
หลากบทบาทชีวิตกับวิธีคิดของ ‘นิกกี้’ นิโคล
สัมภาษณ์พิเศษ
เป็นนักร้องที่ระยะหลังมีผลงานการแสดงไม่ขาดสำหรับ “นิกกี้” นิโคล เทริโอ ที่ล่าสุดดอดมาเล่นบทแรงๆ ในละครเรื่อง “บ่วงรักสลักแค้น” ให้ช่อง 8 แถมละครใกล้ออนแอร์แล้ว งานนี้คมชัดลึก เลยขอพูดคุยกับนักแสดงสาวเกี่ยวกับผลงานในตอนนี้
@ กับละครเรื่อง “บ่วงรักสลักแค้น” บทบาทที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง
ในเรื่องรับบทเป็น “ดาวราย” เรียกว่าเป็นการรับบทร้ายครั้งแรกของกี้ ในเรื่องร้ายมากจริงๆ ส่วนสาเหตุที่ร้ายเพราะว่ารักผู้ชายคนหนึ่งมากและทำทุกอย่าง ทำเรื่องไม่ดีมากมายเพื่อให้ได้ครอบครองผู้ชายคนนั้น พอมาถึงรุ่นลูกก็ต้องพยายามปิดบังสิ่งไม่ดีของตัวเองเพราะไม่อยากให้ใครรู้ เรื่องนี้เล่นยากมาก ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าซีนอารมณ์ ดราม่าน่าจะเล่นยากสุด กลายเป็นว่าบทนี้ยากกว่า เพราะนอกจากจะต้องแสดงอารมณ์แล้วบทพูดยังเยอะมากด้วย เพราะเราจะเป็นคนทำคนอื่น ใครจะพูดอะไรก็ต้องคอยขัดเขาไม่ให้พูด แถมในเรื่องยังมีลูก 3 คน มีอยู่ฉากหนึ่งต้องเรียกลูกๆ มาอบรม บทอบรมลูกคนหนึ่งก็หน้าหนึ่งแล้ว อบรม 3 คน ก็ 3 หน้า เล่นเอาหน้ามืดไปเลย
@ บทค่อนข้างแรง คิดนานไหมกว่าจะรับแสดงเรื่องนี้
จริงๆ ตอนแรกผู้จัดฯ ติดต่อกี้ให้เราเล่นอีกบทหนึ่งไม่ใช่บทนี้ แต่เขาคิดว่าเราน่าจะลองเล่นร้ายดู เขาบอกว่ากี้เล่นได้ก็เลยลองดู กี้ว่ามันท้าทายดี เพราะเราไม่เคยเล่นบทแบบนี้และไม่เคยต้องยั่วผู้ชาย เราไม่มีจริตแบบนั้น นอกจากนี้ยังมีใช้ยาเสน่ห์ ตอนแรกๆ ก็ไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร แถมในเรื่องต้องมีฉากเลิฟซีนกับอั๋น (โอลิเวอร์ พูพาร์ท) ซึ่งเราไม่เคยเล่นเลิฟซีนก็เลยเขินมาก เพราะนอกจากจะต้องจูบจริงไซ้จริงแล้ว ตอนถ่ายทำทีมงานเยอะมากด้วย คนก็เยอะ กล้องเยอะเลยอายมาก แต่อั๋นก็ช่วยเซฟนะ
@ ด้วยความที่สนิทกับ “อั๋น” โอลิเวอร์ พูพาร์ท มาก เลยมีข่าวกุ๊กกิ๊กกัน
กี้ว่าใครดูละครเรื่องนี้ก็ต้องคิดว่าเรากิ๊กกันแน่ๆ ขนาดเราเล่นเองดูเองยังรู้สึกแบบนั้นเลย (ยิ้ม) แต่เราไม่สนนะด้วยความที่เราสนิทกัน เป็นเพื่อนกัน จะคุยกันหัวเราะกันมันเป็นเรื่องธรรมดา กี้คิดว่าถ้าเรากิ๊กกันจริงเราคงต้องระวังตัวมากกว่านี้เพื่อไม่ให้เป็นข่าวไง แต่นี่ต่างคนต่างไม่สนใจก็น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเราไม่ได้กิ๊กกันเหมือนที่ข่าวออกมา อั๋นเป็นเพื่อนสนิท เขาเป็นผู้ฟังที่ดี ใครๆ ก็อยากคุยกับอั๋นนะ เพราะพูดอะไรเขาก็ได้แต่นั่งฟัง แต่มันไม่มีอะไรนะเป็นแค่เพื่อนคุยกันเท่านั้นเอง คือเราจะเจอกันคุยกันตอนทำงานแค่นั้น ไม่มีเจอกันนอกรอบเลยนะ มีข่าวออกมาเราก็เฉยๆ ทิกเกอร์ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ เพราะเขาไม่ค่อยได้ตามข่าวเท่าไหร่ เขาก็มีโลกส่วนตัว อยู่ในวัยของเด็กอายุ 11 ก็เรียนหนังสือ อยู่กับเพื่อน เล่นเกมบ้างอะไรบ้าง
@ ตอนนี้ลูกชาย "ทิกเกอร์” อชิระ เทริโอ มีผลงานอะไรบ้าง
ตอนนี้ยังไม่มี คือตอนเด็กเขาก็มีรับงานแสดงละครบ้าง ตอนนี้ทิกเกอร์อายุ 11 ปี เป็นวัยก้ำกึ่งยังไม่วัยรุ่นก็เลยหาบทแสดงค่อนข้างยาก กับสัญญาทางโพลีพลัสตอนนี้กำลังจะหมด แต่กำลังจะเซ็นสัญญาต่อแล้ว ก็คิดว่าเขาก็น่าจะมีผลงานออกมาเรื่อยๆ เราห่วงเขาตามประสาที่แม่ห่วงลูก ห่วงเรื่องเรียน เรื่องความปลอดภัย ที่ผ่านมาเราเป็นคนดูแลเขา เป็นทั้งแม่ทั้งเพื่อนเป็นทุกอย่างของเขา ถามว่าสนิทไหม ก็สนิทนะ เพราะอยู่บ้านเดียวกันเจอกันทุกวัน ทุกวันนี้เขายังกอดเราทุกวัน และมีสวดมนต์ก่อนนอนที่เราต้องทำด้วยกันทุกวัน ส่วนกิจกรรมที่ทำด้วยกันบ่อยๆ ถ้าว่างคือไปดูหนัง เราชอบไปดูหนังด้วยกัน จริงๆ กี้ชอบดูหนังทุกแนวแต่จะชอบดูคอมเมดี้เป็นพิเศษ แต่ถ้าไปดูกับลูกก็ตามใจลูกเขาดูเรื่องอะไรเราก็ดูเรื่องนั้น ตอนนี้ทิกเกอร์อยู่ ป.6 เรื่องเรียนเราไม่ห่วงนะ เพราะเขาเรียนดีประมาณหนึ่ง จริงๆ เราทำงานก็แอบห่วงเรื่องเกรดของเขาเหมือนกันเพราะเราไม่มีเวลาไปตามดูแลเขา แต่พอเกรดออกมาเราก็พอใจ ตอนนี้เขายังเด็กเขายังไม่รู้ว่าเขาชอบอะไร แต่ถ้าเขารู้ว่าเขาชอบอะไร มันก็น่าจะดีกว่านี้
@ สนิทกับลูกแต่ก็ยังมีข่าวว่าไม่ดูแลลูก
ตอนแรกโกรธมาก คือเราไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน และมันก็ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ตอนนี้เราหายโกรธละ จริงๆ เรื่องไม่รักลูกไม่ควรเป็นประเด็นนะ ไม่อย่างนั้นคนที่เลีี้ยงลูกคนเดียวแล้วต้องไปทำงานข้างนอกก็แปลว่าเขาไม่รักลูกน่ะสิ กี้ว่ามันไม่ใช่ การที่เราต้องไปทำงานแล้วต้องให้คนอื่นช่วยเลี้ยงนั้น เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่การละเลย บางคนไม่ทำงานก็ละเลยลูกได้ ส่วนกี้อาจต้องทำงานไปด้วย แต่เราอยู่กับลูกเยอะมาก สิ่งที่เราทำมันไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าขาดอะไรเลย การที่เราเป็นคุณแม่เลี้่ยงเดี่ยวกี้ว่าเราควรให้กำลังใจกันไม่ใช่มาว่าทำงานแล้วละเลยลูก ตอนที่ทิกเกอร์รู้ข่าว เขาก็เข้ามากอดเพราะเขาโตพอที่รู้อะไร เขาเห็นที่เราโพสต์เขารู้ว่าเราไม่โอเค เขาบอกเราว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับข่าวที่ออกมา พอได้ยินเขาพูดแบบนี้เราก็โอเค
@ นอกจากนี้มีผลงานอะไรอีกบ้าง
เร็วๆ นี้ก็จะมีคอนเสิร์ต และมีงานที่ต่างประเทศ และก็มีละครกับที่นี่ต่อ ตอนนี้ก็กำลังดูๆ บทอยู่ ส่วนงานเพลงก็ไม่ได้ทิ้งนะ แต่ยังไม่ได้เริ่มเลย ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการคุยๆ กันอยู่ เพลงใหม่ก็คงร้องอย่างเดียวเหมือนเดิม ร้องอย่างเดียวจะให้เขียนเนื้อเองอะไรเองคงไม่ เพราะเราไม่เก่งพอ ตอนนี้มีเซ็นสัญญา มิวสิค มูฟ เรคคอร์ด ไป 5 ปี ยังเหลืออยู่ งานเพลงน่าจะได้ฟังกันช่วงปลายปี
@ วงการบันเทิงในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง มองงานในวงการไว้อย่างไร
วงการบันเทิงก็คึกคักดี ก็มีนักแสดงใหม่ๆ ที่มีคุณภาพเยอะขึ้นมาก ละครก็หลากหลายและรายการโทรทัศนก์ก็หลากหลายกว่าเมื่อก่อน เพลงก็สนุกคึกคักกันมากขึ้น คนที่มีความสามารถโชว์ประสิทธิภาพของตัวเองได้มากขึ้น เพราะว่ามันมีช่องทางในการเผยแพร่มากขึ้น สำหรับตัวกี้เอง ตอนนี้เรามีงานแสดงมากกกว่างานเพลงเสียอีก จะบอกว่ามุ่งมาทางการแสดงก็น่าจะได้ ตอนนี้เริ่มเก่งละ เพราะเล่นมาหลายเรื่องแล้ว บทไหนท้าทายเราก็รับตอนนี้ก็อยากรับงานแสดงไปเรื่อยๆ ก่อน เพราะถ้าไปเป็นผู้จัดรับรองว่าเจ๊งแน่ๆ เพราะกี้เป็นคนไม่รอบคอบเรื่องเงิน
@ อยู่วงการมาจะ 20 ปีแล้ว อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราอยู่วงการได้นานขนาดนี้
คือเราทำหลายอย่าง และไม่ได้หยุด ก่อนหน้านี้กี้อยากร้องเพลงอย่างเดียว ไม่เคยคิดจะเป็นนักแสดงเพราะคิวว่าตัวเองไม่น่าจะแสดงได้ดี แต่มีไปเรียนการแสดงเพิ่ม ทำโน่นทำนี่เพิ่ม และไปตามยุคตามสมัย รับบทที่เหมาะสมกับตัวเรา เราไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เราอยู่ในวงการได้เรื่อยๆ อยู่ด้วยความสุข ไม่ใช่อยู่เพราะต้องการอยู่มันจะอยู่ได้เองเพราะเราได้ทำสิ่งที่เรารัก กับเด็กรุ่นใหม่อยากให้ทุกคนทำให้ดีที่สุด และอย่าตีกรอบให้ตัวเองเป็นอยู่อย่างเดียว และต้องเป็นอย่างนั้น เพราะวงการบันเทิงมันพลิกผันไปเรื่อยๆ เมื่อเราได้ลองนู่นลองนี่ ทุกสิ่งที่เราลอง มันจะมีสิ่งที่ดีอยู่ในนั้น เพราะในที่สุดคำว่าบันเทิงมันคือทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นอาร์ตหมด มันไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นแค่การแสดงหรือร้องเพลงอย่างเดียวเท่านั้น เราสามารถทำอาร์ตเหล่านี้ไปใส่ในหลายๆ อย่างได้ อยากให้ลองดูถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้อง เพราะวงการนี้มันให้โอกาสคน ก็อยากฝากตรงนี้ว่ามันมีที่ให้เราอยู่ทุกที่ในวงการบันเทิง
@ ความรักในตอนนี้
ตอนนี้หัวใจว่างมาก หนุ่มๆ ที่มาคุยส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ แต่เราฟังเขาไม่ค่อยรู้เรื่อง เหมือนคุยกันคนละภาษาเลย คือมันมีศัพท์วัยรุ่นใหม่ๆ เยอะมาก คือฟังแล้วก็แปลไม่ออก (หัวเราะ) ฟังไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ เข้าใจผิดก็เลยคิดว่าไม่น่าจะไปรอด ก็เลยปล่อยไป เข้าใจเลยเวลามันคนละเจนมันไม่เข้าใจจริงๆ ตอนนี้ก็เลยโสด



