่ง กล่าวขอบคุณที่สนับสนุนโรงพยาบาล

จบตอนที่ 3