บันเทิง

Iris เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว

Iris เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว

08 ก.ค. 2559

Iris เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว  : เนชั่นทีวีอัพเดท โดยณัฐพงษ์ โอฆะพนม

            คุณค่าประการหนึ่งของงานศิลปะที่ดีก็คือ ผลงานชิ้นนั้นสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน และหากมีหนังสักเรื่องที่สร้างขึ้นด้วยมุมมองทางศิลปะ สารคดีอย่าง “Iris” ก็คืองานศิลปะชั้นดีที่มีคุณลักษณะตรงตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
 
            “ไอริส เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว” ไม่ใช่แค่สารคดีตามติดชีวิตคุณยายวัยเฉียดร้อยที่อยู่ในเครื่องแต่งกายอันสุดจะเปรี้ยว เฉี่ยว เก๋ แทบจะตลอดเวลา หากแต่หนังยังพาเราไปสำรวจความคิดอ่าน กะเทาะก้นบึ้งความรู้สึกของคุณยาย ไอริส เอพเฟล ผู้พิสมัยการแต่งตัวล้ำยุคนำสมัย จนกลายเป็นแฟชั่นไอคอน ต้นแบบของเหล่าแฟชั่นนิสต้ารุ่นลูกรุ่นหลาน ได้หลงใหลศรัทธารสนิยมอันล้ำเลิศของการผนวกเอาศิลปะการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าเครื่องประดับมาจัดวางไว้ด้วยกันอย่างสวยงามบนเรือนร่างได้อย่างมีศิลปะและรสนิยม...

            ‘Passion’ หรืออาจจะเรียกว่า ‘ความลุ่มหลง’ ของคุณยาย ไม่ใช่แค่หาซื้อเสื้อผ้าเก๋ๆ สไตล์จัดจ้านมาสวมใส่ หากแต่เธอยังศึกษาหาความรู้ในเรื่องนั้นๆ อย่างถ่องแท้และเชี่ยวชาญ เป็นต้นว่า ลวดลวยบนผ้าแบบนี้ ต้องมาจากการถักทอของคนเมืองนี้ การปักร้อย เย็บดิ้นอย่างประณีตต้องอาศัยฝีมือขนาดนี้ ใช้เวลาและการดั้นด้นเสาะหาที่ไหนถึงจะได้มา นั่นหมายความว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นบนเรือนกายเธอ คุณยายไอริส รู้ลึกซึ้งถึงทุกเส้นใยและที่มากว่าจะมาปรากฏบนร่างของเธอ ไม่แปลกที่เหล่าภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ชื่อดังหลายแห่งทั่วโลก จะติดต่อขอนำเสื้อผ้า เครื่องประดับของคุณยายไอริส (ซึ่งเธอเก็บไว้เยอะมากขนาดเป็นโกดัง) มาจัดแสดงให้ได้ชมกันไม่ขาด
 
            ในวัย 93 ปี ของคุณยายไอริส (ทุกๆ ช่วงเวลาในหนัง) ทุกๆสัปดาห์ เธอจะต้องออกหาซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับ สำรวจความเคลื่อนไหวในโลกแฟชั่นอยู่ตลอดเวลา แถมยังเก่งในเรื่องการต่อรองราคา ซึ่งหาใช้เพราะความตระหนี่ขี้เหนียว หากแต่คุณยายรู้คุณค่าของเสื้อผ้าเครื่องประดับชั้นนั้นๆ อย่างดีพอ ถ้าราคาสมเหตุสมผล เธอก็ตกลงใจซื้อโดยไม่ต่อราคาคนขายสัักคำด้วยซ้ำ

            ความคิดอ่านก้าวล้ำนำแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัวของคุณยาย ยังเผื่อแผ่มาถึงสามี คาร์ล เอพเฟล เมื่อเธอซื้อหมวกแก๊ปใบเก๋ให้คุณตาและเขาก็สวมใส่มันอย่างไม่เก้อเขินและไม่ยอมถอดออกจากศีรษะแม้แต่วินาทีเดียว เป็นคู่ชีวิตที่ตอบนิยามแห่งคำว่ารักแท้ได้อย่างแจ่มชัด ใสซื่อ และน่าประทับใจยิ่งนัก บนการครองคู่ร่วมกันมานาน 67 ปี (น่าเศร้าที่คุณตาคาร์ล เพิ่งเสียชีวิตไปในวันที่ 1 สิงหาคม ปีที่แล้ว หลังฉลองวันเกิดครบ 101 ขวบไปเพียงแค่สามวัน)
 
            “Iris เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว” หนังสารคดีอย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวคนแก่ (แต่ไม่ตกยุคในโลกแฟชั่น) แต่ยังทำโดยคนแก่ เพราะผู้กำกับ อัลเบิร์ต เมย์เซิลส์ ก็ทำหนังเรื่องนี้ตอนอายุ 87 ปี ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ปีที่ผ่านมาด้วยวัย 88 ปี ทว่าอายุอานามของเจ้าของเรื่องในสารคดีกับผู้กำกับ หาได้นำพาให้หนัง ล้าสมัย ไม่ทันโลก ทันเทคโนโลยีแต่อย่างใด หากแต่ในความเป็นสารคดีของ Iris กลับเต็มไปด้วยชั้นเชิงการนำเสนอแบบภาพยนตร์ (Cinematic) ทั้งการถ่ายภาพ (ส่วนหนึ่งผู้กำกับถ่ายเอง) หลากหลายขนาด การเคลื่อนกล้องตามตัวละคร และการตัดต่อลำดับภาพ ทั้งเรียงร้อยเพื่อการเล่าเรื่อง ทั้งใช้เป็นเทคนิคเพื่อการเล่าเรื่องให้สนุกชวนติดตาม รวมถึงดนตรีประกอบที่เข้ากับเนื้อหาและอารมณ์ของแต่ละฉาก แต่ละตอน
 
            แรงบันดาลใจจาก Iris อาจไม่ใช่การลุกมาแต่งตัวเปรี้ยว ล้ำนำสมัย เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแบบคุณยาย หากแต่เป็นการปลุกจิตวิญญาณให้ตื่นรู้ แจ่มใส ดำเนินชีวิตอย่างสดใสกระฉับกระเฉง ไม่เหี่ยวเฉาไปตามวัยและเวลา ฉากสุดท้าย (ท้ายเรื่องจริงๆ ซึ่งต้องดูให้จบหลังเอนด์เครดิต) กับการปรากฏตัวของคุณปู่ผู้กำกับ อัลเบิร์ต ที่เดินหิ้วกล้องมาในเฟรม หลังคุณยายไอริสชักชวนให้ดื่มชา พักเสียหน่อยก่อนถ่ายทำต่อไป ก็ชวนให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนในวัย 80 กว่า ยังลุกขึ้นมาจับกล้องถ่ายหนังอย่างสนุกสนานเด็ดเดี่ยว แล้วคนวัยหนุ่มสาวที่ยังพอมีเรี่ยวแรงเหลือเฟืออย่างเรามัวทำอะไรอยู่...เชื่อแน่ว่าหลังดู “ไอริส เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว” จบลง ไฟในตัวคุณจะคุโชน อยากจะลุกขึ้นมาปลดปล่อยพลัง ทำในสิ่งดีๆ ที่เคยหมายมั่นตั้งใจเอาไว้เป็นแน่ ผลสำเร็จเป็นอย่างไร ไม่สำคัญ ขอแค่ลงมือทำเท่านั้นพอ
 
            ติดตามสารคดี “Iris เปรี้ยวที่ใจ วัยไม่เกี่ยว” ในรายการเวิลด์ฟิล์ม วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคมนี้ หนึ่งทุ่มตรง ทางเนชั่นทีวีช่อง 22